เสน่หามายาใจ [จบ]
เสน่หามายาใจ # บทนำ
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

เสน่หามายาใจ # บทนำ

เสน่หามายาใจ

 

#บทนำ

 

เสียงเพลงที่กำลังดังกระหึ่มอยู่ด้านนอกนั่นทำให้ใจดวงน้อยของคนที่กำลังก้าวขาเดินตามเจ้าถิ่นเข้าไปด้านหลังเต้นโครมครามไปด้วย ร่างสูงสมส่วนเดินตามพร้อมสอดส่องสายตาไปรอบๆบริเวณ คนตรงหน้าเป็นสาวสวยเช่นกันอายุอานามน่าจะห่างกันไม่มากเท่าไหร่นัก เครื่องแต่งกายที่ออกจะโชว์เนื้อหนังมังสาทำให้คนที่เดินตามลอบกลืนน้ำลาย แต่ก็ยังใจดีสู้เสือ ในเมื่อเลือกทางเดินนี้แล้วก็ต้องอดทนละทำมันให้ดีที่สุด

“พี่ชื่อชบานะ เราชื่ออะไร” คนที่เดินนำหน้ามีหน้าที่พาเด็กใหม่มาส่งที่ห้องแต่งตัวสำหรับทุกคน

“มารตีค่ะ เรียกมาร์ก็ได้”

“อายุเท่าไหร่ล่ะ”

“ยี่สิบค่ะ”

“เหรอ เรียนอยู่หรือเปล่า” ชบายังคงตั้งคำถามเรื่อยๆ

“ค่ะ ปีสองค่ะ”

“อื้ม ยังเด็กอยู่เลย ทำไมมาทำงานแบบนี้ล่ะ เราน่าจะหางานอย่างอื่นทำได้นะ” ชบาน่ะก็พูดไปตามความจริง เพราะโดยส่วนตัวแล้วไม่ได้อยากสนับสนุนให้เด็กที่มีทางเลือกมาทำงานอย่างนี้เท่าไหร่

“มีความจำเป็นค่ะ แล้วงานก็ไม่ได้มีอะไรมาก น่าจะทำได้ เงินเยอะด้วย ดูจากค่าตอบแทนแล้วคิดว่าน่าจะคุ้มค่ะ” มารตีไม่ได้บอกจุดประสงค์ทั้งหมดที่แน่ชัด แอบอ้างเรื่องราวที่พอเป็นไปได้เพียงเท่านั้น หากบอกความจริงออกไปว่ามาทำงานเพื่อความสะใจเห็นจะไม่เป็นผลดี

“พี่ก็แค่ไม่อยากให้เราเปลืองตัว บอกตามตรง รูปร่างหน้าตาก็ไม่เหมือนคนธรรมดาเลยเรา เหมือนลูกคุณหนูมากกว่า ไม่น่ามาทำงานแบบนี้”

“พี่ก็พูดไปค่ะ ขอบคุณนะคะ แต่หนูก็แค่คนธรรมดาเองค่ะ ไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าคนอื่นเลย งานอะไรหนูก็ทำได้ขอแค่เป็นงานที่สุจริตก็พอ” มารตีตอบตามความเป็นจริง เธอก็อยากพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ว่าจะงานอะไร ถ้าไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็เป็นงานที่มีเกยรติได้ แต่ที่เธอเลือกงานนี้เพรารู้ว่าหากมีใครรู้เข้า คงได้อกแตกตาย

“ตามใจเรา เห็นว่ารู้จักกับยี่หวาเหรอ”

“ใช่ค่ะ พี่ยี่หวาแนะนำมา”

“ก็ดี มียี่หวาคอยดูแล จะได้ไม่โดนคนอื่นกลั่นแกล้ง หน้าตาแบบเราคงมีคนหมั่นไส้เยอะเชียวแหละ เดี๋ยวใช้ล็อกเกอร์นี้นะ” ชบาชี้ไปที่ล็อกเกอร์ว่างซึ่งเปิดค้างเอาไว้อยู่

“ขอบคุณค่ะ แต่หนูว่าคงไม่มีใครอิจฉาหนูหรอกค่ะหนูแค่เด็กใหม่เอง” มารตีน่ะเจียมตัวเสมอ แต่ก็นั่นแหละ คำพูดของชบาเป็นจริงเมื่อเด็กสาวเริ่มงานได้เพียงสองวัน เพราะส่วนมากลูกค้าของผับจะแตกต่างจากที่มารตีเข้าใจ เป็นพนักงานออฟฟิศและนักธรกิจเสียส่วนมาก เป็นลูกค้าที่ค่อนข้างมีอายุไม่เหมือนผับที่เธอเคยไปมากับเพื่อนๆเลยสักนิด และการเป็นเด็กใหม่ที่หน้าตาสะสวยหุ่นโดนใจทำให้ลูกค้าจับจองให้มารตีบริการจำนวนมาจนเกิดเป็นที่อิจฉาของบรรดาคนเก่าหลายคนที่ถูกแย่งลูกค้าไป แต่โชคยังดีที่มียี่หวาขาใหญ่คอยดูแล ไม่เช่นนั้นมารตีก็ต้องตกเป็นเหยื่อของคนขี้อิจฉา จากนั้นมา มารตีก็เริ่มปรับตัวและคอยหลบหลีกได้ทุกครั้งไป

“เด็กใหม่เหรอคุณบวร” ที่ชั้นสองในโซนวีไอพี ชัชชลกำลังมองไปรอบๆเพื่อดูความเรียบร้อยของร้านหลังจากที่เขาเดินทางไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่ภูเก็ตร่วมเดือนและเพิ่งกลับมา

“ครับ คนที่ยี่หวาพามาฝากงานครับ ตอนนี้กำลังเป็นดาวเด่นแล้วครับ มาได้สองอาทิตย์ลูกค้าติดเพียบเลย” บวรที่ทำหน้าที่เลขาและผู้จัดการผับรายงาน

ตาคมมองจ้องสาวสวยหุ่นดีที่อยู่ในชุดเดรสรัดรูปสีแดงสดกำลังดูแลลูกค้าวีไอพีที่โต๊ะอย่างเอาการเอางาน เขามองใบหน้าสวยที่แต่งแต้มสีสันจนโฉบเฉี่ยว สวยสะดุดตาขนาดนี้ไม่เป็นดาวก็แย่แล้ว

“เรียกยี่หวามาหาผมหน่อยนะ” ชัชชลบอกกับบวร

“ครับ” บวรเดินออกไปเพื่อทำตามคำสั่งเจ้านาย ไม่นาน คนที่ชัชชลเรียกหาก็กลับมา

“กลับมานานหรือยังคะ ยี่หวานึกว่าบอสจะไม่กลับมาแล้ว” ร่างขาวเย้ายวนเดินนวยนาดเข้ามานั่งลงข้างกันพร้อมซบหน้าลงกับอกเช่นที่ทำเป็นประจำ

“ก็ต้องกลับมาสิครับ ผมไม่อยู่ร้านเป็นยังไงบ้าง” เพราะเป็นคนที่ไว้ใจที่สุดอีกคนหนึ่ง ยี่หวามีหน้าที่ดูแลเด็กๆทุกคนรวมถึงการจัดคิวให้เด็กๆด้วย

“เรียบร้อยดีค่ะ บอสเจอน้องใหม่หรือยังคะ คนนี้ไม่ธรรมดานะคะเป็นรุ่นน้องที่มหาลัยของยี่หวาเอง ชื่อน้องมาร์ สวย เก่ง เด็กดีด้วยค่ะ” ยี่หวานำเสนอรุ่นน้องของตัวเอง

“เด็กดีแล้วทำไมมาทำงานแบบนี้ล่ะครับ หื้ม” นิ้วใหญ่ไล้ตามต้นแขนขาวเบาๆ

“แหมบอสคะ น้องมาร์เป็นเด็กดีจริงๆค่ะ เด็กดีก็ต้องการเงินไปเรียนหนังสือนะคะ เนี่ย ลูกค้าเยอะขึ้นเพราะน้องด้วยนะคะ ยี่หวาไม่อยากจะโม้” คนสวยช้อนตามอง ชัชชลหัวเราะเบาๆให้กับท่าทีออดอ้อนของคนข้างกาย ที่ผ่านมาเขาทำงานกับสาวสวยมามาก ตั้งแต่เปิดผับและคิดจะให้มีเด็กนั่งดริ้งเขาก็ต้องเจอกับสาวสวยที่มีหลากหลายรูปแบบ แต่ยี่หวาเป็นเพียงคนเดียวที่เขาให้ความสนิทสนมจนทุกคนในผับรับรู้ว่ายี่หวาเป็นคนโปรดและห้ามมีเรื่องด้วยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้เจ้าของผับไม่พอใจ อาจจะต้องกระเด็นออกไปแบบไม่รู้ตัวน่ะสิ

“ผมเข้าใจแล้ว เลิกทำหน้ายู่ได้แล้วครับ ไม่สวยนะ” ชัชชลเชยคางมนขึ้นมาสบตากัน ยี่หวาโน้มหน้าเข้าไปหาแต่อีกฝ่ายกลับเบือนหน้าหนี ยี่หวาจึงคลี่ยิ้มประทับจูบที่แก้มหนาแทน ชัชชลเป็นแบบนี้ไม่ชอบจูบกับใคร เคยบอกว่าอยากเก็บไว้ให้คนที่รัก และยี่หวาก็ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนั้น เพราะนอกจากสัมผัสทางกาย ก็ไม่เคยมีอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้นอีก

“เอาไว้ยี่หวาจะแนะนำให้รู้จักนะคะ”

“ครับ แล้วเขาเป็นใครมาจากไหน ทำไมยี่หวาถึงพามาทำงานที่นี่” ชัชชลเลิกคิ้วถาม\

จากนั้นยี่หวาก็เริ่มเล่าเรื่องของมารตีให้ฟังคร่าวๆ ทำให้ชัชชลได้รู้ว่า สาวสวยคนนั้นยังเรียนอยู่และอายุแค่ยี่สิบเท่านั้น ยี่หวาเองก็ไม่รู้เรื่องเบื้องลึกเท่าไหร่ แต่มารตีอาศัยเช่าหอใกล้ๆมหาลัยและเคยทำงานที่ร้านสะดวกซื้อมาก่อน แต่ยี่หวาเห็นว่าน้องสวยเลยชวนมาทำงานและมารตีก็ตกลงอย่างง่ายดาย

ชัชชลฟังยี่หวาพูดจนอยากรู้จักเธอคนนั้นขึ้นมา เขาคงต้องไปพิสูจน์เสียหน่อย ว่าเด็กดีอย่างที่ยี่หวาบอกหรือเปล่า

ที่ด้านนอกเกิดเสียงฮือฮาจจนมารตีที่กำลังดื่มน้ำอยู่ต้องพลอยมองตามไปด้วย

“หล่อมาก ไม่เจอนานหล่อขึ้นไปอีก” หนึ่งในเด็กนั่งดริ้งพูดขึ้นหลังส่งเสียงกรีดร้องไปก่อนหน้า

“โหย อยากรู้ใครจะได้คนแบบนี้เป็นแฟน ทั้งหล่อทั้งรวย เกินไปไหมแก” อีกคนก็ทำท่าปราบปลื้มจนมารตีที่มองตามสายตาของสาวๆเหล่านั้นไปได้เห็นว่า ชายหนุ่มที่ยี่หวาควงอยู่หล่อจริงดังว่า มารตีไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นใคร แต่ มีเสน่ห์ชะมัด

มารตีเห็นยี่หวาเดินมากับคนๆนั้น ยี่หวาแนบแก้มกับหนุ่มหล่อก่อนแยกจากกัน มารตีรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอไม่เคยทำอะไรแบบนั้นกับลูกค้า อย่างมากก็แค่แตะมือบ้างแต่มารตีระวังตัวเสมอ การแสดงออกแบบนั้นบ่งบอกว่าเป็นคนพิเศษ แม้จะรู้ว่าเด็กที่นี่ห้ามรับงานนอนกับแขก แต่มันก็ดูจะสนิทสนมกันเกินไปจริงๆ

“พี่ยี่หวามาแล้ว ไปๆ” สองสาวที่ยืนอยู่รีบวิ่งไปหายี่หวาเพื่อคุยเรื่องของชัชชล แต่มารตีนั้นเลี่ยงเดินออกมาเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมกลับบ้าน

“อุ้ย!” ระหว่างที่กำลังจะเดินออกมาจากห้องแต่งตัวก็เกือบชนกับใครบางคนเข้าจนต้องร้องออกมาเสียงดัง

“ขอโทษครับ” ยังไม่ทันได้ชน แต่มือใหญ่จับเข้าที่ไหล่ของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างตั้งใจ

“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ” มารตีขืนตัวออกจากมือใหญ่ ก่อนจะเงยหน้ามองคนที่เกือบชนเธอแล้วต้องมุ่นคิ้ว เพราะเขาคนนั้นคือคนที่เพิ่งแยกจากยี่หวาก่อนหน้านี้

“หน้าผมมีอะไรหรือเปล่าครับ” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหน้าตาหล่อเหลาแต่สายตาเจ้าเล่ห์นั่นหรือเปล่า ที่ทำให้มารตีรู้สึกว่าคนๆนี้ไม่น่าอยู่ใกล้เลยสักนิด

“ไม่มีค่ะ ขอโทษนะคะตรงนี้เป็นส่วนของพนักงานรบกวนคุณลูกค้าออกไปด้วยค่ะ” มารตีผายมือเพื่อให้อีกคนออกไป

“คุณเป็นเด็กใหม่เหรอ ผมไม่เคยเห็นหน้า” นอกจากชัชชลจะไม่สนใจว่าอีกฝ่ายกำลังไล่เขาอยู่

“ค่ะ ขอตัวนะคะ” ตอบตามรยาทและเตรียมจะผละออกไป

“เดี๋ยวสิ” แขนเล็กถูกจับเอาไว้แน่น

“นี่คุณ!” สาวสวยแหวเสียงใส่เริ่มไม่พอใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้ฟังยังก้าวเข้าหาจนอีกคนถอยไปติดกำแพง

“คุณ จะทำอะไรคะ” มารตีสีหน้าหวาดหวั่น คิ้วสวยขมวดมุ่น หลังติดกำแพงไปไหนไม่ได้เมื่ออีกคนก้าวเข้ามายันแขนทั้งสองข้ากันเอาไว้

“ปกติไม่เคยมีใครหนีผมเลยนะ คุณคนแรกรู้หรือเปล่า” ยิ่งขยับเข้ามาใกล้ มารตียิ่งขมวดคิ้วใส่

“นั่นมันเรื่องของคุณ กรุณาถอยค่ะ” มารตีเริ่มเสียงแข็ง ตาคมตวัดมองด้วยความไม่ชอบใจ แต่มันกลับยิ่งทำให้ชัชชลยิ้มอย่างพึงพอใจ

“อย่าเพิ่งโมโหสิครับ ผมก็แค่... อยากทำความรู้จักเท่านั้นเอง” เขาพูดเสียงนุ่ม แต่รอยยิ้มดูกวนประสาทมากสำหรับมารตีในตอนนี้

“แต่ฉันไม่อยากรู้จักคุณ กรุณาหลีกไปค่ะ” คนที่ตัวเล็กกว่าใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักอีกคนให้พ้นทาง แต่นั่นแหละ ตัวแค่นี้จะไปสู้แรงของผู้ชายตัวโตอย่างชัชชลได้อย่างไร นั่นก็เลยทำให้มารตีเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของชัชชลเข้าอย่างจัง และเมื่อถูกกระทำแบบที่ไม่ชอบใจมารตีเลยตอบโต้ด้วยการกระแทกเข่าเข้าที่กล่องดวงใจของอีกฝ่ายอย่างจัง

พลั่ก!!

“อึก....” แรงกระแทกส่งผลให้คนที่โดนเข่าเสยตัวงออย่างจำยอมเอามือกุมเป้าหน้าดำหน้าแดง ส่วนคนที่ทำก็ยืนหอบอยู่ใกล้ๆ

“ว้าย! บอสคะ” เสียงร้องที่ดังขึ้นทำให้มารตีหันมอง เป็นยี่หวาที่เดินเข้ามาช่วยชัชชลให้ลุกขึ้นทั้งที่ตัวยังงออยู่แบบนั้น

“บอส?” มารตีตาโตขึ้นมากับคำเรียกของรุ่นพี่

“ตายจริง นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย” ยี่หวามองทั้งสองคน ก่อนจะช่วยพยุงเอาตัวชัชชลเข้าไปในห้องแต่งตัว มารตีเดินตามมาอย่างคนที่สำนึกผิด

มารตีบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับรุ่นพี่สาวสวยดาวของผับต่อหน้าชัชชลคนที่เธอคิดว่าเขาเป็นลูกค้าโรคจิต และนั่นทำให้ยี่หวาหลุดขำออกมา

“บอสเล่นอะไรคะ ดีนะที่น้องแค่เอาเข่ากระแทกเบาๆ เป็นหมันแล้วหรือเปล่าคะเนี่ย” พูดไปก็ขำไป ชัชชลได้แต่กัดฟัน ทั้งเจ็บทั้งอาย

“ก็ใครจะไปรู้ว่าคิดมากขนาดนั้น หน้าผมเหมือนคนโรคจิตหรือไง” เขาแหวใส่คนที่ทำให้เขาเจ็บและอายในเวลาเดียวกัน

“ฉันขอโทษค่ะ ก็คุณ จู่โจมฉันก่อน” มารตีที่แม้จะรู้สึกผิดแต่ก็ยังไม่ยอมรับว่าทั้งหมดเป็นเพราะเธอ

“เอาล่ะค่ะ บอสอย่าว่าน้องเลยนะคะ น้องไม่รู้จักบอสนี่คะ มาร์นี่คุณชัชชล เป็นเจ้าของผับจ้ะ คนที่นี่เรียกคุณชัดว่าบอส ส่วนนี่มารตีค่ะ ที่ยี่หวาบอกไงคะ เรียกน้องว่ามาร์ก็ได้ มาร์ที่แปลว่าดาวพุธน่ะค่ะ ใช่มาแบบมาเฉยๆ” ยี่หวายุติการโต้แย้งของสองคน และแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน

“สวัสดีค่ะ แล้วก็ขอโทษอีกครั้งนะคะที่ทำให้เจ็บตัว พี่หวาคะ มาร์ขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ” มารตีเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรมากก็ขอตัวกลับบ้านก่อน ยี่หวาพยักหน้าเป็นเชิงรับคำ มารตีเดินออกไปแล้ว เหลือแค่ชัชชลที่ยังจุกและยี่หวาที่ยังขำไม่เลิก

“ยี่หวา...” ชัชชลเรียกเธอเสียงยาน

“ขอโทษค่ะ ก็มันตลก กับมาร์บอสอย่าทำรุ่มร่ามน่าจะดีกว่านะคะ” ยี่หวาออกปากเตือน

“ก็ไหนบอกว่าเด็กดี”

“ก็เด็กดีค่ะ แต่ไม่ง่ายนะคะ” ยี่หวายิ้มกว้าง เป็นเด็กดีไม่ได้แปรว่าจะต้องดีกับทุกคน อะไรแบบนั้น

“อยากรู้เหมือนกันว่าจะยากขนาดไหน” สีหน้าชัชชลยากจะคาดเดาความคิดแต่สายตาบ่งบอกความมุ่งมั่นที่อยากเอาชนะ

“อะไรนะคะ” ยี่หวาได้ยินไม่ถนัดถามกลับอีกครั้ง

“ไม่มีอะไร ไปส่งหน่อยได้ไหม เดินไม่ไหวแล้วเนี่ย”

“ได้ค่ะ มาค่ะยี่หวาช่วย” ยกแขนเขาโอบไหล่ตัวเอง ก่อนจะพากันเดินออกมาจากตรงนั้น ในขณะที่ใครบางคนซึ่งบอกว่ากลับแล้วแอบมองอยู่ที่มุมหนึ่ง ก่อนจะเดินหายไป

 

..............TBC................

พี่ชัดเขาประทับใจน้องน่าดู 55555555

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น