ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 ชน!!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2559 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 ชน!!
แบบอักษร

6

 

               “บีเอ็มดับบลิว เอ็กซ์หนึ่ง สีดำเหรอ ไหนดูหน่อยซิหน้าตาเป็นยังไง” 

นาฬิกาบอกเวลาเจ็ดโมงเช้า เกล็ดดาวที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถสปอร์ตสุดหรูของเธออ่านรายละเอียดของรถที่เธอจดไว้ในกระดาษ พร้อมกับหยิบสมาร์ตโฟนข้างตัวขึ้นมาเพื่อค้นหาภาพรถยนต์เป้าหมาย เพราะนอกจากทะเบียนรถแล้ว เธอควรจะรู้ลักษณะของรถไว้ด้วย ทำงานใหญ่ขนาดนี้ต้องแน่ใจว่าไม่ผิดคัน!

          “นี่ขับรถคันละสามล้านเองเหรอ นึกว่าทายาทหมื่นล้านจะขับรถหรูกว่านี้ซะอีก” เธอเบ้ปากเล็กน้อยเมื่อได้อ่านข้อมูลในอินเทอร์เน็ต พลางถอนหายใจ “เฮ้อ...แล้วมันคุ้มกันไหมเนี่ยที่ต้องเอาลูกไข่เจียวสิบหกล้านของฉันไปจุ๊บกับ...อั๊ย! ไม่อยากจะพูด” 

          แล้วทันใดนั้นเองบีเอ็มดับบลิว เอ็กซ์หนึ่ง สีดำคันที่ว่าก็เคลื่อนที่ออกมาถึงปากซอย คนขับชะลอรถเพื่อรอเลี้ยวออกสู่ถนนใหญ่ โดยมีรถปอร์เช่ เก้าหนึ่งหนึ่งสีเหลืองสดจอดติดเครื่องอยู่ริมด้านซ้ายสุดของถนนเส้นนั้น 

          เกล็ดดาวเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์ในมือ แล้วก็ต้องตกใจจนอ้าปากค้างเมื่อสายตาปะทะเข้ากับรถเป้าหมายที่เธอรออยู่ 

          “เฮ้ย...มาแล้ว ทำไงดีๆ เดินหน้าไหม ถอยหลังดีไหม เดี๋ยวก่อนๆ เอาไงดี ไข่เจียวอดทนหน่อยนะลูก...อร๊ายยย” 

          ‘โครม!’ 

          ด้วยความลนลานจนทำอะไรไม่ถูกของเธอ ทำให้รถของหญิงสาวที่เหมือนจะจอดรอ สุดท้ายก็ออกตัวมาอย่างกะทันหัน เลยทำให้อีกฝ่ายซึ่งคิดว่ารถคันนั้นจอดรออยู่เลื่อนรถออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน และชนเข้าอย่างจังกับรถของเธอ

          แรงสะเทือนจากการกระแทกทำให้สาวร่างบางพุ่งไปข้างหน้าเล็กน้อย แต่ก็เด้งกลับมาที่เดิมด้วยระบบเซฟตี้ขั้นที่หนึ่งที่เรียกว่าเข็มขัดนิรภัย แม้ว่าทางร่างกายของเธอจะปลอดภัยดีทุกประการ แต่ทางด้านจิตใจนั้น

          “โอ้ว...มาย...ก๊อดเนส...ส...ส ไข่เจียว ไม่น้า”

         เกล็ดดาวฟุบหน้าลงคร่ำครวญกับพวงมาลัยรถ ไม่กล้าแม้แต่จะลงไปดูความบอบช้ำของลูกสาวสุดที่รัก จนคู่กรณีต้องตามมาเรียก 

          ก๊อกๆๆ 

ชายร่างสูงในชุดทำงานที่เหมือนกับทุกๆ วันเคาะเรียกสาวเจ้าจากกระจกด้านข้างคนขับ “คุณ เป็นอะไรรึเปล่าครับ คุณครับคุณ”

          “ฮึ ฮือ ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย ความเจ็บปวดครั้งที่หนึ่งเสียเงินหนึ่งแสน ความเจ็บปวดครั้งที่สอง แหกตาตื่นตั้งแต่ไก่โห่ ความเจ็บปวดครั้งที่สาม ไข่เจียว! ฮือ ฮือ ฮือ” หญิงสาวยังคงร้องไห้ฟูมฟายโดยไม่สนใจเสียงร้องเรียกรอบข้างเลย

          “คุณครับคุณ ได้ยินผมรึเปล่า คือผมชนรถคุณน่ะครับ เอาไงดี สายแล้วด้วย” 

เมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมตอบ และเขาก็มีเคสผ่าตัดใหญ่รออยู่ ชายร่างสูงจึงวิ่งกลับไปหยิบกระเป๋าที่รถ ก่อนจะเขียนข้อความถึงเธอแล้วเสียบไว้กับที่ปัดน้ำฝนหน้ารถของหญิงสาว

          ก๊อกๆ

เขาเคาะที่กระจกหน้ารถอีกครั้ง และครั้งนี้คู่กรณีของเขาก็เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงด้วยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนน้ำตา ชายหนุ่มชี้กระดาษที่เขาเหน็บไว้เพื่อบอกให้เธอรู้ ก่อนจะวิ่งขึ้นแท็กซี่ไปต่อหน้าต่อตาเธอ           

วินาทีนั้นเองสาวเจ้าน้ำตาก็ได้สติ และรีบเปิดประตูลงจากรถอย่างรวดเร็ว แต่ก็...

          “เดี๋ยวก่อนคุณ! เฮ้ย...ไม่ทัน...” เกล็ดดาวมองแท็กซี่ที่วิ่งออกไปจนลับตา พลางฮึดฮัดขึ้นมาอย่างเสียอารมณ์ก่อนหันไปหยิบแผ่นกระดาษเล็กๆ ที่กระจกหน้ารถมาอ่าน

          “ผมชนรถคุณ หวังว่าคุณจะไม่เป็นอะไร...นี่ฉันดูไม่เป็นอะไรตรงไหนยะ! หา!... ผมมีธุระด่วนต้องรีบไปก่อน แต่โทร. เรียกประกันกับคนจากที่บ้านให้แล้ว ฝากใบขับขี่กับนามบัตรของผมไว้ รบกวนติดต่อกลับด้วย...ธัช” เธอกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย ก่อนจะหยิบนามบัตรขึ้นมาดู ตามด้วยใบขับขี่ของชายหนุ่ม

          “เหอะ ตี๋ยันใบขับขี่เลย ตอนถ่ายรูปนี่ลืมตาอยู่ปะเนี่ย...เฮ้ย! แต่เดี๋ยว ใบขับขี่ใช้ทำคุณไสยได้ไหมเนี่ย อีตานั่นจะได้ยอมแต่งงานง่ายๆ เลยไง”

 

          ปิ๊น! 

          “ว้าย! ตาเถร”

          เสียงแตรจากรถที่ผ่านไปมาดึงสติให้เธอต้องพักเรื่องคุณไสยเอาไว้ก่อน เกล็ดดาวตกใจจนต้องเขยิบรถเข้าข้างทางโดยอัตโนมัติ แล้วเธอก็พลันเห็นในสิ่งที่ไม่อยากจะเห็นที่สุดในเวลานี้ทางหางตา

          “ไข่เจียวลูกแม่!” นางแบบสาววิ่งบนส้นสูงอ้อมไปอีกด้านเพื่อให้เห็นรอยบอบช้ำของลูกสาวได้ชัดเจนขึ้น แล้วความสะเทือนใจก็ทำให้สาวเจ้าถึงกับขาอ่อน

          “นี่...บะ บะ บะ บุบเลยเหรอ ใจร้ายเกินไปแล้วนะ!” 

นางแบบสาวตวัดสายตาอาฆาตราวกับโกรธแค้นมาแรมปีไปที่รถซึ่งมีรอยบุบไม่ต่างกันนักอีกคันหนึ่งที่จอดอยู่ “แกใช่ไหมที่ทำไข่เจียว” ความโมโหพาหญิงสาวเดินตรงเข้าไปหารถที่ว่านั่นทันที และเตะล้อรถเข้าไปเต็มแรงด้วยความแค้น

          “นี่แน่ะ! ไอ้ถั่วดำ เดี๋ยวก่อนเถอะ เจ้านายแก โดนเละแน่!”

 

          “ผ่าตัดมาตั้งแต่ตอนสาย คุณหมอยังไม่ได้ทานมื้อเที่ยงเลย ให้พี่ณีไปซื้อให้ไหมคะ หรือว่าคุณหมอจะกลับบ้านเลย วันนี้ได้เลิกตรงเวลาทั้งที” พรรณี พยาบาลสาววัยกลางคน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในพยาบาลไม่กี่คนที่ทำงานใกล้ชิดกับธัชมาตั้งแต่เขาเริ่มเข้ามาทำงานที่นี่ ถามขึ้น

          หมอหนุ่มหันมองเจ้าของคำถามด้วยอาการเบลอๆ ความเมื่อยล้าจากการผ่าตัดยาวนานร่วมเจ็ดชั่วโมง ความเหนื่อย และความหิวที่เข้าครอบงำ ทำให้สมองเริ่มสั่งงานช้าลง จนคำถามนั้นถูกแทรกขึ้นโดยน้องมิ้ว พยาบาลสาวจบใหม่ที่เพิ่งเข้ามา

          “หมอธัชคะ มีแขกมารอพบที่ห้อง แขกพิเศษซะด้วย” 

เจ้าตัวหันมาตามเสียง พลางกระตุกคิ้วเล็กน้อย แขกพิเศษเหรอ...

          “แหม เดี๋ยวนี้มีแขกพิเศษมาหาถึงห้องเลยนะคะคุณหมอ งั้นอาหารก็คงไม่ต้องซื้อให้แล้วสินะคะ” ความสนิทสนมทำให้พรรณีกล้าแซ็ว และคนโดนแซ็วก็ยิ้มอย่างอ่อนแรงกลับไปให้

          “แขกพิเศษเหรอ งั้นเดี๋ยวผมขอตัวก่อนละกันนะครับ”

          “ใครกันมิ้ว แขกพิเศษที่แกว่าน่ะ”

          “ก็คุณเกล็ดดาวไงพี่ณี คุณเกล็ดดาวที่เพิ่งเป็นข่าวซุบซิบกับหมอในข่าวเมื่อวานนี้ไง เห็นเขาว่าไปประมูลของกันมุ้งมิ้งเชียว” แล้วปฏิบัติการเมาท์มอยตามประสาผู้หญิงก็เริ่มต้นขึ้นทันทีหลังจากที่ชายร่างสูงเดินห่างออกไป 

          “จริงเหรอแก เงียบๆ แบบหมอธัชเนี่ยนะ กิ๊กกับคุณเกล็ดดาวเลยเหรอ”

          “อื้ม ในข่าวคุณเกล็ดดาวเขาบอกว่าไม่มี้ ไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่มาหาถึงโรงพยาบาลขนาดนี้ ไม่มีน้อยละสิไม่ว่า”

          “มีไม่มี เดี๋ยวก็รู้ ไม่มีทางพ้นหูตาพยาบาลที่นี่ไปได้ร้อก เชื่อพี่สิ” พี่พรรณีว่าพร้อมหัวเราะคิกคักส่งท้าย เพราะคงไม่มีเรื่องไหนเป็นที่อยากรู้อยากเห็นของเหล่าเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนี้ไปมากกว่าเรื่องของคุณหมอเจ้าเสน่ห์คนนี้อีกแล้ว

 

          หลังจากจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จ เกล็ดดาวพยายามโทร. ติดต่อตามเบอร์ในนามบัตรที่ธัชให้ไว้ แต่นอกจากจะไม่มีคนรับสายแล้ว ยังไม่มีคนโทร. กลับมาอีกด้วย 

“คิดจะชนแล้วหนีเหรอตี๋ เดี๋ยวจะจับกรีดตาสองชั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย” 

หญิงสาวบ่นอย่างคับแค้นใจ ก่อนจะก้มลงมองคราบเปื้อนสีดำจากล้อรถที่โชว์หราอยู่บนรองเท้ามิวมิวคู่โปรด ความแค้นยิ่งทวีคูณมากขึ้นไปอีก สาวเจ้าอดทนเก็บอารมณ์ต่อไปไม่ไหว เธอจึงต่อสายตรงถึงโรงพยาบาล แล้วตรงดิ่งมาที่นี่ทันทีในเวลาที่เจ้าหน้าที่บอกว่าธัชจะเลิกงาน และนี่เป็นเหตุผลที่เธอมาอยู่ในห้องนี้...แถมเลยเวลาที่ว่ามาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วด้วย

          ทันทีที่ประตูถูกเปิดเข้ามาอย่างช้าๆ และคุณหมอร่างสูงที่เธอเฝ้าตามหามาทั้งวันปรากฏตัว หญิงสาวก็เด้งตัวขึ้นจากโซฟายาวที่นั่งอยู่ทันที พร้อมกับตรงเข้าระเบิดอารมณ์ใส่คนตรงหน้า

          “นี่คุณ! ฉันโทร. หาคุณตั้งไม่รู้กี่ร้อยสาย คุณมีโทรศัพท์ไว้ทำไมเหรอ แล้วนี่คุณคิด...”

ชายหนุ่มยกมือขึ้นห้ามอย่างใจเย็น “เดี๋ยวก่อนครับ คุณคือ?” ความเบลอที่ยังคงคั่งค้างทำให้เขาถามออกไปแบบนั้น และนั่นก็ยิ่งเพิ่มพูนอารมณ์ระอุให้หญิงสาวมากขึ้นไปอีก

           “หา?! ฉันเกล็ดดาวไงคะ อย่าบอกนะคะว่าคุณจำฉันไม่ได้” 

          “เกล็ดดาว?” 

          “เราเจอกันที่งานประมูลไงคะ แล้วคุณก็ประมูลผ้าคลุมไหล่ของฉันด้วย จำไม่ได้เหรอ” สาวร่างบางอธิบายอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง...อีตานี่เป็นหมอจริงเหรอ ความจำปลาทองขนาดนี้

          “อ๋อครับ แล้วนี่คุณมาที่นี่มีธุระอะไรรึเปล่าครับ” เมื่อสมองอันอ่อนล้าเริ่มลำดับเรื่องราวได้ หมอหนุ่มจึงเอ่ยถามข้อข้องใจของเขาบ้าง และมันก็เป็นข้อข้องใจที่ทำให้สาวตรงหน้าแบะปาก เธอหยิบใบขับขี่ของเขาออกมาชูกลางอากาศ

          “ก็นอกจากคุณจะประมูลผ้าของฉันแล้วเนี่ย คุณยังชนรถฉันด้วยค่ะ!”

          หมอหนุ่มถอนหายใจ เพราะฟังจากการกระแทกเสียงทิ้งท้ายนั้น ดูท่าแล้วคู่กรณีของเขาน่าจะเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน งานนี้คงต้องเติมน้ำตาลในเลือดกันสักหน่อย ถ้าขืนยังคุยกับเธอในสภาพนี้ มีหวังได้รักษาหูกันยาวแน่ 

          “เข้าใจแล้วครับ งั้นไปคุยกันที่คอฟฟีชอปละกัน” ว่าแล้วก็เดินนำสาวเจ้าออกไปโดยไม่ฟังคำทักท้วงใดๆ

เกล็ดดาวมองตามอย่างหมดคำพูดก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา “เหอะ ยังมีหน้าจะกินกาแฟ เชื่อเขาเลย”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว