จะออกตอนต่อไปก่อนสิ้นปี2018 ฮ่าฮ่าฮ่า

ชื่อตอน : 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2559 09:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
12
แบบอักษร

2016-09-28

ซ่านหยวน

ข้ามาที่จวนแม่ทัพแต่เช้า แต่ไม่เช้าไปกว่าบรรดาแม่สื่อที่มายืนออกันหน้าจวน ข้าใช้วิชาตัวเบาโดดข้ามกำแพงรั้วเข้ามา ด้วยทนกลิ่นแป้งที่พวกหล่อนใส่มาไม่ไหวแล้ว เห็นบ่าวช่วยกันดันประตูจวนอยู่มิให้พวกนางเข้ามา

ข้าแสดงความจำนงว่าต้องการพบหรงเอ๋อ บ่าวรับใช้บอกว่าเขายังไม่ตื่น ข้าสั่งห้ามคนไปปลุกเขา เมื่อวานหรงเอ๋อต้องทำหลายอย่าง ข้าอยากให้เขาพักผ่อนให้เต็มที่

บ่าวนำข้ามานั่งรอที่ห้องรับรอง รอไม่นานท่านเจ้าอินทรีย์ก็ออกมาต้อนรับข้า สีหน้าของท่านไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หลังจากบ่าวรินน้ำชาให้แล้ว ท่านก็เริ่มคำถามก่อน

"องค์ชายมาบ้านข้าแต่เช้ามิทราบว่ามีเรื่องด่วนอันใด"

"ข้าอยากพบหรงเอ๋อ" ข้าตอบตามตรง

"หรงเอ๋อยังไม่ตื่น หากท่านมีเรื่องด่วนอันใดสามารถบอกอาได้"

"หรงเอ๋อเป็นคนนัดข้ามาพบเอง ธุระนั้นคงต้องรอคุยกับเขาเท่านั้นขออภัยด้วย" ข้าประสานมือขออภัย

" เมื่อเป็นเช่นนั้นคงต้องรบกวนเจ้า รอสักหน่อย แต่ข้าคิดว่าอีกไม่นานเขาก็คงตื่น" ท่านเจ้าอินทรีย์รินน้ำชาให้ข้า อยู่เป็นเพื่อนสนทนารอหลงเอ๋อตื่น

"ท่านพ่อ" หรงเอ๋อวิ่งมากอดท่านอาเขย เขาคงไม่ได้สังเกตว่ามีข้าอยู่ด้วย หลังจากอ้อนท่านอาแล้วจึงเพิ่งสังเกตเห็นข้า

"อ้าว ซ่านหยวน มาตั้งแต่เมื่อไหร่" 

"มาตั้งแต่เจ้ายังไม่ตื่น" ข้ามองเขาอย่างโหยหา

"เราเปลี่ยนไปสนทนากันในห้องหนังสือดีกว่า ท่านพ่อด้วยนะขอรับ ข้าต้องการคำชี้แนะจากท่าน" หรงเอ๋อจูงท่านอาเขยเดินนำให้ข้าเดินตามหลัง เขาช่างน่ารักเหมือนนกน้อยเสียจริง

"ท่านพ่อ ข้าขอเล่าสาเหตุที่ข้าลงจากเขาให้ท่านฟัง เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงผู้คนมากมาย ถ้าสามารถระงับสงครามที่กำลังจะก่อกำเนิดได้ข้าก็อยากทำ" 

หรงเอ๋อเล่าเรื่องทั้งหมดให้ท่านอาเขยฟัง ซึ่งละเอียดกว่าที่เคยเล่าให้ข้าฟังนัก

"เรื่องที่เจ้าเล่ามาเป็นความจริงหรือ" จื้อเหยียนหอบภาพวาดเต็มสองมือถามขึ้น 

"ถ้ามิใช่เรื่องจริงข้าจะเดินทางมาไกลเยี่ยงนี้รึ พวกท่านมิทราบหรอกว่าข้าต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง" อี้หรงน้ำตาคลอทำเอาจื้อเหยียนรีบวางม้วนภาพวาดในมือแล้วเข้าไปปลอบแต่ถูกหรงเอ๋อสะบัดตัวหนีไปหาท่านอาเขย

"ร้องไห้ทำไมหรือลูก พี่จื้อเหยียนมิได้มีเจตนาว่าเจ้าหรอกนะ" ท่านอาเขยปลอบแต่ข้าอยากดึงหรงเอ๋อมาปลอบเองเหลือเกิน

"พี่ขอโทษ เจ้าอย่าร้องไห้เลยนะพี่ผิดเอง" จื้อเหยียนดึงมือหรงเอ๋อมาตบหน้าตัวเองแต่กลับทำให้หรงเอ๋อร้องไห้หนักขึ้น เจ้าคิดถึงเรื่องใดหรือ ยิ่งมองข้ายิ่งปวดใจ

หรงเอ๋อร้องไห้จนหลับคาอกท่านอาเขย พวกเรามองหน้ากันก่อนที่ท่านอาเขยจะเริ่มบทสนทนา

"ซ่านหยวนเจ้าคงพอทราบเรื่องอยู่แล้วสินะ"

"ขอรับ หรงเอ๋อเล่าให้ข้าฟังระหว่างเดินทางเข้าเมืองหลวงแล้ว ก่อนที่เขาจะทราบว่าท่านอาเขยเป็นบิดาของเขาเสียอีก" 

"แล้วเราจะทำอย่างไรกันล่ะท่านพ่อ บ้านเมืองมีคลื่นใต้น้ำหลายฝ่าย อีกเพียงเดือนเดียวพวกเราก็ต้องกลับชายแดนแล้ว" จื้อเหยียนแสดงความเป็นกังวล

"พรุ่งนี้พ่อจะเข้าเฝ้าฮ่องเต้ หวังว่าท่านจะเชื่อเรื่องที่หรงเอ๋อเล่าและยอมให้ทำลายขุมทรัพย์นั้น พ่อเห็นว่าเป็นชนวนก่อเภทภัยจริงดังน้องว่า" ท่านอาเขยขยับให้หรงเอ๋อนอนสบายขึ้น

"ท่านอาคงจะเมื่อย ส่งหรงเอ๋อมาให้ข้าเถอะ" ข้าแสดงความเอื้อเฟื้อแต่จื้อเหยียนกลับตีหน้ายักษ์ใส่ข้า

"ไม่ต้อง น้องข้า ข้าย่อมดูแลเอง" จื้อเหยียนรับหรงเอ๋อจากท่านอาเขยมาอุ้มไว้แนบอกอย่างทะนุถนอม

"ข้าพาน้องไปพักก่อนดีกว่าท่านพ่อ ข้าคิดว่าหรงเอ๋อเล่าให้เราฟังไม่หมด ข้าไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้น้องต้องเผชิญเรื่องสะเทือนใจอันใด แต่จากนี้ต่อไปข้าจะไม่ปล่อยให้ใครทำให้น้องเสียใจเป็นอันขาด" จื้อเหยียนพูดอย่างเด็ดขาด

"ซ่านหยวน เจ้าเจอหรงเอ๋อก่อนพวกเรา ตอนนั้นหรงเอ๋อมีท่าทีผิดปกติอันใดบ้างหรือไม่" ท่านอาเขยถาม

"ข้าเจอหรงเอ๋อในป่า ไม่ทราบว่าเขาเล่าให้ท่านอาฟังหรือไม่ว่าเขาช่วยข้าไว้จากกลุ่มนักฆ่า"

"หรงเอ๋อไม่เคยเล่าเลย" จื้อเหยียนหน้าทะมึน

"เขาช่วยข้าไว้โดยบังเอิญ พอดีข้าทราบว่าเขามีจุดหมายอยู่ที่เมืองหลวงข้าจึงชวนเขาร่วมทางกัน หรงเอ๋อเล่าเรื่องแผนที่ให้ข้าฟังระหว่างนั้นเอง" ข้าเว้นเรื่องที่เลือดของหรงเอ๋อสามารถต้านพิษได้ไว้ 

"หวังว่าพ่อของเจ้าจะเห็นด้วยกับพวกเรานะ จื้อเหยียนเจ้าพาน้องไปพักเถอะ ระวังกับดักด้วยล่ะ แล้วม้วนภาพของเจ้าพ่อจะให้พ่อบ้านนำไปส่งที่ห้องของเจ้า"

"ทิ้งไปก็ได้ขอรับท่านพ่อ ข้ารำคาญแม่สื่อจึงรับมา มิได้มีเจตนาจะให้น้องดูอยู่แล้ว" ข้าเพิ่งเห็นจื้อเหยียนกระทำได้ถูกใจข้าครั้งนี้เอง

"ทั้งหมดนี่คือรูปบรรดาคุณหนูอย่างนั้นหรือ" ท่านอาเขยมองกองม้วนภาพวาด

"รูปคุณชายต่างหากท่านพ่อ ท่านคิดว่าจะมีคุณหนูตระกูลใดอยากได้สามีสวยกว่าตัวเองหรืออย่างไร" จื้อเหยียนมองกองภาพวาดด้วยสายตาชิงชัง

"ถ้าน้องชอบพ่อก็ไม่ขัดหรอกนะ พ่อเสียใจที่ไม่มีโอกาสเลี้ยงดูน้อง ถ้าทางใดที่จะทำให้น้องมีความสุขพ่อยอมทั้งนั้น" ท่านอาเขยลูบผมหรงเอ๋อ 

"แต่ข้าไม่ยอมง่ายๆหรอก" จื้อเหยียนมองข้าด้วยหางตาแล้วอุ้มหรงเอ๋อออกจากห้องไป ข้ารีบขอตัวจากท่านอาจเขยแล้วตามไปโดยเร็ว

ข้าตามจื้อเหยียนเกือบไม่ทัน ไปถึงตึกสร้างใหม่ องครักษ์เงารายงานข้าแล้วว่าท่านอาเขยปลูกตึกใหม่ให้หรงเอ๋อ

ข้าสังเกตดูว่าจื้อเหยียนมิได้เดินไปตรงๆแต่มีจุดที่เขาก้าวเท้าลงไปทำให้ข้าตื่นตัวก้าวเท้าตามเขาโดยระวังมิให้ผิดไป

จื้อเหยียนวางหรงเอ๋อลงบนเตียง ข้ามองไปรอบๆ ช่างตกแต่งได้สวยงามแปลกตายิ่งนัก

"สวยล่ะสิ หรงเอ๋อเป็นคนเขียนแบบให้ช่างทำ ข้าไม่รู้ว่าเขานำแบบมาจากไหน แต่เก้าอี้และเตียงพวกนี้มันสบายจริงๆ ขนาดท่านแม่ยังติดใจ จนสั่งทำไว้ที่ห้องของท่านด้วย"

ข้าเห็นด้วยกับคำพูดของจื้อเหยียน ภายใต้ใบหน้าที่งดงามเช่นนี้ยังซ่อนอะไรไว้อีกหนอ

" เจ้าออกไปได้แล้ว" จื้อเหยียนไล่ข้าอย่างไม่เกรงใจ

"ขอให้ข้าอยู่จนกว่าหรงเอ๋อจะตื่นได้หรือไม่  ข้ามีเรื่องอยากคุยกับเขาให้เข้าใจ" ข้าขอร้อง

จื้อเหยียนมองข้าอยู่อึดใจ ก่อนที่จะตอบตกลง

" ก็ได้ ข้าเห็นว่าหรงเอ๋อมีเรื่องในใจหรอกนะถ้าได้คุยกับเจ้าน้องอาจจะลดเรื่องไม่สบายใจไปบ้าง แต่อย่าหวังนะว่าข้าจะยกน้องข้าให้เจ้าง่ายๆ"  จื้อเหยียนสะบัดหน้าจากไป 

ข้าลากเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียง ยามหลับหรงเอ๋อช่างน่ารักดูเหมือนเทพธิดาตัวน้อย จนข้าอดใจไม่ไหวเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มนุ่มที่เลอะคราบน้ำตา

ยังไม่ทันที่ข้าจะชักมือออก หรงเอ๋อลืมตาจ้องหน้าข้าเขม็งจนข้าประหม่า

"ขอให้ข้าพยุงเจ้าลุกขึ้นนั่งเถอะนะ" ข้าพยายามจะประคองเขาแต่โดนยกมือห้ามเสียก่อน สาวใช้ยกชาเข้ามา ข้ารินให้เขาแต่พบว่ามันเย็นชืด

"เจ้าเป็นหญิงรับใช้ ของจวนท่านเจ้าอินทรีย์ยังไม่สามารถชงน้ำชาร้อนๆให้แก่นายของเจ้าได้จะให้ข้าทำเยี่ยงไร" ข้าอดใจไม่ได้ที่จะดุนางทำเอานางกลัวจนถึงตัวสั่น

" เป็นข้าเองที่ชอบดื่มน้ำเย็น ท่านจงอย่าได้ดุนาง" หรงเอ๋อพูดเสียงแหบ ข้าจึงรินชาส่งให้เขา

"ขอบคุณ" หรงเอ๋อดื่มชาไปหลายจอกก่อนที่จะส่งคืนให้ข้าและไล่สาวใช้ออกไป

"ท่านมีเรื่องใดจะคุยกับข้าหรือซ่านหยวน" หรงเอ๋อมองข้านิ่งๆ

"ข้าอยากปรับความเข้าใจกับเจ้า" ข้ามองเขาอย่างวิงวอน

"เชิญทางนี้" หรงเอ๋อเดินช้าๆนำข้าไปยังสวนด้านข้างที่จัดไว้อย่างสวยงามบันดาลให้จิตใจแช่มชื่น เขานั่งลงที่ศาลาริมน้ำ ข้ามองเขาอย่างเป็นห่วง รู้สึกว่าความหลังของเขาทำร้ายตัวเขาเองไม่น้อย

"หรงเอ๋อ ข้าขอวิงวอนเจ้าเลิกโกรธข้าได้หรือไม่" 

"ข้ามีสิทธิอันใดไปโกรธท่าน"หรงเอ๋อกอดอกหน้าง้ำ

"เรื่องสตรีที่เจ้าเห็นที่วังของข้า พวกนางเป็นเพียงนางบำเรอที่ข้าใช้ระบายอารมณ์เพียงแค่นั้น มิได้มีความหมายใดในใจข้า" 

"ท่านจะมีนางบำเรอมากเท่าใดก็เป็นเรื่องของท่าน เกี่ยวข้องใดกับข้า" หรงเอ๋อสะบัดหน้าหนี

"ข้าวิงวอนเจ้าได้โปรดหายโกรธข้าเถอะนะ นางบำเรอพวกนั้นข้าจะจำกัดให้พวกนางอยู่ในที่ของนาง ไม่มาวุ่นวายกับเจ้าแน่นอน" ข้ากอดหรงเอ๋อมีจากด้านหลัง สูงกลิ่นหอมจากกายเขาจนเต็มปอดแต่เขากลับกระทืบเท้าลงบนเท้าของข้าเต็มแรงจนข้าคลายอ้อมกอด เป็นโอกาสให้เขาพริ้วตัวไปยืนอีกด้านหนึ่ง

"ข้ามิมีสิทธ์ใดไปหาวุ่นวายกับวังของท่าน แต่ขอบอกท่านไว้ตรงนี้เลยว่า ที่ๆข้าจากมาเรามีผัวเดียวเมียเดียว ถ้าข้าพึงใจคุณหนูบ้านไหนข้าก็จะมีแค่นางคนเดียว" 

"ข้ามิยอมให้เจ้าไปสู่ขอคุณหนูบ้านไหนหรอก เพราะเจ้าต้องมาเป็นชายาข้า" ข้าเริ่มมีโทสะ ร่างกายงามล้ำเยี่ยงนี้ต้องเป็นของข้าคนเดียวเท่านั้น

"ท่านจึงไม่มีสิทธิ์ เมื่อเช้ามีแม่สื่อมาที่จวนมากมายข้าจะเลือกจากนั้นสักคน" 

ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว จึงปิดปากจิ้มลิ้มที่สรรหาคำมาเถียงข้าอย่างไม่หยุดหย่อนด้วยปากข้าเอง มือน้อยพยายามทุบข้าแต่ก็ถูกข้ารวบกอดไว้แน่น

ริมฝีปากของหรงช่างนุ่มนวลนักจนข้าอยากจะกลืนกิน ข้าวนเวียนชิมจนหรงเอ๋อยอมเผยอปากให้ข้าส่งลิ้นเข้าไปชิมความหวานล้ำด้านใน ลิ้นเล็กพยายามหลบหนีแต่โดนข้าไล่ต้อนพัวพัน ข้าใส่ความรู้สึกที่มีลงในจูบนี้จนหรงเอ๋อขาอ่อนแรงทำให้ข้ารวบร่างน้อยมากอดแนบแน่น

ข้าวถอนปากออกมาเมื่อรู้สึกว่าหรงเอ๋อใกล้หมดลมหายใจ เขาหน้าแดงระเรื่อปากแดงบวมเจ่อ หมดแรงจนฟุบหน้าลงกับอกข้า จึงโดนข้าอุ้มมานั่งตักที่เก้าอี้นุ่มริมน้ำ

หรงเอ๋อซุกหน้ากับอกข้าโดยไม่พูดอะไรข้าจึงเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

"หรงเอ๋อ ข้ารักเจ้าเพียงคนเดียว รักตั้งแต่ที่เราเจอกันครั้งแรก รักแบบที่ไม่คิดจะมีใครอื่นอีก ข้าขอวิงวอนเจ้าต่อไปมีเรื่องใดเราหันหน้ามาคุยกันได้หรือไม่ ช่วงที่เราต้องห่างกันข้าปวดใจยิ่งนัก"

"ท่านก็ไปอยู่กับนางบำเรอของท่านสิ ไม่ต้องมายุ่งกับข้า"  หรงเอ๋อพูดอย่างแง่งอน แต่ข้ารู้ว่าเขาเริ่มใจอ่อน ไม่เช่นนั้นข้าคงถูกเขาฟาดกระเด็นไปแล้ว

"ข้าจะส่งพวกนางกลับบ้านแล้วรื้อตึกนั้นทำเป็นสวนให้เจ้าดีหรือไม่" 

"เจ้าคนน่าตาย ท่านพูดของท่านคนเดียวทั้งนั้น" หรงเอ๋อเงยหน้าขึ้นจึงถูกข้าจูบซ้ำๆจนร่างอ่อนระทวย มือน้อยขยำเสื้อข้าจนยับย่น หรงเอ๋อช่างหอมหวานยิ่งนัก

"พอแล้ว ปากข้าช้ำหมดแล้ว" หรงเอ๋อทุบข้า ดวงตากลมโตมีน้ำฉ่ำ น่ารักจนองค์ชายน้อยเติบโตอย่างแข็งขันทิ่มก้นเขา

"ท่าน!" หรงเอ๋อหน้าแดงจัดดิ้นรนจะลงจากตักข้าแต่กลับทำให้มันกระตุกทักทายเขาจนเขานั่งตัวแข็งทื่อ

"ขอเจ้านั่งอยู่อย่างนี้ซักพักเถิด" ข้าซบหน้ากับผมนุ่ม มืออีกข้างก็ลูบหลังเขาไปด้วย พยายามโคจรพลังให้ร่างกายเป็นปกติ

เสียงท้องร้องโครกประดุจมังกรคำรามทำเอาข้าเผลอหัวเราะ

" ไปจัดอาหารมาให้ข้ากับท่านชาย เราจะรับประทานกันที่ศาลานี้" ข้าส่งเสียงทางลมปราณไปบอกสาวใช้ที่ยืนคอยรับใช้อยู่ห่างๆ

ช่วงเวลาไม่นานอาหารหน้าตาน่ารับประทานหลายอย่างก็ถูกจัดวางลงบนโต๊ะ

หรงเอ๋อมองอาหารตาวาววับอย่างถูกใจ  ล้วนเป็นอาหารหน้าตาแปลกที่ข้าคุ้นเคยเพียงสองสามอย่าง

"เชิญ นี่คือบะหมี่น้ำแกง" หรงเอ๋อคีบผักทอดสีน้ำตาลใส่ชามให้ ข้าลองชิมดูพบว่าอร่อยแปลกลิ้นนัก ส่วนหรงเอ๋อไม่สนใจข้าอีกตั้งใจรับประทาน เขาคงหิวมาก ข้าคอยคีบอาหารให้เขาสลับกับทานเองอย่างมีความสุข

"อาหารเมื่อครู่เรียกว่าอะไรหรือ ช่างอร่อยแปลกลิ้นนัก" ข้าถามเมื่อรับประทานของหวานเสร็จ ข้าจิบน้ำชาล้างปากส่วนหรงเอ๋อเป็นน้ำเปล่า

"ท่านตาที่เลี้ยงดูข้ามีตำรามากมายรวมถึงตำราอาหารด้วย" หรงเอ๋อดูอารมณ์ดีขึ้น

"ถ้ามีโอกาสข้าก็อยากเจอท่านตาของเจ้าซักครั้ง" ท่านเลี้ยงดูหรงเอ๋อจนเติบโตมาเก่งกาจแบบนี้คงเป็นยอดคนท่านหนึ่ง

"ท่านอาจจะได้เจอก็ได้ พอจบเรื่องทุกอย่างนี้ข้าจะกลับหุบเขามังกรร่อน" 

"ไม่ได้" ข้าตวาดจนหรงเอ๋อสะดุ้งมองข้าอย่างตำหนิ

"ข้าขอโทษ ข้ามิได้ตั้งใจตวาดเจ้า แต่อย่าหวังเลยว่าข้าจะปล่อยเจ้าไป ข้าจะไปขอท่านพ่อให้หมั้นเจ้าไว้ก่อนแล้วเราจะแต่งงานกันหลังเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้น" ข้าคิดถึงการสร้างตำหนักใหม่

"ผู้ใดจะแต่งงานกับท่านกัน" หรงเอ๋อยู่ปาก

"ท่านชายผู้งดงามท่านนี้ยังไงล่ะ" ข้ารวบหรงเอ๋อมากอดแล้วจูบเขาจนตัวอ่อนระทวยอีกครั้ง

 

"ปากนี้กายนี้เป็นของข้าคนเดียวเท่านั้น จำไว้" เสียงหรงเอ๋อพูดแผ่วก่อนที่จะปิดประตูใส่หน้าข้า

ข้าจับหน้าอกตัวเอง หัวใจเต้นระรัวเหมือนชายหนุ่มแรกรัก หรงเอ๋อมีใจให้ข้าเช่นกัน รีบกลับไปอ้อนท่านแม่ดีกว่า ท่านพ่อจอมหวงหลานจะได้ยอมยกหรงเอ๋อให้ข้าเร็วๆ

 

ความคิดเห็น