กอดรัก
บทนำ ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

บทนำ ตอนที่ 1

เปลวแดดยามสายจัดจ้าทำให้หญิงสาวที่เพิ่งก้าวลงจากรถทัวร์เชียงใหม่-กรุงเทพฯถึงกับต้องหยีตา ร่างเพรียวบางจนเกือบจะเรียกว่าผอมสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวลวดลายใบไม้กับกางเกงยีนสีน้ำเงินเข้ม เธอรวบผมตรงยาวดำสลวยเป็นหางม้า ไม่มีปอยผมปรกหน้าให้รุงรัง ใบหน้าของเธอเรียวเล็ก เรียบเนียน เรียวคิ้วโก่งพาดอยู่เหนือดวงตากลมโตสดใส จมูกสันโด่งรับกับ 

ริมฝีปากหยักเล็กอมชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติเพราะหญิงสาวไม่ได้แต่งหน้าแต่งตา เธอเพียงทาแป้งฝุ่นเพื่อไม่ให้ใบหน้าดูมันวาวเท่านั้น หญิงสาวสะพายเป้ขนาดกลางไว้ที่ด้านหลังเพื่อความคล่องตัว 

นัยน์ตากลมโตดำสนิทกวาดมองไปรอบอาณาบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต นี่หรือกรุงเทพฯ เมืองที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากมาอาศัยอยู่ ช่างดูวุ่นวาย ทั้งคน ทั้งรถเต็มไปหมดจนเธอจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะต้องเดินไปทางไหนดียังไม่ทันที่เธอจะเดินไปไหน เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น 

“สวัสดีทิวา” 

“ฝน...ถึงกรุงเทพฯหรือยัง” ทิวาเอ่ยถามเสียงห่วงใย 

ทิวาเป็นเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่สมัยอนุบาล ประถม มัธยม รวม 

ถึงมหาวิทยาลัยก็เรียนที่เดียวกัน แม้จะต่างคณะ แต่ทิวาก็ไปมาหาสู่เธอเป็นประจำ แถมในช่วงสองปีที่ผ่านมา ฝนโปรยสูญเสียบิดามารดาไปพร้อมๆ กันขณะขับรถไปส่งของที่ต่างจังหวัด เธอโชคดีที่มารดาของทิวารับอุปการะค่าเล่าเรียน รวมถึงช่วยดูแลเธอเป็นอย่างดี ฝนโปรยรู้สึกเกรงใจ เมื่อจบการศึกษาแล้วจึงรีบหางานทำทันที เธอตัดสินใจมาหางานทำที่กรุงเทพฯเพราะที่เชียงใหม่นั้น เธอไม่มีใครให้ต้องห่วงพะวงอีกแล้ว 

“เพิ่งถึงเองทิวา” 

“แล้วได้โทร.หาโรสหรือยัง โรสจะมารับหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามละเอียดยิบ 

“ยังเลย ฝนมีที่อยู่โรสเลยว่าจะไปหาโรสที่คอนโดเอง” ฝนโปรยตอบเสียงสดใส เธอไม่ได้มาตายเอาดาบหน้า แต่ติดต่อรสิตาเพื่อนสนิทที่เข้ามาเรียนต่อมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯเอาไว้เพื่อขอพึ่งพิงชั่วคราว เมื่อได้งานทำและได้หอพักน่าอยู่เรียบร้อยแล้วก็จะแยกมาอยู่คนเดียว 

“แล้วจะไปถูกเหรอฝน” 

“เดี๋ยวจะนั่งแท็กซี่ไป แท็กซี่คงรู้ทางแหละ” ฝนโปรยเอ่ยอย่างคนมองโลกในแง่ดี 

“แท็กซี่จะอันตรายหรือเปล่า เดี๋ยวนี้มีข่าวแท็กซี่ปล้น ข่มขืนเยอะแยะอยู่นะ ระวังตัวด้วยนะฝน เราเป็นห่วงมากเลย” น้ำเสียงคนปลายสายยังดูกังวลไม่เลิก ฝนโปรยฟังแล้วก็หัวเราะเบาๆ 

“ทิวาไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดี๋ยวถึงคอนโดโรสแล้ว ฝนจะโทร.หาดีไหม” หญิงสาวเสนอ หากไม่บอกแบบนี้มีหวังทิวาไม่ยอมวางสายแน่ เธอเองก็จะรีบไปหารสิตาให้เร็วที่สุด เดี๋ยวค่ำมืดจะเดินทางลำบาก คิดดังนั้นฝนโปรยจึงออกเดินพลางมองหารถแท็กซี่ไปด้วย 

“ก็ได้ เดินทางปลอดภัยนะ” 

“จ้าทิวา” 

ฝนโปรยก้มหน้ากดวางสายขณะเดินไปด้วยจึงไม่ทันระวังว่าเบื้องหน้าเป็นถนนเล็กๆ ให้รถวิ่งผ่าน เธอได้ยินเสียงบีบแตรลั่น หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามอง ดวงตาเบิกกว้าง ไม่ทันเสียแล้ว รถยนต์สีดำได้พุ่งเข้ามาหากระแทกกับขาจนหญิงสาวล้มลงมือเท้ากับพื้นถนนคอนกรีตร้อนฉ่าจนต้องรีบชักมือออกด้วยกลัวจะไหม้เสียก่อน 

“โอ๊ย!” ฝนโปรยร้องออกมาพลางเอื้อมมือไปกุมข้อเท้าตัวเองที่เจ็บแปลบ ใบหน้าเหยเกเงยขึ้นมองชายหนุ่มที่รีบลงมาดูเธอ ฝนโปรยมองเขาตาค้าง... 

เขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมาก ใบหน้าคมสันได้รูป สะอาดสะอ้าน มีเพียงไรหนวดสีเขียวจางๆ เท่านั้น ดวงตาสีดำสนิทดูดุดัน จมูกก็เป็นสันโด่งอย่างน่าอิจฉา รวมถึงริมฝีปากหยักหนาที่ระเรื่อสีชมพูโดยไม่ต้องแต่งแต้มอะไร ผิวกายก็ขาวผ่อง เมื่อเขาแต่งกายด้วยชุดสูทแบบนี้ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ดูดีไปเสียทุกกระเบียดนิ้ว 

“คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงกังวล เขาไม่ได้มองหน้าเธอ แต่มองขาที่เธอกุมเอาไว้ 

“เอ่อ...ไม่เป็นอะไรมากค่ะ คุณน่าจะเบรกทันเลยเจ็บนิดหน่อย” ฝนโปรย 

บอกเร็วๆ หลังตั้งสติได้ ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแดดแรงหรือใบหน้าอ่อนโยนของเขากันแน่ 

“ไปหาหมอหน่อยดีไหมครับ ผมจะพาไป” 

ฝนโปรยรีบส่ายหน้าทันที เธออยากไปหารสิตามากกว่าจะเสียเวลาไปหาหมอ เธอไม่น่าจะเป็นอะไรมากหรอกหญิงสาวคิดในใจพลางพยายามจะลุกขึ้น ชายหนุ่มจึงเข้ามาช่วยประคอง มือของเขานิ่มมาก น่าจะนิ่มกว่ามือเธอด้วยซ้ำ 

“ไม่ค่อยเจ็บแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ” ฝนโปรยส่งยิ้มหวานให้เขา ทว่าชายหนุ่มยังคงไม่มองหน้าเธอเช่นเดิม เขามองไปที่ขาของเธอมากกว่า 

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวนะครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธอแวบหนึ่งก็หันหลังเดินกลับไปที่รถยนต์ 

ชายหนุ่มขับรถออกไปแล้ว ฝนโปรยยังคงยืนมองจนรถยนต์สีดำลับสายตา เขาเป็นผู้ชายที่ดูดีมาก หญิงสาวยกมือทาบอกเพื่อสัมผัสเสียงของหัวใจ นี่เป็นครั้งแรกที่หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ เธอยิ้มบางๆ กับความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้น แม้ชาตินี้เธอจะไม่มีโอกาสได้พบเขาอีกเลยก็ตาม 

หญิงสาวจากต่างจังหวัดเดินตรงเข้าไปหารถแท็กซี่ที่จอดเรียงรายหลายคัน ต้องมีสักคันที่รู้จักคอนโดของรสิตาแน่ แต่ยังไม่ทันที่ฝนโปรยจะเอ่ยปากถาม คนขับรถก็พุ่งเข้ามาหาเธอ 

“ไปไหนครับ” 

“เอ่อ...” ฝนโปรยบอกไม่ถูกจึงยื่นที่อยู่ส่งให้ คนขับรับไปอ่านสักพักก็ยิ้ม 

“ไกลอยู่นะครับ ขอเหมาห้าร้อยแล้วกัน” 

“ห้าร้อย!” ฝนโปรยอุทาน ก่อนจะนิ่งคิดถึงเงินในกระเป๋าซึ่งมีอยู่ไม่มากนัก เมื่อคำนวณคร่าวๆ แล้ว น่าจะเพียงพอต่อการเดินทางไปหางานด้วยรถประจำทาง หญิงสาวจึงพยักหน้าตกลง 

  

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แท็กซี่ก็แล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าคอนโดหรู ฝนโปรยยื่นเงินให้ก่อนจะก้าวลงมา นัยน์ตาดำขลับเบิกโตนิดๆ เมื่อแหงนหน้าขึ้นมองตึกสูงเสียดฟ้า อาณาบริเวณกว้างขวางและดูหรูหราเกินกว่าที่คนแต่งตัวปอนๆอย่างเธอจะเหยียบย่างเข้ามา หญิงสาวก้มลงมองเสื้อผ้าตัวเองแล้วก็ถอนหายใจเบาๆ 

“โรสเพิ่งเรียนจบ ทำไมอยู่คอนโดหรูจัง” 

ฝนโปรยอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่างานในกรุงเทพฯคงได้ผลตอบแทนดีแน่นอน ไม่อย่างนั้นรสิตาจะอาศัยอยู่คอนโดหรูแบบนี้ได้ยังไง ถ้าเช่าก็หลักหมื่น ถ้าซื้อก็หลักล้าน ต่อไปเธอจะต้องมีคอนโดหรูๆ แบบรสิตาบ้างแน่นอน 

หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร.หารสิตา เสียงรอสายดังนานจนตัดไป เธอเริ่มใจเสีย ก่อนจะรีบกดโทร.หาอีกรอบ 

“ฮัลโหล” 

“โรส! นี่ฉันเองนะ ฝนโปรย” หญิงสาวกรอกเสียงดีใจลงไป กลัวว่าเพื่อนจะไม่รับสายเสียแล้ว 

“อย่าบอกนะว่าเธอมาถึงแล้ว” 

“ใช่...ฉันอยู่หน้าคอนโดโรสแล้ว” 

“ตายจริง! เอาไงดี” 

“มีอะไรหรือโรส” ฝนโปรยใจเสีย ตอนจะมาเธอก็คุยกับรสิตาเป็นมั่นเหมาะว่าจะมาขออาศัยอยู่ด้วยสักพักระหว่างหางานทำและหาที่อยู่ เพื่อนก็รับปากดิบดี มาวันนี้ทำไมถึงดูแปลกๆ ไป 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น