[ปิดตอน] โปรดปรานปริญ [Mpreg] {สนพ.Sunflower book}
ตอนที่ 1 เตรียมตัวรับกรรมไว้ให้ดี
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ตอนที่ 1 เตรียมตัวรับกรรมไว้ให้ดี

 

สำหรับ ปริญ ไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่ากับการที่ลูกหมูของเขาป่วยอีกแล้ว

 

ปริญคือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เลี้ยงลูกแฝดเพียงลำพังตั้งแต่ท้อง จนถึงตอนนี้ลูกหมูทั้งสองของเขาอายุสามขวบแล้ว ถึงจะมีคำนำหน้าว่าคุณแม่ แต่ปริญคือชายหนุ่มร่างบางที่อายุเพียงแค่ยี่สิบสามปีเท่านั้น

 

และใช่ ปริญตั้งท้องเจ้าลูกหมูตอนที่เขาเรียนอยู่ชั้นปีที่สองและในตอนนั้นทุกอย่างกำลังจะไปได้ดี เขากำลังจะได้ทุนไปเรียนต่อที่อเมริกาแต่ทุกอย่างก็ต้องพังทลายลง

 

 

 

 

 

"ฮึก ฮือออ หาแม่ปริญ"

 

"แม่ปริญฮับพี่โปรดร้องไห้อีกแย้ว"

 

เด็กชายปรานรีบวิ่งปรี่เข้ามาหาผู้เป็นแม่ที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ ร่างบางรีบเช็ดน้ำตาออกลวกๆ เพราะกลัวว่าลูกชายจะเห็น

 

"แม่อยู่นี่แล้วครับ อย่าร้องไห้นะน้องโปรดคนเก่งของแม่"

 

โปรด คือแฝดคนพี่ที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนัก เด็กชายมักจะป่วยอยู่บ่อยครั้งและแต่ละครั้งก็นอนซมอยู่หลายวัน ซึ่งต่างจากแฝดคนน้องอย่าง ปราน รายนั้นแทบจะไม่เคยป่วยเลยแถมยังคอยช่วยดูแลพี่ชายไม่ห่าง

 

 

 

"แค่กก แค่กก ฮือ"

 

ใบหน้ากลมฝังอยู่ที่หัวไหล่บอบบางของคุณแม่พร้อมกับเสียงสะอื้นและเสียงไอไม่ขาดสาย

 

 

 

"พี่โปรดไม่ร้องนะ อยากเล่นรถไฟรางกับปรานไหมฮะ"

 

"ปราน ไม่ได้นะลูก พี่กำลังไม่สบาย แม่เคยบอกว่ายังไงหืม"

 

เด็กชายตัวกลมยู่ปาก เขาไม่ชอบเลยเวลาที่พี่โปรดไม่สบาย แม่มักจะให้เขาอยู่ห่างแฝดพี่ ไม่ให้เล่นด้วย ไม่ให้กอด ไม่ให้หอม เพราะกลัวว่าจะติดไข้

 

 

 

"ถ้าพ่ออยู่พ่อจะกอดพี่โปรดใช่มั้ยฮับแม่"

 

 

 

กึก!

 

ปริญชะงัก ทำไมอยู่ๆ ลูกถึงได้พูดถึงคนที่ไม่เคยเข้ามาอยู่ในความทรงจำแบบนี้

 

 

 

"หนูพูดอะไรครับลูก"

 

"เพื่อนที่โรงเรียนบอกว่าเวลาป่วยพ่อจะเป็นฮีโร่ ถ้ากอดแล้วจะหายป่วย พ่ออยู่ไหนหรอฮะแม่"

 

"ฮือออ กอดพ่อ"

 

เมื่อแฝดน้องพูดจบแฝดพี่ก็แผดร้องออกมา พร้อมกับร้องเรียกหาพ่อ นั่นยิ่งบีบหัวใจคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างปริญ

 

 

 

 

 

"แม่ก็กอดลูกได้นะครับ ไม่ร้องนะ"

 

ปริญกอดปลอบลูกชายอยู่นาน ก่อนที่เสียงสะอื้นจะเงียบลงไป หลังจากนั้นเขาจึงจัดการเปลี่ยนชุดให้โปรด ส่วนปรานรายนั้นช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยปริญจึงพาลูกๆ ออกมายืนอยู่หน้าบ้านหลังเล็กขนาดสองชั้นที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ก่อนที่จะเสียพร้อมกับเงินฝากในบัญชีธนาคารและประกันชีวิตที่พอจะทำให้การเลี้ยงลูกเขาในสามปีที่ผ่านมาไม่ลำบากมากนัก

 

 

 

 

 

"แท็กซี่ไปไหนหมดนะ"

 

 

 

ปรี๊น!

 

 

 

เสียงบีบแตรพร้อมกับรถเบนซ์สีบรอนด์ที่ขับมาจอดอยู่ตรงหน้าสามแม่ลูกก่อนจะเปิดกระจกรถออกมาทักทาย

 

 

 

"ปริญจะพาเด็กๆ ไปไหนหรอ"

 

"น้องโปรดไม่สบายครับ ผมกำลังจะพาลูกไปคลีนิคใกล้ๆ นี่เอง"

 

"ทำไมไม่บอกพี่ พี่พาไปได้นะ"

 

"ผมเกรงใจหน่ะครับ กลัวว่าพีก้องจะยุ่งด้วย"

 

พี่ก้อง หรือก้องภพ คือเพื่อนบ้านที่อยู่ถัดจากบ้านของปริญไปสามหลัง คุณป้าดวงดาวแม่ของพี่ก้องเอ็นดูเด็กๆ ทำให้บ้านเขาและบ้านของพี่ก้องสนิทกันมากพอสมควร อีกทั้งบ้านนั้นยังช่วยเหลือปริญอยู่บ่อยครั้ง เขาจึงเกรงใจ

 

"เกรงใจอะไรกัน มาขึ้นรถเร็ว เด็กๆ ร้อนแล้ว"

 

ก้องภพลงจากรถก่อนจะมาเปิดประตูรถให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ยืนละล้าละหลังด้วยความเกรงใจ

 

"น้องปรานนั่งข้างหลังคนเดียวได้ใช่ไหมครับ"

 

"ฮับ"

 

เด็กชายพยักหน้าตอบ คุณลุงก้องภพจึงอุ้มแฝดน้องไปนั่งที่เบาะหลัง ก่อนจะหันมาเปิดประตูให้กับปริญที่กำลังอุ้มน้องโปรดอยู่

 

 

 

 

 

ไม่นานนักรถยนต์ก็ขับมาจอดอยู่หน้าโรงพยาบาลชื่อดังซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเท่าไหร่นัก ความจริงปริญก็อยากพาลูกมาที่นี่ แต่เพราะกลัวว่าจะรอคิวนานเขาเลยเลือกไปที่คลีนิคแทน

 

เมื่อได้รับการตรวจเรียบร้อยแล้วคุณหมอก็อนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่บ้านได้ ความจริงอาจจะใช้เวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมง แต่เพราะก้องภพรู้จักกับคุณหมอเขาเลยได้คิวรักษาเร็วขึ้น

 

 

 

 

 

"ไอ้ก้อง"

 

ในขณะที่กำลังจะเดินกลับไปที่รถ ก็มีใครบางคนเรียกก้องภพเอาไว้ซะก่อน ปริญกับลูกๆ จึงหยุดยืนรอ

 

"อ้าวไอ้ราเชนท์ มาทำอะไรที่โรงพยาบาลวะ"

 

"มาทำธุระนิดหน่อย มึงหล่ะมาทำอะไร"

 

"พาเด็กๆ มาหาหมอหว่ะ"

 

 

 

ก้องภพหันไปทางสามแม่ลูกก่อนที่ราเชนท์จะมองตามไปเห็นเด็กน้อยหน้าตาน่ารักสองคนที่ใบหน้าคล้ายคลึงกัน เด็กคนนึงหันมามองเขาตาแป๋ว ซึ่งแววตาแบบนั้นเขารู้สึกคุ้นๆ แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน

 

"ลูกมึงหรอวะ"

 

"หึหึ เปล่าหรอกแต่ก็อยากได้เป็นลูกอยู่นะ เด็กๆน่ารักชะมัดเลย"

 

"ลูกหรือแม่กันแน่วะ"

 

"พี่ก้องครับ เดี๋ยวผมพาเด็กๆไปรอที่รถก็ได้นะครับ พี่คุยกับเพื่อนตามสบายไม่ต้องรีบ"

 

ปริญที่ยืนอยู่ไม่ไกลส่งยิ้มไปให้พี่ชายข้างบ้าน แค่นี้เขาก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว ปริญจึงไม่อยากทำตัวมีปัญหา

 

 

 

.

 

 

 

"โทษทีนะปริญพี่คุยกับเพื่อนนานไปหน่อย ไม่ได้เจอกันเกือบปี"

 

"ไม่เป็นไรเลยครับ วันนี้เด็กๆไม่ค่อยงอแง"

 

"น่ารักมาก"

 

ก้องภพลูบศรีษะของแฝดคนน้องที่ทำตาแป๋วอย่างเอ็นดู ก่อนยื่นมือไปลูบศรีษะแฝนคนพี่ที่กำลังนอนหลับปุ๋ย

 

 

 

"เกือบลืมไปเลย เห็นคุณแม่บอกว่าปริญอยากหางานทำใช่ไหม"

 

ชายหนุ่มถามขึ้น ในขณะที่รถยนต์กำลังขับเคลื่อนบนท้องถนน

 

"ครับ ตอนนี้เด็กๆก็เข้าโรงเรียนแล้ว ผมเลยอยากหางานทำ แต่ก็ยากหน่อย ไม่รู้จะมีที่ไหนที่สามารถทำงานแค่วันจันทร์ถึงศุกร์ได้บ้าง"

 

"เพื่อนพี่คนเมื่อกี้มันบอกว่าน้องชายมันเพิ่งกลับจากต่างประเทศแล้วมาบริหารธุรกิจที่บ้าน ทีนี้เขากำลังเปิดรับสมัครเลขาส่วนตัว ปริญลองไปสมัครดูสิ เห็นว่าเขารับวุฒิปริญญาตรีกับเด็กจบใหม่ด้วยนะ"

 

ปริญใช้เวลาว่าง เรียนหลักสูตรที่เรียนด้วยตัวเองแล้วไปสอบวัดผล คนที่เก่งและฉลาดอย่างปริญจึงสามารถจบหลักสูตรปริญญาตรีมาได้ด้วยเกรดเฉลี่ย 4.00  

 

 

 

"แล้วเรื่องเวลาการทำงานหล่ะครับ"

 

"ไม่ต้องห่วงเลย ที่นี่เขาทำงานกันแค่จันทร์ถึงศุกร์ อีกอย่างเลิกงานสี่โมงเย็นด้วยนะ เห็นเพื่อนพี่บอกว่าน้องชายมันไม่ชอบทำงานเกินเวลา เราจะได้มีเวลาไปรับไปส่งเด็กๆได้เต็มที่ พี่ว่างานนี้เหมาะกับปริญมาก"

 

ปริญเริ่มมีความสนใจในงานนี้ เมื่อกลับถึงบ้านและพาลูกๆเข้านอนเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเร่งรีบจัดเตรียมเอกสารเพื่อออกไปสมัครงาน รอให้ลูกหมูของเขาหายป่วยเขาจะลองไปสมัครดู

 

 

 

.

 

"โปรด ปราน เป็นเด็กดีนะครับ เดี๋ยวเลิกเรียนคุณแม่มารับ"

 

"ฮะ โปรดรักแม่ปริญ"

 

"ปรานก็รักแม่ปริญฮับ"

 

อ้อมกอดของเช้านี้เพิ่มความมั่นใจในการสมัครงานวันนี้ของปริญเป็นอย่างมาก เขาพลาดที่ท้อง แต่เด็กๆ ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดแต่อย่างใด เขาเต็มใจที่จะเลี้ยงดูลูกหมูสองตัวนี้ด้วยความรัก

 

 

 

"วันนี้แม่ปริญน่ารัก"

 

"หื้ม?"

 

"ช่ายๆ วันนี้แม่ปริญน่ารักที่สู้ด"

 

เด็กชายโปรดที่หายป่วยแล้วอ้าแขนออกกว้างๆอย่างทะเล้น จนคุณแม่ต้องก้มลงไปฟัดแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว จะว่าไปเขาก็ไม่ได้แต่งตัวแบบนี้นานแล้วเหมือนกัน ชุดเสื้อเชิ้ตสีสบายตาพร้อมกับกางเกงขากระบอกทางการสีเข้ม อีกทั้งยังเซ็ทผมให้เป็นทรงหลังจากไม่ได้เซ็ทมานานมากแล้ว

 

 

 

.

 

บริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ยักษ์ใหญ่

 

"เชิญคุณปริญที่ห้องสัมภาษณ์ค่ะ"

 

ปริญตื่นเต้นพอสมควร เห็นว่าวันนี้ประธานของบริษัทเข้ามาคัดเลือกเลขาด้วยตัวเองด้วย เขารู้สึกประหม่าเล็กน้อย เพราะตั้งแต่เรียนจบซึ่งใช้เวลาเพียงแค่สามปี แต่หลังจากนั้นเขาก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานที่ไหนเลย เพราะต้องเลี้ยงลูก

 

 

 

เหมือนกับโลกหยุดหมุน การเวลาหยุดเอาไว้จนปริญรู้สึกเหมือนกำลังหยุดหายใจอยู่ในขณะนี้ ทันทีที่เขาก้มไหว้ตามมารยาทและเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่มองเขาอยูก่อนแล้ว

 

.....ราม

 

พ่อของลูก 

 

 

 

คุณราม เป็นประธานบริษัทคนใหม่ที่ปริญมาสมัครงาน เขาไม่รู้มาก่อนไม่อย่างนั้นคงไม่แม้แต่จะเดินย่างกรายเข้ามาอย่างแน่นอน แต่จะให้เดินกลับออกไปตอนนี้ก็คงดูไม่ดีนัก

 

"นี่คุณราม อัศวะภูวเรศ นะคะ รบกวนคุณปริญแนะนำตัวได้เลยค่ะ"

 

"นักศึกษาจบสูงจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของอเมริกา ทำไมถึงเลือกมาเป็นเลขากระจอกๆแบบนี้หล่ะ"

 

ยังไม่ทันที่ปริญจะได้แนะนำตัวอะไร เขาก็ได้รับคำพูดจาและสายตาดูถูกจากคุณราม ปริญบีบมือที่ชื้นเหงื่อของตัวเองเอาไว้แน่น อดทนอีกนิด อีกนิดเดียวก็ได้กลับออกไปแล้วและจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกเด็ดขาด

 

"เปิดประวัติผิดคนไหมคะคุณราม น้องคนนี้เขาจบจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและเป็นมหาวิทยาลัยแบบตลาดวิชาด้วยนะคะ"  

 

หญิงสูงวัยซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลเอ่ยบอก ทำเอาชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ เมื่อทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้

 

"ครับ ผมจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย XXX หลักสูตรมนุษย์ศาสตร์ เอกวิชาภาษาอังกฤษ"

 

น้ำเสียงแรกที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากสวย มันทำให้รามยิ่งหงุดหงิด เรื่องราวในอดีตย้อนกลับมาให้เขารู้สึกโกรธทุกครั้ง

 

"เรียนด้วยตัวเอง แต่ไปสอบวัดผล เกรดเฉลี่ย 4.00 ก็ใช้ได้นี่ ตกลงผมรับคนนี้ รบกวนคุณเนตรจัดการต่อให้ด้วย"

 

"อะ เอ่อ คนนี้หรอคะ" 

 

หญิงสูงวัยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง เจ้านายของเขาใช้เวลาเลือกเลขาอยู่หลายวันแต่ก็ยังไม่ถูกใจใคร อยู่ๆกลับมาเลือกคนนี้ซะอย่างนั้น

 

ส่วนปริญเขาได้แต่อ้าปากค้างอย่างตกใจ เพราะเขาคิดว่ายังไงก็ไม่ได้งานนี้อย่างแน่นอน

 

"ผมขอสละสิทธิ์นะครับ"

 

"คิดดูดีๆนะ การที่นายปฏิเสธงานของฉัน มันก็เหมือนนายปฏิเสธทุกๆบริษัท วงการธุรกิจมันแคบ บางทีฉันอาจจะต้องลงแบล็คลิสต์ชื่อนายเอาไว้ให้บริษัทอื่นพิจารณา"

 

"คุณ!"

 

ปริญรู้สึกโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว คุณรามกำลังจงใจกลั่นแกล้งเขา...นิสัยเด็กไม่เคยเปลี่ยน!

 

"ว่ายังไง เลือกเอาเองเพราะฉันไม่ได้บังคับ หึ"

 

รามยกยิ้มร้ายที่มุมปาก ถึงเวลาแก้แค้นคนไม่รักดีแล้วสินะ อยู่ๆ เหยื่อก็เดินเข้ามาหาเองโดยที่เขาไม่ต้องออกแรงอะไรเลย เตรียมตัวรับกรรมไว้ให้ดีแล้วกัน....ปริญ

 

 

 

****

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น