ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15 สวัสดีค่ะคุณย่า

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 สวัสดีค่ะคุณย่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2559 09:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 สวัสดีค่ะคุณย่า
แบบอักษร

9


        “หน้าตาดูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะหมอธัช เมื่อคืนกลับมาดึกเหรอ” หญิงชราผู้เป็นดั่งประมุขของบ้านเอ่ยถามหลานชายที่เอาแต่นั่งเอาตะเกียบเขี่ยข้าวต้มในถ้วยไปมา 

           มื้อเช้าของวันนี้แปลกไปจากทุกๆ วันสักหน่อย เพราะคุณย่าได้สั่งให้เปลี่ยนบรรยากาศจากโต๊ะตัวยาวในห้องรับประทานอาหารมาเป็นโต๊ะกลมแบบหมุนตรงกลางที่ตั้งอยู่ในห้องอีกฝั่งหนึ่งของตัวบ้านแทน การรับประทานอาหารแบบธรรมเนียมจีนนี้ถือเป็นเรื่องปกติในสมัยที่ท่านเจ้าสัวยังอยู่ แต่พอหลานชายคนรองที่ถูกเลี้ยงมาแบบไทยกับหลานชายคนเล็กที่โตมาแบบฝรั่งถูกจับให้กลับมาอยู่รวมกันในบ้านหลังนี้ การรับประทานอาหารแบบโต๊ะกลมจึงมีขึ้นเป็นครั้งคราวเท่านั้น

 “ก็นิดหน่อยครับคุณย่า”

           “งั้นก็ทานเยอะๆ นะ วันนี้เข้าเวรดึกใช่ไหม”

           “ครับคุณย่า”

           “หนูช่อก็เหมือนกัน ทานเยอะๆ นะ หมอธัชคีบให้น้องมั่งสิ” คุณย่าพริ้มเพราหันไปเอ่ยกับสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่นั่งอยู่อีกข้างหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาเรียกสติหลานชายที่ยังคงนั่งจดจ่อกับความคิดในหัว

           “ไม่เป็นไรค่ะพี่หมอ เดี๋ยวช่อคีบเอง” สาวร่างบางปฏิเสธด้วยรอยยิ้มแสนเสน่ห์ของเธอ และในตอนนั้นเองที่คุณย่าหันไปเห็นสมาชิกอีกคนที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูอยู่พร้อมกับเสื้อสูทที่พาดอยู่บนไหล่กว้าง

         “อ้าวตาธามกลับมาพอดี เดี๋ยวนี้กลับเช้าบ่อยนะเราน่ะ จะทานข้าวเลยไหม” 

           “ไม่ดีกว่าครับ กินไม่ลง ของบางอย่างข้างนอกมันก็ดูสีสดใส แต่ข้างในเน่าจนเละไปหมด แค่เห็นก็จะอ้วก...ผมหมายถึงไข่เยี่ยวม้าน่ะ ไม่ได้หมายถึงใคร ขอตัวดีกว่าครับ” ธามเอ่ยตอบคุณย่า แต่ตากลับมองไปที่...สาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณย่า

        ในจังหวะที่ชายร่างสูงกำลังจะผละออกจากประตูไปนั้น เสียงจากแขกที่ไม่มีใครรู้จักก็ดังมาจากชั้นสอง

        “กรี๊ดด...ด...!” 

คนเดียวในบ้านที่รู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใครวางตะเกียบในมือทันที พร้อมวิ่งสี่คูณร้อยหายออกไปจากห้องอาหารอย่างรวดเร็วในขณะที่คนอื่นๆ ยังคงตกอยู่ในความงงงวย

           “เสียงผู้หญิงใช่ไหมนมผัน แล้วทำไมหมอธัชถึงรีบวิ่งออกไปแบบนั้น มีเรื่องอะไรรึเปล่าเนี่ย” เจ้าของบ้านที่เพิ่งได้สติหันถามแม่บ้านคนสนิทด้วยความเป็นห่วงหลานชาย

           “หรือว่าจะเป็นเรื่องนั้นคะคุณย่า”

คำตอบที่เป็นคำถามไปในตัวของนมผันทำเอาหญิงชราถึงกับเบิกตากว้าง สีหน้ากังวลใจปรากฏขึ้นทันที หลานชายที่เธอพร่ำสอนมากับมือคงไม่ได้ทำเรื่องอย่างนั้นหรอกใช่ไหม

           “ไปๆ พาฉันขึ้นไปดูหน่อย”

หญิงสาวร่างบางที่คุณย่าเรียกว่า ‘หนูช่อ’ สอดแขนเข้าประคองคุณย่าจากโต๊ะอาหารพาขึ้นไปที่ชั้นสอง และแน่นอนว่าจุดหมายของคุณย่าคือ ‘ห้องนอนของหมอธัช’

 

           “คุณดาว!!” ประตูห้องนอนถูกผลักเข้ามาโดยเจ้าของห้อง เกล็ดดาวสะบัดหน้าที่เปรอะเครื่องสำอางไปตามเสียงเรียก

           “หน้าฉัน! คุณดูหน้าฉันสิ สิวจะขึ้นมั้ยเนี่ย” 

           “ร้องซะลั่นเลย เขาตกใจกันหมดบ้านแล้วเนี่ย” คิ้วเข้มที่ขมวดอยู่ด้วยความกังวลคลายออกจากกันเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าเสียงกรี๊ดปรอทแตกนั่นมีสาเหตุมาจากคราบสกปรกบนใบหน้าสวยเท่านั้น 

           เมื่อคำพูดที่ว่า ‘ตกใจกันหมดบ้าน’ วิ่งเข้ากระแทกหู นางแบบสาวก็ระลึกได้ทันทีว่าภารกิจของเธอยังไม่เสร็จสิ้น เธอจำต้องพักความสนใจจากใบหน้าที่เหมือนเพิ่งผ่านสงครามมาหมาดๆ เอาไว้ก่อน แล้วมุ่งเข้าสู่ดิวิชันทูของแผนการในทันที 

           “คุณมาก็ดีแล้ว นี่ใครเปลี่ยนชุดให้ฉัน แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

คำถามน่ะไม่เท่าไร แต่สายตาที่ถูกส่งมาพร้อมกันนั่นต่างหากที่ทำให้หมอหนุ่มรับรู้ได้ถึงคำว่า ‘ตอบไม่ดีมีตาย’

   “โอเคคุณดาว ใจเย็นๆ นะ เมื่อคืนผมไปส่งคุณที่บ้าน แต่บ้านคุณล็อก ผมก็เลยต้องพาคุณมาค้างที่นี่แทน ส่วนชุด...เอ่อ...คุณก็เป็นคนบอกให้ผมเปลี่ยนชุดให้คุณ”

           “ฉันเนี่ยนะ? บอกให้คุณเปลี่ยนชุดให้ฉัน?”

เสียงสูงที่ตอบกลับมาเป็นเหมือนตัวขยายม่านตาของชายหนุ่ม...ซวยแล้วไหมล่ะ

           “ก็...คุณบอกให้ผมถอด แต่ผมไม่เห็นอะไรนะ ไม่ได้ทำอะไรด้วย ชุดชั้นในคุณก็ยังอยู่ แล้วก็ไม่ได้โดน...ส่วนนั้นด้วย ผมไม่รู้สึก...”

           “ไม่รู้สึกเหรอ” อีตาบ้า เมื่อคืนมือเขาโดนหน้าอกของเธอจนเสียวซ่านไปจนถึงปลายเท้า ยังมีหน้ามาบอกว่าไม่รู้สึกอะไรงั้นเหรอ ถึงมันจะไม่ได้บิ๊กไซซ์เป็นแม่วัวพันธุ์ดี แต่เชื้อฝรั่งที่ได้รับมาจากแม่นั้นก็ทำให้เธอได้รับการขนานนามว่า เป็นนางแบบสุดเซ็กซี่ได้ไม่อยากเลยนะ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

           เสียงเคาะประตูหยุดวินาทีชีวิตของชายหนุ่มเอาไว้ แต่เสียงเรียกที่ดังตามมาทำให้เขาเริ่มไม่แน่ใจเท่าไรว่า นี่เป็นการรอดตายหรือเร่งให้ตายเร็วขึ้นกันแน่

           “หมอธัช เกิดอะไรขึ้น เปิดประตูให้ย่าหน่อย มีใครอยู่ในห้องกับเราใช่ไหม”

           “คุณย่าคุณเหรอ” 

หมอธัชพ่นลมหายใจพลางหยักหน้า

เกล็ดดาวมองใบหน้าหนักใจของเป้าหมายแล้วใจหวิวขึ้นมาเสียอย่างนั้น ทั้งที่เมื่อคืนเขาพยายามช่วยเธอทุกอย่าง แต่เธอกลับทำแบบนี้กับเขา...เธอคงไม่ได้ใจร้ายกับเขามากไปใช่ไหม แต่จะมาคิดได้ตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว เธอเลือกก้าวมาในเส้นทางนี้ และเดินมาจนเกินครึ่งทางแล้วด้วย ถ้าจะให้เดินกลับตอนนี้...ก็คงไม่ได้แล้ว

           “ทำไงดีอ้ะคุณ ให้ฉันเจอคนที่บ้านคุณด้วยหน้าตาแบบนี้เหรอ”

           “เข้าไปล้างหน้าล้างตาก่อน เดี๋ยวผมออกไปคุยกับคุณย่าเอง”

เกล็ดดาวพยักหน้ารับ เป็นครั้งแรกที่เธอยอมทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะคุณย่าไม่ควรจะได้เห็นว่าที่หลานสะใภ้ใหญ่ครั้งแรกในสภาพหน้าผีไงล่ะคะ

           “มีผู้หญิงอยู่ในห้องใช่ไหมหมอธัช ลูกเต้าเหล่าใคร แล้วพาเขาเข้ามานอนที่ห้องเราได้ยังไง ตั้งแต่เมื่อไหร่ บอกย่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะ ทำไมเราถึงเป็นคนแบบนี้” 

ทันทีที่หลานชายตัวดีเปิดประตูออกมาจากห้อง คำถามชุดใหญ่ก็จ่อคิวเรียงรายเข้ามาชนิดที่ไม่มีช่องไฟให้ได้ตอบคำถามใดๆ เลย 

ธัชยกมือขึ้นห้ามทัพขบวนคำถาม ก่อนจะค่อยๆ อธิบาย “คุณย่าใจเย็นๆ ก่อนครับ คือมันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณย่าคิดครับ...คือ เมื่อคืนผมจำเป็นจริงๆ ที่ต้องพาเขามาค้างที่นี่ แต่รับรองไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นครับ” 

แม้รู้ดีว่าหลานชายคนนี้ไม่เคยโกหก แต่เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้ย่ายังมองเขาอย่างไม่เชื่อคำพูดเท่าไรนัก “แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

น้ำเสียงของคนถามบอกให้ชายหนุ่มรู้ว่าความโกรธของคุณย่ายังคงอยู่

         “เอ่อ...”

         “ดาวเองค่ะ สวัสดีค่ะคุณย่า” 

ประตูด้านหลังของชายหนุ่มเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าของคำตอบ...ในสภาพที่ช่วงอกของเสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกปอน ซึ่งน่าจะเกิดจากการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางบนใบหน้า เผยให้เห็นเนินอกขาวและเสื้อชั้นในสีแดงรำไรผ่านความบางแนบเนื้อของผ้า หนำซ้ำเสื้อยังสั้นจนลิงน้อยเกือบจะออกมาวิ่งเล่นได้อยู่แล้ว 

           ธามไล่สายตามองเรือนร่างหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างแฝดพี่ เธอเซ็กซี่ราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นชุดว่ายน้ำท้าลมร้อน ชายหนุ่มอมยิ้มพลางคิดถึงบทสนทนาของพวกเขาทั้งสามเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนจะเดินเข้าไปกระซิบที่ข้างหูธัช

           “ไหนบอกไม่เด็ดไงวะ จัดซะเปียกโชกเลย” 

คนถูกแซ็วไม่ตอบ ได้แต่ส่งสายตาห้ามปรามไปยังน้องชาย สีหน้ากระลิ้มกระเหลี่ยกับสายตาอันตรายของธามที่เลื่อนไปหาเกล็ดดาว ทำให้ธัชต้องหันมองตาม 

           หญิงสาวที่กำลังยิ้มด้วยความเขินอายเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน ยกมือขึ้นเกาท้ายทอยอย่างเก้ๆ กังๆ  และนั่นทำให้ชายเสื้อยกขึ้นยกลง จนคนข้างๆ เสียววูบวาบขึ้นมา 

ธัชรีบเอื้อมไปจับมือบางให้ลดลงแนบข้างตัวก่อนที่ดีกรีความหวาดเสียวจะเพิ่มมากไปกว่านี้

        “เอ่อ...คุณย่าครับ นี่คุณเกล็ดดาว...” หมอหนุ่มชำเลืองมองหญิงสาวข้างกายอย่างหาตัวช่วย เพราะนอกจากชื่อแล้ว เขาก็แทบจะไม่รู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเธอคนนี้เลย

           “เกล็ดดาว อัครเมฆินทร์ ค่ะ คือดาวกับหมอธัชเราเป็น...เอ่อ...” คราวนี้เป็นเกล็ดดาวที่มองเขากลับ 

           “เราเป็นเพื่อนกันครับ”

           “เพื่อนเหรอ” คนเจ้าแผนการตั้งใจย้อนถามเพื่อเพิ่มความน่าสงสัยภายใต้คำว่า ‘ไม่ได้นัดแนะ’ ให้คุณย่า และก็ได้ผลตามคาดจริงๆ เสียด้วย

           “ตกลงเป็นอะไรกันกันแน่” คุณย่าพริ้มเพราถามกลับทันควัน

           “เอ่อ...ดาว...ดาว...แค่หมายถึงว่าดาวเคยเป็นคนไข้ของหมอธัชด้วยน่ะค่ะ” คำแก้ตัวข้างๆ คูๆ นี้เป็นความตั้งใจในการเหยาะเครื่องปรุงรสที่ช่วยเพิ่มรสชาติของการ ‘พยายามปกปิดความจริง’ ลงไปในอาหารมื้อเช้านี้เท่านั้น

           “เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปคุยกับย่าที่ห้องรับแขก นมผัน วานไปหยิบของที่ได้มาวันนั้นที่ห้องฉันทีนะ”

คำสั่งนั้นทำให้เกล็ดดาวถึงกับหน้าสลด แต่ในใจกำลังกระโดดฉีกขากลางอากาศพร้อมกรีดกรายวงแขนสวย เชิดหน้าขึ้นด้วยท่าบัลเลต์ที่ร่ำเรียนมาจากสถาบันชื่อดังแห่งลอนดอน

           “ครับคุณย่า/ค่ะคุณย่า”

และทันทีที่คุณย่าหันหลังให้ 

“นี่คุณ เมื่อคืนถอดชุดฉันแล้วเอาไปไว้ที่ไหน” 

หมอธัชรีบยกมือขึ้นปิดปากนางแบบสาวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะพูดอะไรที่ ‘ส่อ’ ถึงเรื่องใต้สะดือไปมากกว่านี้

           คุณย่าพริ้มเพราหันกลับมามองทั้งคู่อีกครั้งด้วยสายตาเชิงตำหนิเล็กน้อย

สาวร่างบางแกะมือหนาออกจากปากเธอ ก่อนจะส่งยิ้มแหยๆ กลับไปเชิงตอบรับคำตักเตือนพลางคิดในใจ ‘ดาวขอโทษนะคะคุณย่า...แต่ถ้าอาหารจะอร่อยมันต้องโรยผักชีตบท้ายอีกนิดนึงน่ะค่ะ’

 “คุณเข้าห้องไปก่อนนะ เดี๋ยวผมจะไปเอาชุดมาให้” ใบหน้าของคนพูดเปลี่ยนเป็นไร้อารมณ์อีกครั้ง เขาว่าแล้วเดินแยกออกไปโดยไม่รอฟังคำตอบใดๆ จากหญิงสาวตรงหน้าเลย 

          เกล็ดดาวเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง และพบว่าสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดของเธอกำลังสั่นอย่างบ้าคลั่งอยู่บนเตียง สายเรียกเข้านั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน บรรณาธิการสาวเพื่อนรักที่เธอเพิ่งจะแชร์โลเกชันให้ ก่อนจะออกไปเซย์ไฮกับคุณย่าข้างนอก

          “ว่าไงแก ใกล้ถึงยัง”

          “ใกล้แล้ว แต่ไอ้ดาว ฉันคงไปรับแกตอนนี้ไม่ได้ว่ะ งานเข้าจังเบ้อเร่อแล้ว”

          “ทำไม มีไร” ใบหน้าสวยออกอาการกังวลเล็กน้อย มาไกลขนาดนี้แล้ว ถ้าผิดแผนนี่ขอยิงตัวตายเลยนะ

          “นักข่าวตามมาแก สงสัยตามมาตั้งแต่ที่คอนโดฯ ฉันแล้วแน่ๆ ดีนะเนี่ยรู้ตัวก่อน ตอนนี้นักข่าวคงตามหาตัวแกกันให้ควั่กแล้วละ”

          “เดี๋ยวนะ นี่นักข่าวรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” 

ตายๆ ถ้านักข่าวรู้ว่าเธอวิ่งโร่มานอนบ้านผู้ชายที่ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วละก็...มีหวังจากนางแบบสุดฮอตคงได้ฉายาใหม่เป็นนางแบบสาวใจง่ายที่ใช้ร่างกายเปลือง...คงไม่มีใครติดต่อให้ไปเล่นหนังโป๊ใช่ไหม

          “อย่าบอกนะว่าแกยังไม่รู้ พระเจ้าเถอะ! งั้นแกก็รีบเช็กโซเชียลเลยนะ เพื่อนไม่อยากจะพูดค่ะ ให้ภาพมันฟ้องเองละกัน” 

แล้วทันทีที่มุกมณีตัดสายไป นิ้วเรียวก็ลากเลื่อนหน้าจอ ก่อนจะกดเข้าแอปพลิเคชันสีน้ำเงินยอดฮิต ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นดวงตาคมสวยก็เบิกกว้างเพราะภาพที่ถูกแชร์ว่อนอย่างสนุกมือบนอินเทอร์เน็ต

          หญิงสาวร่างบางในสภาพเมาไม่ได้สติถูกอุ้มออกจากร้านโดยชายร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ภาพเหล่านี้ถูกแอบถ่ายตั้งแต่ชายหนุ่มเดินออกจากร้าน จนกระทั่งวางเธอไว้บนเบาะของไอ้ถั่วดำ แม้จะเป็นภาพที่ถูกถ่ายจากระยะไกลในเวลากลางคืนที่แสงน้อย ทำให้เห็นหน้าของทั้งสองคนในภาพไม่ชัดเจนเท่าไร 

เมื่อกดลิงก์ไปยังเว็บไซต์กระทู้ชื่อดัง ก็มีการเปรียบเทียบชุดของผู้หญิงที่ถูกอุ้มกับชุดที่เธอสวมจากภาพที่เธอเป็นคนอัปโหลดลงในโซเชียลเมื่อคืนนี้ เพื่อยืนยันว่าผู้หญิงในรูปคือ เกล็ดดาว อัครเมฆินทร์ ไม่ผิดตัวแน่ ส่วนผู้ชายในภาพน่ะเหรอ แม้จะเห็นหน้าตาไม่ชัดเจน แต่เลขทะเบียนรถที่ถูกถ่ายไว้ตอนขับออกไปนั้น เป็นเชือกอย่างหนาที่ทำให้เขาดิ้นหลุดจากคดีนี้ได้ยากเช่นกัน นี่ยังไม่รวมคอมเมนต์ต่างๆ ที่มีการพูดถึงเรื่องซุบซิบในโรงพยาบาลที่ว่าเธอกับเขาเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันในห้องตรวจของโรงพยาบาลมาแล้ว

          ให้ตายเหอะ! สัมพันธ์ลึกซึ้งบ้าบออะไรกัน เรื่องบานปลายไปกันใหญ่แล้ว แค่ยอมโดนมองว่าเป็นผู้หญิงใจง่ายในสายตาคุณย่านี่ก็ว่าแย่แล้วนะ แต่นี่คนทั้งประเทศกำลังคิดว่าเธอเป็นอย่างนั้น ชื่อเสียงในวงการที่สั่งสมมา ไหนจะหน้าตาของตระกูลอัครเมฆินทร์อีก ดีไม่ดีหุ้นของบริษัทในเครืออัครากรุ๊ปอาจจะดิ่งลงเหวในอีกไม่กี่วันนี้ก็ได้ จะเจ๊งแหล่ไม่เจ๊งแหล่อยู่แล้วด้วย จะทำอย่างไรดีล่ะเนี่ย

          หลังจากยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ได้คำตอบของปัญหาตรงหน้า ใช่! ถ้าเรื่องนี้ไม่จบลงด้วยการประกาศแต่งงาน ก็ไม่มีทางไหนจะกู้หน้าตาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลกลับมาได้แน่ ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสเลยแล้วกัน! เกล็ดดาวต่อสายกลับไปหาคนที่กำลังรอฟังสถานการณ์อยู่ทันที

          “มุก แกปล่อยให้นักข่าวตามมา มากเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะมันถึงเวลาแล้วที่เราจะใช้สื่อในมือ...ตะปบเหยื่อซะที!”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว