ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.22

คำค้น : ปืน,the gun

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 723

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2559 19:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.22
แบบอักษร

 

 

 

ผมหยิบปืนที่เอามาด้วยมาถือไว้เตรียมพร้อมเผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน อีกมือก็ถือไฟฉายอันเล็กๆสอดส่ายหาร่องรอยของคนที่เป็นเจ้าของรถคันนี้ ผมมองไปตามป่ารกข้างทางก็เห็นร่องรอยที่บ่งบอกว่าเพิ่งมีคนเดินผ่านไป ผมเดินเข้าไปดูกิ่งไม่เล็กๆที่หักแล้วยังมีต่อไปอีกเรื่อยๆ ผมตัดสินใจเก็บไฟฉายลงแล้วหยิบแว่นที่ทำให้มองเห็นในตอนกลางคืนได้ขึ้นมาแล้วเริ่มเดินไปตามทางที่มีคนเดินเข้าไปก่อนหน้านี้

ผ่านป่ารกตรงนั้นมาได้ก็เริ่มเห็นต้นไม้สูงใหญ่เสียงสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ดังเซ็งแซ่ วันนี้เป็นคืนเดือนมืดจึงมองอะไรไม่ค่อยชัดเจนถึงแม้จะมีแว่นนี่ก็เถอะนะ ผมเดินมาได้สักพักหนึ่งก็รู้สึกว่าเสียงสัตว์ที่ดังระงมก่อนหน้านี้ค่อยๆเงียบลงไปจนไม่ได้ยินอะไรอีก ผมกระชับปืนในมือให้แน่นขึ้นแล้วก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง จนผมเดินมาถึงลานกลางป่า ตรงกลางเหมือนเป็นหลุมศพของใครซักคน กลิ่นดอกไม้ที่ลอยมาตามลมทำให้ผมคิดว่าที่นี่คงจะถูกดูแลอย่างดี

แล้วทำไมถึงมีหลุมศพอยู่กลางป่าล่ะ?

ผมสังเกตเห็นเงาตะคุ่มสองเงาที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากหลุมศพนั้นเท่าไหร่ ผมเดินไปใกล้มากขึ้นจนสามารถมองเห็นเสี้ยวหน้าของคนสองคนนั้นได้ คนหนึ่งเป็นพี่ราชาที่ยืนทำสีหน้านิ่งๆมองดูหลุมศพส่วนอีกคน.....ผมเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อเมื่อเห็นใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆพี่ราชา

เป็นไปไม่ได้

ผมรีบซ่อนตัวให้มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ สายตาที่มองไปที่คนคนนั้นสั่นระริก มือไม้เย็นเฉียบขึ้นมาทันที อยู่ๆเขาก็เบนสายตามาที่พุ่มไม้ที่ผมหลบอยู่ ผมสะดุ้งเล็กน้อยแล้วรีบรวบรวมสติที่แตกกระเจิงตั้งแต่เห็นหน้าเขาคนนั้น เขาเดินเข้ามาหาผมช้าๆ นี่ผมลืมไปได้ยังไงว่าประสาทสัมผัสของเขาเฉียบแหลมเสียยิ่งกว่าหอก ผมรีบร่นถอยหลังไปทันที ได้ยินเสียงพี่ราชาแว่วๆแต่ตอนนี้ผมจับใจความอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ผมรีบหนีออกมาจากตรงนั้นโดยไม่ทำให้มีร่องรอย สองขารีบก้าวไปขึ้นรถของตัวเองแล้วขับออกไปทันที

ผมขับรถออกมาจากตรงนั้นไกลมากแล้วแต่หัวใจก็ยังไม่หยุดเต้นแรงสักที ผมยกมือหนึ่งขึ้นมากำตรงหน้าอกด้านซ้ายเอาไว้แน่น ความทรงจำที่ไม่น่าจดจำผุดขึ้นมาในหัวราวสายน้ำ

 

เขาเป็นยังไง

ชายร่างสูงใหญ่เอ่ยถามชายอีกคนที่สวมเสื้อกาวน์ด้วยน้ำเสียงที่แทบจะแช่แข็งคนฟัง เขามองดูคนคนหนึ่งที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงในห้องกระจกขนาดเล็กรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ร่างกายของคนที่นอนอยู่บนเตียงมีแต่สายระโยงระยาง แขนและขาถูกมัดติดกับเตียงขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ ถึงแม้จะดูเหมือนว่าหลับอยู่แต่เปลือกตาสีนวลก็สั่นระริกยามที่ได้ยินเสียงของคนที่เขากลัวมากที่สุด เขาไม่ได้ป่วยไม่ได้ผิดปกติอะไรทั้งสิ้นแต่โดนจับมาโดยผู้ชายคนนั้น เขาพยายามจับใจความเวลาที่พวกคนใส่เสื้อกาวน์นั่นคุยกันก็พบว่าเขาถูกจับมาเป็นหนูทดลอง ทดลองเปลี่ยนกายเนื้อให้เป็นจักรกล........

มือเล็กจิกผ้าปูเตียงแน่นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามา เขาไม่อยากลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าคนที่เขาเคยไว้ใจมากที่สุดแต่กลับหักหลังกันได้อย่างเลือดเย็น มือใหญ่ยื่นมาจับที่มือของคนที่นอนอยู่บนเตียงเบาๆแล้วคลายมือที่จิกแน่นออกจากผ้าปู ร่างสูงใหญ่ก้มลงไปหาคนที่นอนตัวสั่นระริกอยู่บนเตียง มือหนาอีกข้างยกขึ้นมาลูบที่หน้าอกบางที่มีผ้าพันแผลพันไว้ คนที่ตัวสั่นสะดุ้งทันทีกับสัมผัสนั่นแต่อีกคนกลับไม่สนใจ ก้มหน้าลงไปข้างๆหูของคนที่นอนหลับตาอยู่แล้วเอ่ยเสียงเบา

อดทนนะเลอา แล้วเธอจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด

เสียงอันแผ่วเบาที่ดังข้างหูทำให้คนตัวเล็กที่นอนอยู่อยากจะตายไปให้พ้นๆ แต่ที่นี่มีแต่หมอเก่งๆเขาเลยตายไม่ได้ง่ายๆ อำนาจเงินทำให้คนพวกนั้นหลงลืมจรรยาบรรณของตัวเองไปจนหมดสิ้น....

เสียงฝีเท้าห่างออกไปแล้วแต่คนที่นอนอยู่ก็ยังไม่อาจสงบใจได้ง่ายๆ หัวใจที่เต้นแรงทำให้เขารู้สึกเจ็บเกินจะทน เพราะมันเพิ่งถูกผ่าตัดเป็นหัวใจจักรกล.....รวมไปถึงข้อต่อต่างๆในร่างกายที่ตอนนี้ก็กลายเป็นเหล็กกล้าแทนกระดูก การขยับแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำเขาเจ็บจนน้ำตาไหล

เขาคิดไปถึงพวกคนที่อยากจะเป็นอมตะ อยู่บนโลกนี้โดยไร้ซึ่งความตายก็นึกสมเพช ความโลภที่ทำให้ต้องเอาคนอื่นมาทดสอบแทนตัวเอง ตั้งแต่มาอยู่ในนี้เขาเห็นคนหลายคนที่รับการผ่าตัดไม่ไหวช็อกตายไปก่อนก็ตั้งหลายคน บางคนร่างกายก็ปรับตัวกับสิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ได้ตายไปอีกก็เยอะ ไม่เคยคิดถึงชีวิตคนอื่นเลยสินะ.......

เป็นเรื่องโชคดีในความโชคร้ายที่ร่างกายเขาเข้ากับสิ่งที่นำมาเปลี่ยนแทนอวัยวะเดิมได้อย่างดีทำให้หมอหลายคนรวมถึงผู้ชายคนนั้นพอใจมาก ทุกๆวันเขาจะเข้ามาดูความคืบหน้าเสมอซึ่งทำให้เขารู้สึกกลัวทุกครั้งแม้จะได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาก็ตาม

 

ผมจิกเล็บเข้าไปที่อกข้างซ้ายแน่นขึ้น เหงื่อผุดขึ้นมาตามไรผมแม้ว่าแอร์ที่อยู่ในรถจะเย็นเฉียบก็ตาม ผมพยายามจะผ่อนคลายตัวเองแต่มันไม่เป็นผลเลย ผู้ชายคนนั้นมีอิทธิพลต่อตัวผมมากมายเหลือเกิน

ผมขับรถไปจอดที่ใต้แมนชั่นที่อาศัยอยู่ชั่วคราว แล้วนั่งอยู่ในนั้นสักพักพยายามหายใจให้เป็นปกติแต่มันก็ยากเกินไป ผมลงจากรถแล้วรีบขึ้นไปที่ชั้นที่ตัวเองอยู่ พอเข้าห้องมาได้ผมก็เดินไปหยิบกล่องไม้ลวดลายสวยงามที่เคยมีคนให้ไว้ออกมาจากใต้เตียง ผมใช้มือสั่นๆของตัวเองปลดล็อคมัน ผมค่อยๆเปิดฝาที่ทำจากไม้สักขึ้น แล้วหยิบกล่องพลาสติกอย่างดีกล่องหนึ่งขึ้นมาจากของทั้งหมดที่อยู่ข้างใน ผมเปิดฝากล่องเล็กๆนั้นแล้วหยิบยาเม็ดหนึ่งขึ้นมาใส่ปากแล้วกลืนลงไปทันที สักพักหนึ่งหัวใจผมก็กลับมาเต้นได้อย่างปกติ ผมถอนหายใจออกมายาวๆแล้วเก็บของทั้งหมดเข้าที่เดิม

ถ้าไปหาหมอคงจะแตกตื่นกันทั้งโรงพยาบาล

 

 

หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว ไรอันก็กลับมาจากต่างประเทศโดยที่มีชายร่างสูงใหญ่ที่ผมจำได้ว่าเขาเคยเอาปืนมาจ่อหัวผมตามมาด้วย เขาแค่มองหน้าผมอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไร ส่วนคุณชายก็เงียบยิ่งกว่าเป่าสาก ที่ผมขอให้มันตามดูพี่ราชาก็ยังไม่มีข้อมูลใดๆส่งมาให้ แล้วผมก็ยังไม่เจอพี่ราชาเลย ผมแอบไปที่นั่นอีกครั้งโดยไม่ให้ใครรู้ หลุมศพกลางป่านั่นเป็นของหญิงสาวคนหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าเธอเป็นใครแต่คงจะมีความสัมพันธ์กับพี่ราชาแน่ๆ ผมกะจะให้คุณชายมันสืบเรื่องผู้หญิงคนนี้อีกคนแต่มันก็ยังไม่ตอบของเก่าเลย ผมนั่งทำงานไปเรื่อยๆเสียงหนึ่งก็พูดขึ้นมา

คุณธารา

ครับ มีอะไรครับ

ผมหันหน้าไปหาคนที่เป็นเจ้านายที่กำลังมองผมด้วยสายตานิ่งๆแต่แฝงความกดดันเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม

คุณมีอะไรในใจรึเปล่า

ผมสะดุ้งนิดๆเมื่อถูกเอ่ยถาม เป็นหมอดูรึไง.....

เอ่อ เปล่าครับ

แต่ท่าทางคุณไม่ได้บอกแบบนั้น อย่าโกหก

ผมกัดปากเมื่อถูกดัก สายตาเย็นชานั้นก็ยังคงจ้องมองผมอยู่ ก่อนจะเอ่ยออกไป

ผม...คิดเรื่องงานนิดหน่อยน่ะครับ

ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามผมหรือไม่ก็ถามคุณอิงได้ เข้าใจมั้ย

ผิดคาดแฮะ นึกว่าจะโดนเค้นมากกว่านี้เสียอีก ผมพยักหน้าหงึกหงักแล้วทำงานต่อแต่ก็รู้สึกถึงสายตาที่มองอยู่ผมเงยหน้าขึ้นก็เห็นไรอันยังคงมองผมแทบไม่ละสายตาไปที่อื่น

เอ่อ มีอะไรรึเปล่าครับ

ไม่

ไรอันตอบแล้วละสายตาออกไปทำงานต่อทิ้งให้ผมมองอย่างไม่เข้าใจ อะไรของผูชานคนนี้กัน?

เมื่อเห็นเจ้าตัวทำงานผมก็เริ่มทำต่อบ้างแต่ซักพักก็ได้ยินเสียงของเจ้านายดังขึ้นมาอีกรอบ

เที่ยงนี้ไปกินข้าวกับผม

ผมเงยหน้าขึ้นมามองไรอันอย่างงงๆที่จู่ๆก็ชวนไปกินข้าว ปกติเคยชวนผมที่ไหน ไรอันไม่เห็นผมตอบซักทีก็ถามขึ้นมาอีกแต่ตาก็ยังคงมองงานตรงหน้าเหมือนเดิม

ว่ายังไง

เอ่อ ก็ได้ครับ

 

ให้เฮียแชมป์พักกระเป๋าและบัตรเครดิตซักวันละกัน

 

 

 

 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

ความคิดเห็น