email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เด็กน้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 181

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2565 18:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เด็กน้อย
แบบอักษร

เมื่อมาถึงคุ้มเวียงบัว มีการตั้งโต๊ะใหญ่กลางแจ้งที่หน้าเรือนโบราณปูผ้าขาว พร้อมเครื่องบวงสรวงนานาชนิด พีรยารู้สึกหนาวเยือกจนต้องยกมือขึ้นกอดอกไว้ เธอเห็นพระสงฆ์ 5 รูปที่ไอยเรศนิมนต์มาเพื่อสวดถอน ซึ่งมีพระมหาชวโนอยู่ด้วย 

นอกจากโต๊ะใหญ่ที่ตั้งเครื่องบวงสรวงแล้ว ยังมีสะตวงห้าสะตวงถูกจัดไว้เพื่อวางที่มุมบ้านทั้งสี่มุมและกลางบ้าน พีรยารู้สึกใจสั่นไหวอย่างประหลาด ลมเริ่มแรง ฟ้าครึ้มลงอย่างรวดเร็ว 

ร่างโปร่งแสงของเจ้านางแก้วคำพาปรากฏขึ้น แต่ไม่มีใครเห็นนอกจากท่านชวโน นางมองทุกคนด้วยดวงตาชิงชัง เคียดแค้น 

“ข้าไม่ยอม ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น” นางจะพุ่งเข้าไปในเรือนเก่าหลังนั้น หากแต่ต้องผงะเมื่อเข้าใกล้สายสิญจน์ที่ถูกโยงไว้รอบบ้าน 

“ท่านสิบแสน ท่านจะขัดขวางข้าไปถึงไหน” เธอร่ำร้อง ในขณะที่ราเมศปรากฏกายเบื้องหลัง มองดวงจิตของแก้วคำพาที่กำลังทุรนทุรายเพราะไฟในใจตนเองด้วยความสังเวช 

เมื่อได้เวลาท่านมหาชวโนได้ให้ไอยเรศและพีรยา มายืนที่หน้าโต๊ะบวงสรวง จุดธูปคนละ 16 ดอก และท่านเริ่มสวดชุมนุมเทวดา ต่อด้วยการกล่าวถวายเครื่องบูชาและโองการถอนสิ่งไม่ดีทั้งหลายออกจากตัวบ้าน 

จากนั้นเป็นการสวดถอนภายในบ้าน เทียนในทุกสะตวงที่วางตามจุดต่างๆ จะถูกจุดขึ้นทั้งหมด ลมแรงมากจนน่ากลัวว่าเทียนจะดับแต่ก็ไม่ดับ ไอยเรศและพีรยาเดินตามท่านมหาชวโนไปตามห้องต่างๆ ในตอนที่พรมน้ำมนต์ 

จนท่านหยุดที่หน้าห้องห้องหนึ่ง จู่ๆ ลมพัดแรงมากจนประตูเปิดออกเอง เสียงลมและกิ่งไม้ไหวดังลั่นในความรู้สึกจนพีรยาสะดุ้งสุดตัว พร้อมกับที่ภาพต่างๆ ถูกฉายชัดเข้ามาในความทรงจำราวกับดูภาพยนตร์ นาทีต่อมาหญิงสาวทรุดลงไปกองที่พื้น 

“เจ้าพี่อย่าทำน้องเลย” แก้วเจ้าจันทร์เอี้ยวตัวหลบพี่สาวที่กำลังถือปิ่นในมือ เธอรู้ดีว่ามันถูกอาบด้วยยาพิษ พิษของเวียงรุ่งเองที่เธอก็รู้จักพิษสงมันดี 

“ทำไมล่ะเจ้าจันทร์ เจ้าได้ทุกอย่างที่มันควรจะเป็นของของข้า ทั้งเจ้าพี่ ทั้งคุ้มนี้ ทั้งลูกในท้องของเจ้าด้วย” 

แก้วเจ้าจันทร์เอามือกุมท้องโดยอัตโนมัติ เธอถอยไปจนสุดอีกฝั่งของเตียงชนเข้ากับผนัง ไม่มีทางหนี 

“เจ้าคิดเหรอว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังท้อง เจ้าพี่อาจจะไม่รู้แต่เจ้าปิดฝาแฝดอย่างข้าไม่ได้หรอก อย่าอยู่ขวางทางข้าอีกเลย” 

ปลายคมของปิ่นนั้นถูกแทงลงบนคอของแก้วเจ้าจันทร์ เธอเบิกตากว้างก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลง 

ไอยเรศประคองร่างหญิงสาวที่จู่ๆ ก็ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้น พีรยาน้ำตาไหลพราก เธอตาลอยมือกุมท้องโดยไม่รู้ตัว 

“มด..เป็นอะไร” เขาถามแต่ดูเหมือนว่าพีรยายังไม่ได้สติกลับมา 

ท่านชวโนหันกลับมามอง หลังจากที่ท่านจัดการอะไรบางอย่างในห้องนั้นแล้ว 

“เด็กคนนั้นคือลูกในท้องของเจ้านางแก้วเจ้าจันทร์ ก่อนที่จะนางจะถูกฆ่าตาย” คำพูดของท่านเรียกให้พีรยารู้สึกตัว เธอกระพริบตาถี่ๆ 

“โยมอยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าเด็กผู้ชายที่เห็นในฝันคือใคร เขาอยู่ที่นี่ในห้องนี้มาตลอดร้อยปี จนวันที่โยมมาที่นี่อีกครั้งในภพชาตินี้ เขาจึงตามโยมกลับไป” 

“แก้วเจ้าจันทร์ท้องด้วยเหรอ” ไอยเรศคิดอย่างมึนงง ข้อนี้ไม่มีในบันทึก 

“ใช่ แต่นางไม่ได้บอกใครเพราะกลัวลูกเป็นอันตราย” พระมหาชวโนกล่าวต่อ “ดวงจิตของเด็กคนนี้จึงถูกจองจำที่นี่มาตลอดในห้องนี้ ตอนนี้อาตมาปลดปล่อยเขาแล้ว” 

พีรยาร้องไห้โฮ สิ่งที่เพิ่งรู้บีบหัวใจมากเกินไป ไอยเรศขบกรามตาแดงก่ำเขาประคองพีรยาให้ลุก 

“อย่าโกรธนะพ่อเลี้ยง ข่มความโกรธลงให้ได้ ไม่งั้นสิ่งที่เราทำวันนี้จะไม่มีความหมาย” ท่านชวโนกล่าวราวจะรู้ใจชายหนุ่มเจ้าของบ้าน 

“ผ้าผืนนั้นอยู่ที่ไหน ขอให้อาตมาด้วย” ท่านกล่าวออกมาในที่สุด พร้อมกันนั้นเสียงกรีดร้องโหยหวนดังแว่วมาจนทุกคนได้ยิน 

อีกสองนาทีต่อมา คนของไอยเรศนำกล่องไม้มาวางตรงหน้าพระภิกษุหนุ่ม ท่านบริกรรมคาถาบางอย่างก่อนจะเปิดฝาไม้นั้นออก ไอยเรศและพีรยาตกใจเมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในนั้นกลับกลายเป็นผ้าทอที่เปื่อยยุ่ยตามกาลเวลา มีเส้นผมของคนปะปนอยู่ในใยผ้านั้น 

“ผมของเจ้านางแก้วคำพา นางฝังเส้นผมของตัวนางเองลงบนผ้าผืนนี้ก่อนที่นางจะเข้าพิธีแต่งงาน” ท่านมหาชวโนเฉลย “อาตมาจะเผาผ้าผืนนี้พร้อมสวดส่งวิญญาณของนาง” 

“ไม่นะ ข้าไม่ยอม ข้าไม่ไป” เสียงโกรธเกรี้ยวลอยมาตามลม ทุกคนรับรู้เพียงว่ามีลมแรงพัดเข้ามาจนเรือนไหว แต่ท่านมหาชวโนไม่ได้กริ่งเกรงต่อสิ่งใด 

ลานหน้าเรือนนั้น หลังจากที่ท่านให้ไอยเรศและพีรยาได้ทำสมาธิสักครู่ จนจิตใจสงบพอจะกล่าวคำขอขมากรรมต่อแก้วคำพาแล้ว ท่านหยิบกล่องไม้กล่องนั้นลงมาวางลงบนกองฟืนที่ให้คนงานจัดการเตรียมไว้ 

ท่านมหาชวโนและพระภิกษุรูปอื่นๆ ที่มาในวันนี้ได้ยืนล้อมกองฟืนนั้น บริกรรมคาถาสวดส่งวิญญาณอยู่นานพอสมควร กายทิพย์ของแก้วคำพาทรุดลงกับพื้นตรงหน้ากองฟืนนั้น เธอวิงวอนต่อพระภิกษุหนุ่ม 

“อย่านะเจ้าคะท่านสิบแสน อย่าทำร้ายข้าเลย” 

“ไม่มีใครทำร้ายโยม นอกจากตัวโยมเอง ข้อนี้โยมรู้ดีที่สุด” ท่านตอบในจิต 

ไม่มีคำตอบจากแก้วคำพา มีเพียงเสียงสะอื้นที่ดังไปทั่วบริเวณ “วางมันลงเสียเถิดแม่หญิง ความอาฆาตนั้นเจ้าสร้างมันขึ้นมาเอง หากคิดไตร่ตรองเจ้าจะรู้ว่าไม่ได้มีผู้ใดที่คิดทำร้ายเจ้าเลยแม้แต่น้อย ความรักนั้นเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้ ขอกันก็ไม่ได้ เรื่องนี้เจ้าก็รู้ดี” 

แววตาของแก้วคำพาอ่อนลงเมื่อคิดตามที่ท่านมหาชวโนบอก นางรู้ดียิ่งกว่าใครว่าตนเองผูกติดอยู่ในโซ่กรรมที่นางถักทอมันขึ้นมาเอง แก้วเจ้าจันทร์แม้จะตายในคุ้มแต่ดวงจิตของนางก็ยังไม่ได้ผูกติดกับสถานที่เช่นพี่สาว เพราะนางไม่ได้ผูกใจเจ็บใครเลย นางจึงมีภพชาติใหม่จนวนมาพบกันในเวลานี้ 

เมื่อนางไม่โต้แย้งใดๆ พระมหาชวโนจึงเริ่มการจุดไฟที่กองฟืนที่มีการเตรียมโรยน้ำมันไว้แล้ว ไฟลุกขึ้นอย่างรวดเร็วทุกสิ่งในนั้นมอดไหม้จนไม่เหลือซากใดใดในเวลาต่อมา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว