ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

แม่ค้าตาหวาน 1

เรื่องแรกขอประเดิมด้วย เรื่องราวสุดคลาสสิคระหว่างหมอ กับคนไข้ละกันครับ  เอ่อออออ   จะนับว่าเป็นคนไข้ได้มั้ยเนี่ย ไม่แน่ใจนะ แต่เธอเคยมาทำฟันกับผมสองสามครั้ง น่าจะนับได้ล่ะมั้ง  เรื่องนี้เกิดขึ้นมาหลายสิบปีละครับ ย้อนไปตั้งแต่สมัยที่ผมเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ  และได้ไปใช้ทุนในโรงพยาบาลต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง   บอกเลยว่าช่วงทำงานใช้ทุนนี่ เป็นช่วงเพิ่มพูนประสบกามให้ผมเยอะมาก และนี่คือเรื่องเล่าของเหยื่อรายแรกของผม เอ๊ะ หรือกูเป็นเหยื่อเขาวะ 

  

วันนั้นผมก็มาทำงานตามปกติครับ โดยมีพี่ผู้ช่วยทันตแพทย์ ชื่อ พี่สาว  เป็นผู้ช่วยทันตแพทย์ของผมประจำวันนั้น    หลังจากรักษาคนไข้เสร็จเป็นรายที่ 3 ของเช้าวันนั้น พี่สาวก็พูดกับผมว่า 

  

“หมอแมน วันนี้พี่ฝากหมอช่วยดูฟันให้ญาติพี่หน่อยได้มั้ย ......... เนี่ยๆ พี่ขอแทรกคิวหน่อย” 

“เฮ้ยยยยย จะเอามาแทรกได้ไง  คนไข้คนอื่นเค้ามาจับบัตรคิวตั้งแต่ตี 4  อย่างนี้มันไม่แฟร์กับคนไข้คนอื่น” 

“นะนะหมอแมน พี่ฝากหน่อยนะ ถือว่าช่วยกัน” 

  

ผมโวยด้วยความโมโหเลยครับ ถ้าใครเคยมีโอกาสได้ไปทำฟันในโรงพยาบาลรัฐ จะรู้เลยว่า คนไข้เยอะมาก และมีลิมิตนะครับ อย่างเช่นโรงพยาบาลที่ผมอยู่จะลิมิตจำนวนคนไข้อยู่ที่ 50 คน ไม่รวมเคสฉุกเฉิน 50 คนนี่คือหมอฟันในโรงบาลช่วยกันทำให้เสร็จตั้งแต่ 8.30 – 12.00 ครับ ของตอนบ่ายจะเป็นคนไข้นัดงานยากๆที่ต้องใช้เวลาทำเยอะ ดังนั้นใครจะมาทำฟันก็จะต้องมาจับบัตรคิวกัน บางคนมาตั้งแต่ตี 4 ตี 5 เพื่อที่จะได้คิวทำฟัน   ผมหัวเสีย และไม่พอใจกับการแซงคิวให้ญาติของพี่สาวมากครับ   ตอนนั้นนี่ผมบ่นอย่างกะหมีกินผึ้ง 

  

“อ่ะนี่ญาติพี่เอง ชื่ออุ้ม” 

“สวัสดีค่ะคุณหมอ” 

  

เหมือนตึกที่กำลังโดนไฟลุกโหม แล้วโดนสายดับเพลิงฉีดน้ำเข้ามา ความหัวร้อน โมโหโกรธาของผมดับลงอย่างเฉียบพลัน แค่เจอ.... เอ้ย เจอหน้าญาติของพี่สาว   

  

ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าผม ชื่อ พี่อุ้ม อายุประมาณ 30 ต้นๆ  แต่หน้าเด็กมาก เด็กกว่ากูที่เพิ่งเรียนจบเสียอีก ตัวเล็กกระทัดรัดพกพาสะดวก  เธอมัดผมหางม้า ใบหน้ากลมขาว เธอสวมเสื้อยืดรัดรูปกับกางเกงยีนส์ขายาว ที่ช่วยขับเน้นรูปร่างของเธอให้เด่นชัดยิ่งขึ้น 

  

“อ่ะ อ่ะ สวัสดีครับ  เชิญนั่งก่อนครับ.........”  น่ารักชิบหายเลย 555555 บอกตรงๆ วันนั้นผมเลยอุดฟันให้เธอไปหนึ่งซี่ เพราะเกรงใจคนไข้คนอื่นๆที่ยังรอคิวอยู่ แล้วบอกพี่อุ้มว่า เธอยังเหลือฟันผุอีก ให้มาอุดวันหลัง ที่จริงผมเองสามารถอุดไอ้ซี่ที่เหลือให้เสร็จได้ภายใน 10 นาทีน่ะแหละ เพราะผุเพียงนิดเดียว  แต่ผมก็อยากหาโอกาสที่จะได้เจอเธออีกไง  55555555  

  

และแน่นอนสัปดาห์ต่อมาพี่อุ้ม  ก็มาจัดการอุดฟันกับผมจนเสร็จ และครั้งนี้เธอมีของมาฝากผมด้วย เป็นขนมพวกมะพร้าวแก้วอ่ะ เธอบอกว่า พอดีที่บ้านเธอทำขาย  

  

หลังจากอุดฟันให้เธอเสร็จไป เอาละ ไม่มีข้ออ้างที่จะให้พี่อุ้มมาหาแล้วไง    แล้วพอดีบนซองของมะพร้าวแก้วที่พี่อุ้มเอามาฝาก มันมีชื่อร้านติดไว้  หึหึหึ  เราต้องใช้เทคโนโลยีหาจิมิให้เกิดประโยคถูกมะ 

  

ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์   หลังจากเลิกงานช่วง 5 โมงเย็น (ก็เลิกตามเวลาราชการน่ะแหละ)  ผมก็เตรียมแว้นไปส่องบ้านพี่อุ้มทันที    ได้โปรดเข้าใจ ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบ  ของมันขาด ช่วงเรียนก็ไม่ค่อยมีเวลาบะบะกับใคร พอมาได้ทำงานก็ถึงเวลาออกล่าหาเหยื่อ  5555555555 

  

ผมใช้ google map ในการตามหาพิกัดร้านของพี่อุ้ม บวกกับคำบอกข้อมูลเส้นทางจากพี่สาว     ซึ่งร้านของพี่อุ้มตั้งอยู่ริมถนนห่างจากโรงบาลไปประมาณเกือบๆ 10 กิโล 

  

ผมรีบแว้นไปอย่างไว  ถนนในต่างจังหวัดไม่มีรถพลุกพล่าน ทำให้ผมไปถึงร้านของเธอในเวลาเพียงประมาณ 10 นาที 

  

ผมจอดมอเตอร์ไซค์เอาไว้หน้าตึกแถวคูหาหนึ่ง.  หน้าตึกมีป้ายชื่อร้านตรงกับถุงขนมที่ผมได้จากพี่อุ้มมา.  ผมชะเง้อชะแง้มองเข้าไปในร้านด้วยความตื่นเต้นหวังว่าจะได้พบเจอเป้าหมาย. แต่ทว่าภายในร้านกลับมีเพียงคุณยายท่านหนึ่งนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์คิดเงิน 

  

  

ผมรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปในร้าน. คุณยายยิ้มให้.  ผมทำเป็นเดินดูสินค้าขนมในร้าน. ซึ่งก็เป็นพวกของฝากจากตจว.ต่างๆอ่ะแหละ พวกกล้วยฉาบ มะพร้าวแก้ว น้ำพริก อะไรแนวๆนั้น 

  

  

ผมเดินวนรอบร้านอยู่เกือบสิบนาทีหวังว่าจะได้เจอพี่อุ้มคนสวย.  แต่ก็ไม่มีวี่แวว.  ผมจึงทำได้แค่หักใจเตรียมตัวกลับ.  แต่ก็เหมือนสวรรค์คงจะเมตตาในความใจกล้าหน้าด้านของผม. เมื่อมีคนเดินลงมาจากบันไดชั้นสอง.  และนั่นคือเป้าหมายที่ผมมาในวันนี้ 

  

  

"พี่อุ้ม สวัสดีครับ".    

" อ้าวววว หมอแมนมาทำไรถึงที่นี่" 

  

พี่อุ้มเองก็ดูเซอไพรส์พอสมควรที่เจอผม.  แต่บอกเลยตอนนั้นผมโคตรมีพิรุธ. ล่กแบบเห็นได้ชัด ก่อนจะตอบไปว่า 

  

  

"มะพร้าวแก้วที่พี่เอามาฝาก ผมชอบมากเลยครับ. ก็เลยกะว่าจะมาซื้ออีก". ผมตอบเสียงสั่นๆไปแบบนั้น 

  

"แล้วทำไมไม่ฝากพี่สาวมาบอกพี่ล่ะ.  จะได้ไม่ต้องมาเอง" พี่อุ้มพูดเสียงราบเรียบ มีอมยิ้มที่มุมปาก พร้อมสายตาเฉียบคมที่จ้องมาที่ผม 

  

  

เอาจริงๆนะ ผมว่า พี่เค้ารุ้แหละว่า ผมต้องการอะไร.  เค้าอายุขึ้นเลขสามละ. จะดูไม่ออกเลยหรอว่าผู้ชายเข้ามาจีบ.  ในขณะที่ตัวผมตอนนั้น แม่งก็ไก่อ่อนชิบหาย คือรู้เลยว่าตัวเองแม่งเขินหน้าแดง ทำตัวมีพิรุธสุดๆ 

  

  

"คือ. คือ. คือ. ผมไม่อยากรบกวนน่ะครับ.  มาเองเผื่อจะได้เลือกดูอย่างอื่นด้วย" 

"อ่ะจ้ะ.  แม่คะ.  แม่ไปพักเถอะค่ะ. เดี๋ยวอุ้มดูร้านเอง." 

  

  

พี่อุ้มตะโกนบอกคุณยายที่เคาน์เตอร์.  ผมได้ยินแบบนั้น. ก็รีบทำคะแนนอย่างไว 

  

  

"อ้าวนี่คุณแม่พี่อุ้มหรอครับ.  คุณแม่สวัสดีครับ".  คุณยายรับไหว้ผม. แล้วก็หันไปมองพี่อุ้มแบบยิ้มๆ.  โอ้ยยยยยย.  แม่งรู้กันหมดเลยกว่ากูคิดอะไร 555555 

  

  

"คุณแม่คะ นี่หมอแมน. เป็นหมอฟันจบใหม่เพิ่งมาประจำที่โรงบาล". พี่อุ้มแนะให้แม่ของเธอให้รู้จักผมพอหอมปากหอมคอ. ก่อนที่คุณยายจะเดินเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้ผมอยู่กับพี่อุ้มลำพังสองคน 

  

  

ผมวางฟอร์มทำเป็นเดินดูรอบๆร้าน.  แม้ว่าใจจริงอยากจะอยู่ใกล้ๆพี่อุ้มมากกว่า.  วันนี้พี่อุ้มปล่อยผมดำยาว ใส่เสื้อยืดสีฟ้า กางเกงขาสั้นเสมอหู.  โอ้ยยยย ขาอ่อนนี่ขาวสัสๆขนาดนี้.  ภายในร่มผ้าจะขาวขนาดไหนน้อ 

  

  

ผมก็แกล้งถามพี่อุ้มว่ามีขนมอะไรแนะนำอีกมั้ย. พี่อุ้มก็พาเดินแนะนำขนมนู่นนี่นั่น. เอาจริงๆนะ. กูแทบจะเหมาทุกอย่างอย่างละห่อสองห่ออ่ะ.  แล้วความเหี้ยก็คือ. แม่งมาด้วยมอเตอร์ไซค์ ขนกลับลำบากชิบหาย. แต่เพื่อจิมิพี่จะสู้สุดใจขาดดิ้น. เห้ย เห้ย เห้ยยยยยย 

  

  

"เอาอะไรอีกมั้ยจ๊ะ".  พี่อุ้มถามหลังจากผมหอบหิ้วของมาให้คิดเงิน.  ใจจริงอยากตอบว่า อยากได้มึงง่ะ.  แต่คงจะดูไม่งามแน่นอน 55555. ก็เลยไม่ได้ตอบว่าอะไร 

  

  

"วันหลังถ้าอยากได้อะไร. ก็โทรมาบอกก็ได้. เดี๋ยวพี่เอาไปส่งให้ที่โรงพยาบาล" อุ้ยยย อุ้ย อุ้ย อุ้ย อุ้ย. เลยครับ.  เปิดช่องขนาดนี้.  ผมรีบสวนไปทันควัน 

  

"อ่ะครับ. ผมยังไม่มีเบอร์พี่เลย.  งั้นผมรบกวนขอหน่อยได้มั้ยครับ" 

"ที่ซองก็มีเบอร์ร้านอยู่ไงจ๊ะ.  แม่พี่อยู่ทั้งวัน โทรมาได้ตลอด. หรือไม่ก็ฝากบอกพี่สาวมาก็ได้จ้ะ" 

  

  

อ่าวววววว พี่อุ้มบอกแบบนี้. ไปไม่เป็นเลยกู เอาไงดีวะ จะตื๊อขอดี หรือตัดใจกลับดีกว่าวันนี้.  แต่ท่าทางพี่อุ้มจะอ่านใจผมออก. เพราะพี่แกพยายามกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นท่าทีของผมเมื่อโดนบอกปัดไปแบบนั้น 

  

"เอามือถือมาสิ. เดี๋ยวพี่เมมเบอร์ของพี่ให้".  บอกเลยจบคำของพี่อุ้ม The flash ก็ the flash เหอะ กูไวกว่าแน่นอน.  ผมส่งมือถือให้พี่อุ้มอย่างไว.  พี่เค้าก็เมมไปอมยิ้มไป. ก่อนจะคืนให้ผม.  เยสสสส เป็นอันสำเร็จ. เอ้ยย ยัง. ยัง ยังสิ ยังไม่ได้กินพี่อุ้มเลย 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น