ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 16 เราคบกันค่ะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 เราคบกันค่ะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2559 10:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 เราคบกันค่ะ
แบบอักษร

10

 

          ในห้องรับแขกขนาดไม่ใหญ่มาก มีชุดรับแขกไม้เคลือบเงาแกะสลักด้วยลายมุกที่บอกกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีนตั้งตระง่านอยู่กลางห้อง ธัชเดินนำไปนั่งข้างๆ คุณย่าพริ้มเพราที่เก้าอี้ตัวยาว ก่อนที่เกล็ดดาวจะเดินตามไปแล้วนั่งลงบนเก้าอี้เล็กตัวข้างๆ 

          หญิงสาวมองสำรวจรอบๆ ด้วยความรู้สึกไม่คุ้นเคย เธอเติบโตมากับชีวิตในบ้านหรูสไตล์อิตาลี แน่นอนว่าภาพแรกที่เข้ามาในหัวเมื่อได้ยินคำว่า ‘ห้องรับแขก’ แถมอยู่ในคฤหาสน์เศรษฐีหมื่นล้าน ก็คงหนีไม่พ้นโซฟาหลุยส์สุดคลาสสิกที่สีเข้ากันดีกับพรมบนพื้นและผ้าม่านระย้า ทุกอย่างจะลงตัวอย่างที่สุดเมื่อแสงไฟอ่อนๆ จากแชนเดอเลียร์คริสตัลบนเพดานส่องลงมาเพิ่มบรรยากาศความละมุนชวนหลงใหลให้แก่ห้อง 

แต่ภาพที่เธอเห็นตอนนี้กลับต่างออกไป ไม่มีแชนเดอเลียร์ ไม่มีโซฟาหลุยส์ แถม...อีเก้าอี้ไม้ปวดตูดนี่คืออะไร เกล็ดดาวส่งยิ้มอ่อนๆ ให้คุณย่าพลางนึกในใจว่า ‘นี่ฉันไม่ได้อยู่ในศาลไคฟงของเปาปุ้นจิ้นใช่ไหม’

          “ไหนเล่าซิหมอธัช เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น อย่าโกหกย่านะ” หญิงอาวุโสผู้ทำหน้าที่เสมือนเปาปุ้นจิ้นเอ่ยเปิดประเด็นด้วยเสียงที่อ่อนลงกว่าเมื่อครู่มาก 

          “เมื่อคืนเราเจอกันที่งาน แล้วคุณดาวเมามาก ผมก็เลยไปส่งเธอที่บ้าน แต่บ้านล็อก แล้วเธอก็หลับไม่ได้สติ ผมก็เลยต้องพาเธอมาค้างที่นี่แทน” คนเป็นหลานเล่าโดยไม่มีสีหน้ากังวล

          “หนูดาวเธอหลับไม่ได้สติ แล้วธัชไปบ้านเขาถูกได้ยังไง”

          “ผมเคยไปส่งคุณดาวที่บ้านแล้วครั้งนึงครับ” 

          “ใช่ค่ะ ก็วันที่รถชนแล้วหมอธัชเอารถคุณย่าไปใช้ไงคะ” เมื่อได้จังหวะคนที่นั่งเงียบอยู่นานจึงเอ่ยสมทบ และการขยายความที่มุ่งประเด็นไปที่ ‘รถคุณย่า’ นั้นทำให้คุณย่าพริ้มเพราหันมองสบตากับนมผันที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เล็กอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเกล็ดดาวอย่างรู้กันกับคุณย่าโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูด 

          คนต้นเรื่องที่มองภาพนั้นอยู่แอบอมยิ้มที่มุมปาก ‘นั่นแหละค่ะคุณย่า แบบที่คุณย่าคิดนั่นแหละ ใช่ค่ะ’

          “แล้ว...ที่บอกว่าเราไปถอดชุดเขานั่นล่ะ มันคืออะไร”

เกล็ดดาวหันกลับไปมองคนถูกยิงคำถามด้วยแววตาแบ๊วใสไร้เดียงสาที่สุด พร้อมกะพริบตาปริบๆ ราวกับจะบอกเขาว่า ‘ถ้าคุณไม่สงสารฉัน ก็บอกคุณย่าไปเลยค่ะว่าฉันบอกให้คุณถอด’ 

          ธัชมองแววตานั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มหน้าหลบสายตาแล้วเอ่ยตอบ “คือ...ชุดมันเลอะน่ะครับ นอนทั้งอย่างนั้นคงไม่ได้” นั่นไง! ผู้ชายแพ้มารยาอยู่นี่นี่เอง

          “แต่เราเป็นผู้ชาย รู้ใช่ไหมว่าไปปลดเปลื้องผ้าผู้หญิงแบบนั้นน่ะมันไม่ได้ ถึงแม้เราจะเป็นหมอที่อาจจะเปิดผ้าเปิดผ่อนคนไข้จนเป็นเรื่องธรรมดาก็ตาม แต่นี่เขาไม่ใช่คนไข้ ธัชรู้ใช่ไหมว่าทำแบบนั้นกับเขาไม่ได้”

เมื่อย่าขึ้นเสียงสูง หลานชายจึงได้แต่ก้มหน้ารับความผิด 

          เขารู้แก่ใจดีว่าไม่ควรทำแบบนั้น แต่เพราะสถานการณ์เมื่อคืนบีบบังคับ และก็ไม่ได้คิดว่าจะมีใครนอกจากเขาและเธอที่รู้เรื่องนี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว

          “ย่าถามอีกครั้งนะ เราสองคน...คบกันอยู่ใช่ไหม” แล้วคำถามคาใจของคุณย่าก็เปิดทางให้เกล็ดดาวอีกครั้ง”

“ใช่ค่ะ/เราเป็นเพื่อนกันครับ”

สายตาทุกคู่สะบัดมาที่หญิงสาวโดยอัตโนมัติ

นางแบบสาวเจ้าบทบาทหันสบตาชายหนุ่มที่จ้องเธอกลับด้วยสีหน้าตั้งคำถาม ก่อนที่เธอจะหลุบตาลงเพียงไม่กี่วินาที แล้วเงยหน้าขึ้นมองผู้ใหญ่อีกสองคนในห้องสลับไปมาคล้ายกำลังตกอยู่ในความสับสน แล้วเอ่ยเสียงแผ่วเบา

          “ดาวหมายถึงว่าใช่ค่ะ เราคบกันในฐานะเพื่อน...แบบที่หมอธัชว่า เราไม่ได้มีอะไรเกินเลยกันจริงๆ ไม่เลย...แม้สักครั้งเดียว” พูดจบแม่ดาวพระศุกร์ผู้น่าสงสารก็ก้มหน้าลงยอมรับชะตากรรมอันน่าเศร้าของผู้หญิงตัวเล็กๆ พร้อมคิดในใจว่า ‘ถ้ามีรีเมกดาวพระศุกร์รอบหน้า ฉันไปแคสต์ดูดีไหม’’

          “ถ้าอย่างนั้นหมอธัชออกไปก่อน ย่าขอคุยกับหนูดาวตามลำพัง”

เกล็ดดาวเงยหน้าขึ้นมองชายร่างสูงในจังหวะที่เขากำลังลุกขึ้น เธอโปรยยิ้มละมุนและส่งสายตาบอกกับเขาว่า ‘ผู้กำกับ...เขาเลือกฉันค่ะ ส่วนอาตี๋อย่างคุณน่ะเหรอ โน่น! มาเฟียเลือดมังกรไป’

          “ตอนนี้หมอธัชไม่อยู่แล้ว หนูดาวมีอะไรอยากจะบอกย่าไหม” ทันทีที่หมอธัชพ้นประตูออกไป คุณย่าพริ้มเพราก็เอ่ยถามด้วยคำถามที่นางแบบสาวสัมผัสได้ถึงความห่วงใยในฐานะผู้หญิงด้วยกัน 

          คุณย่า...นับว่าเป็นคนเที่ยงธรรมคนหนึ่งจริงๆ ที่ให้โอกาสผู้เสียหายอย่างเธอได้พูด ทั้งๆ ที่เรื่องนี้อาจจะทำให้หลานชายของท่านกลายเป็นคนผิดก็ตาม แม้หญิงสาวจะซาบซึ้งในความเมตตาของคุณย่า แต่ภารกิจก็คือภารกิจ ถ้ามิชชันไม่คอมพลีต เกล็ดดาวก็ก้าวออกจากบ้านนี้ไม่ได้! 

          หญิงสาวอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็หลุบตาลงแล้วตอบไปว่า “ไม่...ไม่มีค่ะ” ใครอยู่ตรงนั้น ขอน้ำส้มให้นางเอกหน่อย

           “งั้นย่ามีอะไรจะถาม”

นมผันวางกล่องกระดาษใบเล็กลงบนโต๊ะ แล้วเปิดฝาออกอย่างรู้หน้าที่โดยไม่ต้องรอให้คุณย่าบอก

“ของในนั้นใช่ของหนูรึเปล่า” 

เกล็ดดาวชะเง้อมองหลังจากสิ้นเสียงของคุณย่า ลิปสติกแท่งสีทองกับต่างหูรูปตัวซีไขว้กัน...กับดักที่เธอแอบทิ้งไว้วันนั้น ได้ผลจริงๆ เสียด้วย ‘แจ็คคะ ลิปสติกของอีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ กับต่างหูชาเนลที่คุณซื้อให้ ฉันเอามาจับผู้ชายคนใหม่ที่รวยกว่า สะใจดีไหมคะ’ 

แม้ในใจจะกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างผู้ได้รับชัยชนะ แต่สิ่งที่เธอแสดงออกมากลับตรงกันข้าม “เอ่อ...คือ เอ่อ...”  หญิงสาวก้มหน้าอึกอัก ไม่ใช่ไม่อยากตอบนะ แต่ในสถานการณ์แบบนี้...ไม่ตอบ...แปลว่า ‘ใช่’

          “คุณย่าคะ” เสียงเรียกจากสาวน้อยที่หน้าประตูทำให้ทุกคนหันไปมอง

          “มีอะไรหรือหนูช่อ เข้ามาก่อนสิ” นมผันตอบแทนคุณย่า

          “เพื่อนคุณเกล็ดดาวมารอรับอยู่ที่ห้องรับแขกใหญ่สักครู่แล้วค่ะ แต่ว่าตอนนี้นักข่าวอยู่เต็มหน้าบ้านไปหมดเลยค่ะ คุณย่าจะให้ทำยังไงดีคะ”

          “นักข่าวเหรอ มาได้ยังไงกัน” 

          “สงสัยจะมาเพราะไอ้เนี่ยละครับ” เสียงที่แทรกขึ้นตอบคำถามคุณย่ามาพร้อมการปรากฏตัวของธาม และหมอธัชที่เดินตามเข้ามาอีกคน 

          แฝดคนน้องยื่นสมาร์ตโฟนให้คุณย่าดูตัวการที่เด่นหราอยู่ในโลกโซเชียล และแน่นอนว่าไม่พ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับวันพรุ่งนี้เช้าแน่ๆ

          “คุณพระ!” นมผันโพล่งออกมาพร้อมกับเอามือแนบอก ซึ่งคุณย่าพริ้มเพราเองก็ตกใจมากไม่แพ้กัน

          “ในคอมเมนต์บอกว่าแกกับคุณเกล็ดดาวเคยไป...ไปตะลุยอวกาศกันที่โรงพยาบาลมาแล้วด้วย จริงเหรอวะธัช”

          “ตาธาม! เรานี่ เวลาแบบนี้ยังจะมาพูดเล่นอีก”

          “พูดเล่นอะไรครับคุณย่า นี่ผมกำลังหาทางออกให้ปัญหาอยู่นะ เพราะถ้าสองคนเคยจูงมือเดินเล่นกันในอวกาศอย่างที่เขาว่าจริงๆ หรืออาจจะไม่เคย แต่ไปทำอะไรให้คนอื่นเขาคิดว่าเคยแล้วละก็ มันก็คงยากที่จะมานั่งปฏิเสธว่า ไม่มีอะไรครับ ไม่มีอะไรค่ะ เราแค่เพื่อนกันทั้งที่ทุกอย่างฟ้องชัดขนาดนี้ ไม่มีใครเชื่ออยู่แล้ว คนอื่นจะมองว่าเราขาดความน่าเชื่อถือ แล้วนี่ไม่ใช่แค่ปัญหาของคนสองคนแล้วนะครับ มันกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่จะส่งผลกระทบกับดีเอสพี คอนสตรัคชั่น และอัครากรุ๊ปไปแล้ว เพราะฉะนั้นผม...ในฐานะผู้มีอำนาจการตัดสินใจสูงสุดของดีเอสพีในขณะนี้ ผมอยากจะขอความร่วมมือ...ให้เปิดแถลงข่าวครับ” 

          คำพูดที่เป็นเหตุเป็นผลกันอย่างสุดจะหาข้อโต้แย้งได้ของธามทำให้ทั้งห้องเงียบไปครู่หนึ่ง เกล็ดดาวมองเจ้าของความคิดที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม จะว่าไป...เวลาแบบนี้อีตาเสือผู้หญิงนี่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย คนนี้สินะนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่นิตยสารแนวหน้ามักกล่าวถึง...ที่เขาว่ากันว่าเป็นคนเข้ามากอบกู้วิกฤติของดีเอสพีเอาไว้...คงไม่ใช่ราคาคุยเสียแล้ว

          “แถลงข่าวเหรอ จะให้บอกว่าอะไรล่ะ” ในที่สุดหมอธัชก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบเป็นคนแรก

          “ตอนนี้บอกนักข่าวไปก่อนว่าคบกันอยู่ พอเรื่องมันซาไป จะคบหรือจะเลิก ถึงตอนนั้นก็ไม่มีใครสนใจแล้วละ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน” 

          แล้วพลังกดดันจากสื่อก็ได้ผลจริงๆ ทุกคนยอมตกลงตามข้อเสนอของธาม พร้อมกับการสลายมวลนักข่าวได้ด้วยการตกลงว่าจะเปิดแถลงข่าวในช่วงบ่ายของวันนี้ 

          การยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือของธาม ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงได้โดยไม่มีใครบาดเจ็บล้มตายกับเหตุการณ์นี้...

          เอิ่ม...แต่แค่ดูเหมือนนะ เพราะว่าในความเป็นจริงแล้ว...

          “คุณธามเขาก็เลยจะให้แถลงข่าวว่าแกกับหมอธัชกำลังคบกัน เพื่อแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าไปก่อนอย่างงั้นเหรอ” มุกมณีที่กำลังทำหน้าที่สารถีพาเพื่อนสาวตัวดีกลับบ้านหันมาถามคนเบาะข้างๆ 

คนหน้าสวยแม้จะไร้เครื่องสำอางหันไปยักคิ้วให้คนถาม

            “ใช่ แต่นั่นมันแค่ปัญหาของเขานะ ส่วนการแก้ปัญหาของฉัน...มันไม่จบลงแค่ตรงนั้นหรอก แกเตรียมคอลัมน์เขียนข่าวฉันได้เลย พรุ่งนี้มาแน่!”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว