ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
บทที่ 1

ตอนที่ 1 

คำสาปเปลี่ยนท่านชายกลายเป็นอสูร 

1. จักรพรรดินีมาร์ตินา 

มาร์ตินา โอเวน เดอ เรตา คาราเบลลา จักรพรรดินีหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์ของผืนแผ่นดินนี้ เดิมทีแล้วเธอเป็นชาวยิปซี ต้นกำเนิดของชนเผ่ายิปซีเรตาที่เธออาศัยอยู่เป็นชนกลุ่มน้อยจากที่ราบสูงอาเรตา 

มีคนเล่าปากต่อปากกันมาว่ารุ่นแรกของชนเผ่านั้นมีผิวและเส้นผมดำขลับ จนแทบแยกจากความมืดยามที่ดวงอาทิตย์ตกดินไม่ออก 

แต่ในรุ่นหลังๆ สายเลือดเก่าแก่ก็เริ่มจางลงไป 

เนื่องจากชนเผ่าอาเรตาอยู่ฝั่งตรงข้ามแสงมาตั้งแต่เกิด จึงเหมาะกับการเป็นเป้าหลอกใช้ทางการเมืองอย่างดี ผู้มีอิทธิพลในอาณาจักรบลานช์ที่อยู่ใกล้กับที่ราบสูงอาเรตาต้องการกำจัดชนกลุ่มน้อยและสร้างอำนาจ 

เกือกม้าของเหล่าผู้มีอิทธิพลขีดข่วนไปทุกหนแห่ง สร้างบาดแผลให้กับกลุ่มชนเผ่าอาเรตามากมายมหาศาล 

เมล็ดพันธุ์ปีศาจ บ่อเกิดอาชญากรรม ผู้รับใช้ความชั่วร้าย 

ล้วนเป็นคำเรียกเชิงดูแคลนสำหรับกลุ่มชนเผ่าอาเรตา 

ชาวบลานช์มองว่าชนกลุ่มน้อยที่อ่อนแอนั้นเป็นศัตรู พลางตะโกนเรียกร้องให้หักกระดูกพวกมันแล้วเอาเลือดเทลงแผ่นดิน ซึ่งราชวงศ์บลานช์พอใจเป็นอย่างมากพร้อมกับทำตามเสียงเรียกร้องนั้น 

ผลท้ายสุดจากการถูกรุกรานหลายครั้งทำให้ชาวพื้นเมืองชนเผ่าอาเรตาสูญเสียดินแดนจนต้องพเนจรไร้ที่อยู่ 

ชาวอาเรตาที่สูญเสียรากฐานเผ่าเดิมจึงตัดชื่อของพวกเขาลงครึ่งหนึ่งด้วยดาบแห่งการแก้แค้นเพื่อไม่ให้ลืมความอัปยศในครั้งนั้น 

จากนั้นเป็นต้นมาชาวอาเรตาก็หายไปเหลือเพียงชาวเรตายิปซีมาถึงทุกวันนี้ เรื่องเหล่านี้ก็กลายเป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นก่อนสงครามภาคพื้นทวีปกว่าสามร้อยปี 

หลังจากนั้นชาวเรตายิปซีก็เดินทางเตร็ดเตร่ไปทั่วทุกหนแห่งพลางทำมาหากินเลี้ยงชีพตนเอง 

สามร้อยปีเป็นเวลาที่เพียงพอสำหรับการเจือจางความเจ็บปวดจากการกดขี่ข่มเหง 

คำว่า 'อาเรตา' ที่หลงเหลือเป็นเพียงชื่อของมารร้าย ความจริงแล้วมีต้นกำเนิดมาจากชื่อจริงจากตระกูลเรตาและได้กลายเป็นประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ถูกตีพิมพ์ลงบทความวิจัยเพียงไม่กี่บรรทัดของนักประวัติศาสตร์ 

ทว่าราชอาณาจักรบลานช์ไม่ต้องการให้มีศัตรูรายใหม่ เนื่องจากสงครามกลางเมืองเรตาอาจถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมตามที่เป็นอยู่ 

องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรบลานช์ช่างเฉลียวฉลาดเพียงเพราะเขาเกิดก่อนและเป็นบุตรของภรรยาหลวงจึงสามารถกดขี่น้องชายต่างมารดาได้ 

องค์รัชทายาทตัดสินใจกำจัดแมลงที่กวนใจเขามายาวนานพร้อมกับน้องชายที่เขาจงเกลียดจงชัง 

ในช่วงแรกกลุ่มขุนนางชายตระกูลบลานช์ไม่พอใจกับลักษณะสังคมมารดาเป็นใหญ่ของชนเผ่าเรตา 

องค์รัชทายาทประสบความสำเร็จในสร้างชื่อปีศาจร้ายให้กับตระกูลเรตา ทั้งยังส่งต่อชื่อปีศาจร้ายนั้นให้กับน้องชายต่างมารดาของเขาอีกด้วย 

“องค์ชายที่สองใช้พลังจากแม่มดเพื่อขัดขวางการสืบสายตระกูลบลานช์” 

อุบายที่องค์รัชทายาทใช้นั้นได้ผลเป็นอย่างมาก 

องค์รัชทายาทแสร้งทำเป็นกังวลอย่างสุดซึ้งในเรื่องการก่อกบฏจักรพรรดิที่แก่ตัวลงเพื่อหวังสืบทอดตำแหน่ง 

บรรดาครอบครัวจากชนเผ่าเรตาที่ถูกจับกุม ต้องยอมสารภาพคำเท็จเพราะถูกทรมาน ส่วนองค์ชายที่สองก็ถูกกักขัง 

กลุ่มพรรคพวกของศัตรูอย่างจักรพรรดินีมาร์ตินาคือเหยื่อรายสุดท้าย ญาติส่วนใหญ่ที่มาร์ตินาสนิทชิดเชื้อถูกปลิดชีพทั้งสิ้นแม้กระทั่งโอเวน แม่ของมาร์ตินาก็กลายเป็นผู้เสียสละไปอีกคน 

โอเวน เป็นนักรบที่ยอดเยี่ยม เธอสอนทักษะการร่ายรำที่งดงามพร้อมปลิดชีวิตมนุษย์ในชั่วขณะเดียว 

การร่ายรำดาบของชาวเรตาเป็นทักษะที่เลื่องชื่อ ทว่าไม่มีใครนอกจากคนในชนเผ่าที่รู้ว่ามันมีไว้สำหรับการฆ่าคน 

โอเวนบั่นคอของผู้นำขุนนางตระกูลบลานช์ที่ประมาทไปหลายต่อหลายครั้ง แม้ว่ามันจะเป็นทักษะที่ยอดเยี่ยมมากก็ตาม แต่ท้ายที่สุดแล้วหล่อนกลับต้องกลายเป็นกบฏที่ถูกทรมานจนตายตาไม่หลับ 

มาร์ตินาโกรธราวกับสายฟ้าฟาด ในขณะเดียวกันทั้งตัวเธอสั่นสะท้านจนไร้ความรู้สึก 

เธอต้องการแก้แค้น แต่ก็ไม่สามารถหลบซ่อนตัวอยู่ในเมืองที่จักรพรรดิอยู่ได้ 

มาร์ตินายอมตายอย่างมีเกียรติ เพื่อแลกกับการให้แม่ของเธอฟื้นคืนชีพ ทว่ากลับกลายเป็นเรื่องย้อนแย้ง สิ่งที่ทำให้มาร์ตินารอดมาได้ก็คือทักษะการร่ายรำที่ได้มาจากแม่ของเธอ 

บุตรสาวของโอเวนคือแม่มดที่ร้ายกาจที่สุด 

เหล่าทหารของบลานช์ยอมรับในความสามารถของโอเวน แต่ไม่คิดว่าบุตรสาวของเธอซึ่งมีอายุเพียงสิบเจ็ดปีจะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลได้ขนาดนี้ พวกเขาจึงถวายมาร์ตินาให้กับองค์รัชทายาทเพื่อเป็นสนมบำเรอ 

องค์รัชทายาทที่มัวเมากับชัยชนะ ร่วมหลับนอนกับมาร์ตินา เธอเตรียมตัวเพื่อรอเวลาที่เหมาะสมพร้อมกับกลั้นหายใจ แสร้งทำเป็นตื่นกลัว 

จักรพรรดิองค์เก่ากล่าวชื่นชมองค์รัชทายาทที่จัดการปราบกบฏว่าเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริง 

จักรพรรดินั้นแก่ตัวลงมากแล้ว การชื่นชมดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงคำพูดลอยๆ ในไม่ช้าจึงมีการแต่งตั้งผู้สืบทอดที่แท้จริงตามมา 

เมื่อพิธีการแต่งตั้งองค์รัชทายาทเสร็จสิ้น งานเลี้ยงก็ถูกจัดต่อไปอีกหนึ่งคืน 

มาร์ตินาฉวยโอกาสจากการดูแลที่หละหลวมและความมืดมิดออกตามหาองค์ชายที่สองซึ่งถูกกักขังในวังรอวันตาย 

เธอกล่าวว่า “ธีโอดอร์ เชน บลานช์ สายเลือดบลานช์ที่ข้าเกลียดแค้นยิ่งนัก ข้าจะช่วยท่าน แต่ท่านต้องมอบพลังให้ข้าเป็นการตอบแทน” 

“ตอนนี้ข้าไม่มีเรี่ยวแรงเหลือแล้ว เจ้าแม่มดน้อย มอบความอัปยศจากชนเผ่าของเจ้าให้ข้าเช่นนี้ น่าเสียใจยิ่งนัก” องค์ชายที่สองตรัสขึ้น 

“ข้าจะสังหารจักรพรรดิเอง” 

เขาหัวเราะเยาะมาร์ตินาทันทีที่ได้ยินหญิงสาวพูดออกมา 

“เจ้าเห็นแม่ตัวเองถูกสิงโตฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆ จนบ้าไปแล้วหรือ?” 

“ข้าเป็นบุตรสาวคนสุดท้ายของเรตาและเป็นดาบแห่งการแก้แค้น จงให้ข้าเป็นบริวารเพื่อจะแก้แค้นต่อความอัปยศของชนเผ่าข้าเถิด” 

นัยน์ตาของมาร์ตินาส่องประกายราวกับน้ำค้างแข็ง 

คนรุ่นหลังสามารถคาดเดาว่าองค์ชายธีโอดอร์จะตอบรับข้อเสนอนั้นอย่างไร 

แต่อย่างไรเสียนั่นเป็นการเคลื่อนไหวที่มีความหมาย 

จักรพรรดิที่หยิ่งผยองต้องการโอ้อวดชัยชนะของตน ในวันสุดท้ายของงานเลี้ยงเขาเรียกมาร์ตินามาแสดงการร่ายรำดาบที่ชนเผ่าเรตาภูมิใจนักหนา 

เอกลักษณ์ของชนเผ่าที่ถูกทำลายได้กลายเป็นสิ่งเชยชมสำหรับศัตรูอย่างนั้นหรือ 

เหล่าขุนนางที่ตรงไปตรงมาไม่กี่คนพยายามห้ามปราม แต่แม้กระทั่งการห้ามนั้นก็ยังทำเป็นเรื่องตลก 

“หญิงชนเผ่าป่าเถื่อน รำดาบเสียสิ” 

จักรพรรดิโยนดาบที่ใช้บั่นหัวโอเวนให้มาร์ตินา 

ยิ่งเห็นมาร์ตินาหลบตาลงด้วยความอับอาย จักรพรรดิยิ่งชอบใจเป็นอย่างมาก คงไม่มีเรื่องใดสนุกไปกว่าการที่หญิงงามมาร่ายรำอยู่แทบเท้าเพื่อรักษาชีวิตตนอีกแล้ว 

มาร์ตินาเริ่มรำดาบด้วยขาที่สั่นเทาอย่างไม่ชำนาญ จึงดูไม่มีแรงส่งไปยังปลายดาบและร่างกายแทบจะล้มลงได้อยู่ทุกเมื่อ 

อัศวินกังวลอยู่พักหนึ่งเพราะพวกเขายื่นดาบให้กับแม่มด แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็ยกยิ้มขึ้น 

พวกเขาวางมือบนด้ามดาบอย่างหลวมๆ เพื่อจะชักดาบออกมาเมื่อใดก็ได้ 

ในขณะเดียวกัน มาร์ตินาก็พุ่งตรงไปยังจักรพรรดิ 

อัศวินทั้งห้าคนถูกปลิดชีพในพริบตาก่อนที่พวกเขาจะชักดาบออกมาด้วยซ้ำ ทั้งยังสามารถปลิดชีพอัศวินที่ชักดาบออกมาด้วยการต่อสู้เพียงครั้งเดียว 

เลือดสีเดียวกันสาดกระเซ็นไปทั่วทุกบริเวณรวมไปถึงเส้นผมสีแดงที่พลิ้วไหว เหล่าขุนนางเห็นภาพลักษณ์ราวกับมัจจุราชเช่นนั้นจึงกรีดร้องและวิ่งออกจากงานเลี้ยง 

อัศวินที่ยืนรักษาความปลอดภัยพยายามปกป้องจักรพรรดิทันเวลากับช่วงองค์ชายที่สองออกมานอกปราสาทพอดี 

จำนวนคนน้อยต่อการโค่นล้มอาณาจักรแต่ก็เพียงพอที่จะต่อกรกับกองทหารในปราสาท 

องค์ชายธีโอดอร์ไม่ได้คาดหวังให้มาร์ตินามีชีวิตรอดกลับมา 

แต่เขากลับพยายามสร้างสถานการณ์ให้แม่มดบ้าคลั่งก่อนจะทิ้งความพ่ายแพ้ให้กับเธอ 

องค์ชายธีโอดอร์ล็อกประตูห้องโถงแทนที่จะสั่งให้ทหารเข้าไปช่วย ราวกับการขังหนูไว้กับยาพิษแล้วกำจัดมันทีละตัว 

แต่ต่อให้รอนานเท่าไรก็ไม่มีใครรอดออกมา 

“...เงียบเกินไปแล้ว” 

ธีโอดอร์บ่นพึมพำ เมื่อเห็นสถานการณ์แปลกไปเขาจึงสั่งการให้เปิดประตูออก 

ประตูห้องโถงสีทองถูกพังทลายพร้อมกับเสียงคำราม 

เนื่องจากความตึงเครียดตรงหน้าจึงต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่กองทหารจะคว้าอาวุธ แต่แล้วทุกคนกลับเบิกตากว้างกับผลลัพธ์ที่ไม่น่าเชื่อ 

มาร์ตินาเดินออกมาด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยสีแดงสด เครื่องแต่งกายสีขาวที่จักรพรรดิมอบให้เธอด้วยพระองค์เองเปียกชุ่มไปด้วยเลือด 

แม้แต่ทหารที่เคยชินกับการฆ่าก็ยังตกกับดักความหายนะที่เกิดขึ้นในห้องโถง มาร์ตินาโยนร่างจักรพรรดิลงตรงหน้าธีโอดอร์ที่ตัวแข็งทื่อ 

ต้นขาของจักรพรรดิเปียกโชก อาจเป็นเพราะฉี่ราด 

มาร์ตินาหัวเราะเยาะด้วยเสียงเย็นชา 

“สงสัยว่าสายเลือดของบลานช์แตกต่างจากเรตามากเท่าไหร่เชียว แต่ดูจากปัสสาวะสีเหลืองเหมือนกันแล้วสีเลือดก็คงจะไม่ต่างจากเผ่าเราสินะ” 

จักรพรรดิที่รู้ถึงจุดจบของตนหมดสติไปไม่กล้าแม้แต่จะหลบหนี 

มาร์ตินาขว้างดาบที่ใช้บั่นคอโอเวนลงไปกองกับพื้น ธีโอดอร์เห็นเช่นนั้นจึงคุกเข่าลงทันที 

“จักรพรรดิ ขอศีรษะนี้ให้ข้าเถิด” 

องค์ชายธีโอดอร์รู้ตัวว่าตอนนี้เขาได้รับตำแหน่งจักรพรรดิจากคำเรียกนั้น 

จักรพรรดิกล่าวตอบ “ข้าอนุญาต” 

ทว่ามาร์ตินาไม่บั่นคอศัตรูในครั้งเดียว 

เธอปลุกจักรพรรดิองค์เก่าซึ่งสลบจากการโดนตัดเท้าที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงฆาตกรคนหนึ่ง 

วิธีการที่มาร์ตินาปฏิบัติกับศัตรูนั้นช่างโหดร้าย สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้น 

แม้แทบจะอาเจียนออกมาแต่เหล่าทหารก็ไม่สามารถละสายตาจากมือของเธอได้ ราวกับเป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่ง 

หลังจากที่วัลโด พี่ชายต่างมารดาของเขาเสียชีวิต จักรพรรดิองค์ใหม่จึงถาม 

“ชัยชนะครั้งนี้ได้แรงเจ้าไว้ช่วยมากทีเดียว เจ้าต้องการสิ่งใด” 

“การแก้แค้นค่ะ” 

มาร์ตินาพูดราวกับกรีดร้องออกมา 

“โปรดอนุญาตให้ข้าตัดลิ้นผู้นำที่ทำลายเผ่าของข้าเถิด” 

ท่าทางของเธอน่ากลัวจนทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้ 

สายลมใหม่พัดเข้ามาในอาณาจักรแห่งนี้แล้ว ส่วนบิดาเฒ่าที่ทอดทิ้งลูกชายและฟังแต่คำพูดขององค์รัชทายาทก็ถูกฆ่าตายไปทั้งที่ไม่ได้เปล่งเสียงอะไรออกมา 

สิ่งแรกที่องค์ชายธีโอดอร์ทำหลังจากครองบัลลังก์ คือ การปกปิดหลักฐานสิ่งที่เขาทำลงไป 

วัลโดที่ตายไปแล้วได้กลายเป็นคนที่ลุ่มหลงในอำนาจจนทำร้ายน้องตัวเองไปในพริบตา 

จักรพรรดิองค์ใหม่ชนะใจประชาชนด้วยการขอขมาจากพระเจ้าเพื่อลบล้างบาปของพี่ชาย และในระหว่างนั้นก็ได้เปลี่ยนตำแหน่งตระกูลเรตาจากตระกูลที่น่าสมเพชตามอุบายของจักรพรรดิองค์ก่อน 

คงจะเป็นเรื่องที่ธีโอดอร์ไม่พอใจอยู่มากโขที่ผู้สืบสกุลเพียงคนเดียวของเรตาได้กลายเป็นผู้พิทักษ์ให้กับราชวงศ์ ทั้งได้ชื่อว่ามัจจุราชสีแดงและดาบของศัตรู 

กลายเป็นอีกชื่อหนึ่งของมาร์ตินา และเธอยังได้รับสกุลจากจักรพรรดิว่าเรตาทั้งยังใช้ชื่อโอเวนแม่ของตัวเองเป็นชื่อกลางของเธอ 

มาร์ตินา โอเวน เดอ เรตา 

ทุกคนต่างสรรเสริญความสามารถของเธอ จักรพรรดิส่งต่อกองกำลังของพี่ชายตัวเองที่เคยข่มขู่เขาให้กับมัจจุราชอย่างไร้ความปรานี 

มาร์ตินาจัดการกองกำลังที่คิดต่อต้านจักรพรรดิที่ช่วยเธอแก้แค้นด้วยความยินดี 

ปัญหาเกิดขึ้นหลังจากที่เธอจัดการกับเศษซากที่เหลือและแก้แค้นเสร็จสิ้นแล้ว ชื่อของเรตาจะไม่ได้อยู่ในระดับสุนัขล่าเนื้ออีกต่อไปแล้ว 

ชื่อเสียงของมัจจุราชสีแดงเลื่องลือไปทั่วอาณาจักร ชื่อของเรตาเป็นเงาปกคลุมเหนือจักรพรรดิ จนบลานช์ถูกเรียกว่า ดินแดนของศัตรู 

จักรพรรดิจึงรีบคิดอุบายอย่างรวดเร็ว จากลักษณะนิสัยที่เคยอ่อนไหวกลับกลายเป็นดุร้ายจากความกระวนกระวาย แต่เขายังมีนิสัยคล้ายกับพี่ชายต่างมารดาที่เขาเกลียดนักหนา 

มาร์ตินาสละสมบัติทั้งหมดและกลับไปยังบ้านเกิดที่ราบสูงอาเรตา แต่จักรพรรดิกลับไม่เชื่อเธอ 

ท้ายที่สุดเขาก็สร้างชื่อให้เรตากลายเป็นกบฏอีกครั้ง เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในปีที่มาร์ตินาอายุครบยี่สิบห้าปี 

มาร์ตินาถอนหายใจ 

“เชื่อบลานช์ไม่ได้สินะ” 

หากมีสิ่งหนึ่งที่จักรพรรดิมองข้ามไปนั่นก็คือ มาร์ตินาได้รับการยอมรับจากประชาชน พวกเขาไม่ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเมื่อครั้งที่ตระกูลเรตาถูกใส่ร้าย 

แน่นอนว่ามีกองกำลังที่สนับสนุนเธออีกมาก และเธอก็ตอบรับมือที่ยื่นมาด้วยความยินดี 

ในที่สุดมาร์ตินาก็หันปลายดาบไปตามสัญชาตญาณ 

สายลมแห่งเลือดพัดผ่านเข้ามาในอาณาจักรอีกครั้ง มาร์ตินาสังหารอัศวินไปหลายร้อยคนเพียงลำพัง เธอไม่มีอะไรต้องกลัวเพราะเธอมีกองกำลังที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลัง 

ส่วนนี้มีการเล่าเรื่องที่ทำให้คนรุ่นหลังตีความได้แตกต่างกันออกไป 

จักรพรรดินีมาร์ตินา ใช้เวลาไม่ถึงสี่วันในการบุกเข้ายึดปราสาทบลานช์ 

ประชาชนส่วนใหญ่ต่างชื่นชมถึงความสามารถนั้น แต่ยังมีนักวิชาการบางคนตั้งข้อสงสัย 

'สาเหตุที่มาร์ตินาได้รับชัยชนะ อาจเป็นเพราะจักรพรรดิธีโอดอร์รอความตาย' 

แม้ว่าจักรพรรดินีจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม แต่กองกำลังของจักรพรรดิที่มีก็เพียงพอสำหรับการต้านทานอยู่แล้ว 

พวกเขาฟังบันทึกของมาร์ควิสเอลซิเออร์ ผู้รับใช้ที่ภักดีของมาร์ตินา 

จากบันทึกของเขา ว่ากันว่าจักรพรรดิองค์สุดท้ายของบลานช์รอมาร์ตินาอยู่บนบัลลังก์แทนที่จะวิ่งหนี 

มาร์ตินาร่ำไห้เนื่องจากจักรพรรดิทรยศเธอ 

“ข้าขอสาปแช่งสายเลือดสุดท้ายของบลานช์ เจ้าพรากความหวังที่มอบให้ข้า นั่นเป็นการทรยศที่โหดร้ายที่สุดที่ข้าเคยเจอ” 

“ข้าไม่มีอะไรจะพูด ข้าขอโทษที่หลอกใช้เจ้าจนถึงที่สุด” 

“แต่เจ้าจะไม่รับคำสั่งจากข้าอย่างนั้นเหรอ” 

“ทำในสิ่งที่เจ้าต้องการเถิด” 

ในที่สุดจักรพรรดิธีโอดอร์ที่ร้ายกาจก็ตายไปเช่นเดียวกับพี่ชายของเขา 

ว่ากันว่าจักรพรรดินีฝังร่างธีโอดอร์ เชน บลานช์ ในสุสานอาณาจักรเป็นความเมตตาครั้งสุดท้าย เพราะมันไม่สมควรจะมอบให้แก่จักรพรรดิที่เคยทอดทิ้งเธอ 

นอกจากนี้ ยังมีบันทึกกล่าวว่า ธีโอดอร์รักมาร์ตินาทั้งยังขอแต่งงานเธอหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่กล่าวว่าเป็นการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง 

หลังจากนั้น มาร์ตินาก็ขึ้นครองบัลลังก์ด้วยตัวเธอเอง และเหยียบย่ำผืนแผ่นดินไม่ให้ใครทำให้ชื่อของเรตาเปื้อนมลทินอีกเพื่อเป็นแบบอย่าง จึงไม่มีใครกล้าเอ่ยปากดูถูกอาเรตาอีกต่อไป 

หลังจากสถาปนาจักรวรรดิในสงครามทวีป มาร์ตินาได้เปลี่ยนชื่ออาณาจักรเป็น 'คาราเบลลา' เทพเจ้าแห่งการต่อสู้ 

นามสกุลของเธอจึงครบสมบูรณ์ สิ่งที่อยู่หลังชื่อจริงของเธอซึ่งมีความยาวเพียงสามตัวอักษร คือ การที่เธอกลายเป็นจักรพรรดิ 

มาร์ตินา โอเวน เดอ เรตา คาราเบลลา 

จักรพรรดินีมาร์ตินา สร้างวิหารขึ้นและทำให้อาเรตากลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 

อาเรตาจึงได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรติในฐานะจักรพรรดิองค์แรกบนดินแดนแห่งความสกปรก 

หลังจากรวมดินแดนเสร็จสิ้น จักรพรรดินีมาร์ตินาจึงสละบัลลังก์ให้เอลซิเออร์ คนรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของเธอและลงไปทางใต้ 

เธอไม่มีบุตรสืบทอดจนกระทั่งเธอสิ้นลม สุดท้ายชนเผ่าอาเรตาก็สิ้นสุดลง 

……………………………………… 

 

 

#

 

 

โปรเจกต์ "หอหมื่นอักษร" เป็นโปรเจกต์ที่ซื้อลิขสิทธิ์นิยายออนไลน์มาอย่างถูกต้อง

เผยแพร่อย่างเป็นทางการโดย OokbeeU และ China Literature

 

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ China Literature

 

 

จากใจเก๋อเก๋อ

 

นิยายทุกเรื่องที่อยู่ในโปรเจกต์หอหมื่นอักษรเราเป็นนิยายที่เก๋อเก๋อพยายามพิถีพิถันคัดเลือกมาอย่างเต็มความสามารถโดยผ่านการเรียบเรียงและกลั่นกรองด้วยความตั้งใจของเหล่านักแปล เพื่อให้นายท่านได้รับความเพลิดเพลินอย่างถึงที่สุด

เก๋อเก๋อหวังเป็นอย่างยิ่งว่านิยายของเราจะเติมเต็มความปรารถนาของนายท่านทุกๆ คนได้อย่างพึงพอใจ และเชื่อมั่นว่านายท่านจะสนับสนุนนิยายของเราอย่างถูกลิขสิทธิ์ เพื่อเป็นกำลังใจในการคัดสรรนิยายเรื่องอื่นๆ ของเราต่อไปในอนาคต

ถ้าหากนายท่านพบเห็นนิยายของหอหมื่นอักษรถูกนำไปเผยแพร่อย่างผิดลิขสิทธิ์ที่ใด สามารถเข้ามาแจ้งกับเราได้ในทุกช่องทางการติดต่อ

 

ท้ายที่สุดนี้เก๋อเก๋อขอขอบพระคุณแรงสนับสนุนของนายท่านทุกคนจากนี้และต่อไปในอนาคตด้วยเจ้าค่ะ

 

เก๋อเก๋อ แห่งหอหมื่นอักษร

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น