ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 บาดแผล

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 บาดแผล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2559 21:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 บาดแผล
แบบอักษร

               หลังจากมื้อค่ำสุดหฤโหดธัชก็กลับเข้าห้องนอนที่ชั้นสองของตัวบ้านทันที ชายหนุ่มหยิบรีโมตเครื่องปรับอากาศขึ้นมากดเปิด แล้วสาวเท้าในความมืดตรงไปยังหน้าต่างห้องนอน มือหนาแง้มผ้าม่านเปิดออกเล็กน้อย เขาทอดสายตาอย่างไร้จุดหมายให้ไกลออกไปจนสุดสายตา ท้องฟ้าในกรุงเทพฯ ไม่เคยมืดสนิทเลยสักคืน ไฟของตึกสูง...สว่างกว่าดาวบนท้องฟ้าเสมอ 

          ธัชปล่อยสายตาให้ล่องลอยไปเรื่อยๆ จนมาสะดุดที่สองแฝดจอมป่วนซึ่งเพิ่งจะโดนลงดาบไปหมาดๆ ที่นั่งชนแก้วกันอยู่ริมสระว่ายน้ำของบ้าน ไม่รู้ว่าคิดวางแผนอะไรกันอีกรึเปล่า...ก็อย่างว่าละ เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แถมดูท่าแล้วสองคนนั้นไม่มีทางจะยอมทำตามที่คุณย่าสั่งง่ายๆ แน่

          ร่างสูงผละตัวออกจากหน้าต่างแล้วเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวยาวที่ตั้งอยู่อีกด้านหนึ่งของห้อง หมอนใบใหญ่ถูกดันให้ไปชิดขอบด้านหนึ่งของโซฟาเพื่อรองรับการเอนตัวของเจ้าของห้อง 

          “แต่งงานเหรอ” เขาพึมพำออกมาลำพังในความมืด นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยมีความคิดแบบนี้ผ่านเขามาในหัว...สองปี สามปี...หรือมากกว่านั้น 

ที่จริงแล้ว...มันก็ตั้งแต่...วันที่เธอคนนั้นตัดสินใจเดินออกจากชีวิตเขาไป แล้วไม่เคยหันกลับมาอีกเลย...เธออยู่ไหน...ไลลา...

          ชายหนุ่มหยิบสมาร์ตโฟนในกระเป๋ากางเกงออกมา โทรศัพท์รุ่นเก่าที่ไม่ว่าใครต่อใครที่เห็นก็มักบอกเขาเสมอว่า ‘เงินเดือนหมอตั้งเยอะแยะ ซื้อมือถือรุ่นใหม่ได้แล้ว’ 

เขาได้แต่ยิ้มและไม่เคยตอบอะไร 

          ไม่มีใครรู้หรอกว่าสมาร์ตโฟนเครื่องเก่าเครื่องนี้เก็บความสุขและความทรงจำมากมายของช่วงชีวิตที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของเขาเอาไว้...ช่วงเวลาดีๆ ที่มีเธอคนนั้นอยู่ข้างกาย

          ธัชกดปลดล็อกสมาร์ตโฟนที่อยู่ในมือ แสงสว่างวาบฉายลงบนหน้าเขา ชายหนุ่มกดเลื่อนดูภาพมากมายที่ถูกเก็บไว้ในแกลลอรี เป็นภาพของหญิงสาวผิวขาวผมน้ำตาลลอนยาวในชุดนักศึกษา สวยน่ารักไม่แพ้เน็ตไอดอลสมัยใหม่ ข้างกายของเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หมอธัชในเสื้อกาวน์สั้นของนักศึกษาแพทย์ แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่ได้สวมแว่นเหมือนอย่างในรูปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันก็ไม่ได้ทำให้เขาดูดีน้อยไปกว่าในรูปเลย ออกจะดูสมาร์ตขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ 

ชายหนุ่มเลื่อนมองภาพเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมา...แม้จะมีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่เรียวปาก แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับเศร้า และทำให้รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า เขายิ้ม...แต่หัวใจไม่ได้ยิ้ม

          ธัชถอนหายใจก่อนปิดล็อกให้แสงจากโทรศัพท์ดับวูบลง ในห้องจึงมืดสนิท เขาเลื่อนมือข้างที่ถือโทรศัพท์ไปไว้ที่อกข้างซ้าย...แรงเต้นของหัวใจเท่านั้นที่บอกว่ามันยังทำงานอยู่ แม้มันจะชาจนแทบไร้ความรู้สึกแล้วก็ตาม ชายหนุ่มปล่อยให้น้ำตาจากบาดแผลครั้งนั้นไหลรินอีกครั้ง

         หากจะต้องแต่งงานกับใครสักคนเพื่อให้คุณย่าสบายใจ...จะไปยากอะไร เพราะไม่ว่ายังไง...เขาก็ไม่เหลือหัวใจ...ไว้รักใครได้อีกแล้ว

 

หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า

               “คุณย่าคะ ซินแสที่นัดให้มาดูฮวงจุ้ยเรื่องต่อเติมบ้านมาถึงแล้วค่ะ”

               “เหรอ ดีๆ เดี๋ยวช่วยยกชาร้อนไปที่ห้องรับแขกหน่อยนะ อ้อ แล้วก็ช่วยตามนมผันให้ฉันด้วย”

               “ค่ะคุณย่า”  

               วันนี้คุณย่าพริ้มเพราตั้งใจเชิญซินแสชื่อดังที่เขาว่ากันว่าแม่นนักแม่นหนาให้มาดูฮวงจุ้ยที่คฤหาสน์ดำรงค์สกุลพิพัฒน์ สืบเนื่องจากแพลนต่อเติมบ้านที่คุณย่าคิดเอาไว้แล้วว่า ถ้าสามหนุ่มสามมุมแต่งงานแต่งการกันแล้ว คฤหาสน์หลังนี้ก็อาจจะคับแคบไปสำหรับสามครอบครัว แล้วคุณย่าก็ไม่อยากให้ใครย้ายออกไปอยู่ที่อื่น ยังไงเสียหญิงสูงวัยคนนี้ก็อยากจะอยู่ใกล้ชิดทั้งสามครอบครัวในบั้นปลายชีวิตของเธอ 

               โดยหารู้ไม่ว่า...การได้พบซินแสครั้งนี้กลับนำมาซึ่งคำทำนายที่ไม่มีใครคาดคิด

               ...

               “นี่หลานชายเหรอ” ชายชราวัยเกือบเก้าสิบที่ยังเดินเหินได้คล่องแคล่วแบบไม่เกรงใจอายุทักขึ้น เมื่อเห็นรูปถ่ายขนาดใหญ่ในกรอบรูปหลุยส์สีทองที่ประดับหราอยู่บนฝาผนังด้านหนึ่งของห้องรับแขก 

               ในรูปคือคุณย่าพริ้มเพรานั่งเก้าอี้ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยหมอธัชสวมเสื้อกาวน์สั้นสีขาวและผู้กองธีร์สวมเครื่องแบบทหารบก โดยมีแฝดเล็กสวมชุดสูทยืนข้างหลังคุณย่า ทั้งสี่คนส่งยิ้มและแววตามีความสุขให้ช่างกล้อง จึงทำให้ภาพนี้เป็นภาพที่สะดุดตาและมักจะได้รับเสียงชมจากบรรดาแขกที่มาเยี่ยมเยือนเสมอๆ เว้นแต่ครั้งนี้

               “วาสนาดี...แต่มีเคราะห์”

               “มีเคราะห์เหรอคะ” คุณย่าพริ้มถามย้ำอีกครั้ง

               “เป็นคนวาสนาดี แต่เกิดในคืนเดือนมืด ชีวิตก็เลยไม่ค่อยสว่างไสวโชติช่วง เกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่พี่ไปทางน้องไปทาง ครอบครัวไม่ได้เป็นครอบครัวนะ” 

               ถึงตรงนี้คุณย่าพริ้มเพราหันมองนมผันอย่างตกตะลึงกับสิ่งที่ซินแสบอก 

               แม้ว่าตอนนี้แฝดทั้งสามจะอยู่บ้านเดียวกันก็จริง แต่เพิ่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ที่จริงแล้วหลังจากที่แฝดทั้งสามเกิดได้ไม่กี่วัน พวกเขาก็ต้องสูญเสียแม่ผู้ให้กำเนิดเพราะอาการเสียเลือดมากจากการคลอดบุตรแฝดสาม เป็นผลให้พ่อของพวกเขาเสียใจมากจนตรอมใจ และตามแม่ไปในอีกสองปีต่อมา จากนั้นไม่นานคุณหญิงกรรณิการ์ผู้เป็นยายจึงมาขอธีร์ไปเลี้ยงที่ชลบุรี เพื่อให้เป็นเสมือนตัวแทนของลูกสาวที่จากไป 

               ส่วนธาม แฝดคนสุดท้องที่เกิดมาตัวเล็กที่สุดและร่างกายไม่แข็งแรง ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ ประกอบกับธาราผู้เป็นป้าแท้ๆ แต่งงานกับชาวอังกฤษและมีลูกไม่ได้ คุณย่าก็หวังว่าหมอฝรั่งจะทำให้หลานชายคนเล็กแข็งแรงเหมือนพี่ๆ คนอื่น จึงส่งธามไปอยู่กับป้าธาราที่อังกฤษ จึงเหลือเพียงธัชเท่านั้นที่คุณย่าเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก เลยทำให้ธัชมักจะโดนแซ็วจากแฝดน้องอีกสองคนเสมอว่าเป็นหลานชายคนโปรดของคุณย่า

               แม้ว่าหลังจากเจ้าสัวจากไปแล้ว แฝดทั้งสามจะกลับมาอยู่ในบ้านหลังเดียวกันก็จริง แต่เพราะในวัยเด็กพวกเขาได้ใช้เวลาด้วยกันแค่ช่วงสั้นๆ ตอนปิดภาคเรียนเท่านั้น ความสนิทสนมจึงอาจไม่เทียบเท่าฝาแฝดที่ตัวติดกันตลอดเวลา แถมทั้งสามต่างเติบโตขึ้นมาท่ามกลางวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเหมือนเป็นตัวบ่มเพาะให้เมล็ดพันธุ์ทั้งสามที่แม้จะถูกหว่านลงดินพร้อมกัน งอกงามขึ้นตามลักษณะเด่นของแต่ละคน 

               ธัช...หมอหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบตามแบบฉบับคนจีน ธาม...นักธุรกิจที่รักอิสระเหมือนชาวตะวันตก หรือธีร์...ทหารหนุ่มจากครอบครัวทหารไทยผู้เป็นเหมือนจุดกึ่งกลางระหว่างพี่น้องสองคน ความสัมพันธ์ของพี่น้องที่ไม่ได้เติบโตมาด้วยกันนี้ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่แน่นแฟ้นเท่ากับพี่น้องในครอบครัวอื่นๆ แต่สายใยที่ถักทอมาตั้งแต่ในท้องแม่ก็ทำให้ทั้งสามเป็นเหมือนเพื่อนที่จะก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน

               “แล้วแบบนี้จะมีทางแก้ไหมคะซินแส” 

               ซินแสหันมองนมผันผู้ถามแล้วพยักหน้าตอบ “ต้องแต่งงานก่อนอายุสามสิบ”

               “ก่อนอายุสามสิบ! งั้นก็เหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึงปีเอง จะทันเหรอคะคุณย่า” นมผันร้องเสียงหลงพลางหันไปมองคุณย่าพริ้มเพราที่ตอนนี้ไม่ต้องบอกก็ดูจากสีหน้าได้ว่าเครียดและกังวลใจไม่แพ้กัน

               “ไม่ใช่ผู้หญิงคนไหนก็ช่วยเขาได้นะ...ในคืนเดือนมืด ท้องฟ้าดำสนิท ดวงจันทร์หนีหาย มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ยังส่องประกายคือ...ดวงดาว” 

               ถึงตรงนี้ซินแสละสายตาจากรูปบนผนังแล้วหันมองคุณย่าพริ้มเพราด้วยแววตาขึงขัง

               “หญิงสาวที่เกิดภายใต้อิทธิพลของละอองดาวเท่านั้น! จะส่องสว่างชีวิตของพวกเขาได้ แล้วจำเอาไว้อีกอย่าง ถ้าใครคนใดคนหนึ่งไม่มีแสงดาวส่องชีวิตแล้วละก็ อีกไม่นานท้องฟ้าของเขาจะต้องดับไปตลอดกาล...”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว