Running.....(คุณซ้ง กับ นุชา)
Running.....ตอน วิ่งเพื่อแรงบันดาลใจ
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

Running.....ตอน วิ่งเพื่อแรงบันดาลใจ

ห้าโมงเย็น 

โหยยยยยยย ห้าโมงเย็น ห้าโมงเย็น ห้าโมงเย็นอีกแล้ว 
ใครคนหนึ่งลุกขึ้นจากเตียง อาการง่วงงุ่นยังไม่จางหาย อยากจะรีบ ๆ ทำให้ตัวเองสดชื่น 
แต่ก็ไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องล้มตัวลงนอนอีกครั้ง 

อ่า ไม่ไหวแล้ว ง่วงนอนโว้ยยยยยยยยยยยย ง่วง ง่วง ง่วง 

อยากจะหลับตาลงอีกครั้ง แต่เมื่อเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็ทำได้แค่คิด 
ปรือตาตื่นขึ้นและลากสังขารเข้าไปอาบน้ำด้วยความเร่งรีบ 



สายอีกแล้ว สายแน่ ๆ 

เร่งรีบ รีบเร่ง สวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว หันไปมองที่กระจกหนึ่งครั้งปัดผมไปมาให้มันเข้าที่เข้าทางก่อนจะคว้ากระเป๋าที่มีรองเท้าและน้ำดื่มหนึ่งขวดแล้วรีบวิ่งออกจากที่พัก 

สายแน่ ๆ แบบนี้ สายไปแล้ว ต้องรีบ ต้องรีบ ขืนไปช้าแย่แน่ ๆ 

กระโดดขึ้นรถเมล์อย่างรวดเร็ว โชคยังดีที่รถมาจอดเทียบพอดีไม่อย่างนั้นคงจะยิ่งช้า 

สิบสองนาทีของการเดินทาง 

พาตัวเองมาถึงเก้าอี้ที่นั่งประจำข้างสระน้ำ ที่เก่าเวลาเดิม 

บรรยากาศเหมือนเดิม โอโซนเพียบ ต้นไม้เพียบ เด็กเพียบ และ.......... 

ง่วงนอนอีกแล้ว 

ไม่อยากวิ่งเลยว่ะ 
สาเหตุเพราะว่าง่วง 
สาเหตุเพราะเหนื่อย 
สาเหตุเพราะเบื่อ 

แต่ที่ต้องมาก็เพราะ........ 

ห้าโมงครึ่ง เป๊ะ ๆ ตรงต่อเวลามากๆ ใช้ได้นะเนี่ย 

มองไปที่ใครบางคนที่ไปยืนอยู่ที่จุดสตาร์ทแล้วก็ต้องรีบคว้าถุงเท้ามาใส่และเตรียมสวมรองเท้า 

มองรองเท้าที่ตัวเองซื้อแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

พันสอง กูนี่ก็บ้า ลงทุนเข้าไปได้ 

เกิดมาไม่เคยซื้อรองเท้าแพงขนาดนี้เลยนะเว้ยเฮ้ย แต่มันนุ่มและสบายเท้า ก็เอาวะ จำใจต้องซื้อ 
ขืนยังลากผ้าใบคู่เก่า คงไม่ไหว นี่แหละรองเท้าสำหรับวิ่ง ของแท้แน่นอน ใส่แล้วก็วิ่งได้สบาย 
มันจำเป็นนี่หว่า เพราะดูท่ายังต้องวิ่งอีกนาน อาจมากกว่าสองเดือน อาจไปถึงสามเดือน หรืออาจจะเลยไปถึงหนึ่งปี หรือสองปี 

ต้องลงทุน ไม่งั้นวิ่งไปแล้วเดี้ยง สงสัยจะไม่คุ้มเท่าไหร่ 

เหลือบมองคนบางคนที่วันนี้ใส่เสื้อขาว กางเกงน้ำเงินกับรองเท้าสีฟ้าคู่เก่าที่แค่มองก็จำได้ว่าใคร 

วันก่อนเสื้อสีส้ม 
วันก่อนสีฟ้า 
วันก่อนสีแดง 
วันก่อนสีน้ำเงิน 

มีเสื้อสีขาวตั้งแต่เมื่อไหร่วะ อ่อ สงสัยจะเพิ่งซื้อมาใหม่ 

ต่อให้ก่อนสองรอบ รอบละ 745 เมตร ถ้าวิ่งครบสองรอบแล้ว เดี๋ยวจะลงไปวิ่งด้วยคนนะจ๊ะ 

แอบลอบยิ้มคนเดียวเงียบ ๆ และก้มหน้าก้มตามองเมินไปทางอื่น 

นี่แหละว๊า แรงบันดาลใจของแท้ 

ลมเย็น ๆ พัดสบาย 

แรงบันดาลใจวิ่งลิ่วๆ เหมือนไม่รู้สึกรู้สาไม่เหนื่อยล้ากับการที่ต้องวิ่งวนสองรอบในระยะทาง 745 เมตร สองรอบ 

เป็นกิโลเลยนะนั่น แหม่ เก่ง ๆ ใช้ได้ ไม่มีอาการเหนื่อยหอบให้เห็นเลย 

เก่งเจง ๆ เลยเว้ยเฮ้ยยยยยย แต่หน้าก็ยังนิ่งเหมือนเดิม เมื่อไหร่เลิกทำหน้าเฉยวะ ท่าทางจะน่ารักน่าดู แต่ท่าจะยาก 

แล้วถ้าเมื่อไหร่วิ่งแล้วเหนื่อยวิ่งแล้วหอบบอกด้วย จะรู้สึกดีมาก ๆ 

ยังคงเป็นคนบ้า คิดอะไรเพ้อเจ้อคนเดียวและเปลี่ยนเป็นเสียบหูฟังเข้าที่หู 

เพื่อเลือกฟังเพลงที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้อีกสิบเท่า 

“งึกงึก งัก งัก มันเป็นงึกงึก งัก งัก” 

เฮ้ยยยยย ไม่ใช่ ไม่ใช่แระ อะไรวะ อะไรเนี่ยมันเพลงอะไร 

โธ่พี่ปอยฝ้าย มาทำไมตอนนี้ 

เสียอารมณ์หมดเลยเว้ยยยยยย 

คนกำลังจะบิ๊ว ใครมันช่างฟังวะ 

อยากจะบิ๊วให้อารมณ์สุนทรีย์กับการที่จะได้วิ่งไปด้วยกันกับแรงบันดาลใจ แต่ดันมีเสียงเพลงระทึกให้เสียอารมณ์ 

หน้าหงิก ๆ งอ ๆ แล้วรีบหันขวับไปมองที่มาของเพลง 

อ่า 

“ฮาโหล ห๊า อะไรนะ เออกูรู้แล้ว ก็บอกว่ารู้แล้วไงวะ เออ ๆ แค่นี้นะ กูวิ่งอยู่” 

เอ่อ 
อ่า 

จังซี่มันต้องถอนใช่มั้ย 

ฟังเพลงได้เข้ากับหน้าดีนะ เอ่อ....แบบนี้ก็แปลว่าต้องไปโหลดมาเป็นเสียงเรียกเข้าเวลามีใครโทรมาใช่มั้ย 

ได้..... 

เพราะแรงบันดาลใจหรอกนะ ถึงจะฟัง เพราะแรงบันดาลใจแท้ ๆ 

เริ่มก้าวขาวิ่งเหยาะ ๆ แล้วก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวเข่า 

เริ่มจากอาการรองเท้ากัดจนเล็บนิ้วก้อยที่เท้าเป็นแผล 
เปลี่ยนเป็นอาการปวดที่ข้อเท้าเพราะการลงน้ำหนักมากเกินไป 
แล้วก็มาถึงหน้าแข้งที่จะเจ็บแปลบ ๆ เวลาที่วิ่งเร็วเกินไป 
และเวลานี้ไปถึงหัวเข่าด้วยอาการกล้ามเนื้ออักเสบ 

ค่ารักษาคุ้มน่าดู 

วิ่งเพื่อสุขภาพหรือวิ่งให้แข้งขามันแย่ลงกว่าเดิมกันแน่ 

เหอ เหอ เหอ 

เจ็บมันก็เจ็บอยู่ 

แต่ที่ต้องมาก็เพราะสาเหตุเดียว.....คนที่วิ่งลิ่วๆ ไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยและโน่นวิ่งเสื้อปลิวไปแล้ว 
และนั่นคงเป็นรอบที่ห้า 

แรงบันดาลใจสุดยอดเลยนะ 

สักวันจะทำให้ได้แบบแรงบันดาลใจ 

แต่วันนี้ แค่สองรอบให้รอดก่อนเหอะว่ะ 

ก่อนจะไปคิดเทียบรุ่น และที่สำคัญกว่านั้น 

ต้องรีบกลับไปเปลี่ยนเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์อย่างเร่งด่วน 

“จังซี่มันต้องถอน” 

เพลงอะไรวะ คลาสสิคเกินทน คนฟังบ้า คนร้องก็บ้า คนที่จะไปตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าก็ยิ่งบ้ากว่า 

งึกงึก งัก งัก มันเป็นงึกงึก งัก งัก 

“อ่า ปวดหัวเลย ปวดขาปวดเข่า ปวดโว้ยยยยยยยยยยยยย วิ่งก็ได้วะ จะรีบวิ่งเดี๋ยวนี้แหละ เมื่อไหร่จะหายเจ็บซะที จังซี่มันต้องถอนใช่มั้ย จังซี่มันต้องถอนนนนนนนนน” 


TBC. 

นักเขียนอิสระ

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น