ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 20 แต่งงาน

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 แต่งงาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ต.ค. 2559 12:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 แต่งงาน
แบบอักษร


               ถ้านี่คือหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อ ‘เกล็ดดาว’ คงถูกจารึกไว้ในฐานะผู้หญิงเห็นแก่ตัว...ที่ใจร้ายที่สุด ชุดเจ้าสาวคอปาดที่ลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ประดับคริสตัลไล่ยาวไปตามเรียวแขนสวยจดข้อมือ ผ้าทูลขาวบางที่เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนสวยให้ความรู้สึกหวานปนเซ็กซี่ เข้ารูปรับกันดีกับสรีระอันงดงามที่ทำให้เธอได้ตำแหน่งบัลเลรินาตัวท็อปของสถาบันชื่อดังมาแล้ว

          ชุดเจ้าสาวในแบบที่ชอบ งานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ในแบบที่ฝัน เพื่อนพ้องแขกเหรื่อที่กำลังจะแห่แหนกันมาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ทุกอย่างถูกเนรมิตรเอาไว้อย่างเพียบพร้อม จะขาดก็แต่...รอยยิ้มบนใบหน้าสวยที่สะท้อนกระจกอยู่ตรงหน้านี้เท่านั้น 

          เกล็ดดาวไล่สายตามองชุดสวยบนเรือนร่างของเจ้าสาวตรงหน้า กระโปรงหางปลานางเงือกที่เฝ้าฝันเอาไว้ว่ามันจะดูสวยที่สุดในวันแต่งงานของเธอ แต่ตอนนี้...เธอคงไม่ต่างอะไรกับนางเงือกที่กำลังจะสูญเสียหาง การสูญเสียอิสรภาพที่แลกกับการมีขาสองข้าง ขาสองข้างที่จะต้องเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อเธอก้าวเดิน หากเป็นในนิทาน นางเงือกน้อยคงจะยอมทนกับความเจ็บปวดเพื่อแลกกับความสุขที่ได้ใกล้ชิดกับเจ้าชายในฝัน แต่สำหรับเธอแล้ว...เขาคนนั้นไม่ใช่เจ้าชายในฝันของเธอ...ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด

         เกล็ดดาวหลับตาลงพลางนึกถึงคำขอร้องของใครคนหนึ่งที่ยังคงดังก้องซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่ในโสตประสาท

          ‘พี่ดาวคะ คืนพี่หมอให้ไลลาได้ไหมคะ ไลลาขอร้อง...’

          ‘เรื่องระหว่างไลลากับหมอธัช พี่เสียใจด้วยจริงๆ แต่ที่ไลลาบอกว่าเราสองคนไม่ได้รักกัน พี่ว่าคงเป็นเรื่องเข้าใจผิด’

          นางแบบสาวถอนหายใจ “ก็ไม่รู้หรอกนะว่าที่พูดมาน่ะเรื่องจริงแค่ไหน แต่ในเมื่อวันนั้นเธอยังเลือกครอบครัวของเธอ วันนี้ฉันก็ต้องเลือกครอบครัวของฉันเหมือนกัน”

          “ไอ้ดาวพร้อมยัง ได้เวลาแล้ว” เสียงเรียกมาจากออร์แกไนเซอร์สาวเพื่อนสนิท ที่แน่นอนว่ารับหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวแถมพ่วงท้ายด้วยตำแหน่งแม่งานใหญ่จัดการงานแต่งสุดอลังการของเธอ เรียกได้ว่าบันดาลสวรรค์ให้ลงมาอยู่ในห้องโถงของโรงแรมหรูระดับหกดาวอันเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของอัครากรุ๊ป 

          “ไหนขอคิวซีนิดนึง” พิมพ์ขวัญที่เดินมายืนข้างเธอหน้ากระจกเต็มตัวบานใหญ่ว่าพลางทำมือให้เธอหมุนตัว 

“เลิศเว่อร์ ถ้าวันนี้ใครว่าแกไม่สวย ฉันจะไปตบปากมัน”

คำพูดที่มาพร้อมกับท่าทางสะดีดสะดิ้งของเพื่อนทำให้เจ้าสาวคนสวยยิ้มและลืมเรื่องเศร้าเมื่อครู่ไปโดยไม่รู้ตัว

          “ไปแอบดูกันแก ทีมขันหมากมาแล้ว แล้วเจ้าบ่าวก็หล่อมาก...ก”

เสียงลากยาวของเพื่อนสาวทำให้เกล็ดดาวเบ้ปาก แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าเธอก็อยากเห็นความหล่อที่ว่านั่นเหมือนกัน ก็แหม นานๆ ทียายเพื่อนตัวดีจะออกปากชมผู้ชายที่ไม่ใช่ตาน้ำข้าวอุดมขนในโทนที่หล่อนชอบ มาเสียขนาดนี้ก็ต้องกระตุกต่อมอยากรู้กันบ้างละ

          สองสาวแง้มประตูห้องรับรองออกมาสอดส่องสถานการณ์ภายนอก ขบวนขันหมากตั้งแถวเรียงยาวอยู่ที่ประตูทางเข้าฝั่งสวนสวยริมสระว่ายน้ำกลางแจ้ง เพื่อนเจ้าสาวสวมเดรสสั้นเสมอเข่า ความเงางามของผ้าซาตินสีชมพูอ่อนหยอกล้อกับแสงแดดยามเช้าได้เป็นอย่างดี ยิ่งเมื่อเรียงแถวตั้งเป็นซุ้มประตูเงินประตูทองด้วยแล้ว ยิ่งดูสวยงามเข้ากับแดนสวรรค์ที่ถูกรังสรรค์เอาไว้จริงๆ 

          ทางฝั่งเพื่อนเจ้าบ่าวก็ไม่น้อยหน้า เสื้อกั๊กสูทสีน้ำตาลอ่อนกับหูกระต่ายสีเดียวกับชุดของเพื่อนเจ้าสาวเข้ากับธีมงานแต่งสุดหวาน งานนี้ต้องขอบคุณมุกมณี เจ้าแม่แฟชั่นที่ช่วยจัดการเรื่องนี้ได้ถูกใจเจ้าสาวจริงๆ 

          ว่าแต่...ไหนล่ะเจ้าบ่าวของเธอ เกล็ดดาวไล่สายตาทอดยาวผ่านซุ้มดอกไม้สีขาวที่ห้อยระย้าตลอดทางเดินต่อเนื่องไปถึงสายกั้นประตูเงินประตูทอง แล้วสายตาของเธอก็ไปหยุดอยู่ที่หญิงชราในชุดลูกไม้ที่ตอนนี้เดินมาถึงประตูด่านแรก ในมือของเธอมีซองสีแดงปึกใหญ่ที่จะใช้เป็นกุญแจไขประตูแต่ละบานให้เข้าไปถึงตัวเจ้าสาว แน่นอนว่านั่นคือ...คุณย่าพริ้มเพรา และเมื่อสาวเจ้าเลื่อนสายตาไปยังร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ...

          สูทสีกรมท่าเข้มจนเกือบดำคลุมทับเสื้อเชิ้ตขาวครีมกับเสื้อกั๊กสูทสีเดียวกับสูทตัวนอก เนกไทสีชมพูอ่อนถูกบรรจงผูกเอาไว้อย่างสวยงามเคียงข้างกับดอกกุหลาบขาวที่กลัดบนอกซ้าย ผมสั้นถูกจัดทรงเปิดขึ้นให้มองเห็นรูปหน้าของเขาชัดเจนกว่าทุกวัน แม้ว่าจะเห็นจากระยะไกล แต่หญิงสาวก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชายคนนั้นสะกดสายตาเธอให้หยุดอยู่ที่เขาได้อย่างไม่มีเหตุผล 

          เกล็ดดาวกะพริบตาซ้ำๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ผู้ชายหน้าจืดที่เธอเคยบอกว่าเขาไม่มีเสน่ห์เลยสักนิด วันนี้เขากลับดูสง่างาม และดึงดูดสายตาเธออย่างที่สุด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะชุดสูทสุดคลาสสิกที่ห่อหุ่มร่างสูงนั้นอยู่ หรือเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาและทรงผมที่ถูกปรับให้ดูดีขึ้น แต่ที่แน่ๆ...เขาคนนี้กำลังเขย่าหัวใจเธอให้เต้นรัวจนเจ้าตัวเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นฝีมือของเขาจริงๆ

          “หล่ออะดิ๊” พิมพ์ขวัญแซ็วเมื่อเห็นสีหน้าตาตื่นตะลึงของคนในชุดเจ้าสาว 

คนถูกถามไม่ตอบแต่กลับดันประตูปิด แล้วรีบหันหลังดันประตูไว้ราวกับเธอกำลังหนีอะไรบางอย่างอยู่ 

“แกเป็นไรไอ้ดาว” หญิงสาวคนข้างๆ โพล่งถามเมื่อเห็นความผิดปกติของเพื่อน

          “พิมพ์ ฉันรู้สึก...เหมือนสมัยมัธยมคอนแวนต์ที่ฉัน...ตกหลุมรักไจ่ไจ๋ครั้งแรกเลยอ้ะแก๊!” นางแบบสาวว่าเสียงสูงพร้อมกับยกสองมือขึ้นแนบแก้ม ซึมซับความเขินอายที่พลุ่งพล่านไปทั่วใบหน้า

          “ฟีลลิงรักใสใสหัวใจสี่ดวงงี้? เบอร์นั้น?”

          “เบอร์นั้นเลย!”

          “โอ้ว มายก๊อด ไอ้ดาว นี่แกกำลังจะบอกว่าแกชอบเขา?”

          “จะบ้าเหรอ! แค่...ถูกใจพอปะ”

          “เออน่ะ จะอะไรก็ช่าง แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ไจ่ไจ๋ของแกกำลัง...”

          “จะเป็นผัวฉัน!” มือเรียวสวยยกขึ้นแนบบนหน้าอก ยิ้มเต็มแก้มพร้อมกับมองบนด้วยความรู้สึกที่ว่า ‘ก็มิรู้สินะ...’

         เกล็ดดาวดึงประตูเปิดและโผล่หน้าออกไปมองอีกครั้ง เจ้าบ่าวขี้อายกำลังพยายามเต้นด้วยท่าเก้ๆ กังๆ เพื่อให้ผ่านด่านประตูเงินประตูทองที่ถูกกั้นตลอดแนวทางเดินเอาไว้ตามประเพณีไทย แม้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความรัก แต่ความพยายามของผู้ชายคนนั้นก็ทำให้คนที่รออยู่สุดทางเดินคนนี้เผลอยิ้มเพราะความน่ารักของเขาจนได้

          แล้วเวลาสำคัญก็มาถึง พ่อเปิดประตูเข้ามารับตัวลูกสาวคนสวยจากในห้องรับรองเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนของการ...ส่งตัวเจ้าสาว ชายวัยกลางคนในชุดสูทที่ดูภูมิฐานกางแขนออกตรงหน้าหญิงสาว ก่อนที่สาวร่างบางจะโผเข้ากอดชายผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ

          “พ่อขอโทษนะดาว พ่อขอโทษ...ที่ทำให้ดาวต้องทำแบบนี้” เสียงสั่นเครือจากชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าครอบครัวที่เข้มแข็ง แต่บัดนี้หัวใจกลับอ่อนแอเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะต้องส่งมอบสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตไปไว้ในมือผู้ชายอีกคน

          “ดาวเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อมาตลอด แม้วันนี้พ่อจำเป็นต้องส่งลูกสาวที่น่ารักของพ่อให้คนอื่น...แต่ดาวจำไว้นะลูก ความรักของพ่อยังอยู่กับดาวเสมอ”

เจ้าสาวคลายกอดออกแล้วมองน้ำตาของคนเป็นพ่อที่ไหลนองสองแก้ม ลูกสาวยกมือขึ้นปาดไล่น้ำตาเหล่านั้นเหมือนที่พ่อเคยทำให้เธอครั้งยังเป็นเด็ก

          “อย่าร้องไห้สิคะพ่อ พ่อดูสิ ดาวไม่ได้เศร้าสักหน่อย แถมหมอธัชเขาก็ดูหล่อดีออก” หญิงสาวเอ่ยด้วยเสียงเริงร่า แต่ซ่อนความเสียใจเอาไว้ใต้รอยยิ้มนั้น 

          “สินสอดตั้งร้อยล้าน ผู้หญิงทั้งประเทศต้องอิจฉาดาวแน่ๆ” แล้วท่าทางสุดทะเล้นนั้นก็เรียกรอยยิ้มจากพ่อได้ไม่เปลี่ยนแปลง

          “แกนี่มันไอ้ดาวตัวแสบของพ่อไม่เปลี่ยนจริงๆ” พ่อกอดสุดดวงใจเอาไว้ในอ้อมแขนอีกครั้งพร้อมก้มลงหอมศีรษะลูกสาว “หมอธัชเป็นคนดี พ่อเชื่อว่าเขาจะดูแลดวงใจของพ่อให้ดีที่สุด”

ท่อนแขนเรียวของคนฟังกระชับอ้อมกอดที่เป็นเหมือนหลักชีวิตให้แน่นขึ้น เธอไม่รู้เลยว่าชีวิตหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อต้องอยู่กับผู้ชายที่รู้จักกันได้ไม่ถึงสองเดือน คนที่เจอกันนับครั้งได้ คนที่เธอกล้าพูดได้เต็มปากว่า...เธอไม่รู้จักตัวตนของเขาเลยสักนิด แต่หลังจากพิธีมงคลที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ ชีวิตของเธอครึ่งหนึ่งจะถูกแลกกับอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตเขา ทั้งสองจะเป็นเสมือนครึ่งชีวิตของกันและกัน แล้วเพียงแค่ ‘ความดี’ ที่ทั้งคู่จะหยิบยื่นให้กัน จะช่วยนำพาชีวิตคู่ที่ปราศจาก ‘ความรัก’ นี้ให้เดินเคียงคู่กันไปได้ตลอดรอดฝั่งจริงๆ เหรอ 

          ญาติผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงนั่งประจำที่บนเวทีที่จะใช้ประกอบพิธี เงินสด เครื่องเพชร และสินสอดอื่นๆ ถูกนำมาวางเรียงรายบนโต๊ะที่ตั้งอยู่ตรงกลาง มูลค่านับร้อยล้านสมฐานะของการรวมเป็นทองแผ่นเดียวกันระหว่างอัครเมฆินทร์กับดำรงค์สกุลพิพัฒน์ 

          เจ้าบ่าวยืนอยู่หน้าเวทีพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือท่ามกลางสายตาของแขกนับพันในงาน และวินาทีที่ประตูห้องโถงเปิดออก ภาพเจ้าสาวที่ควงแขนมากับคุณพ่อของเธอก็ตรึงเอาทุกสายตาให้มองตามทุกอิริยาบถของเธอ

          ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ

          หัวใจของชายหนุ่มที่ยืนรอหญิงสาวอยู่ที่สุดปลายทางเดินเต้นแรงมากขึ้นทุกครั้งที่เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้ มันเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เขาเห็นว่าเธอ...สวยแค่ไหน มันเต้นแรงเสียจน...เขาอยากจะเดินถอยหนี เพราะกลัวว่าถ้าใกล้กว่านี้หัวใจของเขาอาจจะวายไปเสียก่อนก็ได้

          ผู้หญิงคนนี้สวยมาแต่ไหนแต่ไร แต่ก็ไม่เคยดึงดูดความสนใจของเขาได้เลยสักครั้ง...ยกเว้นวันนี้ วันที่ความสวยของเธอกำลังทำให้เขาประหม่า หมอธัชมองสบสายตาคู่หวานที่กำลังมองมา และในจังหวะที่หญิงสาวกำลังจะส่งยิ้มจากเรียวปากสีสวยให้เขา...ชายหนุ่มตัดสินใจเบือนหน้าหนีจากสายตาคู่นั้น ด้วยความรู้สึกที่ว่า...ความสวยของผู้หญิงนี่อันตรายต่อหัวใจจริงๆ

          พิธีแต่งงานดำเนินไปด้วยความชื่นมื่นของทั้งสองฝ่าย หมอหนุ่มบรรจงสวมแหวนเพชรเม็ดโตให้เจ้าสาวเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ เช่นเดียวกัน ฝ่ายหญิงอดเผยยิ้มที่เกือบจะเป็นหัวเราะเพราะมือที่เย็บเฉียบของคนข้างๆ ไม่ได้ แน่นอนว่าทั้งช่างภาพที่ถูกจ้างมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และช่างภาพสมัครเล่นอันเป็นแขกเหรื่อพากันยกสมาร์ตโฟนขึ้นมารัวชัตเตอร์เก็บภาพงานแต่งงาน ที่เรียกได้ว่าเป็นงานช้างแห่งประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

          เกล็ดดาวหันไปสบตากับแม่ที่นั่งอยู่ข้างหลังราวกับจะขอกำลังใจอีกครั้ง และใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกับน้ำตาของแม่ที่เริ่มคลอเพราะภาพสุดประทับใจที่สะท้อนในดวงตานั้นก็เกือบจะทำให้เจ้าสาวน้ำตาไหลตามไปด้วย หญิงสาวจึงส่งยิ้มแสนหวานตอบรับความสุขใจที่แม่ส่งมา ก่อนจะหันหน้ากลับมามองชายคนข้างๆ ที่เพิ่งปฏิเสธรอยยิ้มของเธออย่างไม่ดีเมื่อครู่นี้ แล้วพลันนึกถึงความรู้สึกจากใจจริงที่เธอฝากไว้กับเขาเมื่อวันนั้นที่โรงพยาบาล หลังจากที่เขากลับเข้าห้องมา

          ‘มันจริงที่ฉันก็ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับคุณ แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ในสถานะที่เลือกอะไรได้แล้วนะคะ ฉันขอโทษคุณจริงๆ ที่ประกาศออกไปแบบนั้น แต่ฉัน...ฉันจำเป็นจริงๆ คุณจะประกาศยกเลิกงานแต่งก็ได้นะคะ ฉันเข้าใจ แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจแบบนั้น ฉันอยากให้คุณลองคิดว่า ผู้หญิงที่ไปนอนค้างบ้านผู้ชายแล้วถูกปฏิเสธการแต่งงานอย่างฉัน ผู้หญิงที่ต้องตกอยู่ในฐานะจำเลยของสังคมอย่างฉัน จะยืนอยู่ในสังคมยังไงล่ะคะ...หมอธัชคะ...ช่วยฉันเถอะนะคะ ฉันขอร้อง...’

          สถานการณ์บีบคั้นทำให้ผู้หญิงร้ายได้เสมอ ‘ไลลาจ๊ะ...ถ้าเธอขอร้องฉันได้ ฉันก็ขอร้องเขาได้เหมือนกัน...’

          เกล็ดดาวหันมองทีมชะนีคุณภาพที่อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าสาวและนั่งอยู่แถวหน้าสุดของเก้าอี้รับรองแขก พิมพ์ขวัญทุ่มเทเก็บรายละเอียดของงานจนวินาทีสุดท้าย ลิลลี่ไปเป็นเพื่อนเธอทุกหนทุกแห่งทุกเวลา มุกมณีคอยจัดการเรื่องเสื้อผ้า ความสวยงาม และสื่อมวลชนทุกแขนง แถมตอนนี้ยังยกนิ้วโป้งให้เธอและทำปากขยุบขยิบที่อ่านได้ว่า ‘แกสวยมาก...ก’ 

          นางแบบสาวยิ้มเต็มแก้มอีกครั้ง สิ่งที่วิเศษที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของเธอคือการได้มีพวกเขาเหล่านี้อยู่ เพื่อน...ที่เธอมั่นใจได้เลยว่าต่อให้หนทางข้างหน้าจะทำให้นางเงือกผู้สูญเสียหางต้องเจ็บปวดกับการก้าวเดินขนาดไหน แต่เธอจะมีพวกเขาคอยพยุงและก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน


          ในค่ำคืนเดียวกันนั้น ทั้งโลกออนไลน์และโทรทัศน์ทุกช่องต่างพากันพูดถึงงานแต่งสุดอลังการที่สุดแห่งปี ภาพบรรยากาศความรักความอบอุ่นของงานถูกถ่ายทอดทางหน้าจอโทรทัศน์ และสิ่งที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นคำมั่นสัญญาจากเจ้าบ่าวที่มอบให้ครอบครัวของเจ้าสาว...

          ‘ในวันที่ผู้ใหญ่ฝ่ายผมไปเจรจาสู่ขอเจ้าสาวที่บ้าน ผมเคยรับปากกับพ่อแม่ของคุณดาวไปแล้วว่า ไม่ว่าจะด้วยความรักหรือเหตุผลใดก็ตามที่เราสองคนแต่งงานกัน เมื่อแต่งงานแล้วเกล็ดดาวคือภรรยาของผม ผมจะดูแลเธอให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะทำได้ เธอจะได้รับเกียรติและความเคารพจากทุกคนในบ้านในฐานะสะใภ้ของดำรงค์สกุลพิพัฒน์ ในเมื่อผมตัดสินใจรับหน้าที่นี้ ผมก็จะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด...และวันนี้ผมก็ยืนยันคำเดิมครับ’

      ...    

               สาวร่างบางที่นั่งไขว่ห้างบนที่เท้าแขนของโซฟาหรูมองภาพนั้นจากจอโทรทัศน์พลางโคลงแก้วไวน์แดงชั้นดีในมือ “ชื่นมื่นกันเข้าไปเหอะ ในเมื่อขอกันดีๆ แล้วไม่ให้ ฉันก็จะทำให้แกได้รู้ว่าการแต่งงานที่ได้แต่ตัว...แต่ไม่ได้หัวใจ!...มันทรมานยังไง!...เชียร์สค่ะพี่ดาว”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว