ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 19 คำขอร้อง

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 คำขอร้อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2559 21:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 คำขอร้อง
แบบอักษร

               “ผมไม่แต่งครับคุณย่า ผมกับคุณดาวเราไม่เคยมีอะไรลึกซึ้งกันขนาดนั้น” ธัชซึ่งนั่งอยู่ที่โซฟาเล็กฝั่งหนึ่งของห้องพักผ่อนประจำของคุณย่าเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

          “นั่นมันคือสิ่งที่แกกับคุณดาวรู้กันแค่สองคน คนอื่นเขาไม่ได้รู้ด้วย แล้วที่สำคัญนะแค่ลมปากแกมันทำให้ใครเปลี่ยนความคิดมาเชื่อแกไม่ได้หรอก” ดูท่าว่าน้องเล็กที่ยืนพิงบานหน้าต่างอยู่อีกฝั่งก็คงจะไม่ยอมง่ายๆ เหมือนกัน

          “ฉันไม่สนคนอื่น!”

          “แล้วผู้หญิงเขาไม่สนอย่างแกด้วยรึเปล่าล่ะ แกอย่าลืมนะว่าฝ่ายโน้นเขาต้องใช้ชื่อเสียงทำมาหากิน แล้วเรื่องนี้ก็เป็นตัวตัดสินอนาคตในวงการของเขาเลยนะเว้ย”

          “แต่ที่เขาประกาศเรื่องแต่งงานมันนอกเหนือข้อตกลงที่คุยกันไว้ตอนแรก ฉันไม่เคยบอกว่าจะแต่งงานกับเขา” แฝดพี่ยืนยันหนักแน่นเพื่อท้วงสิทธิ์

          “แต่แกเป็นคนทำให้เขาต้องตัดสินใจแบบนั้น ไม่ใช่แกเหรอที่อุ้มเขาไปที่รถจนมีคนถ่ายภาพไปลงเน็ต ไม่ใช่แกเหรอที่พาเขามานอนค้างที่บ้าน แล้วไม่ใช่แกเหรอที่ไปทำอีท่าไหนก็ไม่รู้ละ จนมีข่าวซุบซิบกับเขาไปทั่วโรงพยาบาลขนาดนั้น สรุปง่ายๆ เลยนะ คือแก! เป็นคนทำให้เขาเสียหาย ซึ่งฉันคิดว่าแกก็ควรจะต้องรับผิดชอบการกระทำ” ธาม...ผู้เล่นตัวสำคัญในทีมเกล็ดดาวกำลังทำหน้าที่ของเขาตามข้อตกลงอย่างเต็มที่

          “ด้วยวิธีอื่น แต่ไม่ใช่การแต่งงานแน่นอน!”

เมื่อการถกเถียงของสองพี่น้องเริ่มเข้มข้นขึ้น คุณย่าซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางจึงต้องส่งสายตาปรามคนพี่ที่เพิ่งจะขึ้นเสียงให้ใจเย็นลงบ้าง 

          ธัชซึ่งอยู่กับย่ามาทั้งชีวิตเข้าใจความหมายของสายตานั้นได้โดยไม่ต้องให้ย่าเอ่ยปาก เขาก้มหน้าและพ่นลมหายใจ ไม่บ่อยนักที่คนที่ยอมประนีประนอมเสมออย่างเขาจะอารมณ์ร้อนจนต้องเสียงดังกับคนในบ้านแบบนี้

          “ทำไม ทำไมถึงแต่งงานไม่ได้ ในเมื่อก่อนหน้านี้แกยังยอมตกลงที่จะแต่งงานตามที่คุณย่าขอโดยไม่สนใจทั้งนั้นว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใคร”

          “ใช่ แต่นั่นมันก่อนที่ไลลาจะกลับมา” คำพูดหลุดปากของธัชทำให้อีกฝ่ายถึงกับสบถลอดไรฟัน

          “ตกลงที่แกไม่ยอมแต่งงานเนี่ยเพราะไลลาใช่ไหม” 

ธามถามในสิ่งที่เขารู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่นั่นก็เพราะสิ่งที่เขาอยากได้ไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นการปั่นอารมณ์ของใครบางคนเท่านั้น และก็ได้ผล คุณหมอร่างสูงไม่ตอบ เอาแต่พ่นลมหายใจหนักๆ ในสถานการณ์ที่บีบคั้นนี้

          “เออ! ดี! ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่แกเลย เชิญไปตั้งโต๊ะแถลงข่าวยกเลิกงานแต่งเอาเองเลยนะ แต่สิ่งหนึ่งที่แกอาจจะลืมไป วันที่ดีเอสพีเฉียดเข้าใกล้คำว่าล้มละลายมากที่สุด ฉันต้องทุ่มทั้งชีวิตเพื่อกู้มันกลับคืนมา...เพื่อรักษาชื่อเสียงของดำรงค์สกุลพิพัฒน์เอาไว้ แต่ถ้าหลังจากนี้ทุกอย่างต้องพังลงมาอีกเพราะการแก้ข่าวของแก แกก็คงจะได้แต่งงานกับไลลาสมใจ โดยที่ปัญหาทุกอย่างก็จะมาลงที่ฉันคนเดียว! ขอให้รักกันอย่างมีความสุขนะ แล้วก็ไม่ต้องแจกการ์ดเชิญฉันล่ะ เพราะว่าไม่ไป! ผมขอตัวนะครับคุณย่า”

ธามว่าพลางสะบัดสายตาอันคุกรุ่นไปให้พี่ชายที่นั่งอยู่ ก่อนจะเดินแยกออกจากวงสนทนาโดยไม่รอฟังคำตอบรับใดๆ แล้วจู่ๆ ชายหนุ่มก็หยุดกะทันหันที่หน้าประตูเมื่อคิดอะไรบางอย่างได้ 

          “อ้อ! ถ้าแต่งงานกับไลลาแล้วก็เลิกเป็นหมอซะนะ เพราะต่อให้แกช่วยชีวิตคนไปอีกทั้งชีวิต มันก็คงชดเชยที่แกฆ่าผู้หญิงคนนึงให้ต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็นเพราะคำนินทาจากคนในสังคมไม่ได้หรอก หึ!” 

คำทิ้งท้ายนั้นเชือดเฉือนเหมือนมีดปักลงกลางอก ธัชรู้อยู่แก่ใจดีในสิ่งที่ธามพูด ดูเหมือนว่าปัญหาของเขาตอนนี้จะเดินมาถึงจุดที่ยากจะจบลงได้โดยไม่มีใครต้องเจ็บเสียแล้ว แต่การแต่งงานกับเกล็ดดาวจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดจริงหรือ ในเมื่อในความเป็นจริงแล้วทั้งเธอและเขาก็ไม่มีใครต้องการให้เป็นอย่างนั้น เขาก็แค่อยากให้ปัญหาทั้งหมดจบลงโดยที่เขาได้แต่งงานกับคนที่รัก และเธอก็ได้มีชีวิตในแบบที่เธอต้องการ เพราะถ้าเธอแต่งงานกับคนที่ไม่มีทีท่าว่าชีวิตจะไปในทิศทางเดียวกันได้เลยอย่างเขา...ทั้งคู่คงยากที่จะมีความสุขในชีวิตที่เหลืออยู่ได้

          ธัชถอนหายใจเฮือกใหญ่ในที่สุด หากอิสรภาพหลังการประกาศยกเลิกงานแต่งของเขาและเธอจะต้องแลกมาด้วยการทำลายชีวิตที่เหลืออยู่ของผู้หญิงคนหนึ่งแล้วละก็...หมอ...ที่เห็นแก่ความสุขของคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมออย่างเขา...คงทำอย่างนั้นไม่ได้เหมือนกัน

          “หมอธัชลองคิดดูดีๆ ละกันนะลูก ย่าไม่ห้ามเรื่องหนูไลลา แต่ย่าก็ยังไม่อยากจะให้เราด่วนตัดสินใจ คนเราห่างกันไปนาน เขาโตขึ้น เราก็โตขึ้น ตลอดเวลาหกเจ็ดปีที่ไม่ได้เจอกันเลย เราทั้งสองคนต่างก็เปลี่ยนไป ธัชอาจจะรักไลลาคนนั้น แต่ก็อาจจะไม่ใช่ไลลาคนนี้เป็นก็ได้” 

คุณย่าพริ้มเพราที่นั่งดูสถานการณ์อยู่นานเอ่ยขึ้นบ้างเมื่อเห็นสีหน้าเครียดจัดของหลานชาย แม้ว่าคุณย่าพริ้มเพราจะหาหญิงสาวตามคำทำนายของซินแสเอาไว้ให้เขาแล้วก็จริง แต่จากการสืบประวัติ ทั้งเกล็ดดาวและไลลาต่างก็เป็นหญิงสาวที่เกิดในคืนเดือนมืดทั้งสิ้น คุณย่าจึงไม่ขัดข้องอะไรหากหลานชายหัวแก้วหัวแหวนจะเลือกแต่งงานกับคนที่เขารัก

          “แต่ที่ตาธามพูด ย่าก็เห็นด้วย เราไม่พูดถึงเรื่องก่อนหน้านี้ เอาแค่เวลานี้...เขาเสียชื่อเสียงเพราะเราแล้วจริงๆ และส่วนหนึ่งของชีวิตเขาหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราแล้วนะลูก คิดให้ดี...หลังจากแต่งงานชีวิตของเราจะเปลี่ยนไปเลย ธัชต้องชั่งใจเอาว่าอยากให้มันไปในทิศทางไหน แต่ยังไงย่าก็เชื่อนะว่าหมอธัชจะหาทางออกที่ดีที่สุดให้ปัญหานี้ได้”

 

          “ขอโทษนะครับที่ผมต้องนัดให้มาที่โรงพยาบาล ผมไม่มีเวลามากพอจะออกไปพบคุณที่อื่นจริงๆ” หมอธัชในชุดประจำของเขากล่าวขึ้นเมื่อแขกที่เขาโทร. ไปเชิญให้มาพบนั่งลงบนโซฟารับแขกในห้องพักส่วนตัวของเขา

          “ไม่เป็นไรค่ะ ที่นี่ก็ไม่ได้ไกลจากบ้านฉันเท่าไหร่” เกล็ดดาวตอบพร้อมยิ้มบางๆ ที่มุมปากทั้งสองข้าง อันที่จริงการที่เขาขอให้เธอเข้ามาพบในครั้งนี้ถูกคาดการณ์เอาไว้แล้วโดย...ผู้เล่นที่น่ากลัวที่สุดในทีมของเธอ 

          ผู้บริหารหนุ่มที่ควบคุมคนเป็นร้อยเป็นพันในองค์กรให้ทำตามที่เขาต้องการได้ แล้วกับพี่ชายร่วมสายเลือดที่เขารู้จักมาตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลกคนนี้ละก็...จะเหนือบ่ากว่าแรงไปได้อย่างไร 

         เกล็ดดาวมองชายหนุ่มร่างสูงที่เดินมานั่งบนโซฟาตัวข้างๆ พลางนึกถึงคำพูดของธาม

‘ใช้ความรู้สึกจริงๆ คุยกับเขา’

หญิงสาวยิ้มอย่างจริงใจให้คนตรงหน้าอีกครั้ง เพราะนี่คงเป็นครั้งแรกที่เธอจะพูดคุยกับเขาโดยไม่มีแผนการใดๆ เลย

          “ถ้าอย่างนั้นเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับ ผมอยากจะคุยกับคุณเรื่องข่าวที่ประกาศออกไป คุณรู้ดีว่านั่นมันนอกเหนือข้อตกลงที่เราตกลงกันไว้ก่อนหน้า และคุณก็ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับผมหรอก จริงไหม”

เกล็ดดาวพยักหน้ารับ 

          “คุณควรจะได้แต่งงานกับคนที่คุณรัก...ผมก็เช่นกัน”

นางแบบสาวหันมองสบตาเขาทันที เดี๋ยวนะ...อีตาหน้าจืดนี่กำลังพูดกับเธอเรื่องความรักเหรอ นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม หน้าจืดแต่ก็มีหัวใจ...คอนเซปต์นั้นเหรอ ระหว่างที่หญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับความคิดในหัว จู่ๆ ก็มีเสียงหวานจากสาวอีกคนหนึ่งแทรกขึ้นพร้อมประตูที่เปิดออก

          “หมอธัชคะ เคสผ่าตัดเมื่อวานรู้สึกตัวแล้วค่ะ”

ชายหนุ่มเด้งขึ้นจากโซฟาพร้อมคว้าเสื้อกาวน์มาสวม ก่อนจะหยิบหูฟังขึ้นคล้องคอ

          “คุณรอผมที่นี่ เดี๋ยวผมกลับมา” ว่าแล้วก็หายออกไปโดยไม่เว้นจังหวะให้อีกคนได้ตั้งตัวเลย

          “เหอะ เร็วกว่าชู้วิ่งหาที่ซ่อนอีกนะเนี่ย” เกล็ดดาวกลอกตาพลางหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาหมายจะเล่นฆ่าเวลาเสียหน่อย แต่จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาอีกรอบ

          “อ้าว เสร็จแล้วเหรอคุณ เร็วจัง” หญิงสาวเอ่ยก่อนจะหันไปที่ประตูแล้วพบว่า

          “เอ่อ...หมอธัช...”

          “หมอธัชไม่อยู่ค่ะ ออกไปตรวจคนไข้” ใช่...คนผลักประตูเข้ามาไม่ใช่หมอธัช

          “ถ้าอย่างนั้น...ไลลาขอคุยกับพี่ดาวได้ไหมคะ”

นางแบบสาวมองสำรวจเจ้าของคำถามอย่างพินิจด้วยความคิดที่ว่า ‘พี่ดาว? นี่เราสนิทกันตอนไหนยะ’

          สาวร่างเล็ก แขกคนล่าสุดไม่รอให้ ‘พี่ดาว’ ของเธอได้เอ่ยตอบ เธอถือวิสาสะปิดประตูและกดล็อกทันทีเพราะไม่ต้องการให้คนอื่นโผล่เข้ามาแทรกกลางระหว่างการสนทนา

          ไลลาในชุดชมพูหวานนั่งลงข้างๆ เกล็ดดาวราวกับทั้งคู่คุ้นเคยกันดี ก่อนจะเปิดเรื่องสนทนาก่อน “ไลลารู้นะคะว่าพี่ดาวกับพี่หมอกำลังจะแต่งงานกัน แต่พี่ทั้งสองคนก็ไม่ได้รักกันใช่ไหมคะ” 

การประเดิมเรื่องอย่างตรงไปตรงมาทำให้เกล็ดดาวตกใจอยู่ไม่น้อย แววตาที่แสนเศร้ากับสีหน้าที่เศร้าสร้อยนั้นก็เช่นกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเธอได้ข้อมูลจากลิลลี่มาก่อนแล้วละก็ เธออาจจะหลงไปกับมารยาของสาวตรงหน้าแล้วก็ได้ เกล็ดดาวจึงเลือกที่จะยิ้มบางๆ แทนการตอบคำถามนั้น

          “ไลลากับพี่หมอเราเคยคบกันค่ะ ตั้งแต่ตอนที่เรายังเรียนอยู่ ความรักของเราวิเศษมาก พี่หมอดูแลไลลาดีมาก เขาทำให้ไลลารู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิง” 

          “ถ้าเขาดีขนาดนั้นแล้วเลิกกันทำไมล่ะคะ” นางแบบสาวตอกกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย รอยยิ้มที่มุมปากบอกเป็นนัยๆ ว่า ‘บอกมาสิว่าตอนนั้นเขาไม่รวยแล้ว’

          แต่ปฏิกิริยาของคู่สนทนากลับไม่เป็นอย่างที่นางแบบสาวคิด แววตาที่เศร้ากว่าเดิมพร้อมกับการที่ตัวสั่นระริกทำให้คนมองเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า...นั่นเป็นแค่มารยา...หรือความรู้สึกที่แท้จริง

ไลลาเบือนสายตาหนีราวกับจะซ่อนน้ำตาเอาไว้ ก่อนเอ่ยตอบด้วยเสียงสั่นเครือ

          “...เพราะความรักของเรามันดันไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคนน่ะสิคะ มันมีทั้งครอบครัว ชื่อเสียง และก็ธุรกิจ เมื่อทั้งหมดนี้มาอยู่รวมกัน ในสายตาของผู้ใหญ่ความรักของเรา...จึงเป็นส่วนที่เล็กที่สุด มันไม่ได้สำคัญมากไปกว่าเงินทอง ชื่อเสียง หรือธุรกิจของพวกเขาเลย” 

แล้วคำตอบก็ทำให้เกล็ดดาวรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาที่หัวใจ ความรู้สึกส่วนลึกของเธอกำลังถูกถ่ายทอดออกมาโดยคนที่เธอคาดไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ 

          “ตอนแรกทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยดี ผู้ใหญ่ทุกคนมองว่าคู่เราเหมาะสมกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก แต่พอบริษัทดีเอสพีเกิดวิกฤติขึ้นมา ความรักของเรา...ก็ต้องวิกฤติตามไปด้วย ไลลาถูกจับแยกกับพี่หมอทันทีโดยที่เราสองคนไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ จากที่เรียนมหา’ลัยเดียวกัน ไลลาก็ถูกส่งไปอยู่ต่างประเทศและถูกกีดกันจากพี่หมอทุกทาง ทุกคนสนใจแต่ธุรกิจ ไม่มีใครสนใจความรู้สึกของไลลาเลยสักคน” 

ถ้านี่คือเรื่องจริง มันก็คงไม่แปลกที่ไลลาจะบอกเล่าความรู้สึกของเธอได้ดีราวกับเป็นคนคนเดียวกัน ผู้หญิงคนนี้เคยตกเป็นเหยื่อของค่านิยมทางสังคมไม่ต่างจากเธอตอนนี้เลย...ไม่มีใครสนใจความรู้สึกของเราด้วยซ้ำ เกล็ดดาวมองใบหน้าเรียวสวยพร้อมกับพยักหน้าอย่างเข้าใจความรู้สึก 

          “แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป ความรักของเรากำลังจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ความรัก...ที่ถูกเก็บซ่อนในใจของเราสองคนมาตลอดหลายปี วันนี้มันได้รับโอกาสให้กลับมาเติบโตเหมือนเดิมแล้วนะคะ ต่อให้ใครจะมองว่าไลลาเป็นคนไม่ดียังไง ไลลาก็ไม่สนใจทั้งนั้น เพราะตอนนี้วันที่เราสองคนรอคอยอย่างสุดหัวใจกำลังจะเกิดขึ้นจริงแล้ว” 

เกล็ดดาวยอมรับว่าสิ่งที่คนตรงหน้าพูดทำให้เธอหวั่นไหว นี่เธอตัดสินผู้หญิงคนหนึ่งไปแล้วจากแค่คำพูดที่ว่า ‘เขาว่ากันว่า...’ อย่างนั้นหรือ นี่เธอกำลังเป็นตัวคั่นกลางระหว่างความรักที่มีค่าของคนสองคนจริงๆ ใช่ไหม 

          หญิงสาวกัดริมฝีปากเบาๆ อย่างสับสน ก่อนที่จะรู้สึกถึงสัมผัสจากมือเรียวขาวของหญิงสาวคนข้างๆ ที่เอื้อมมาแตะมือของเธออย่างแผ่วเบา...พร้อมกับพูดคำพูดที่บีบหัวใจเธอที่สุด

           “พี่ดาวคะ คืนพี่หมอให้ไลลาได้ไหมคะ ไลลาขอร้อง”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว