email-icon Twitter-icon

ไรท์เป็นนักเขียนหน้าใหม่ไร้สิว ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนร้าาา ^3^

งานใหม่กับลุงแปลกๆ

ชื่อตอน : งานใหม่กับลุงแปลกๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2565 18:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
งานใหม่กับลุงแปลกๆ
แบบอักษร

บทที่ 9 

 

 

 

 

 

 

“ผมอาจจะเลิกงานช้ากว่าคุณไม่เท่าไหร่ แต่ยังไงคุณห้ามเดินกลับบ้านคนเดียวเด็ดขาด รอผมก่อนแล้วเราค่อยกลับพร้อมกันเข้าใจไหม” 

ใบหน้าคมว่ากล่าวย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ โดยที่ฉันได้แต่เกาะแขนของเขาแน่นและพยักหน้ารับรู้  

เช้าวันใหม่พร้อมกับแสงแดดที่ปะทะอาบร่างในระหว่างทางที่เราเดินผ่าน ชายร่างสูงในชุดยามเสื้อสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสีกรมเข้ม เขาเดินมากับผู้หญิงที่มีใบหน้างดงามในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสีอ่อน ทั้งสองเดินควงแขนมุ่งตรงไปยังหน้าปากซอยด้วยท่าทางยิ้มแย้ม พูดคุยสัพเพเหระไปทั่วอย่างมีความสุข  

“ก่อนกลับบ้านฉันอยากให้คุณพาไปซื้อของในตลาดได้ไหม พอดีฉันต้องการอยากจะซื้อของบางอย่างด้วย” ฉันเอ่ยขัดขึ้น ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าอยากจะซื้อของบางอย่าง  

“แค่คุณบอกสิ่งที่ต้องการมาผมไปซื้อคนเดียวก็ได้”  

“ให้ฉันออกไปบ้างเถอะนะ ฉันอยากจะเดินไปเลือกซื้อของกับคุณบ้างก็เท่านั้น” 

ฉันออดอ้อนสามีตัวเองด้วยใบหน้าที่งอง้ำ ตั้งแต่ที่ได้อยู่ร่วมกับเขาเริ่มจะนานพอควรแล้ว ตัวเขาไม่เคยพาฉันไปเดินตลาดเลย ถ้าจะไปจริงๆ ก็ให้ฉันเอ่ยปากบอกแล้วเขาจะไปซื้อให้ ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ดีแต่ฉันก็อยากออกไปบ้าง แถมตลาดก็อยู่ไม่ไกลด้วยเดินออกจากปากซอยเลี้ยวขวาก็ถึงแล้ว แต่เขาก็ยังพูดเป็นเสียงเดิมว่ามันไกลเกินไปสำหรับฉันอยู่ดี และไม่ยอมให้ฉันไปเหมือนเดิม 

“นี่คุณกำลังอ้อนผมอยู่ใช่ไหม” เขาเอ่ยถามออกมาอย่างรู้ทัน 

“ใช่ ฉันกำลังอ้อนให้คุณพาฉันไปตลาดด้วย” 

แน่นอนว่าลูกอ้อนของฉันมีหรือจะไม่ได้ผล ฉันรับรู้นิสัยส่วนนี้ของเขาดีอย่างมาก ถ้ามีใครเอ่ยปากในสิ่งที่พอทำให้ได้เขาก็พร้อมจะทำให้ในทันควัน และเขาก็เป็นพวกแพ้ลูกอ้อนที่ได้ยินแต่ละทีมีระทวยกันไปข้าง 

“ถ้าอย่างนั้นก่อนกลับบ้านผมจะพาคุณไปซื้อของก็แล้วกัน แต่ผมไม่ให้คุณเดินนานมากนะรู้ไหม”  

“เย้! รักที่สุดเลย” ฉันดีใจออกมาพร้อมกับเขย่งเท้าหอมแก้มของเขาไปหนึ่งที  

เห็นไหมล่ะ… เขาเป็นพวกแพ้ลูกอ้อนจริงๆ ถึงจะตอบตกลงแบบฝืนใจก็เถอะนะ 

“หยุดเถอะครับ ถ้าใครมาเห็นเข้าคงดูไม่ดี” ต้นแบบเอ่ยขึ้น พร้อมกับใบหน้าที่ร้อนผ่าวแดงเถือกฉายชัด ถึงจะเขินอายแต่ก็แอบรู้สึกโมโหตัวเองยิ่งนักที่ถูกเธอลวนลามใส่  

มันต้องเป็นเขาไม่ใช่หรือไงที่ต้องรุกใส่เธอก่อนอะ แต่นี่เหมือนเขากำลังถูกเมียตัวข่มเหงขโมยร่างกายเลย 

“ก็ฉันรักที่รักมาไงถึงกล้าทำ” ไม่ได้รักธรรมดาด้วยนะ ต้องเรียกว่าคลั่งของโคตรคลั่งรักเลยก็ว่าได้ 

“หยุดหยอดคำหวานเถอะครับ ผมส่งคุณถึงหน้าร้านแล้ว เช่นนั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะ”  

เขาโบกมือลาก่อนจะเดินไปขึ้นรถเมล์ ทิ้งฉันไว้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ที่ฉันต้องทำงาน ซึ่งยามนี้มาป้าเนียนเจ้าของร้านและลูกน้องอีกคน กำลังจัดเตรียมร้านเปิดรับลูกค้า  

“มาแล้วหรือดอกหญ้า ป้ายินดีต้อนรับที่หนูมาทำงานที่นี่นะ” ป้าเนียนในร่างอ้วนท้วมวัยห้าสิบกว่าเอ่ยทักฉันอย่างเป็นมิตร  

ฉันกับป้าเนียนพอสนิทกันเล็กน้อย เนื่องจากป้าเขาชอบไปเล่นกับหลานป้าใจอยู่ทุกเย็น  

ร้านของป้าเนียนนั้นเรียกว่าใหญ่อย่างมาก โต๊ะรับลูกค้าก็ถูกจัดเต็มร้านไม่ต่ำกว่ายี่สิบกว่าโต๊ะ แน่นอนว่าลูกน้องของป้ามีถึงสามคนด้วยกัน แต่นั่นก็ไม่เพียงพอเพราะลูกค้าที่เข้ามามันเยอะเกินไป ป้าเนียนเลยจ้างลูกน้องเพิ่มซึ่งคนนั้นก็คือฉันเอง  

“ร้านใหญ่มากเลยนะคะเนี่ย สงสัยก๋วยเตี๋ยวของป้าเนียนต้องอร่อยจนลูกค้ามาซื้อเยอะแน่เลย” ฉันกล่าวเสียงหวานตอบกลับ เพราะรู้อยู่แล้วว่าร้านของป้าเนียนนั้นอร่อยขึ้นชื่อที่สุดในละแวกแถวนี้และใกล้เคียงเลย ถึงขั้นได้ออกทีวีร้านที่น่าทานที่สุดเลยด้วย 

“ปากหวานจังเลยนะหนูเนี่ย เข้ามาก่อนเถอะเดี๋ยวป้าแนะนำเพื่อนๆ ให้รู้จัก”  

ป้าเนียนจับจูงพาฉันเข้ามายังในร้านอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเรียกลูกน้องที่จ้างมาก่อนหน้ามารวมกลุ่มกัน ซึ่งลูกน้องของป้าเนียนนั้นมีผู้ชายวัยรุ่นหนึ่งคนและผู้หญิงในวัยเท่ากับฉันสองคน หน้าตาดูจะเป็นกันเองและยังทักทายฉันก่อนด้วย 

“นี่หนูดอกหญ้าจากนี้ไปจะมาทำงานที่เดียวกัน ส่วนนี่หลานชายป้าชื่อคีตะ และนี่ก็ใบหม่อนกับกล้วยหอมอายุเท่าๆ กันคงเป็นเพื่อนกันได้” 

“สวัสดีค่ะ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” ฉันยิ้มกว้างเห็นฟันครบทุกซี่ทักทายทั้งสามคน ดูแล้วทั้งสามคนคงเป็นคนดีและน่าจะไปกับฉันได้แน่นอน  

“อย่าบอกนะว่านี่คือแฟนของพี่ต้นแบบ หน้าตาน่ารักกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย” ใบหม่อนเอ่ยขึ้นก่อนจะมองหน้าฉันเป็นประกาย 

“ไม่ขนาดนั้นหรอก” ฉันหัวเราะกลบเกลื่อนเมื่อมีคนชมซึ่งหน้า  

“จากนี้ไปเราก็อยู่กันแบบครอบครัวนะ ถ้ามีเรื่องอะไรที่ป้าพอช่วยได้ก็บอก หนูเป็นถึงเมียเจ้าต้นแบบหลานที่ป้ารักมีหรือจะไม่ช่วยเหลือ”  

การแนะนำตัวทำงานวันแรกผ่านไปได้ด้วยดี พวกเราทั้งสามคนสนิทกันอ่างรวดเร็วตามวัยที่ใกล้เคียงกัน พอฉันช่วยป้าเนียนเปิดร้านเสร็จฉันก็ไปยังที่ล้างจานปัดกวาดเช็ดถูพื้นไปทั่ว ก่อนเปิดร้านตามด้วยลูกค้าที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย  

“เยอะกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย” ฉันบ่นพึมพำกับกล้วยหอมอย่างเหนื่อยหอบ เพราะว่าฉันต้องเดินเสิร์ฟอาหารและรับลูกค้ากันขาพัน พอพ้นบ่ายลูกค้าน้อยจึงพอทำให้มีเวลาพักผลัดเปลี่ยนกันทานข้าว 

“อีกหน่อยเดี๋ยวก็ชิน ตอนแรกก็อาจจะเหนื่อยแต่พอนานไปเดี๋ยวเธอก็สนุกไปกับมัน” กล้วยหอมตอบกลับ  

พลางส่งขวดน้ำมาให้ฉันดื่มแก้กระหาย เนื่องจากวันนี้ตัวฉันเดินไปมาทั่วร้านต้อนรับหรือเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้า แน่นอนว่าถึงจะเหนื่อยแต่การที่ได้พบเจอผู้คนมันทำให้ฉันรู้สึกดีอย่างมาก  

ยามที่ฉันมองทุกอย่างในแง่ดีสละความร้ายกาจออก ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูจะโล่งปลอดโปร่งมีความสุขที่สุดในชีวิตเลย 

“เด็กเสิร์ฟใหม่งั้นรึเนี่ย หน้าตาดูไม่คุ้นเลย” คุณลุงวัยกลางคนร่างท้วมเอ่ยทักขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าสายตานั้นดูจะแพรวพราวเสียจนฉายเห็นได้ชัด จนงูบนหัวโผล่มาชูคอขู่ฟ่อ  

“ดอกหญ้าเป็นเมียของไอ้ต้นแบบหลังหมู่บ้านไง หนูเขาเพิ่งมาทำงานวันแรกไม่แปลกที่ไม่รู้จัก”  

ป้าเนียนแนะนำฉันให้กับลุงคนนั้นได้รับรู้ โดยที่ฉันก็ยกมือไหว้ยิ้มส่งไปให้ แต่ภายในใจมีหรือจะไม่รู้ถึงความคิดอันลามกของลุงหัวล้านตรงหน้า สายตาแบบนั้นคิดหรือไงว่าฉันไม่เคยพบเจอมาก่อน 

แก่ขนาดนี้ยังเจ้าชู้ไปทั่วชั่วจริงๆ  

“ชื่อดอกหญ้างั้นรึ น่ารักดีนะเนี่ย” ลุงคนนั้นใช้มือลูบคางกวาดสายตาไปทั่วเรือนร่างนางอย่างสนใจ เสียดายเหลือเกินที่มีผัวแล้ว มิเช่นนั้นเขาไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่นอน ยังไงผู้หญิงสนใจเรื่องเงินๆ ทองๆ อยู่แล้ว ขอมีประเคนมีหรือจะไม่ถวายตัวนอนด้วย  

“คือ… เธอไปช่วยคีตะล้างจานก่อนก็ได้นะ ตอนนี้ลูกค้าไม่เยอะเดี๋ยวฉันกับใบหม่อนจัดการให้” กล้วยหอมที่รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เพื่อนคนใหม่ถูกโลมเลีย เธอก็ไม่รอช้ารีบสั่งให้ดอกหญ้าไปหลังร้านช่วยคีตะล้างจาน  

จนทำให้ลุงบ้ากามที่ชอบมาแต๊ะอั๋งมองตามตาละห้อย เธอรู้สึกไม่ดีเลยจริงๆ ที่เพื่อนถูกคุณลุงคนนี้มอง เพราะเขาขึ้นชื่อถึงความโรคจิตจีบสาวไปทั่ว เห็นว่ามีเงินมากก็เลยวางตัวใหญ่สาวเด็กเล็กเด็กน้อยไปทั่ว มันน่ากลัวจนผู้คนในหมู่บ้านไม่อยากจะข้องแวะเกี่ยวด้วย  

ฉันทำตามกล้วยหอมที่สั่งให้ไปช่วยคีตะล้างจาน ในใจฉันรู้สึกขอบคุณกล้วยหอมอย่างมากที่ช่วยให้หลุดพ้นจากบรรยากาศน่ารังเกียจนั่น เพราะตาลุงนั่นมันเล่นจับจ้องมามันไม่เกรงใจป้าเนียนเลยนะสิ  

“ผมเห็นว่าลุงอิ่มมาที่ร้านใช่ไหมครับ อย่างไรพี่ก็ระวังตัวไวหน่อยก็ดีนะ” คีตะทักขึ้นเมื่อฉันเดินเข้ามาช่วย  

“ลุงคนนั้นน่ากลัวไม่น่าไว้ใจเลย” ฉันถามขึ้นด้วยสีหน้าหวาดกลัวกังวล  

“ลุงคนนั้นเขาชอบเหล่สาวไปทั่วแหละครับ ขอแค่หน้าตาดีไม่ว่าแก่หรือเด็กก็ม่อไปทั่ว แถมเมื่อกี้ผมเห็นว่าเขามองพี่ไม่วางตาเลยด้วยสิ” คีตะร่ายยาวถึงความโรคจิตของลุงคนนั้น “แก่แล้วยังไม่เจียมตัวอีก น่าเกลียดซะมัด” 

“แล้วใบหม่อนกับกล้วยหอมไม่เคยโดนหรอ” พอจบคำถามคีตะก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างดัง 

“ทางนั้นโดนถึงขนาดต้องหนีไปมีแฟนกันเลยล่ะ ไม่งั้นคงโดนตามไม่เลิกแน่แต่พี่มีสามีแล้วคงไม่อะไรหรอกมั่ง” 

ฉันพยักหน้าเห็นด้วยกับคีตะแต่ความกังวลใช่ว่าจะคลาย ฉันรู้สึกสงสารสามีตัวเองเสียแล้วสิ ที่มีภรรยาสวยจนคนต้องมาชมชอบขนาดนี้ 

 

 

 ไรต์ไม่ไหวกับนางเอกแล้วจริงๆอะ  

โดยเฉพาะบรรทัดสุดท้าย 

5555555555 

แต่งานนี้น้องจะรับมือยังไงกันนะ  

ล่าสุดมีตาลุงโรคจิตมาชอบแล้วสิ 

 

แต่ลึกๆไรต์รู้สึกว่าคนที่น่าสงสารคือลุงคนนั้นอะ  

ไม่รู้สิแต่มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ^^ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว