ให้นิยายของไรท์ได้เป็นเพื่อนแก้เหงาของคุณ

ชื่อตอน : ห่วงหรือหวง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 598

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2565 21:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ห่วงหรือหวง
แบบอักษร

 

“ฉันไม่ใช่…” เมื่อรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากในสิ่งที่ไม่ควรพูดแม้นักเขียนก็ถึงกับใบ้รับประทาน

“ไม่ใช่อะไร” มีบางอย่างที่ทำให้พายุเกิดความคืบแคลงสงสัย หลายครั้งที่เขารู้สึกว่าพราวดาวดูเปลี่ยนไปจากเดิม

"ว่าไงเธอไม่ใช่อะไร" สายตาคมจ้องอย่างคาดคั้นในขณะที่นีรชาไม่ต่างจากคนที่วิ่งเข้าหาทางตันของกำแพงสูงชัน อะไรกัน เธอกำลังจะถูกพายุรู้ความจริงเข้าแล้วเหรอ!

 

ราวกับโชคเข้าข้างเมื่อคนหลุดมาจากอีกมิติถึงทางตันพระเอกนิยายของเธอก็เปิดประตูเข้ามาช่วยชีวิตโดยมีหญิงสาวร่างเล็กหน้าตาสะสวยคนหนึ่งตามมาด้วย

 

“เห็นคนของฉันบอกว่าให้นายมาท่องบทในนี้ฉันเลยเข้ามาดูเผื่อมีอะไรให้ช่วย” อยากจะคิดแบบนั้นแต่เท่าที่สายตาแหลมคมมองเข้ามาภายในห้องเหมือนจะไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ

 

“ไม่ต้องถึงมือเจ้าของบริษัทอย่างนายหรอกเรื่องพวกนี้ฉันขอให้พราวช่วยแล้วและพราวก็ช่วยฉันได้เยอะด้วย” แม้ว่าเหนือเมฆรู้เรื่องแกล้งเป็นแฟนกันของทั้งคู่แต่พายุก็อยากแสดงให้เห็นว่าเขากับพราวดาวยังสนิทกันดี

 

ไม่สิ เขากำลังบอกว่าระหว่างเขากับพราวดาวยังราบรื่นดีต่างหาก

 

ด้านบอสหนุ่มได้ยินก็ปรากฏรอยยิ้มตรงมุมปากพลางหัวเราะ หึ อยู่ในลำคอด้วยนึกสงสัยว่า

 

ไอ้หมอนี่มันจะพูดข่มเราทำไมวะ

 

“ขาหายดีแล้วใช่ไหม” คราวนี้บอสหนุ่มหันไปสนทนากับพราวดาวแทนทว่าหางตาคมคอยสังเกตสีหน้าคุณหมอผู้มีวาทศิลป์เป็นเลิศไปด้วย

 

“ก็ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะขอบคุณนะที่เป็นห่วง” ได้พูดคุยทีไรหัวใจดวงน้อยๆ ก็เต้นไม่เป็นระส่ำทุกครั้งไป สำหรับนีรชา…เหนือเมฆเปรียบเหมือนดาราชื่อดังที่ใช่จะบังเอิญเจอได้ทั่วไปส่วนเธอนั้นคือแฟนคลับผู้หลงใหลและคลั่งไคล้ดาราจนเก็บอาการไว้ไม่มิด

 

ดวงตาคู่สวยยามที่ส่งไปหาพ่อพระเอกจึงเป็นประกายวาววับแต่ในสายตาของพายุ พราวดาวก็แค่นางร้ายที่อยากได้ของของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง

 

“ถ้าลูกตาถลนออกมาข้างนอกฉันไม่ยัดใส่เข้าไปให้นะ” ไม่วายที่คุณหมอจะใช้วาจาเหน็บแนมแม่ดาราหิวผู้ชาย เมื่อก่อนว่าอาการหนักหนาแล้วแต่ตอนนี้ดูว่าว่าจะยิ่งกว่าเดิม

 

“ถ้าไม่ยุ่งจะขอบคุณมาก” คนครอบครองเสียงหวานหันไปคอดค้อนเสร็จก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปหาเหนือเมฆกับสาวสวยที่ยืนอยู่ข้างๆ

 

ดวงตาเรียวรีฉายประกายวาววับขึ้นอีกครั้ง

 

อื้อหือออ โอ้แม่จ้าว! สวยด้วยน่ารักด้วย ตากลมโตหุ่นบางร่างเล็กน่าฟัดน่ากอด ตายแล้วอย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนี้คือ…

 

“ทำไมถึงมองน้ำแบบนั้นล่ะ” บอกตามตรงว่าสายตาของพราวดาวในเวลานี้ทำให้บอสหนุ่มอดเป็นห่วงคนของเขาไม่ได้และไม่สามารถเดาทางออกเลยว่าวันนี้แม่ดาราเจ้าบทบาทจะมาไม้ไหนแต่หลังจากได้ฟังประโยคเมื่อครู่นีรชาก็รู้ทันทีว่าหญิงสาวที่ยืนข้างกายเหนือเมฆคือ

 

น้ำค้าง นางเอกในนิยายของเธอหรือก็คือเลขาหน้าห้องที่ขโมยหัวใจบอสตัวร้ายของเธอไป

 

“ไม่เจอกันนานเลยนะคะ” หญิงสาวข้างกายบอสหนุ่มเอ่ยทักพราวดาวด้วยสีหน้าอันเป็นมิตรแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยถูกอีกฝ่ายรังควานหลายครั้งหลายคราและต้องอดทนกับพฤติกรรมแย่ๆ ก็ตามเธอก็ไม่เคยคิดจะถือสา

 

ทว่าตั้งแต่หลุดเข้ามาในนิยายของตัวเองแม่นักเขียนช่างจินตนาการพึ่งจะได้เจอตัวเป็นๆ ของน้ำค้างก็วันนี้ นางเอกแสนดี จริงใจกับทุกคน

 

 

คนอาศัยร่างเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าอีกฝ่ายด้วยความตื่นเต้นจนรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นถี่รัว เธอแทบอยากกระโดดเข้าไปหอมแก้มน้ำค้าง ขอลายเซ็นหรือขอถ่ายรูปด้วยสักครั้งเพราะความจริงใจของนางเอกเธอนี่แหละที่ทำให้เธอช่วยอรรถพลแบ่งเบาค่าเทอมได้บ้าง

 

แต่ยังไม่ทันจะได้สร้างความสนิทสนมแม่นักเขียนผู้คลั่งไคล้ในตัวละครของตัวเองก็ถูกมือใหญ่คว้าหมับเข้าให้ด้วยคิดว่ายัยดาราขยันสร้างปัญหาของเขาจะเข้าไปหาเรื่องเหมือนทุกครั้ง

 

“จะทำอะไร”

 

“ก็จะ…” จะพูดออกมาได้เหรอว่าเธอแค่อยากใกล้ชิดตัวละครที่สร้างขึ้นมาให้โลดแล่นผ่านจินตนาการอันไม่มีที่สิ้นสุด จะพูดได้อย่างไรว่าความจริงแล้วเธอเป็นใคร มาจากที่ไหน

 

“ขอโทษนะครับคุณน้ำผมจะจัดการยัยนี่ให้เอง” พายุบอกกับน้ำค้างก่อนจะลากแขนพราวดาวออกมาข้างนอก

 

“ปล่อยฉันนะพายุ” นีรชาสะบัดข้อมือเล็กออกจากมือหนาแล้วต่อว่าไปทันที

 

“นายทำบ้าอะไรเนี่ย” เสียงหวานตวาดขึ้นแต่ก็ไม่ได้ดังมากด้วยกลัวว่าจะมีใครมาได้ยินเข้าก่อนจะคลำข้อมือที่ขึ้นแดงเป็นจ้ำเพราะถูกกำเอาไว้ด้วยแรงผู้ชาย เจ็บกายไม่เท่าไหร่แต่เจ็บใจนี่สิ

 

ทำไมพายุต้องมาขัดขวางเธอกับเหนือเมฆอยู่เรื่อยเลย

 

“เธอนั่นแหละกำลังคิดจะทำอะไร” นัยน์ตาคมเข้มจ้องอย่างไม่ลดละ เมื่อก่อนพราวดาวมักจะหาเรื่องน้ำค้างอยู่บ่อยครั้งทั้งที่อีกฝ่ายไม่มีความผิดแค่นั้นยังไม่เพียงพออีกเหรอ

 

หรือแค่เห็นเขามาด้วยกันเลยทนดูไม่ได้

 

“ฉันไม่ได้…” ครั้นจะปฏิเสธออกไปว่าเธอไม่ได้คิดร้ายหรือจะไปทำอะไรอย่างที่พายุกำลังอคติแต่แม่นักเขียนก็นึกขึ้นได้ว่าในนิยายที่ยังแต่งไม่ทันจบนั้นเธอผูกปมให้พราวดาวร้ายกาจกับนางเอกอย่างน้ำค้างสารพัด อย่างวันที่ประสบอุบัติเหตุก็เพราะจะตามไปหาเรื่องนางเอกเธอ

 

จึงไม่แปลกหากพายุจะมองพราวดาวในแง่ร้ายมาจนตอนนี้

 

แต่ที่พายุทำมาเป็นห่วง ทำมาเป็นหวังดีก็เพราะกลัวว่าเธอจะทำร้ายผู้หญิงที่เขารักสิไม่ว่า

 

 

อคติผุดขึ้นภายในความคิดอย่างนึกหมั่นไส้อย่างที่สุด แม่นักเขียนสาวสวมบทบาทเป็นพราวดาวอย่างเต็มพิกัดก่อนจะจีบปากจีบคอตั้งใจยั่วต่อมโมโหของร่างสูงตรงหน้า

 

“ใช่ ฉันหึงเหนือหึงมากด้วยแล้วนายจะทำไม” คนตัวเล็กแสดงสีหน้าและแววตาท้าทาย หลุดเข้ามาอยู่ในนิยายของตัวเองแท้ๆ ก็ต้องใช้โอกาสทองใกล้ชิดชายในฝันหน่อยสิ ส่วนพระรองอย่างเขาน่ะนะ หลบไป

 

“ก็ไม่ทำไมหรอก” พายุเลือกจะยัดพูดเหล่านั้นกลับลงไปดังเดิมแล้วแสดงสีหน้าว่าเขาก็ไม่ได้อยากจะยุ่งกับเรื่องนี้

 

โธ่เอ้ย นึกว่าจะแน่

 

นีรชายิ้มเยาะอยู่ในใจพร้อมตวัดสายตามองผู้รับบทพระรองอย่างดื้อดึงแล้วตัดสินใจจะกลับไปยังสถานที่ถ่ายโฆษณาทว่าก่อนที่ร่างบางจะเดินผ่านพ้นไปนั้นข้อมือเล็กกลับถูกมือใหญ่ฉวยคว้าเอาไว้พร้อมกับดึงรั้งร่างบางเข้ามาปะทะกับอกแกร่งได้อย่างพอดิบพอดี

 

“ทำบ้าอะไรเนี่ยปล่อยฉันนะพายุ” เสียงหวานออกคำสั่งให้ร่างสูงเอามือออกจากตัวเธอก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้าแล้วเอาไปเขียนข่าวเสียๆ หายๆอีกแต่นอกจากจะแสดงสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วพ่อพระรองยังโน้มใบหน้าคมคายลงมาประกบกลีบปากอิ่มสีระเรื่อเพราะยั้งใจไม่อยู่

 

 

บัดนี้อารมณ์ของพายุคลั่งเดือดจนไม่อาจทำให้สงบเย็นลงได้ การกระทำที่ฟ้องว่าพราวดาวยังไม่คิดจะตัดใจจากคนมีเจ้าของทั้งที่รู้แก่ใจว่าความรักที่ต้องการครอบครองอีกฝ่ายไม่มีวันจะพาความสุขมาให้แต่สำคัญที่พายุดันเข้าใจว่าเรื่องมาถึงขนาดนี้แต่พราวดาวก็ยังไม่ยอมหยุดความคิดจะหาเรื่องคนรักของผู้ชายที่ไม่ให้ค่าตัวเองจึงเป็นบ่อเหตุทำให้เขาเหมือนคนกำลังหึงหวง

 

ดวงตาคู่สวยเบิกโตตกตะลึงกับการแสดงอารมณ์อันจาบจ้วง ขาเล็กทั้งสองแทบจะทรงตัวไม่อยู่มือเล็กกอบกำเข้าหากันด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ร่างกายที่ไม่ใช่ของตัวเองวาบหวามด้วยธรรมชาติสร้างมาเมื่อลิ้นได้สัมผัสลิ้นของอีกคน โพรงปากเล็กถูกอีกฝ่ายกวาดต้อนราวกับด้านในนั้นเป็นของหวานหอมกรุ่น

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนนีรชาตั้งตัวไม่ทัน พายุคงคิดว่าเธอเป็นพราวดาวกระมังจูบแรกที่ควรเก็บรักษาให้กับคนรักถึงไม่ได้ปราณีเธอแม้แต่น้อยนิด คนตัวเล็กส่งเสียงอื้ออึงประท้วงอยู่ในลำคอด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย

 

แม้ในความเป็นจริงจูบที่แสนดูดดื่มนี้จะไม่ได้เนิ่นนานแต่ในระหว่างห้วงหนึ่งของสติหลุดลอยราวกับเวลาผ่านไปเป็นแรมปีกว่าสติกระเจิดกระเจิงของแม่นักเขียนจะกลับคืนมาได้

 

เสียงเล็กอู้อี้เล็ดลอดออกมาจากลำคอฟังไม่เป็นศัพท์ในขณะที่เจ้าของลิ้นสากยังคงตักตวงหาความหวานไม่หยุด

 

พายุดิ่งจมในห้วงความรู้สึกหลงไหลโพรงปากนุ่มชื้นในหัวนึกย้อนไปถึงเรื่องผิดพลาดในคืนนั้น…ทว่ายังไม่ได้รับคำตอบสถานะระหว่างเขากับพราวดาวที่ค้ำคออยู่ก็สั่งให้เขาหยุดไว้เพียงแค่นี้

 

วินาทีริมปากคลายจากกันสายตาพายุสะดุดกับริมฝีปากอิ่มอันบวมเจ่อของอีกฝ่ายซึ่งเป็นหลักฐานอย่างดีว่าระหว่างเขากับคนที่ให้ความเป็นเพื่อนมาจวบทั้งชีวิตพึ่งจะเกิดอะไรขึ้น

 

“ฉันขอโทษ” เขาควรจะแสดงเจตนารู้สึกผิดเพราะเรื่องนี้เขาทำเกินไป สมภารไม่ควรกินไก่วัดฉันใดเขาก็ไม่ควรจูบเพื่อนตัวเองฉันนั้นแต่ไม่รู้เพราะเหตุใด….ภายในใจกลับทักท้วงขึ้น

 

“ช่างมันเถอะ” หากเป็นละครน้ำเน่าหรือแม้แต่นิยายล้านจินตนาการร้อยทั้งร้อยคนถูกกระทำเป็นได้ฟาดฝ่ามือลงไปที่ใบหน้าคนขโมยจูบสักฉาดให้หายเจ็บช้ำน้ำใจแต่กับนีรชา…ในหัวกลับเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายและเกิดคำถามขึ้นในใจว่าจูบดูดดื่มเมื่อครู่เกิดขึ้นเพราะอะไรกันนะ

 

ไม่ต่างจากพายุ ภายใต้สีหน้ารู้สึกผิดเขากำลังถามตัวเองว่า…

 

 

เขาทำแบบนี้กับพราวดาวเพราะอะไรกันแน่

 

               ******************

 

บางทีเส้นผมก็บังภูเขา

(ยังไม่ได้ตรวจทานคำถูก-ผิดนะคะ) หากอ่านแล้วเงียบกำลังใจจะอัพต่อก็ไม่ค่อยมี งอแงแล้ว1

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว