ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ตอนที่ ๑

ณ ผับ

xyz

ห้องวีไอพี

สองหนุ่มใหญ่ภายใต้ชุดสูทหรูหราราคาแพงกำลังนั่งจ้องตากันอยู่ ด้วยความหล่อระดับห้าดาวของทั้งคู่ทำให้สาวๆที่ผ่านไปมาแอบมองผ่านกระจกใสที่กั้นเป็นกำแพงห้องเพื่อปิดเสียงจากภายนอก แล้วส่งยิ้มมาให้ไม่ขาดสาย จนอีกคนแทบไม่มีสมาธิที่จะคุยกับเพื่อนรักตรงหน้า

"เฮ้ย กูนัดมึงมาคุย เสือกมานั่งมองสาวๆ" "มึงมีอะไรก็รีบพูดมาสิ กูชักจะเบื่อมึงแล้ว"

สายตาส่องแวววิบวับออกไปหาสาวสวยหมวยอึ๋มทรงโตด้านนอก

"มึงจำเรื่องพินัยกรรมเมื่อสิบห้าปีก่อนได้ไหม"

พินัยกรรมที่สองตระกูลมีธุรกิจหลายด้านได้ทำไว้ร่วมกันเพราะรุ่นทวดของสองตระกูลได้บุกเบิกด้วยกันมา จนเมื่อสิบห้าปีก่อน ทั้งสองหนุ่มได้รับพินัยกรรมต่อจากพ่อของพยัคฆ์ ในพินัยกรรมระบุไว้ว่า ให้สองตระกูลดองกันแล้วมีทายาทเพื่อเอาทายาทมาเป็นกุญแจในการเปิดพินัยกรรมแบ่งธุรกิจที่ทำเงินมหาศาลในแต่ละปีให้ชัดเจนว่าใครควรครอบครองส่วนไหน แต่ยังไม่มีใครสามารถทำได้เพราะสองตระกูลมีแต่ลูกชาย

"อื้ม พินัยกรรม เอ่อ พอจำได้บ้างมึงมีอะไร"

"กูมีน้องสาว"

"ห๊ะ มึงจะบ้าหรือไง มึงลูกคนเดียว"

"พ่อกูมีเมียอีกคน แล้วก็มีลูกสาว มึงต้องมีลูกกับน้องสาวกูเพื่อเอาทายาทมาเปิดพินัยกรรม"

"ไม่"

เสียงใหญ่ตวาดลั่นจนกระจกรอบห้องแทบแตก เขาได้แต่ส่ายหน้ากับความคิดบ้าบอของเพื่อนสนิท แล้วยังมาบังคับให้เขามีครอบครัวมันเรื่องไร้สาระสิ้นดี

"มึงต้องแต่งงานกับน้องสาวของกู เพราะกูอยากจะเปิดพินัยกรรมนั้น และแบ่งหุ้นบริษัทเหล่านี้สักที"

"ทำไม ยังไงผลประโยชน์ก็แบ่งกัน เท่ากันทุกปี จะเรื่องมากทำไม"

"กูไม่ยอมแบ่งแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว กูอาจได้ในส่วนที่มากกว่าก็ได้ ยังไงมึงก็ต้องแต่ง"

"กูไม่แต่ง"

"งั้นมึงก็ต้องมีลูกกับน้องกู ไม่งั้นมึงจะผิดสัญญาแล้วอีกหลายธุรกิจของมึงจะตกเป็นของกูทันที"

เขารู้ดีว่าคนอย่างพยัคฆ์จะไม่ยอมเสียเปรียบใครแม้แต่บาทเดียว แล้วนี่ธุรกิจเป็นพันล้านพยัคฆ์ไม่มีวันยอมแน่

"อะไรวะ มึงเชื่อพินัยกรรมบ้าๆนั้นเหรอ"

"กูเชื่อ แล้วมึงก็ต้องทำตามด้วย"

ความจริงเขาไม่ได้อยากจะยกน้องสาวให้กับคนไร้หัวใจแบบพยัคฆ์เลย แต่มาระยะหลังเขาต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศบ่อยรวมถึงจะไปอยู่กับศรีภรรยาที่นู่นด้วยแบบถาวร ด้วยความกลัวจะไม่มีใครดูแลน้องสาวดีเท่าเขาและเพราะความฤทธิ์เยอะของน้องสาวเขาเลยมองเห็นจะมีแต่พยัคฆ์ที่จะดูแลน้องสาวของเขาได้

"มึงมันบ้า"

"แล้วแต่มึงจะคิด หมดธุระของกูแล้ว อีกสองวันมึงไปรับน้องกูด้วย เดี๋ยวกูส่งที่อยู่มาให้ บายโว้ย"

อีริคลุกจากไปโดยไม่สนใจอีกฝ่ายที่งงเป็นไก่ตาแตกแล้วก็โมโหจนควันออกหูเพราะคนอย่างพยัคฆ์ไม่อยากมีครอบครัว เขารักสนุกแค่ข้ามคืนไม่เคยคิดผูกมัดสัมพันธ์กับใคร

.......

"ว่าไง ไอ้เสือ"

อีริคหนุ่มลูกครึ่งที่มีมารดาเป็นชาวอังกฤษและบิดาเป็นคนไทย พี่ชายแสนดีของรชนิชล ยกโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมารับ คนปลายสายก็ไม่ใช่ใคร นอกจากคนที่เขาเพิ่งจะไปพูดกับมันมา

"กูมีข้อเสนอ"

เสียงปลายสายยังคงขรึมน่าเกรงขามตามสไตล์ของพยัคฆ์

"ว่ามา"

"กูจะให้น้องมึงมาอยู่บ้านกู แล้วก็ทำกิ๊ฟเพื่อมีลูก พอคลอดก็เปิดพินัยกรรม"

คนอย่างเขาจะไม่ยอมมีสัมพันธ์กับใครแล้วมีลูกด้วยกันถ้าไม่ได้รัก เพราะนั้นถือว่าไม่ใช่ลูกของเขา ลูกจะต้องเกิดจากความรักเท่านั้นสำหรับคนอย่างพยัคฆ์

"ก็ได้ กูฝากน้องสาวกูด้วย"

"เอ่อ"

โทรศัพท์ถูกตัดสายไปนานแล้ว อีริคเองก็ก้าวขึ้นรถยี่ห้อหรู ที่มีคนขับรถให้ ใบหน้ายังคงเรียบเฉยครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ข้างหน้าที่จะเกิดขึ้น รถแล่นผ่านตัวเมืองจนเลยออกมาแถวชานเมือง เขาคงไปไหนไม่ได้นอกจากมาพบน้องสาวเพื่อบอกความจริงก่อน ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้รับคำตอบแบบไหน แต่ยังไงก็ต้องทำให้เรื่องนี้สำเร็จให้ได้

"คุณอีริคครับ ถึงแล้วครับ"

ทันทีที่รถแล่นมาจอดที่หน้าบ้านหลังเล็ก อิริคถึงกับส่ายหน้าเบาๆเพื่อเรียกสติ

"หนูชล หลับหรือยัง"

เขาเดินเข้ามาภายในบ้านที่ยังเปิดไฟจ้าแทบจะทุกดวงโดยเอากุญแจสำรองไขเข้ามาเหมือนทุกครั้งที่มา

"ยังค่ะ กำลังเก็บกระเป๋าอยู่"

ร่างเล็กเปิดประตูห้องนอนออกมา ใบหน้าหวานส่งยิ้มมาให้ผู้เป็นพี่ชายต่างมารดาที่มักจะมาหาเธออยู่เป็นประจำ

"อ้าว จะไปไหน"

"ไปแบกเป้เที่ยวใกล้ๆแถวนี้ค่ะ ว่าจะไปแค่สองวัน พี่ชายไม่ต้องห่วงนะ หนูชลไม่ได้ไปคนเดียว ไปกะไอ้ซันและยายแพรว"

รชนิชลรีบรายงานให้อีริคผู้เป็นพี่ชายทราบทุกอย่างทันที เธอไม่อยากให้เขามาขัดเธอ

"อื้มไปสิพี่ไม่ได้ว่าอะไร อธิบายมาซะยาวเลย"

"พี่ชายมีอะไรหรือเปล่าคะ"

เธอสังเกตเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเรียบเฉยดวงตาเหม่อลอยเป็นระยะเหมือนคิดอะไรอยู่ พี่ชายไม่เคยเป็นแบบนี้

"เอ่อ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย มานั่งใกล้ๆสิ"

อีริคเริ่มเล่าถึงพินัยกรรมทันที

"อะไรนะ"

"ถ้าหนูชลไม่แต่ง ธุรกิจและทรัพย์สมบัติร่วมถึงบ้านหลังนี้จะตกเป็นของอีกฝ่ายเพราะว่าทางเราผิดสัญญา"

"แต่เรื่องที่คุณชานมีลูกสาวถูกปิดเป็นความลับนะ พวกเขาจะรู้ได้ยังไง"

คุณชานที่เธอพูดถึงคือพ่อที่ไม่เคยต้องการให้ใครรู้ว่าเขามีลูกสาวอยู่อีกคน ไม่ใช่เพราะพินัยกรรมแต่เพราะความปลอดภัยจากคนที่เสียผลประโยชน์จากการเปิดพินัยกรรม เธอไม่เคยเรียกพ่อต่อหน้าใครทั้งนั้น

"ทางนู้นเขาตามสืบจนเจอนะ หนูชลช่วยพี่หน่อยนะ ยังไงก็เพื่อบ้านหลังนี้ก็ยังดี"

"แต่ เอ่อ"

"ทางนู้นเขายื่นข้อเสนอมาให้ทำกิ๊ฟน่ะ"

"ทำกิ๊ฟเหรอคะ"

"ก็อุ้มท้อง พอคลอดเปิดพินัยกรรมทุกอย่างก็จบ"

อีริคยื่นข้อเสนอที่ตัวเองคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ เขาคิดไปไกลกว่านั้น ยังไงคนอย่างพยัคฆ์ต้องหลงเสน่ห์น้องสาวของเขาและรักจนไม่อาจปล่อยเธอไปได้แน่

"เอ่อ ขอหนูชลทำใจก่อนได้ไหม"

เธอไม่ได้อยากรับข้อเสนออะไรทั้งนั้นแต่เพื่อบ้านหลังนี้ บ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิดบ้านที่มีแต่ความรัก บ้านที่ยังบอกเสมอว่าแม่ยังอยู่ใกล้เธอไม่ได้จากไปไหน บ้านที่เธอเรียกพ่อว่าพ่อได้

"อีกสองวัน เขาจะมารับแล้วนะหนูชล"

"พี่ชาย หนูชลไม่รู้จะทำไงดีคะ หนูชลไม่อยากเสียบ้านนี้ไป"

"หนูชลไปอยู่กับเขาก่อน แล้วค่อยหาทางคุยกับเขา" 

สวัสดีค๊าาาาาาา เราชื่อแอน  เรียกอีกทีก็แอน  เรียกอีกครั้งก็แอน  เอาเป็นว่าชื่อแอนแล้วกันนะ  ขอบคุณทุกคนที่สนใจในนิยายของแอนมากนะคะ  และฝากติดตามผลงานไปเรื่อยๆนะคะ😁😁😁 แนะนำสำหรับคนที่เข้ามาอ่านนิยายอิโรติกของศานิชล 1.ให้อ่านเรื่อง ป้าน่ะเมียผม  ต่อด้วยร้ายย้อนรัก  และถึงร้ายก็รักนายมาเฟียจอมโหด  นายมันไม่ใช่บอดี้การ์ด แค้นรักของนายมาเฟีย  ล้างแค้นหัวใจ  ผัวแก่  มาเฟียบ้านไร่   อ่านตามที่แอนแนะนำนะคะแล้วจะฟินนนนนนนนน  เพราะเป็นภาคต่อๆกัน 2.ห่วงรัก  วิวาห์ร้าย  กับ  ห่วงรัก  ไร้วิวาห์  เป็นภาคต่อกันค่ะ  และมีภาคย่อยคือ  เมียนักเลง 3.ดวงใจทมิฬ  และ  พิชิตดวงใจนายคาวี  เป็นภาคต่อกันค่ะ   4.ขอบคุณทุกคนที่ติดตามผลงานนะคะ ฝากติดตามเพจด้วยน๊าาาาาา
แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น