email-icon

สมองมีไว้สั่งการการกระทำ ดวงใจเล็กๆนั้นมีน่าที่ คอยรัก คอยใส่ใจคอยห่วงหาอาวรณ์ ฉนั้น จึงเจ็บปวดใจทุกครั้งเมื่อต้องสูญเสียรักไป

รึเราจะ...เคย...

ชื่อตอน : รึเราจะ...เคย...

คำค้น : ตอยนใหม่มาแล้วช่วยอ่านหน่อนค่ะ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 829

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2560 06:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รึเราจะ...เคย...
แบบอักษร

สายตา คมกริบของสุดเขต จ้องมองไปที่มือของชนแดนที่กุมมือของพิมพ์จันทร์ไว้ แววตาคล้ายผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็เป็นเพียงแค่เสี่ยววินาที แล้วกลับมาเป็นปกติแต่สายตาอีกคู่ที่ถุกแต่งแต้ม ด้วยเครื่องสำอาง  จ้องมองแบบจับผิดมีแววสงสัย

โต๊ะถูกจัดเตรียมไว้อย่างสวยงามบรรยากาศแสนจะโรแมนติคแต่ทว่าจิตใจของใครบางคนขุ่นมัว โต๊ะที่ถูกจัดเตรียมมาสำหรับนั่งคู่บัดนี้กับมี เก้าอี้ถึงสี่ที่นั่ง

“พี่เขตขา ถ้าหากพิยาดื่มไวน์จนเมาพี่เขตต้องไปส่ง พิยานะค่ะ”เสียงออดอ้อนแววตาวิงวอน

“เดี๋ยวผมไปส่งเองครับพี่พิยา พี่เขตเขาทำงานมาทั้งวันแล้ว “สายตาเชิงเย้าหยอกทีเล่นทีจริงนั้นทำเอาพิริยาค้อนประหลับประเหลือก สุดเขตเหลือบตามองอีกคนที่นั่งข้างน้องชายแววตาสงบนิ่งนั้นทำให้เขาอยากจะเดาความรู้สึกได้ พิริยาไม่สนใจใคร ยังคงรินไวน์ใส่แก้วกระดกรวดเดียวเหมือนกับกระหายน้ำ ไม่นานเธอก็อ่อนปลวกเปียก

“พี่เขตขา พิยาอยากกลับแล้วค่ะ พี่เขตไปส่งพิยาได้ไหมค่ะ” ชนแดนมองหน้าพี่ชายด้วยความเห็นใจ ในสภาพของผู้หญิงที่ ถูกหมายมั่นว่าจะมาเป็นคู่ชีวิตของพี่ชาย  ชนแดนรู้ดีว่าพิริยาไม่ใช่คนคออ่อนขนาดนั้นพี่ชายของเขาเสียอีกที่เป็นคนที่ค่อนข้างดีเกินไป อาจจะเสียท่าให้กับผู้หญิงแบบพิริยาได้ไม่ยากนัก

“ผมไปส่งก็ได้ครับ  พี่ไปส่งคุณจันทร์ให้ที ที่พักเธออยู่ใกล้ๆนี่เองครับ”พิมพ์จันทร์ส่ายหน้าไปมา

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันกลับเองได้ใกล้ๆ แค่นี้เอง”

“ผมเป็นคนชวนคุณมา จะให้คุณกลับเองได้อย่างไรครับ” ชนแดนยิ้มพร้อมกับคำพูดอ่อนโยนพิมพ์จันทร์ไม่ปฎิเสธ ลุกจากเก้าอี้ ออกเดินนำไปในทันที

“พี่เขตขา แล้วพิยาล่ะค่ะ”

“เดี๋ยวผมไปส่งเองครับ ผมเอารถมา”ชนแดนเข้าพยุงร่างของพิริยาด้วยท่าทางทะมัดทะแมง

“ม่ายอาววว พิยาจะกลับกับพี่เขตพี่เขตต้องไปส่งพิยา” สุดเขตส่ายหน้าไปมาออกเดินตามพิมพ์จันทร์ไปทันที

สองข้างทางประดับด้วยไฟแสงสี พิมพ์จันทร์เดินช้าๆ ตามด้วยสุดเขตที่เดินอยู่ด้านหลังความเงียบจนหน้าอึดอัดนั้น  ทำเอาเธออยากจะล่องหน

“เธอรู้จักชนแดนได้อย่างไร” เขาเป็นคนทำลายความเงียบขึ้นมา คำถามที่แสนธรรมดา แต่คาดคั้นคำตอบอยู่ในน้ำเสียง พิมพ์จันทร์เบิกตาโต ด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะจู่โจมด้วยคำถามแบบนี้

“ เผอิญเจอกันค่ะ”

“รู้จักกันมานานรึยัง”

“เพิ่งเผอิญเจอกันแค่ครั้งเดียว”

“เผอิญเจอกัน ไม่น่าเชื่อ เธอนี่สนิท คนง่ายนะ”น้ำเสียงเยาะหยัน  แววตาแสดงความไม่พอใจ พิมพ์จันทร์เองก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงรู้สึกผิด ด้วยความรู้สึกผิดนั้นกลายเป็นความโมโห

“ฉันก็เพิ่งรู้จักคุณเหมือนกัน แต่ฉันก็ยังไปกับคุณทั้งวัน แล้วยังให้คุณเดินมาส่งอีกด้วย” สุดเขตรู้สึกหงุดหงิดเช่นกัน

“ขนาดจับมือถือแขนกัน  ฉันรู้จักชนแดนดี ว่าเขาไม่เคยทำแบบนี้กับใคร”

“ เขาว่า อินทร์ถา กับมิ่งแก้ว มันโตมาด้วยกัน ไม่แน่ไอ้อินทร์ถา มันอาจจะรักจะชอบมิ่งแก้วก็ได้ พ่อครูเองก็ไม่เคยหวงห้ามถึงจะรักมิ่งแก้วจะตายก็เถอะ มิ่งแก้วเองก็ไม่เห็นว่าหนุ่มบ้านไหนจะชนะใจได้โดน ไอ้อินทร์ถามันกันท่าตลอด” เสียงชาวบ้านถกเถียงกันเสียงดัง ในตลาดจนเข้าหู ภัทรบวร ความคับแค้นใจ น้อยใจ และไม่แน่ใจในบางอย่าง วันนี้เขาต้องถาม ความจริง กับ มิ่งแก้วให้รู้เรื่อง

“ทำไมข้าเจ้าจะรักจะชอบใครเกี่ยวอะไรกับคุณบวรด้วยเล่า ทีคุณยังมีคู่มั่นคู่หมายอยู่ที่พระนครเลย ” น้ำเสียงน่าเอ็นดู แต่ทุกถ้อยคำที่พูดช่างเสียดแทงจิตใจเขาเสียจริง ไม่เพียงแค่นั้นท่าทาง ยี ยวนนั้น มันช่างน่า ... ความน้อยเนื้อต่ำใจความโมโหพุ่งพรวดขึ้นมาทันที ลำแขนแข็งแรงตวัดรัดร่างบางมาแนบ อกใหญ่ อกนุ่มเบียดชิดจนเกือบเป็นเนื้อเดียวกันความรู้สึกบางอย่างแผ่ซ่านไปทุกอณูเนื้อ มิ่งแก้วตาโต ด้วยความตกใจ ภัทรบวรจ้องใบหน้าสวยนิ่งนาน  แววตาสวยนั้นมีทั้ง ความยียวน และบางอย่างที่ทำให้ใจเขาอ่อนยวบลงไป อ้อมกอดที่รัดรึงนั้น กลับกลายเป็นอ่อนโยนขึ้นมาทันที ตาสบตานิ่งนาน เขาอยากทำอะไรให้มากกว่านี้ พยายามหักห้ามใจตัวเองด้วยขนบทำเนียบประเพณี อันดีงาม ดวงจันทร์ที่ลอยอยู่บนฟ้าคล้ายจะเป็นใจ เมื่อมีเมฆมาบดบังไว้จนมืดมิด ความรู้สึกบางอย่างผลักดันให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นโน้มต่ำ เข้าหาใบหน้าสวยจนริมฝีปากเกือบจะบรรจบกัน เขาหักห้ามใจตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะกระซิบข้างหูของมิ่งแก้ว น้ำเสียงเบาหวิวทว่าโหยหาสุดกำลัง

“ตอบแบบนี้ คิดว่าอย่างเรา จะทนได้เหรอ อยากโดนดีหรืออย่างไร” แววตามีแววหวานซึ้งเต็มเปี่ยมแต่น่าเสียดายที่มิ่งแก้วไม่อาจมองเห็นในความมืดมิดนั้น มิ่งแก้ว ตัวสั่นเทาด้วยความรู้สึกหลายๆอย่างปะปนกันไปด้วยว่าเธอเองไม่เคยใกล้ชิดชายใดมาก่อน

“ เหมือนที่คุณ จับมือคู่รักคุณนะเหรอค่ะถึงฉันจะรู้จักคุณพ่อหนูนิว เออคุณชนแดนไม่นานแต่คุณก็น่าจะรู้ว่า คุณชนแดน เป็นคนสุภาพน่าคบแค่ไหนไม่เหมือนกับคุณ ” ดวงตาลุกโพลงนั้นโมโหสุดขีดลำแขน ภายใต้เสื้อนอก ตวัดรัดร่างบางที่หันมา ประจันหน้า แรงกระชากทำเอาร่างบอบบาง เซเข้ามาซุกอยู่ในอกกว้าง อกอิ่มเบียดชิดติดตรึงอยู่กับอกกว้างแข็งแรงนั้น สุดเขตจ้องหน้าหวานละมุนตาไม่กระพริบ ใบหน้าหวานละมุนนั้นยังไม่ตรึงใจเท่า อกนุ่มที่เบียดชิดอยู่กับ อกกว้างของเขาอ้อมแขนแข้งแรงยิ่งกระชับแน่น เป็นผลให้ ความร้อนจากร่างกาย แล่นสุ่หัวใจของทั้งสองคน ควารู้สึกบางอย่าง ยากจะหักห้ามใจ สุดเขตโน้มตัวลงจน ริมฝีปากหยักได้รูป ชิดริมฝีปากของคนที่อยู่ในอ้อมแขน เขาออกแรงบดขยี้ ดื่มด่ำ ความหอมหวานจากริมฝีปากบางด้วยความเผลอไผล เนินนานความโหยหาอาวรณ์ ความต้องการบางอย่างเหมือนเป็นตัวบงการหัวใจเขาในขณะนี้ ร่างบางในอ้อมแขนดิ้นรนขัดขืน เขายิ่งกระชับอ้อมแขน จูบเนินนานรุนแรงค่อยแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนนิ่มนวล ร่างสวยในอ้อมแขนค่อยๆผ่อนคลาย ทว่า เขาสัมผัสได้ถึงน้ำอุ่นๆที่ไหลออกมาจากตามาสู่ร่องแก้ม เขาตกใจเล็กน้อยก่อนจะ คลายอ้อมแขนออก แต่ยังคงกอดรัดอยู่เช่นเดิมอย่างแผ่วเบา

“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”ร่างบางในอ้อมแขนยิ่งสะอื้นหนักขึ้นกว่าเดิม เขาเหลียวมองรอบกาย บรรยากาศเริ่ม เงียบสงัด จึงตวัดอ้อมแขนรัดร่างเข้ามาแนบอก

ความคิดเห็น