ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ว่าด้วยเรื่องของการผิดสัญญา 100%

ชื่อตอน : ว่าด้วยเรื่องของการผิดสัญญา 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.6k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2559 17:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ว่าด้วยเรื่องของการผิดสัญญา 100%
แบบอักษร

2

[ ASSAKORN ]

 

 

 

 

            สุดท้ายเย็นวันนี้ผมก็ต้องมาเดินกลับหอกับพี่ทศแค่ 2 คน เพราะเพื่อนๆของพี่เขายัดเยียดให้พี่ทศเดินมาส่งผมที่หน้าหอหลังมหาลัย แทนที่ผมจะได้ไปหาอะไรกินก่อนจะกลับหอสักหน่อยก็อดเลย

            ผมกับพี่ทศเดินมาจนถึงหน้าหอของผม แล้วก็หยุดเดินก่อนจะเรียกผม

            ศร!” ผมหันไปตามเสียงพี่เขาถึงแม้ว่าผมจะเดินนำมาเยอะหลังจากที่พี่ทศเขาหยุดเดิน

            ครับ พี่ทศ?” ผมถามพี่ทศ

            เดี๋ยวรู้ชื่อพี่ได้ไง พี่ยังไม่ได้บอกเราเลยนะ

            “ผมเห็นเพื่อนพี่เขาเรียกพี่กันว่าทศ หรือว่าไม่ใช่หรอครับ?” ผมถามพี่เขาไปอีกรอบ

            เอ่องั้นพี่ส่งเราแค่นี้นะ…” พี่ทศพูดบอกผมก่อนที่หน้าของพี่เขาจะแดง เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่มารับ…” พี่ทศว่าจบก็วิ่งออกไปจากหน้าหอของผม ก่อนจะลับสายตาผมไป รุ่นพี่อะไรน่าตลกจังเลย

            หลังจากแยกกับพี่ทศผมก็เดินขึ้นมาบนห้องของผมก่อนจะเดินไปอาบน้ำ แต่งตัว แล้วออกไปหาอะไรกินที่หน้ามหาลัย จะว่าไปวันนี้ผมเอาลูกบาสไปด้วยหนิ แต่ตอนที่เจอกับพวกพี่ทศเมื่อเช้า ผมรีบเข้าห้องเรียนจนเผลอทำลูกบาสหล่นซะด้วยสิ ไม่รู้ว่าป่านนี้มีใครเก็บไปเล่นแล้วหรือยัง ถ้าลูกบาสของผมหายไปละก็ผมคงต้องซื้อลูกบาสใหม่มาเล่นแล้วละมั้ง

            ผมเดินออกมาห้องของผมแล้วเดินไปหยิบจักรยานของผมที่จอดอยู่ที่จักรยานตรงลานจอดรถมอไซค์ ปั่นออกไปหน้ามหาลัย เอาจริงๆปั่นจักรยานไปมหาลัยนี่ ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เลยด้วยซ้ำ มันปั่นแค่ขา แล้วก็ถึงมหาลัยเร็ว ผมอยากไปถึงมหาลัยช้าๆ ไม่อยากไปถึงเร็วๆเลยเดินไป ส่วนจักรยานก็ใช้เฉพาะตอนออกไปซื้อของหน้ามหาลัยก็แค่นั้น

            ผมปั่นจักรยานออกมาที่หน้ามหาลัยในช่วงเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม ผมมองไปตามทางก็เห็นนักศึกษาบางคนพึ่งเดินออกมาจากมหาลัยบ้าง เข้ามหาลัยไปบ้าง แล้วที่สะดุดตาคือผมเห็นพี่ยืนอยู่บนสะพานลอยแล้วมองไปที่ถนนรอบๆ ผมเลยไม่ได้สนใจก็ปั่นจักรยานไปซื้อขนมที่เซเว่น แต่มันเป็นทางคนเดินผมเลยต้องจอดจักรยานไว้ที่หน้ามหาลัย โดยฝากยามที่อยู่ตรงป้อมช่วยเฝ้ามันไว้ก่อนจะเดินไปที่เซเว่น

            ระหว่างทางที่ผมเดินมาเซเว่น ก็เห็นพวกเพื่อนของผม 2 คน กำลังยืนเถียงกันอยู่หน้าเซเว่น

            “เกี๊ยวซอสญี่ปุ่นอร่อยกว่าเว้ย!” รามพูดขึ้น

            อะไรๆ! มึงพูดใหม่ เกี๋ยวไส้ปูอัดอร่อยกว่าเว้ย!” ธามเถียงกลับ

            เกี๋ยวญี่ปุ่นอร่อยกว่า/เกี๋ยวปูอัดอร่อยกว่าสองคนนั้นยังคงเถียงกันไม่เลิก ผมที่เห็นเกี๊ยวในถาดของพวกมันสองคนที่กำลังถืออยู่ไม่ยอมกินสักที ผมเลยเดินเข้าไปหาสองคนนั้นแล้วใช้ส้อมที่แถมมากับเกี๊ยวจิ้มเกี๊ยวของรามกับธามมากินอย่างละชิ้น

            ก็อร่อยเท่ากันทั้งสองนะ ผมพูดแค่นั้นก่อนจะเดินเข้าไปในเซเว่น ปล่อยให้พวกมันสองคนเถียงต่อไปอย่างนั้น

            ผมเดินเข้ามาในเซเว่นแล้วเลือกหยิบของกินที่ผมชอบ จะเป็นอะไรไปได้หล่ะ ก็ ซาลาเปา ไส้กรอกชีส แฮมโบโลน่า แซนด์วิช โยเกิร์ต นม แล้วที่ขาดไม่ได้ก็เกี๊ยวซอสญี่ปุ่น เมื่อได้ของครบแล้วผมก็ขนไปวางไว้ที่เคาท์เตอร์เพื่อจ่ายตังทั้งหมด

            ทั้งหมด XXX บาทค่ะ ผมหยิบกระเป๋าตังเพื่อที่จะจ่ายให้พี่เขา แต่กลับมีคนมาชิงจ่ายเงินแทนผมซะงั้น

            พี่เลี้ยงเองพี่ทศพูดขึ้นแค่นั้นแล้วอาสาถือถุงเซเว่นที่พี่พนักงานเขาได้ใส่ในถุงให้เรียบร้อย

            พอผมกับพี่ทศออกมาก็ยังเห็นพวกมันสองคนยืนเถียงกันไม่เลิกแล้วในถาดก็เหลือแค่อย่างละชิ้น ผมเลยถือโอกาสเดินเข้าไปอีกรอบหนึ่งแล้วจิ้มเกี๊ยวของทั้งสองคนมากินอีกรอบ

            ก็อร่อยเหมือนเดิมนะ ไปละผมพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกมากับพี่ทศ ส่วนพวกสองตัวนั้นก็เถียงกันจนไม่รู้เลยว่าเกี๊ยวในถาดที่พวกมันสองคนถือนั้นโดนผมสอยหมดละ คิกคิก

            ผมกับพี่ทศเดินมากันจนถึงหน้ามหาลัย ผมก็ขอตัวไปเอาจักรยานมาซึ่งพี่ทศเขาก็ยืนรอผมอยู่ ผมใช้เวลาไม่นานในการไปเอาจักรยานออกมาแล้วมาจอดที่หน้ามหาลัย

            “ขอบคุณพี่ทศที่ออกเงินให้นะครับ แต่..คราวหลังไม่ต้องก็ได้นะครับ ผมเกรงใจผมพูดแล้วเอื้อมมือไปหยิบถุงเซเว่นที่พี่เขาถือให้ผม

            ไม่เป็นไรเรื่องแค่นี้เองพี่ทศพูดบอกผมก่อนจะยื่นถุงเซเว่นมาให้

            คราวนี้มือของผมกับพี่ทศแตะกัน แต่ผมไม่เป็นไรหรอก เพราะผมบอกไปแลวว่าไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาแตะตัว แต่ผมรู้จักพี่ทศแล้ว แตะตัวนิดหน่อยคงไม่เป็นอะไร

            “แล้วพี่ทศกลับยังไงหรอครับ?” ผมถามพี่ทศเพราะตอนนี้ฟ้าก็เริ่มปกคลุมไปด้วยสีดำสนิท เหลือเพียงแค่ดางดวงเล็กๆที่ยังคงส่องประกายในยามกลางคืน

            อ่อเดี๋ยวพี่ต้องอยู่ทำโปรเจ็คต่อหน่ะ คงไม่ได้กลับง่ายๆหรอกคืนนี้ ยังไงก็ขับรถดีๆด้วยหล่ะ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่ไปรับพี่ทศบอกผมแค่นั้นก่อนที่ตัวเองจะเดินเข้าไปในมหาลัย แล้วก็มีเพื่อนของเขาวิ่งมากอดคอพี่ทศก่อนจะพากันเดินไปที่ตึกวิศวะฯ ส่วนผมก็ปั่นจักรยานกลับมาที่หอของตัวเอง

            ผมกลับมาถึงหอของตัวเองเกือบทุ่มครึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม ผมเดินไปเปิดโน้ตบุ๊คที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานก่อนจะล็อคอินเข้าเฟสบุ๊ค ผมสังเกตเห็นว่า เฟรนด์รีเควส ของผมมันเยอะขึ้นผิดปกติผมเลยคลิกเข้าไปเล็คก็เจอแต่เฟสของรุ่นพี่วิศวะแอดผมมากันเต็มไปหมด รวมถึงพี่ทศก็ด้วย ผมเลยกดตอบรับคำขอเป็นเพื่อนของรุ่นพี่เขาหมดทุกคน

            ผ่านไปได้ไม่นาน ก็มีเมสเสจส่งมาหาผมทางเฟสบุ๊ค ผมเลยกดเช็คเข้าไปดูเลยเห็นว่าพี่ทศเข้าทักผมมา

 

TOSSAWASS : ไง น้องศร

ASSAKORN : ครับ พี่ทศ?

TOSSAWASS : จำพี่ได้ด้วยหรอ?

ASSAKORN : จำได้ดิพี่ ก็รูปโปรไฟล์มันรูปพี่หนิ

TOSSAWASS : เออ นั่นสินะ 555

ASSAKORN : โปรเจ็คเสร็จแล้วหรอครับ ถึงมานั่งเล่นเฟสได้

TOSSAWASS : ยังไม่เสร็จหรอกพี่แค่หาไรทำแก้เซ็ง

ASSAKORN : อ่อครับ แล้วพี่รู้เฟสศรได้ไงอ่ะครับ ศรไม่ได้บอกใครเลยนะ

TOSSAWASS : เอ่อไอ้เชอรี่มันกดแอดไปอ่ะ พอดีไปขอมาจากไอ้ภพอีกทีนึง

ASSAKORN : อ่อ...งั้นก็แสดงว่า พวกเพื่อนๆพี่อยู่กับพี่หมดเลยสินะครับ

TOSSAWASS : ก็ประมาณนั้นแหละ

ASSAKORN : เอ่องั้นผมไม่กวนพี่และ พี่ก็รีบๆทำโปรเจ็คให้มันเสร็จนะครับ

TOSSAWASS : อืมงั้นฝันดีนะ

 

            พี่ทศส่งข้อความสุดท้ายมา แต่ผมไม่ได้ตอบกลับไป เพียงแค่ขึ้นว่าอ่านแล้วเฉยๆ ผมก็พับหน้าจอโน้ตบุ๊คลงแล้วหยิบโทรศัพท์มาวางชาร์จแบตไว้ที่โต๊ะทำงาน ส่วนผมก็เดินไปปิดไฟแล้วขึ้นเตียงนอน ผมใช้เวลาในการข่มตาหลับไม่นาน เพราะผมเป็นพวกนอนเร็วแต่ดันตื่นสาย แหะๆ

 

วันต่อมา

 

            ผมยืนรอพี่ทศอยู่ที่หน้าหอของผมในเวลา 7 โมงกว่าๆ แต่ก็ไร้วี่แววของพี่ทศ ผมรอไปเรื่อยๆจนจะ 8 โมง ผมถึงเดินไปที่มหาลัย โดยไม่รอพี่ทศ รุ่นพี่อะไรผิดคำสัญญา ผมละเกลียดคนพวกนี้เข้าไส้เลย

            ผมเดินมาถึงมหาลัยก็เจอรามกับธามยืนหน้าบูดหน้าเบี้ยวอยู่ที่หน้ามหาลัย ผมเลยเดินเข้าไปหาสองคนนั้น

            ไง ราม ธาม วันนี้มามหาลัยเช้าจังเลยแหะผมพูดก่อนจะยิ้มให้กับสองคนนั้น

            เมื่อวานตอนเย็นมึงแดกเกี๊ยวของพวกกูสองคนจนหมดใช่ไหม?” รามกับธามพูดขึ้นพร้อมกัน แต่ผมจำได้ว่าเมื่อวานนี้กินไปแค่ 2 ชิ้น

            เปล่านะ เมื่อวานเรากินไปแค่ 2 ชิ้นเองผมพูดจบก็วิ่งเข้ามหาลัยไป โดยมีสองคนนั้นไล่ตามหลังผมมาจนถึงหน้าตึกสินกำ

            เหนื่อยนะ ไล่จนมาถึงหน้าตึกสินกำเลยผมบ่นขึ้นเมื่อตลอดทางที่มาได้แต่วิ่งไม่ได้เดิน

            “ก็มึง วิ่งก่อนทำไมหล่ะ พวกกูเลยต้องวิ่งตามรามพูดขึ้นแล้วโยนความผิดมาที่ผม

            อะไรกันเล่า ผมไม่ได้ผิดสักหน่อยผมพูดบอกไปก่อนจะเดินไปซื้อน้ำที่ซุ้มเมื่อวานนี้

            ผมเดินมาถึงซุ้มก็เห็นพวกรุ่นพี่กลุ่มวิศวะกลุ่มเดิม ยืนแอดอัดกันอยู่ตรงนั้น ใจคอของพวกพี่นี่ไม่คิดจะไปอยู่ที่ตึกวิศวะฯเลยใช่ม่ะ

            อ้าว! นั่นน้องศรนี่พี่ตุ๊ดร่างยักษ์พูดขึ้นก่อนจะมาจับผมเข้าไปกอด

            หลังจากเมื่อวานนี้ผมกับพวกรุ่นพี่กลุ่มนี้เราก็รู้จักกันหมดทุกคน ผมเลยยอมให้เขาแตะตัวผมได้

            ไงครับ พี่เนยเนยคือชื่อของพี่ตุ๊ดอ้วนคนนั้น จริงๆพี่เขาชื่อเน็ท แต่อะไรไม่รู้พี่เขาถึงเปลี่ยนไปใช้ว่าชื่อเนย

            พี่ละคิดถึ๊งคิดถึง น้องศรแทบใจจะขาด พี่ทักเฟสไปเมื่อคืนนี้ก็ไม่ตอบ ตอบแต่ของไอ้ทศมัน พี่งอนนะเนี่ย

            “งอน?” ผมทำหน้าสงสัยเพราะไอ้คำพวกนี้ผมแทบจะไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ ง่ายๆคือผมเป็นคนอ่อนต่อโลกแค่นั้นแหละครับ

            นี่อย่าบอกนะ ว่าน้องศรไม่รู้จักคำว่างอนพี่เชอรี่เดินเข้ามาสมทบกับพี่เนยก่อนที่พวกพี่วิศวะฯจะเดินออกมาจากซุ้ม แล้วผมก็แอบเห็นแวบๆว่าพี่ทศก็ยืนอยู่ด้านหลังของเพื่อนเขา

            ไม่ครับ ผมไม่รู้จักผมตอบตามความจริงไป พวกพี่เขาก็ได้แค่ทำหน้าเหวอเหมือนกับเมื่อวาน ทำอย่างกับผมเป็นมนุษย์ต่างดาวยังไงยังงั้นแหละ

            เอาหล่ะ คำที่จะสอนเด็กอ่อนต่อโลกในวันนี้ได้แก่คำว่า งอน งอน หมายถึง เราไม่ชอบในสิ่งที่ใครบางคนทำให้เราเห็น อย่างเช่น พี่เห็นไอ้เนยไปนอนกกกับผู้ชายแต่มันไม่ยอมชวนพี่ พี่ก็เลยงอนมัน คล้ายๆเกลียดนั่นแหละ แต่ถ้าจะเกลียดเราต้องเกลียดคนที่เขาทำอะไรให้เราไม่ชอบหรือว่าทำในสิ่งที่ผิดๆ แล้วการที่งอนนั้นเราจะไม่ยอมคุยกับคนๆนั้น เราก็จะเมินเขาทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน เขาพูดไรเราก็ไม่พูดด้วย ประมาณนี้อ่ะพี่เชอรี่สาธยายความมาขนาดนี้ถ้าผมไม่เข้าใจผมคงโง่ดักดานไปจนจบมหาลัยแน่ บางทีผมก็สงสัยนะ ว่าผมจบ ม.6 มาได้ไง หรืออาจเป็นเพราะ ผมปิดตัวอยู่คนเดียวเงียบๆ แล้วไม่ยอมคุยกับใครตั้งแต่ ม.ต้น ยัน ม.ปลาย จนหลายๆคนในโรงเรียนหาว่าผมหยิ่ง หยิ่งคืออะไรผมยังไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ

            อีเชอรี่ มึงเห็นด้วยหรอที่กูไปนอนกกกับผู้ชายคณะนิเทศเมื่ออาทิตย์ที่แล้วอ่ะ?” พี่เนยพูดขึ้นแล้วหันไปมองพี่เชอรี่

            กูมีตา กูก็เห็นค่ะ แหม! วันนั้นละบอกไม่ว่าง ที่ไหนได้นอนกกกับผู้ชาย อยู่ในห้อง กูจะไม่ว่าอะไรมึงเลยนะถ้าที่มึงนอนกกนั่นหน่ะ ไม่ใช่ห้องกูพี่เชอรี่พูดแล้วมองค้อนใส่พี่เนย

            ก็วันนั้นกูลืมกุญแจห้องไว้กับไอ้เอ็มหนิ ทำไงได้หล่ะพี่เนยพูดบอกพี่เชอรี่

            เออๆ ช่างแม่งเหอะ พี่เชอรี่พูดตัดบทของพี่เขากับพี่เนย แล้วนี่น้องศรจะไปไหนหรอ

            “อ่อ..พอดี ผมจะมาซื้อขนมปังหน่ะครับ แล้วพวกพี่ก็เดินเข้ามาทักผมพูดบอกตามความจริงพี่เชอรี่เขาไป ก็ผมหิวขนมปังอ่ะ อยากกิน ขนมปังไส้ช็อกโกแลต วานิลลา กาแฟ ใบเตย เยอะแยะสารพัดอ่ะ

            งั้นหรออยากกินรสไรหล่ะ เดี๋ยวพี่ซื้อให้พี่เชอรี่พูดขึ้น

            ผมอยากกินวานิลลาอ่ะครับผมพูดบอกพี่เชอรี่เพื่อไม่ให้เสียมารยาท

            โอเคไอ้ทศ แกไปซื้อขนมปังรสวานิลลามาดิ พี่เชอรี่พูดบอกพี่ทศ

            ไม่เป็นไรหรอกครับพี่เชอรี่ ผมไม่ชอบกินของของคนที่ไม่ชอบรักษาสัญญาอ่ะครับทันทีที่ผมพูดจบผมก็เดินกลับไปที่ตึกสินกำเพื่อจะไปหาเพื่อนแล้วเข้าเรียนต่อ

 

 

[ TOSSAWASS ]

 

            พอไอ้น้องศรกลับไป มันก็ดันทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ผม เพื่อนๆของผมที่ยืนอยู่ก็หันหน้ามามองผมด้วยสายตาที่ไม่ชอบมาพากลโคตรๆ ถ้าเป็นไปได้นะ ผมอยากจะมุดขนมปังที่ผมถือมาแล้วไปโผล่ที่บ้านของผมเลยด้วยซ้ำ

            มีอะไรปิดบังกูเล่ามาให้หมดไอ้เชอรี่พูดขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มหันมาถามผมเป็นเสียงเดียวกันเรื่อยๆ

            เอ่อก็เมื่อคืนกูสัญญากับน้องไว้ว่าจะไปรับตอนเช้า แต่กูอยู่ทำโปรเจ็คจนถึงเที่ยงคืน พอกูตื่นมาก็ 7 โมงจะ 8 โมงกูก็เลยลืมที่สัญญากับน้องเขาไว้อ่ะผมพูดบอกเพื่อนมันไป แต่พวกนั้นก็ยังสงสัยว่าที่ผมพูดมาใช่ความจริงหรือป่าว กูพูดจริงๆนะเว้ย! เชื่อกูเถอะ

            “งั้นมึงก็ไปต้องรีบไปง้อน้องศรของกูเดี๋ยวนี้ ถ้ามึงไม่ไปง้อนะ กูจะจับมึงยัดเครื่องยนต์แล้วกรอกน้ำมันใส่ปากมึงแล้วจุดไฟเผาคาเครื่องยนต์เลยคอยดูผมเริ่มกลัวกับคำพูดของไอ้เชอรี่ซะด้วยสิ แม่งพูดจริงทำจริง ดูถูกก็ไม่ได้ อย่างวันก่อนนะ ที่ไอ้สาเพื่อนของมันคณะนิเทศโดนแย่งแฟนยังตามไปตบจนคนนั้นแม่งเลิกกับแฟนของสา ผมละกลัวโดนอย่างที่มันพูดไว้จริงๆ ว่าไงจะไปไม่ไป?”

            “ไปดิวะ เอ้อ! เร่งอยู่ได้ คนนะครับไม่ใช่เครื่องยนต์ที่จะเอาแต่เร่งหน่ะ

            “ถ้ามึงไม่ไปมึงได้เป็นเครื่องยนต์แน่ แล้วจะเป็นเครื่องยนต์ที่มีไฟคอกด้วย

            พอจบประโยคผมกับเพื่อนๆก็พากันเดินไปหาน้องศรที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ม้าหินอ่อนข้างๆกับทางขึ้นตึกสินกำกับเพื่อนๆของน้องเขาอีก 2 คน ผมเลยต้องจำใจหน้าด้านเดินเข้าไปหาน้องศรพร้อมกับเพื่อนๆของผม

            น้องศรค่ะ พอดีว่าไอ้พี่ทศมันอยากจะคุยกับน้องศรหน่ะค่ะพอล้อมทางออกน้องเสร็จไอ้เชอรี่ก็เป็นคนปริปากพูดขึ้น ไอ้น้องศรก็เลยยืนขึ้นแล้วมายืนต่อหน้าผม ผมเพิ่งจะสังเกตเลยนะเนี่ยว่าผมเตี้ยกว่าน้องเขาประมาณ 2 – 3 เซน

            มีอะไรหรอครับ?” น้องศรถามผม

            คือเมื่อเช้านี้อ่ะ ที่พี่ไม่ได้ไปรับน้องศรคือพี่ทำโปรเจ็คจนถึงเที่ยงคืน พอพี่ตื่นมาก็ปาเข้าไป 7 โมงจะ 8 โมง พี่ก็เลยมาที่มหาลัยก่อนแล้วลืมว่าต้องไปรับน้อง พี่ขอโทษนะที่พี่ผิดสัญญาผมพูดบอกรายละเอียดชัดเจน แต่ดูเหมือนน้องศรจะมองผมด้วยสายตาที่ดูกี่ทีแม่งก็โอ้ย! พูดไม่ถูก ตาหวานๆอ่ะ จบ!

            พี่ก็ไม่ยอมบอกผมตั้งแต่ทีแรก ผมจะได้มามหาลัยก่อน ไม่ต้องรอพี่ให้เสียเวลา น้องศรเขาพูดแค่นั้นพร้อมกับจะเบียดทางผมออกไป

            พรึ่บ!

            “พี่เอาเกียร์ของพี่มาขวางทางผมทำไม ผมคืนให้พี่ไปแล้วนะน้องศรถามผม

            อ้าวเห้ย! ไอ้ทศเอาจริงวะมึง!” ไอ้เนมพูด

            มึงจะฝากไว้กับน้องเขาหรอว่ะ?” ไอ้แสนพูด

            “มึงเอาจริงดิไอ้ทศ?” ไอ้แทนพูด

            “สงสัยกูต้องเชียร์แล้วใช่ไหมเนี่ย?” ไอ้เจมส์พูด

            “อีทศ! มึงฝากไว้กับน้องเขาเลย กูจะยกโทษให้มึงประโยคนี้ไอ้เชอรี่กับไอ้เนยเป็นคนพูดพร้อมกัน

            ทำไมต้องดีใจขนาดนั้นกันด้วยครับ ผมงง น้องศรถามพวกพี่ๆรอบข้าง เขาก็พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ บางคนนี้หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปเลยด้วยซ้ำ

            พี่ขอฝากเกียร์..อันนี้วะไว้กับน้องศรได้มะไหมผมถามน้องศรพร้อมกับหน้าแดงไปด้วย จะทำไงได้หล่ะ! ก็กูเขินหนิ

            ฝากเกียร์ไว้กับผมทำไมอ่ะครับ ก็แค่ฝากไว้เฉยๆไม่ใช่หรอครับน้องศรหันไปถามเพื่อนๆของผมที่ตอนนี้แม่งยิ้มดีใจกันไปหมด

            น้องศรฟังที่พวกพี่พูดกันนะ พวกมึงพูดพร้อมกันนะไอ้เชอรี่เป็นคนพูดบอกเพื่อนของผม ซึ่งเพื่อนของผมก็เห็นตามด้วย ยิ่งไอ้เนยนี่ดีใจจนอกจะแตกแล้วมั้งเนี่ย

          ใจอยู่ที่เกียร์ เกียร์อยู่ที่ใจ ฝากเกียร์ไว้กับใคร ก็เหมือนฝากใจไว้กับคนนั้น

 

 

 

ตอนที่ 2 จบค่ะ!

            ในตอนนี้ต้องขอยืมประโยคสุดท้ายจากนิยายเรื่อง SOTUS พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่งด้วยนะค่ะ คือ คิดไว้มันก็เขินแล้วอ่ะ เลยลองเอามาทำดู บรรยากาศก็ดูเป็นใจให้ด้วย ไรท์นี่แทบอยากจะเป็นน้องศรเลยอ่ะ อิจแรงมาก ถ้าชีวิตจริงไรท์เจอแบบนี้นะ ไรท์นี่ยอมแล้วค่ะ ยอมทั้งกายยอมทั้งใจ โอ้! อกของไรท์จะระเบิดแล้ว ขอไปสูบอกให้มาฟิตปั๋งก่อนนะจ้ะ จุ้บๆ!TBC..น้า

 

ปล. ท่อนที่ 2 เจ้ทศเป็นคนพูดนะ เผื่อบางคนงงงวย อิ้อิ้!

ความคิดเห็น