ยินดีต้อนรับนักอ่านทุกท่าน ขอให้สนุกกับนิยายหลิ่งฟางค่ะ

ภรรยา? คนที่ 4 ปรากฎ

ชื่อตอน : ภรรยา? คนที่ 4 ปรากฎ

คำค้น : ร่างใหม่ ทะลุมิติ วาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2559 13:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ภรรยา? คนที่ 4 ปรากฎ
แบบอักษร

 

 

           ผ่านไปสามชั่วยามก็เดินทางมาถึงหางโจว ใบหน้างดงามมีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย เสวี่ยฟงมองคนรักอย่างเป็นห่วงหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้อย่างกังวลเพราะเขาทำให้คนตรงหน้าเวลานี้เหน็ดเหนื่อยถึงเพียงนี้ เขาเป็นคนรักที่แย่จริงๆ
         

            “คิดอะไรอีก หืม...” เฟยอวี่ยกมือลูบระหว่างคิ้วเสวี่ยฟงเบาๆ เอ่ยถามเสียงอ่อนคนตรงหน้าเขาชอบคิดมากเสียจริงเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ทำให้เขาเหนื่อยได้หรอก ที่เหงื่อออกเพราะแดดมันร้อนต่างหาก
         

           “ข้าขอโทษ เพราะข้าทำให้เจ้าเหนื่อย” เฟยอวี่ส่ายหน้าแล้วยกยิ้มบาง
         

             “ข้าไม่ได้เหนื่อยเจ้าคิดมากไป ข้าเพียงแค่ร้อนเท่านั้น เรารีบไปหาบิดาเจ้ากันเถอะ” เฟยอวี่บอกอีกครั้งซึ่งเสวี่ยฟงพยักหน้ารับยกยิ้มบางอย่างเบาใจเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร
         

             ทั้งคู่เดินเข้าไปในเมืองอย่างรีบร้อนจนกระทั่งมาหยุดที่ร้านขายเครื่องประดับในเครื่อข่ายของตระกูลเสวี่ย พวกเขาถูกต้อนรับอย่างนอบน้อมเมื่อรู้ว่าเป็นผู้ใดอาจเพราะนานมากแล้วที่เสวี่ยฟงไม่ได้มายังเมืองหางโจว ผู้จัดการร้านพาพวกเขาเข้าไปยังด้านในซึ่งเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่อยู่ด้านใน เมื่อทั้งคู่มาหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่งซึ่งบิดาของเสวี่ยฟงนอนรักษาตัวบรรยากาศโดยรอบดูอึมครึม อีกทั้งหมอที่มารักษาต่างส่ายหน้าอย่างจนใจในการรักษา
         

            “คุณชายรองบิดาท่านโดนพิษร้ายแรง พวกข้าน้อยจนใจจริงๆ” เสวี่ยฟงยืนนิ่งฟังคำวินิจฉัยของหมอที่มารักษา ใบหน้าคมคายพยักหน้ารับแม้จะร้อนใจเพียงใดทว่าใบหน้านั้นยังคงนิ่งเฉย ก่อนจะขอเข้าไปดูอาการบิดาของตนด้วยตัวเอง
         

             เฟยอวี่เดินตามเข้าไปอย่างเงียบๆ และมองดูเสวี่ยฟงตรวจชีพจรบิดาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บาดแผลตามร่างถูกพันไว้เหมือนมัมมี่ เขาเดินเข้าไปดูอาการอย่างประหลาดใจเพราะสภาพแบบนี้และยิ่งมีพิษติดมาด้วยย่อมใช่โจรโพกผ้าทั่วไป
         

              “พิษนิทรา” น้ำเสียงเคร่งเครียดของเสวี่ยฟงทำให้เฟยอวี่ชะโงกหน้าไปดูคนไข้ ใบหน้าซีดเผือดเพราะเสียเลือดไปมากทว่าใบหน้านั้นหลับพริ้มเหมือนคนนอนหลับเฉยๆ เขาอึ้งไปชั่วครู่นี่นะหรือบิดาของเสวี่ยฟงทำไมยังดูหนุ่มแน่นเหมือนคนอายุราวสามสิบต้นๆ เท่านั้น ใบหน้าคมคายหล่อเหลามากหากเทียบโลกที่จากมาก็คงเป็นดาราแนวหน้าแน่นอน ไม่น่าเชื่อว่าคนผู้นี้จะมีลูกตั้งตั้งสี่คน คนโตอายุยี่สิบหกเสวี่ยเฉินผู้นี้คงมีลูกตั้งแต่อายุสิบห้าสิบหกเป็นแน่
         

            “รักษาได้หรือไม่ขอรับนายน้อย” เสียงที่เอ่ยถามทำให้เสวี่ยฟงหันไปมองคนที่เอ่ยถามซึ่งเป็นคนสนิทของบิดา ทว่าอาการบาดเจ็บมีไม่น้อยเช่นกันเพียงแต่ไม่ได้โดนยาพิษเท่านั้น สายตาคาดหวังของคนสนิทบิดาทำให้ถอนหายใจยาว เพราะเขาเองก็จนปัญญาเช่นกันเพราะพิษชนิดนี้อยู่ทางตอนเหนือของแคว้นเย่ว  อีกทั้งกลุ่มโจรที่บอกเล่ามาน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่ทำให้เขาพิการมานานถึงแปดปี
         

              “ยาพิษชนิดนี้มาจากชนเผ่าทางตอนเหนือของแคว้นเย่ว ยาแก้พิษที่นั่นล้วนรักษาไม่หายความโหดเหี้ยมของแคว้นเย่วกระทั่งตัวพวกมันเองก็ไม่มียาแก้พิษเช่นเดียวกัน” เสวี่ยฟงอธิบายเชื่องช้า เขาเห็นกับตามาแล้วตอนที่มันไล่ล่าสังหารเขาเมื่อแปดปีก่อน แม้จะพลาดท่าโดนพิษเสียเองแต่พวกมันยอมฆ่าตายดีกว่าทนพิษทรมาน
         

             คำพูดของเสวี่ยฟงทำให้ผู้ติดามและคนรอบข้างมีสีหน้าสลด เฟยอวี่มองตามอย่างครุ่นคิดก่อนจะขยับเข้าไปจับร่างคนที่ป่วยดูอาการอีกครั้ง
         

             “มีเวลารักษากี่วัน”
        

              “ยาพิษนิทราหากไม่ฟื้นภายในเจ็ดวันก็...” เสวี่ยฟงเอ่ยตอบเสียงแผ่วเบา แม้จะเจ็บปวดแต่ก็มิอาจแสดงความอ่อนแอออกมาได้
        

           “มีคนที่พอจะรักษาพิษนี้ได้หรือไม่ เช่นหมอเทวดาหรือว่าหมอปีศาจอะไรอย่างนี้” เฟยอวี่เอ่ยถามเพราะเขาเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านพิษ และยาพิษชนิดนี้คงจะร้ายแรงจริงๆ ไม่เช่นนั้นเสวี่ยฟงคงจะรักษาได้
        

            “ข้าเคยได้ยินชื่อหมอเทวดาผู้หนึ่งแต่ว่าเขาผู้นั้นไปมาอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีคนเคยเห็นหน้าตาเช่นกันแต่มีนามว่าหยางว่านซาน” เสวี่ยฟงเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสิ้นหวัง เพราะคนผู้นั้นไม่มีคนรู้จักจริงๆ นึกอยากรักษาใครก็โผล่ไปที่นั่นและหายตัวไปเมื่อสิ้นสุดการรักษาไม่มีคำกล่าวลาทว่าสิ่งที่ต้องตอบแทนก็ต้องสมน้ำสมเนื้อเช่นเดียวกัน
        

              “หยางว่านซานหรือ” เฟยอวี้พึมพำเบาๆ นามนี้รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมาก ใบหน้างดงามครุ่นคิดถึงเจ้าของชื่อตามอดีตในความทรงจำ ดวงตาเรียวสวยเบิกกว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนรู้จักคนผู้นี้
        

             “เสวี่ยฟงข้ารู้จักคนผู้นี้แต่ข้าไม่แน่ใจว่าเจ้าตัวยังจะอยู่ที่เดิมหรือไม่”
        

              “จริงหรือเจ้าตามหาได้หรือไม่” เสวี่ยฟงเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น ดวงตาประกายความคาดหวัง เฟยอวี่ยกมือเกาท้ายทอยตีสีหน้ายุ่งเหยิง หยางว่านซานจากที่จำได้ในอดีตเหมือนเจ้าตัวจะหลงรักท่านพี่แต่เวลานั้นท่านพี่ไม่ยอมตกลงคบหาผู้ใดเพราะดวงจิตมีเพียงครึ่งเดียว แต่นี่ผ่านมานานหลายปีแล้วคนผู้นั้นไม่แก่ตายไปแล้วหรอกหรือ
        

              “ข้าตามได้อยู่ เพียงแต่ว่าหากข้าพบหยางว่านซานครั้งนี้จะเป็นการตอบรับอีกฝ่ายเป็นสามีข้า” เฟยอวี่บอกอย่างลำบากใจเพราะท่านพี่เคยตกลงกับหยางว่านซานไว้ว่าหากพบกันอีกครั้งเขาจะแต่งอีกฝ่ายเข้าบ้านทว่าหลังจากที่ตกลงกันท่านพี่ก็เร้นกายหายไปจากยุทธภพ
        

              เสวี่ยฟงกัดริมฝีปากแน่นคนที่นอนไม่ได้สติก็คือบิดาผู้ให้กำเนิด อีกหนึ่งก็เป็นดวงใจที่เขารักมากถึงยอมรับสามีคนอื่นๆ ของเฟยอวี่แต่ที่ทำใจได้เพราะหนึ่งก็เป็นน้องชายร่วมสายโลหิต แม้อีกหนึ่งจะยังไม่เคยพบหน้าแต่ว่าอีกฝ่ายเป็นถึงองค์ชายที่ไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้จะยอมลดตัวมาเป็นอนุได้อย่างไร แต่หากอีกฝ่ายยอมทิ้งศักดิ์ศรีมาเป็นอนุเขาก็ต้องยอมรับและชื่นชมที่มีรักแท้ให้เฟยอวี่ แล้วหยางว่านซานรักมีความรู้สึกใดให้ภรรยาเขากันแน่
       

             “เจ้าชอบเขาหรือไม่” คำถามและแววตาเรียบเฉยของเสวี่ยฟงทำให้เฟยอวี่นิ่งงันไป หยางว่านซานนั้นเป็นคนที่งดงามกิริยาราวกับคุณชายผู้อ่อนโยน ทว่าจิตใจนั้นยากจะหยั่งถึงแต่เขาสัญญากับตนเองว่าหากจะบอกรักใครเขาจะบอกรักเสวี่ยฟงเป็นคนแรก
        

            “ข้าชอบคนหน้าตาดี”
        

             “แล้วเขาหน้าตาเป็นเช่นไร”
        

             “อืม งามเหมือนเสวี่ยไป๋” เฟยอวี่ตอบรับตามความจริง เสวี่ยฟงถอนหายใจก่อนจะระบายยิ้มอ่อนโยนให้คนตรงหน้าที่เขารักหมดใจ
        

             “เช่นนั้นก็เรียกเขามาเถอะ เพราะอย่างไรพวกเราก็ครอบครัวเดียวกัน” เฟยอวี่นั่งอึ้งไปไม่คิดว่าเสวี่ยฟงจะยอมรับง่ายๆ เช่นนี้ ทว่าคำว่าครอบครัวที่ออกจากปากของคนตรงหน้าทำให้รู้สึกอุ่นในอกสองมือรวบเอวคนที่ยืนตรงหน้ามากอดด้วยความรู้สึกมากมาย
        

             เฟยอวี่เดินออกจากร้านค้าของตระกูลเสวี่ยออกมาจนถึงนอกเมือง ตามมาด้วยเสวี่ยฟงที่เขาให้ติดตามมาด้วย เขากระโดดไปเหยียบบนยอดไม้แล้วนั่งลง มือขวาหยิบขลุ่ยไม้ธรรมดาขึ้นมาจากอกเสื้อพร้อมเริ่มเป่าเป็นเพลงวาสนาบรรจบที่มีเพียงหยางว่านซานรู้จัก เสียงขลุ่ยแฝงไว้ด้วยลมปราณขั้นเทพดังออกไปไกลนับพันลี้ ทว่ามีแต่ผู้เป็นเจ้าของบทเพลงเท่านั้นที่ได้ยิน
        

           พรึบ!
        

             ผ่านไปเพียงสองเค่อก็ปรากฏร่างโปร่งในอาภรณ์สีขาวเบาบาง ใบหน้าอาบเหงื่อเล็กน้อยดวงตาเรียวคมมองมาที่เฟยอวี่อย่างตื่นตระหนก ดูเหมือนเจ้าตัวจะเดินทางมาไกลมากพอสมควร ทว่าใบหน้างดงามแลดูเย่อหยิ่งนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปจากความทรงจำแม้แต่น้อย เฟยอวี่วางขลุ่ยลงมองสบตาเรียวคมนิ่งๆ
        

             “ห้าสิบปีที่เจ้าหายไป ข้าก็เพียรตามหามาโดยตลอด แต่กลับไร้วี่แววจนข้าเริ่มถอดใจ แต่วันนี้ขณะที่ข้ากำลังเริ่มตัดใจและหันหน้าหาสตรีเจ้ากลับปรากตัว สวรรค์ช่างเล่นตลกกับข้าเสียจริง” น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดทำให้หัวใจเขารู้สึกผิด แต่คำว่าสตรีทำให้อารมณ์ที่สงบเดือดพล่านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
        

             “เจ้าก็รู้ว่าข้าไปตามหาอีกดวงจิตที่ภพภูมิอื่น หากแค่นี้รอไม่ได้ก็ควรไสหัวกลับไป” เฟยอวี่เอ่ยเสียงหงุดหงิดแม้ปากเขาจะขยับแต่สิ่งที่กล่าวออกมาล้วนแล้วเป็นตามความรู้สึกของท่านพี่ทั้งนั้น ในเมื่อเขาเป็นคนเดียวกันย่อมรู้ว่าตัวเองรู้สึกเช่นไร ใบหน้างดงามแดงระเรื่ออย่างโมโหจนแทบลืมจุดประสงค์ของตัวเอง
        

             “แล้วตอนนี้เล่า” หยางว่านซานเอ่ยถามดวงตาประกายอย่างคาดหวัง
    

            “จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อเจ้ามีสตรีอื่น” เฟยอวี่ตอบกลับเสียงเย็นชา เขาเป็นคนประเภทหวงของมาก หากไม่คิดมีใจซื่อสัตย์กับเขาจะไม่แยแสเช่นกัน
     

            “ข้าเปล่าเสียหน่อยแล้วเจ้าเหตุใดถึงมีเนื้อคู่มากมายเช่นนี้” หยางว่านซานเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดเมื่อเห็นเส้นด้ายแดงที่รัดพันนิ้วของคนที่รักเอาไว้และหนึ่งในนั้นก็ยืนนิ่งสงบอยู่ข้างๆ นั่นอีก
       

            “เจ้ามองเห็น” เฟยอวี่เอ่ยถามอย่างแปลกใจดวงตาเรียวคมมองค้อนเขา ร่างโปร่งที่อาภรณ์เบาบางปลิวไสวทำให้อีกฝ่ายดูงดงามมีเสน่ห์ยิ่งกว่าเดิมทว่ามันทำให้เขารู้สึกตากระตุก ทำไมแต่งตัวไม่เรียบร้อย!
         

           “ข้าไม่ได้ตาบอด”
         

             “เสวี่ยฟงเจ้าเห็นเหมือนเขาไหม” เฟยอวี่เลิกสนใจคนแต่งกายไม่เรียบร้อยหันไปถามคนข้างตัวอย่างสงสัย ซึ่งอีกฝ่ายพยักหน้ารับช้าๆ แววตาอ่อนโยนไม่ได้ด่าทอหรือกล่าวสิ่งใดออกมา ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดต่อเสวี่ยฟงมากขึ้น
       

            “ตั้งแต่เมื่อใด” เสวี่ยฟงทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยตอบเสียงอ่อนโยนอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว
    

              “จูบแรก” เฟยอวี่นิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะหันไปมองคนงามที่ใบหน้าหงิกงอแล้วค้นหาความทรงจำในอดีต ซึ่งท่านพี่ก็ได้จูบอีกฝ่ายมาแล้วเช่นกัน นี่สินะที่ทำให้พวกเขายอมรับกันอย่างง่ายแล้วแบบนี้เยี่ยนไห่ก็คงรู้อยู่แล้วว่าเขาจะมีสามีหลายคนถึงได้กล่าวเช่นนั้นก่อนจากไป
        

             “พวกเจ้าคุยกันก่อนเถอะ ข้าจะไปรอที่จวน” เสวี่ยฟงบอกด้วยรอยยิ้มและบีบมือขาวเรียวของคนรักเบาๆ ก่อนจะจากไปยังส่งยิ้มให้คนที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอย่างอ่อนโยน
        

              หยางว่านซานมองรอยยิ้มงดงามและอ่อนโยนของคนที่จากไปแล้วรู้สึกบอกไม่ถูก ตอนแรกที่เห็นรู้สึกหึงหวงจนอยากกระชากร่างนั้นออกห่างเฟยอวี่ ทว่าเวลานี้ความรู้สึกนั้นกลับเลือนหายไปแทนที่ด้วยความเห็นใจ ความจริงใจที่อีกฝ่ายมอบให้ทำให้เขารู้สึกวางตัวไม่ถูก ทั้งๆ ที่ตัวเองมาก่อนแต่เหตุใดถึงรู้สึกมาทีหลัง
        

             “นั่นเสวี่ยฟงสามีใหญ่ข้า” เฟยอวี่กล่าวเสียงเรียบเมื่อเห็นกิริยาของคนทั้งคู่ ก่อนจะกระโดดลงมาจากยอดไม้ซึ่งหยางว่านซานก็ลงมาด้วยเช่นกัน ดวงตาเรียวมองสำรวจร่างที่ยังไม่เรียบร้อยดีของอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจนัก
         

             “เฟยอวี่ข้าคิดถึงเจ้า” น้ำเสียงเจ็บปวดพร้อมร่างโปร่งที่ดึงเขาไปกอดรัดจนแน่น ความหงุดหงิดที่คิดว่าหยางว่านซานมีคนอื่นหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกผิด
        

              “เจ้าฝึกวิชาหยั่งฟ้าหรือ” เฟยอวี่เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังหนุ่มแน่นแม้กาลเวลาผ่านมาเนิ่นนานมากแล้ว
       

               “อือ ข้าไม่อยากแก่ตายก่อนที่จะได้พบเจ้า” ดวงตาเรียวก้มมองสบกับดวงตาเขา เฟยอวี่ใจอ่อนยวบก่อนจะยืดปลายเท้าจูบอีกฝ่ายเป็นการขอโทษ ทว่ารสจูบที่แผ่วเบานั้นไม่ทันใจผู้ที่เฝ้ารอมาเนิ่นนาน
       

               “อ่า...หยุดก่อนว่านซาน” เฟยอวี่บอกเสียงเหนื่อยหอบ จูบเมื่อครู่เหมือนกับสูบวิญญาณเขาไปจนเอาเรี่ยวแรงที่มีหายไปหมด ดวงตาเรียวคมประกายหวานมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน สายตาที่คุ้นเคยทำให้เขาใจสั่นขึ้นมาอีกครั้ง
      

                 “เจ้าต้องชดเชยให้ข้าที่ปล่อยให้ข้ารอนานถึงเพียงนี้” ดวงตาพราวระยับของหยางว่านซานทำให้หน้าแดงระเรื่อแต่เมื่อเห็นอาภรณ์ที่ไม่เรียบร้อยของอีกฝ่ายใบหน้าจึงมืดครึ้มลง
     

                  “ว่านซานเหตุเจ้าถึงแต่งกายไม่เรียบร้อย แล้วน้ำหอมสตรีนี่คิดสิ่งใด” เจ้าของร่างสะดุ้งเมื่อสบตาคมกริบของคนรัก เมื่อก้มหน้าดูตัวเองที่รีบร้อนมาเมื่อได้ยินเสียงเพลงก็จนคำพูด
    

                  “หากเจ้ารักษาบิดาเสวี่ยฟงไม่หาย ไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก!” เฟยอวี่ยื่นคำขาดก่อนจะผลักร่างโปร่งออกพร้อมสะบัดชายเสื้อจากมาอย่างหงุดหงิด
     

               “เฟยอวี่ใจเย็นก่อนข้าไม่ได้หลับนอนกับผู้ใด ก็แค่เกือบเท่านั้นข้านอนกับผู้ใดไม่ได้หรอกน้องชายข้ามันไม่ตื่น” ร่างโปร่งเร่งฝีเท้าเดินตามอย่างง้องอนและออดอ้อนขอคืนดี เฟยอวี่หันไปมองคนที่ตัวสูงกว่าเขาไม่กี่เซนต์อย่างหงุดหงิดเมื่อก้มลงไปต่ำกว่าเดิมและพาลทำให้หงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม ไหนว่าไม่ตื่นแล้วที่ดันกางเกงออกมานั่นเรียกว่าอะไร
    

                “นี่เป็นฝีมือเจ้าเมื่อครู่ หาใช่ใครอื่นเลยนะเฟยอวี่” น้ำเสียงร้อนรนและเว้าวอนทำให้เฟยอวี่ใจอ่อนอีกครั้งถอดเสื้อคลุมตัวนอกไปสวมให้คนที่ตามเกาะแขนตัวเองไม่เลิก ก่อนจะเอ่ยบอกเสียงเรียบขณะพากับไปยังร้านตระกูลเสวี่ย
    

                 “หากรักษาบิดาเสวี่ยฟงหายข้าจะอภัยให้”
      

                 หยางว่านซานเดินตามคนรักไปด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง เขาพบคนรักที่พัดพรากจากกันนานห้าสิบปีเหตุใดต้องมาเสียเวลารักษาผู้อื่นด้วยแต่เมื่อนึกถึงรอยยิ้มอ่อนโยนจริงใจของคนที่เป็นสามีใหญ่แล้วได้แต่ถอนหายใจยาวในเมื่อตนเป็นเพียงอนุจะกล้าขัดคำสั่งคนรักได้อย่างไร
        

                 ที่สำคัญ      เวลานี้พวกเขาคือครอบครัวเดียวกันแล้วนี่น่ะ

 

สวัสดีค่าา หายไปนานมากกกก เค้าไม่ได้ลืมน๊าา แต่ยุ่งกับเรื่องอื่นอยู่ค่ะ แหะๆ^^ เรื่องนี้เป็นแนวฮาเร็มเรื่องแรกของฟางอาจจะเขียนได้ไม่ดีพอ ความรู้สึกของตัวละครอาจจะเกินจริงไปบ้างนะคะ คิดเสียว่ามันคือนิยายเพื่อความบรรเทิงเอาเนอะ>< อย่าได้ถามหาเหตุผลหรือว่าตระกะในเรื่องนี้เลยค่ะ แหะๆ ส่วนNC คงจะนานน่าดูคนเขียนก็ยังคิดไม่ออกจะเขียนออกมายังไง แต่เริ่มแรกอาจจะ3Pก่อน แต่ยังไม่แน่นอนค่ะ ขอไม่รับปากนะคะ แล้วพบกันใหม่จ้า ขอบคุณทุกกำลังใจค่าาจุ๊บๆ :hao5: :hao5: :hao5:

 

ความคิดเห็น