เหนือกาลรติกา
เหนือกาลรติกา #Chapter 1 ผู้ล่วงรู้เวลา
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
เหนือกาลรติกา #Chapter 1 ผู้ล่วงรู้เวลา

เหนือกาลรติกา

 

#Chapter 1

 

- ผู้ล่วงรู้เวลา -

 

คฤหาสน์หลังใหญ่มีป้ายที่รั้วเป็นตัวอักษรโบราญเขียนว่า 'ศิรการกุล' เป็นป้ายขนาดใหญ่ทาด้วยสีทองขัดเงาเห็นเด่นมาแต่ไกล

ตัวตึกยังคงตั้งตะหง่านอยู่ท่ามกลางแมกไม้นานาพรรณ คฤหาสน์ศิรการกุลตั้งอยู่ในละแวกบ้านเก่าแก่ที่อยู่ห่างกันระยะสามร้อยเมตรเป็นอย่างต่ำค่อนข้างเป็นส่วนตัว มีอาณาเขตกว้างขวางและรายล้อมด้วยพืชพรรณที่เจ้าของบ้านชื่นชอบ ตัวบ้านเป็นตึกทรงยุโรปสีครีมสลับน้ำตาลสองชั้นหลังใหญ่โตโอ่อ่าสมกับที่เคยเป็นบ้านของข้าหลวงเก่าอย่าง อดิษร ศิรการกุล ซึ่งเคยทำงานในรั้วในวังจวบกระทั่งสิ้นลม คฤหาสน์ที่ยังได้รับการดูแลอย่างดีจากบริวารผู้ซื่อสัตย์อย่างพรรษา ที่ขณะนี้มีอายุกว่าแปดสิบปีแล้ว

"คุณเวลาครับ เข้าข้างในเถอะครับ" น้ำเสียงเยียบเย็นของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนสนิทอย่างสิหลดังขึ้นเรียกว่าความสนใจของชายหนุ่มร่างสูงสมส่วนนามว่า 'เวลา' หรือ 'เหนือกาล ศิรการกุล' นักจิตรกรระดับโลกที่เพิ่งเดินทางมาถึงบ้านเกิดได้ไม่ถึงสองชั่วโมง

ชายหนุ่มเดินตามคนสนิทไปกระทั่งอยู่กลางโถงใหญ่ของบ้าน เขาแหงนหน้ามองเจ้าของบ้านคนก่อน ค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา

"ผมกลับมาแล้วครับปู่" ชายหนุ่มเอื้อนเอ่ยกับบุคคลในรูปภาพนั้น และมองจ้องเนิ่นนานพานให้คิดถึงเรื่องในอดีต

 

ใครคนหนึ่งเคยบอกกับเขาว่า การล่วงรู้เวลาเป็นเรื่องผิด มนุษย์ไม่ควรมีใครได้ล่วงรู้วันหรือเวลาล่วงหน้า ไม่ควรรู้ว่าใครจะเกิดหรือตาย เพราะสิ่งนั้นจะทำให้โลกบิดเบี้ยวและไม่น่าอยู่อีกต่อไป ....ใช่ เขาก็คิดแบบนั้น ...โลกมันช่างน่าเบื่อมากมาย เมื่อต้องอยู่แบบล่วงรู้วันเวลา...

 

....ใครคนนั้นคือปู่ของเขา คนที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เกิดจนกระทั่งอายุห้าขวบ ปู่ป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่หาย ในตอนนั้นเหนือกาลไม่เข้าใจหรอกว่าโรคที่ว่านั่นคืออะไร รู้แค่เพียงว่า ปู่กำลังจะจากไป

ก่อนปู่จะเสียไม่กี่วัน เหนือกาลที่เป็นแค่เด็กทั่วไปก็มองเห็นตัวเลขที่อยู่บนหน้าผากของปู่ เป็นตัวเลขลักษณะเหมือนนาฬิกาดิจิตอล ในตอนนั้นเขาไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร พยายามจะเช็ดออกให้ และพยายามบอกทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเยียน แต่ไม่มีใครสนใจสิ่งที่เด็กน้อยพูด ไม่มีใครที่เชื่อคำพูดของเด็กห้าขวบ มันทำให้เหนือกาลเริ่มเก็บเงียบและไม่พูดถึงเรื่องนั้นอีก แต่เขายังเห็น เห็นเวลาที่มันลดลงเรื่อยๆ ไม่ได้เดินไปข้างหน้าเหมือนนาฬิกาเรือนอื่นๆ

/เห็นอะไรเหรอเวลา/ ปู่เป็นเพียงคนเดียวที่สนใจในสิ่งที่เหนือกาลพูด ท่านถามด้วยเสียงแหบพร่าและไอค่อกแค่กยามพูดอย่างทุกข์ทรมาน

/เห็นนาฬิกาค้าบ แบบนั้น/ เด็กน้อยตอบตามสัจจริง ชี้มือไปทางนาฬิกาดิจิตอลที่วางอยู่ตรงหัวเตียงของปู่

/เหรอ มันเป็นเลขอะไร/

/เลขหนึ่งค้าบ หนึ่งกับสี่สิบค้าบ/ เขาตอบตามที่เห็น ใช่ ในตอนนั้นเวลาของปู่เหลือเพียงหนึ่งชั่วโมงกับอีกสี่สิบนาที

/เวลา มาหาปู่/ ร่างเล็กขยับเข้าไปหาปู่ที่ยกแขนรอ ช้อนมือของปู่เอาไว้ และจับมันแน่น

/เวลาฟังปู่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ให้เข้มแข็ง ยอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น พรรษาจะคอยสอนหลาน หลานจะต้องอยู่กับมันให้ได้ และจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องเวลา รับปากปู่สิ/ คำสั่งของปู่ที่ตอนนั้นเด็กน้อยยังไม่เข้าใจมันเลยซักนิด แต่เขาก็พยักหน้ารับเพราะปู่ร้องขอ

/ค้าบปู่ มันกำลังถอยหลัง/ เหนือกาลพูดพร้อมชี้ที่หน้าผากของปู่

/ไม่มีปู่แล้ว ดูแลตัวเองดีๆ ทำตามที่พรรษาบอก และอย่ายุ่งเกี่ยวกับเวลา/ สิ้นคำของปู่ ท่านก็ค่อยๆปิดเปลือกตาลง มือที่จับมือของหนูน้อยเอาไว้ทิ้งลงข้างตัว ในตอนนั้นเอง ที่เหนือกาลเริ่มตระหนักแล้วว่า เวลาบนหน้าผาก ที่ได้เห็นคือเวลาชีวิต

หลังจากเสียคุณปู่ไป เหนือกาลก็ถูกแย่งชิงจากบรรดาพี่ป้าน้าอาที่ไม่เคยมาดูแลเด็กน้อยเลย บางคนไม่เคยเห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่ทุกคนต้องการตัวเด็กชายวัยห้าขวบ เพียงเพราะทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลที่เขาได้รับสืบทอดจากปู่ แต่เหนือกาลไม่อยากไปอยู่กับคนอื่น เขาอยากอยู่ที่นี่ กับปู่

ตลอดเวลาที่มีปัญหาเรื่องการเลี้ยงดู เหนือกาลทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา ไม่ว่าใครที่คิดจะรับเลี้ยงก็ต้องเจอแต่เรื่องวุ่ยวายจนไม่มีใครอยากได้เขาไปเลี้ยงดู จนพรรษาซึ่งเป็นคนสนิทของปู่และคนที่คอยดูแลศิรการกุลมาตั้งแต่ยังหนุ่ม ตัดสินใจส่งเหนือกาลไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและไม่ให้กลับมาอีก จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน

ยี่สิบห้าปีที่เขาไม่เคยกลับมาที่ศิรการกุล แต่คฤหาสน์เบื้องหน้ายังดูเหมือนใหม่ ไม่ต่างจากยี่สิบห้าปีที่แล้วเลยซักนิด

"ไปเถอะครับ ปู่รออยู่" สิหลยังคงผายมือให้ เขาเลิ่กคิ้วมองคนสนิทของตัวเอง ละเลิกความสนใจจากใบหน้าของปู่ในภาพวาด และเดินตามคนสนิทเข้าไปในห้องหนังสือของปู่ ที่นั่นเหนือกาลได้พบกับคนที่รอคอยเขาอยู่อีกคนคนที่เป็นเหมือนปู่ของเขาเช่นกัน

"คุณหนู" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นเมื่อได้เห็นหน้ากันอีกครั้ง ร่างของชายชราวัยแปดสิบโผเข้าหาและกอดเหนือกาลเอาไว้แน่น ชายหนุ่มรับร่างเหี่ยวย่นผอมบางไว้อย่างไม่นึกรังเกียจว่าเป็นบ่าวและเจ้านาย ยังไงเสีย พรรษาก็คือหนึ่งในไม่กี่คนที่รักและหวังดีกับเขาอย่างแท้จริง

"กลับมาแล้วนะครับคุณพรรษา ผมกลับมาแล้ว" ร่างเหี่ยวย่นตามกาลเวลาผละออกมามองหน้าหลานชายของผู้เป็นนายน้ำตาคลอออกมาอย่างไม่รู้ตัว

"สบายดีนะครับ"

"ครับ ผมสบายดี"

"จะไม่ไปไหนแล้วใช่ไหม"

"ครับ จะไม่ไปไหนแล้ว คุณพรรษาสบายดีนะครับ"

"ตามวัยแหละครับคุณหนู ผมให้นางจวงจัดสำรับเอาไว้ คุณหนูหิวหรือยังครับ" ชายชรายิ้มเยือน สัมผัสที่แสนคิดถึงยังคงโอบกอดเหนือกาลเอาไว้

จากแรกเริ่มที่ถูกส่งตัวไปต่างประเทศเพื่อหนีปัญหา แต่เมื่อใช้ชีวิตไปนานวันเข้ากลับไม่อยากกลับมาบ้านเกิดเสียนี่ และหากไม่เป็นเพราะใครบางคนกำลังคิดไม่ซื่อกับสมบัติของปู่ เขาคงไม่อยากกลับมาที่นี่เช่นกัน

"ผมขอนอนห้องเดิมนะครับ ไม่รู้สิได้บอกคุณพรรษาไหม"

"ครับ สิหลแจ้งผมแล้ว ผมให้นางจวงจัดการห้องนอนของคุณหนูไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ สิหลพาคุณหนูไปพักผ่อนเถอะ" พรรษาตอบรับคุณหนูของตนแล้วหันไปสั่งงานหลานชาย

สิหลคือเพื่อนเพียงคนเดียวที่เหนือกาลมี สิหลเป็นหลานชายแท้ๆของพรรษาที่อยู่รับใช้ศิรการกุลมาเนิ่นนาน พรรษาส่งสิหลไปอยู่เป็นเพื่อนคุณหนูของตัวเองเพื่อคอยดูแลยามต้องอยู่ไกลบ้าน สิหลคือคนที่รู้จักเหนือกาลดีที่สุดและรับรู้ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตรวมถึงความสามารถพิเศษที่อีกคนมี เป็นเหมือนพี่น้องมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง แต่สิหลเจียมตัวและรู้สถานะตัวเองเสมอแม้ว่าเหนือกาลจะวางตำแหน่งให้เขาเป็นเพื่อนสนิทตอนใช้ชีวิตด้วยกันที่เยอรมันก็ตาม

"เชิญครับ" สิหลยังคงผายมือให้ หากแต่ท่าทีเปลี่ยนไปเล็กน้อย ผ่อนคลายมากกว่าตอนที่อยู่ต่อหน้าพรรษา

"เลิกทำอะไรแบบนี้น่าสิ มึงทำหน้าขรึมแล้วตลก" เสียงเจ้านายที่เติบโตมาด้วยกันโอดใส่เบาๆก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงบนฟูกหนาที่ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว

"ไม่ได้หรอกครับเดี๋ยวปู่ดุ" เขายังคงแกล้งพูดสุภาพนอบน้อม

"ไอ้สิ...." เหนือกาลลากเสียงยาว พร้อมสายตาตำหนิส่งมา คนตัวสูงลุกขึ้นเท้าเอวท่าทีเหมือนอยากมีเรื่อง

"เออๆ ก็บอกแล้วไง ปู่ไม่ชอบให้กูทำตัวสนิทสนม มึงลูกเจ้านายนะเว้ย อยู่ต่อหน้าเขาก็ช่วยอย่าแกล้งกู เข้าใจไหม" สิหลตบมือลงบนไหล่ของเพื่อน ที่ผ่านมาเหนือกาลแสดงออกว่าเขาไม่เคยมองสิหลเป็นเพียงคนใช้ แต่เขาเห็นอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทที่เล่นหัวด้วยกันมาตั้งแต่ยังวัยเยาว์ ความสนิทสนมที่มีเรียกว่าตายแทนกันได้และไม่จำเป็นต้องมีมารยาทต่อกันมากมาย เพราะที่เยอรมันทุกคนก็เท่าเทียมกันหมด

"เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว กูไม่ชอบอะไรที่เจ้ายศเจ้าอย่าง แต่กูรู้ว่าคุณพรรษาคิดอะไร กูจะระวังเวลาไปข้างนอกแล้วกัน" เหนือกาลตอบกลับอย่างเข้าใจ และเห็นใจในเวลาเดียวกัน แม้เขาจะพยายามไม่มีสถานะกับอีกคนแต่เพราะหน้าที่สิหลก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าต้องแสดงพฤติกรรมเช่นไรต่อหน้าธารกำนัล

"อยากพักไหม"

"อือ มะรืนเตรียมตัวรับแขก" เขาเอ่ยขึ่นขณะที่เดินไปนั่งลงที่ปลายเตียง

"เห็นอะไร" สิหลย่นคิ้ว หนึ่งในความสามารถพิเศษของเหนือกาล รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าสองวันจากการสัมผัสตัวคนอื่น เมื่ออยากรู้ เหนือกาลจะได้เห็น

"กูไม่ได้ตั้งใจ ตอนคุณพรรษากอดกู กูกำลังคิดว่าอนาคตจะเป็นยังไง กูเลยเห็น"

"เห็นว่า..."

"จะมีคนมาที่นี่ แล้วแอบอ้างเรื่องพินัยกรรมของปู่ อาจจะเป็นญาติ หรือใครสักคน กูไม่แน่ใจ" เหนือกาลบอกเล่า

"อืม แล้วจะเอายังไง"

"ก็ต้องรอให้ถึงวันก่อน ถึงจะบอกได้ว่าต้องทำอะไร" เพราะเหตุการณ์ที่เห็นจะเป็นเพียงภาพเลือนลางสำหรับการเตรียมตัวรับมือเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่ชัดเจนและอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาหากมีบางอย่างไปกระทบกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นเสียก่อน

"ต้องเตรียมรับมือจริงๆสินะ"

"อือ แต่ตอนนี้ขอกระดานวาดภาพก่อนได้ป่ะ อยู่ๆก็อยากวาดภาพ" เขาถามหาอุปกรณ์คู่ใจที่ต้องพกติดตัวตลอดแม้แต่ตอนที่เดินทางท่องเที่ยวก็ตาม

"ได้สิเดี๋ยวจัดการให้" สิหลไม่รอช้า รีบเข้ามากางขาตั้งจัดเฟรมให้บริเวณหัวเตียงของอีกคน เมื่อเรียบร้อย เหนือกาลที่มีหลากหลายความคิดในหัวก็เริ่มละเลงสีลงไปโดยไม่ต้องวาดเส้นก่อนด้วยซ้ำ

"ความฝันเหรอ.." สิหลย่นคิ้วเมื่อเพื่อนเริ่มลงสีบนผืนผ้าใบอย่างรวดเร็ว ไม่นานมันก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ หนึ่งในความสามารถพื้นฐานของจิตกรระดับโลกอย่างเหนือกาลคือวาดภาพจากความทรงจำหรือความฝันได้อย่างแม่นยำ

"อือ ผู้หญิงคนนี้ไง ที่กูบอกว่ากูฝันถึงมาตลอด แต่กูไม่เคยเห็นหน้าเขา" เหนือกาลมีรูปลักษณะคล้ายกันนี้อยู่หลายผืนเลยทีเดียว ทุกภาพ หญิงสาวจะก้มหน้าบ้าง ผมปิดหน้าบ้าง หันหลังบ้าง หันข้างบ้าง ไม่มีรูปไหนเลยที่จะมองเห็นใบหน้าชัดเจน

"เมื่อไหร่จะเห็นหน้าเสียที" สิหลตั้งข้อสงสัย

"ไม่รู้ว่ะ แต่พักนี้กูฝันถึงเขาบ่อยขึ้นนะ" ปกติปีละครั้งสองครั้ง แต่ช่วงนี้ เดือนละครั้ง ก่อนกลับมาก็เกือบจะทุกวันที่ฝันถึง มันมีนัยยะอะไรบางอย่างที่บ่งบอกว่าเขาอาจจะได้พบคนๆนั้นก็ได้

"มึงวาดเสร็จแล้วก็พักผ่อนนะ เดี๋ยวขอไปดูความเรียบร้อยข้างล่างก่อน นัดบอดี้การ์ดมาสัมภาษณ์งานด้วย" สิหลแตะบ่ากว้างของเพื่อนจากด้านหลัง

"อืม เอาแค่สองสามคนก็พอนะไม่ชอบวุ่นวาย" เขาจำเป็นต้องมีบอดี้การ์ด ด้วยเพราะการกลับมาในครั้งนี้มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง ใครผู้ไม่หวังดีคงเตรียมที่จะเล่นงานเขาได้ทุกเมื่อเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ เพราะฉะนั้นจะชะล่าใจไม่ได้

สิหลเดินจากไปแล้ว เสียงประตูห้องปิดลงอย่างเบามือ เหนือกาลมองภาพที่เพิ่งวาดเสร็จหมาดๆอย่างพินิจ ในฝันครานี้ เขาได้เห็นดวงตาของอีกฝ่าย ดวงตากลมโตเป็นประกายสีน้ำตาลที่แฝงไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาอยากจะเห็นหน้าเธอคนนี้แล้วสิ อยากเจอเหลือเกิน...

 

... TBC ...

 

มาแล้วค้าบ ฝากกดไลท์ให้กำลังใจด้วยนะคะ เปิดตัวพระเอกก่อนเลย ตอนหน้ามาเจอหน้านางเอกกัน

 

ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น