ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่42 เมื่อดอกท้อผลิบาน

ชื่อตอน : ตอนที่42 เมื่อดอกท้อผลิบาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 163

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2565 09:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่42 เมื่อดอกท้อผลิบาน
แบบอักษร

หลังจากที่โดนหลีไป่หลงเคี่ยวกรำจนแทบรุ่งสาง เฟิงเย่ก็หอบหายใจอย่างหนักก่อนจะสลบไสลภายในอ้อมแขนแกร่งของผู้ที่เลื่อนขั้นจากตำแหน่งคนรักไปเป็นสามีหมาดๆทันที

 

หลีไป่หลงที่ใกล้จะเสร็จสมรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ รีบขยับเข้าออกอีกสองสามครั้งก่อนจะปลดปล่อยเข้าไปในตัวเฟิงเย่จนล้นทะลักใหลเยิ้มลงมาตามหว่างขาขาวเนียน จนอีกคนที่พึ่งจะหลับไปขยับตัวเล็กน้อยด้วยความอึดอัด

 

ร่างสูงล้มตัวลงนอนด้านข้างด้วยความรู้สึกอิ่มเอมและพึงพอใจพลางดึงคนรักที่กลายเป็นภรรยาหมาดๆเข้ามากอดกระชับอย่างหวงแหนและทะนุถนอม

 

หลีไป่หลงมองใบหน้างดงามชื้นเหงื่อของเฟิงเย่ที่กำลังหลับไหลด้วยสายตารักใคร่ลุ่มหลง เขาไม่สามารถละสายตาจากคนตรงหน้าได้เลยยิ่งหลังจากผ่านคืนวสันด้วยกันมาแล้ว พลางก้มหน้าลงกดริมฝีปากจูบหน้าผากมนสวยก่อนจะลุกขึ้นแล้วอุ้มคนร่างบางเข้าไปในฉากกั้นทันที 

 

...

 

ถังน้ำใบใหญ่ภายในถูกโรยด้วยสมุนไพรที่เตรียมไว้สำหรับเฟิงเย่โดยเฉพาะเพื่อเมื่อเจ้าตัวตื่นขึ้นมาในยามเช้าคนรักของเขาจะได้รู้สึกสบายตัวและไม่ป่วยไข้

 

หลีไป่หลงจุ่มมือเพื่อทดสอบอุณภูมิน้ำเมื่อเห็นว่ากำลังพอดี จึงค่อยๆวางร่าง เปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยรักของเฟิงเย่อย่างทะนุถนอมพลางก้าวลงตามไปด้วย

 

....

 

"อืออ"

 

เฟิงเย่ลืมตาขึ้น ร่างบางตื่นขึ้นในยามอู่(11.00-12.59น.)ตอนนี้เขารู้สึกปวดเนื้อปวดตัวเล็กน้อยโดยเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของท่อนล่างที่ให้ความรู้สึกเจ็บแสบและติดขัดกว่าที่อื่น ร่างกายรู้สึกสบายมากไม่อึดอัดอย่างที่คิดอาภรณ์ก็สวมใส่อย่างเรียบร้อย สงสัยพี่ไป่หลงเป็นคนพาไปอาบน้ำ เมื่อคิดถึงคนรักเฟิงเย่ก็หน้าร้อนผ้าว

 

แอด.. 

 

เสียงประตูเปิดเบาๆพร้อมเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆก้าวเข้ามาช้าๆ ทำให้เฟิงเย่ที่กำลังนั่งหน้าแดงอยู่บนเตียงยิ่งแดงขึ้นไปอีกเจ้าตัวขบริมฝีปากล่างด้วยความเขินและอับอายราวกับสาวน้อย พอคิดถึงสิ่งที่ทั้งคู่ทำไปเมื่อคืนแล้วแทบอยากมุดดินหนีแต่ไม่สามารถมุดลงไปได้กระทั่งเขินอายจนการวาปยังลืมใช้ กระทั่งเสียงฝีเท้าเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ....

 

.

 

เมื่อหลีไป่หลงเดินพร้อมถือถาดอาหารมาถึงข้างเตียงเขาก็เห็นเพียงดักแด้(?)ก้อนกลมๆสีขาวอยู่บนเตียง มีเพียงเส้นผมสีม่วงเงางามไม่กี่เส้นเท่านั้นที่โผล่พ้นออกมาให้เห็น

 

ร่างสูงวางถาดอาหารลงบนโต๊ะข้างเตียงเบาๆก่อนจะสาวเท้าเข้าไปดึงก้อนดักแด้เข้ามาไว้ในอ้อมแขน ค่อยๆดึงผ้าห่มออกจากใบหน้าด้วยกลัวว่าคนรักหายใจไม่ออกแต่กลับถูกจับไว้ด้วยมือเรียวที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มแน่น เขาจึงได้แต่ใช้คำพูดที่อ่อนโยนเกลื้อกล่อมคนรักราวกับเด็ก

 

"เฟิงเอ๋อร์ปล่อยมือเถิดพี่กลัวเจ้าหายใจไม่ออก" 

 

พอได้ยินคำพูดอ่อนโยนของเขาก้อนดักแด้น้อยที่เมื่อครู่แข็งค้างกลับยิ่งรีบขยับตัวยุกยิกลงจากตัก ด้วยกลัวว่าคนรักจะเจ็บหากตนกอดแน่นเกินไปหลีไป่หลงจึงเพียงกอดไว้หลวมๆ กระทั่งส่วนใดส่วนหนึ่งของคนที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มไปถูกสถานที่อันตรายที่ไม่ควรถูกเข้า ไม่เช่นนั้นอาจจะปลุกสัตร์ร้ายที่กำลังหลับไหลให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง

 

อ๊าาา

 

ก้อนดักแด้แข็งค้างไปอีกเมื่อได้ยินเสียงคำรามในลำคอหลีไป่หลงคล้ายกลับรู้ว่าตนไปโดนจุดที่ไม่ควรโดนเข้า กระทั่งเสียงแหบพร่าทุ้มเสน่ห์กล่าวขึ้น 

 

"เฟิงเอ๋อร์ถ้าเจ้ายังขยับอยู่เช่นนี้พี่จะทนไม่ไหวแล้วนะ พี่ไม่อยากรุนแรงกับเจ้าด้วยกลัวว่าเจ้าจะเจ็บแต่ถ้าเจ้ายังทำเช่นนี้..." 

 

"ไม่..."เฟิงเย่รีบปฏิเสธเสียงอู้อี้ส่ายหัวภายใต้ผ้าห่มเมื่อคืนยังไม่พออีกหรือ

 

หลีไป่หลงหัวเราะเบาๆด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมากกว่าเดิม"ถ้าเช่นนั้นเป็นเด็กดีแล้วปล่อยมือเถิด"

 

เฟิงเย่ลังเลเล็กน้อยมองมือที่จับผ้าห่มก่อนจะค่อยๆปล่อยมือให้หลีไป่หลงดึงผ้าห่มที่คลุมศรีษะลงอย่างง่ายดาย  ใบหน้าแดงก่ำของเฟิงเย่ปรากฏได้ไม่นานก็โดนมือเรียวขาวสองข้างของเจ้าตัวปิดไปอีกครั้ง 

 

"ฮื่ออ" 

 

"หึ เหตุใดภรรยาของพี่ถึงน่ารักเช่นนี้ จุ๊บ"

 

หลีไป่หลงดึงมือเรียวออกเบาพร้อมกับก้มลงจุ๊บปากสีแดงของคนรักไปหนึ่งทีเป็นรางวัลสำหรับคนน่ารัก 

 

"เฟิงเอ๋อร์มากินข้าวก่อนเถิดเดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน มาเดี๋ยวพี่ป้อน"หลีไป่หลงกล่าวพร้อมตักข้าวขึ้นมาเจ้าตัวเป่าเพื่อให้มั่นใจว่าหายร้อนแล้วก็นำไปจ่อริมฝีปากปากสีแดงบวมเล็กน้อยของคนรัก 

 

"ให้ข้ากินเองเถิดขอรับพี่ไป่หลง"หลังจากกินช้อนที่หลีไปหลงตักให้ เฟิงเย่ก็กล่าวพร้อมกับยื่นมือเรียวจะไปหยิบช้อนจากมือคนรักแต่โดนหลบ 

 

"เดี๋ยว เจ้าต้องเปลี่ยนคำเรียกพี่เสียก่อน"

 

?

 

เฟิงเย่ที่กำลังง่วนอยู่กับการแย้งช้อนอยู่ชะงักพร้อมกับการมีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่อยู่ปรากฎอยู่บนหัว แล้วเขาต้องเรียกว่าอะไร?

 

"หืม ก่อนหน้านี้เจ้าเคยเรียกพี่ว่า..."

 

พอเห็นหน้าตาหยอกล้อของพี่ไป่หลงอยู่ๆคำๆหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว"ท่านพี่" 

 

เฟิงเย่ใบหน้าแดงก่ำลังเลสุดขีด ถึงตอนที่อยู่บนนั้นจะเรียกนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่ได้เรียกนานแล้วย่อมรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง แถมคำว่า"ท่านพี่"ใช้สำหรับภรรยาเรียกสามีมิใช่หรือ แต่พวกเขายัง..... 

 

ระหว่างที่เฟิงเย่กำลังลังเลอยู่หลีไป่หลงก็นั่งลงบนพื้นด้านล่างข้างเตียงพร้อมกับคุกเข่าหนึ่งข้างด้านหน้าคนรักที่นั่งอยู่ ว่ากันว่าเข่าของชาตรีชายมีค่าดุจทองคำพันชั่ง พวกเขาจะไม่ยอมคุกเข่าให้ผู้ใดง่ายๆแม้แต่พ่อแม่นอกจากจะถูกบังคับหรือยอมจำนนอย่างแท้จริง 

 

แต่หลีไป่หลงกลับคุกเข่าลงง่ายๆต่อหน้าคนรักของเขา เขายื่นมือออกไปจับมือเรียวของคนรัก 

 

"เฟิงเอ๋อร์" 

 

เฟิงเย่ที่กำลังหมกมุ่นกับความคิดหันมาหาคนเรียกชื่อก่อนจะตกใจสุดขีดแทบจะรีบคุกเข่าลงไปข้างเตียงเช่นคนรักแต่ถูกมือใหญ่จับใว้"พ-พะพี่ไป่หลงทำอันใดขอรับ!" 

 

หลีไป่หลงมองคนรักที่กำลังมองตนด้วยสายตาเป็นห่วงและกังวล ด้วยสายตารักใคร่ลึกซึ้ง ลึกลงไปภายในดวงตาเต็มไปด้วยความคนึงหา เสียใจและบ้าคลั่งเต็มเปี่ยม แต่มันอยู่ลึกมากจนเฟิงเย่ไม่ทันสังเกตุแม้แต่หลีไป่หลงเองก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน 

 

"พี่ไป่-" 

 

"เฟิงเอ๋อร์"

 

หลีไป่หลงมองด้วยสายตารักใคร่เต็มเปี่ยมจึงทำให้เฟิงเย่ชะงัก 

 

"พี่รักเจ้ายิ่งนัก แต่งงานกับพี่เถิด"

 

พอคำนี้ออกจากปากของคนตรงหน้าจู่ๆความทรงจำหนึ่งก็แล่นเข้ามาใน ภาพที่หลีไป่หลงนั่งอยู่ข้างหน้าเปลี่ยนเป็นภาพกระท่อมหลังน้อยกับสวนท้อทันที เฟิงเย่ยืนมองคนสองคนที่กำลังนั่งกอดกันอยู่บนหินก้อนใหญ่ใต้ต้นท้อทันที 

 

ชายร่างสูงยกมือขึ้นรับดอกท้อสีชมพูที่กำลังร่วงหล่นลงจากต้นนำไปให้ชายอีกคนที่ตนกอดอยู่พลางยิ้มให้กัน ส่วนชายร่างบางสูงโปร่งอีกคนที่ถูกกอดก็กำลังมองดอกท้อที่ล่วงหล่นด้วยสายตาชื่นชม 

 

"ปกติข้าจะมาชมดอกท้อที่บานสะพลั้งหนึ่งร้อยปีครั้งแค่คนเดียว แต่ครั้งนี้ข้ารู้สึกว่าดอกท้องดงามกว่าทุกครั้งข้าว่าต้องเป็นเพราะมีท่านพี่ร่วมชมด้วยแน่ขอรับ" 

 

"จุ๊บ ปากหวาน" 

 

"ฮิฮิ อยู่แล้วขอรับ"

 

 นั่นเป็นครั้งแรกที่เขากับท่านพี่ร่วมชมดอกท้อด้วยกัน ตอนนั้นเขามีความสุขมากจนไม่รู้จะบรรยายออกมายังไงคิดเพียงว่าอีกร้อยปีต่อมาพวกเขาก็จะยังมาชมดอกท้อด้วยกันเช่นนี้อีก 

 

แต่สวรรค์กลับเล่นตลก 

 

จู่ก็มีเทพองค์หนึ่งที่สวมชุดเกาะสีเงินวิ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยท่าทางเร่งรีบ เทพองค์นั้นคุกเข่าลงและกล่าวรายงานด้วยน้ำเสียงนอบน้อมเคร่งขรึม 

 

"ท่านแม่ทัพ มีมิติแปลกๆโผล่ขึ้นมาที่พรมแดนระหว่างสวรรค์และโลกมารขอรับพวกมันมีสัตว์ประหลาดรูปร่างแปลกๆออกมาด้วย พวกมันแข็งแกร่งมากยามนี้พลทหารกำลังต่อสู้กับพวกมันบาดเจ็บไม่น้อยเลยขอรับ" 

 

ชายร่างสูงที่กำลังฟังอยู่ขมวดคิ้วแน่นแววตาฉายประกายฆ่าฟันกระหายเลือดอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนเวลาอยู่กับชายร่างบางแต่ในยามนี้แม้แต่รังสีกดดันก็ยังแทบจะเก็บไม่อยู่ ชายร่างบางที่ร่างกายอ่อนแอมากมาตั้งแต่เด็กหน้าซีดเผือดลงอย่างรวดเร็วหอบหายใจอย่างหนัก 

 

ร่างสูงกลับมารู้สึกตัวด้วยเสียงหอบหายใจของคนรักเขารีบลดแรงกดดันลงหันมาประคองคนรักที่กำลังล้มลงความรู้สึกสูญเสียและรู้สึกผิดประเดประดังเข้ามาในอก 

 

"เฟิงเอ๋อร์ พี่ พี่ ขอโทษ" 

 

พอความรู้สึกเจ็บหน้าอกเริ่มหายไปคนร่างบางสูงโปร่งก็ถูกอุ้มมาวางไว้บนเตียงแล้ว เขาจับมือคนรักไว้แน่น 

 

"ท่านพี่" 

 

"เฟิงเอ๋อร์พี่ต้องไปแล้ว พี่ขอโทษที่มิได้ชมดอกท้อกับเจ้าจนจบ" 

 

มือเรียวจับมือหน้าไว้แน่นคล้ายไม่อยากปล่อยให้อีกคนไปเลยแต่คำพูดกลับตรงกันข้ามกับการกระทำ 

 

"ถ้าท่านพี่ไปแล้ว ท่านพี่รีบกลับมาอย่าบาดเจ็บนะขอรับ ฮึก ท่านพี่ต้องรีบกลับมาหาข้านะขอรับ" 

 

ร่างสูงยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้กับคนรักอย่างอ่อนโยน เขาไม่สามารถทนเห็นน้ำตาของคนรักได้เลยแม้แต่น้อย พอเห็นแล้วรู้วูบโหวงเจ็บแปลบข้างในอกอย่างประหลาด 

 

"ตกลงพี่จะกลับมาอย่างปลอดภัย พอพี่กลับมาแล้วเรามาแต่งงานกันเถิด" 

 

"ขอรับ" 

 

ผู้ใดจะรู้ว่าครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ทั้งคู่จะได้พบกันแล้ว 

 

......

 

"เฟิงเอ๋อร์" 

 

เฟิงเย่ตื่นจากภวังค์หลังจากได้ยินเสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้างหูพร้อมกับปลายนิ้วเรียวหยาบที่ปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนแต่ยิ่งเช็ดมากเท่าไรน้ำตาของเฟิงเย่ก็ยิ่งไหลมากว่าเดิมเท่านั้น เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าย้ายมานั่งบนตักของร่างสูงตั้งแต่เมื่อใด

 

"ว่าอย่างไร ตกลงหรือไม่"

 

เฟิงเย่กลืนก้อนสะอื่นและความทรงจำอันเจ็บปวดที่โผล่ขึ้นมาแล้วตอบ 

 

"ฮึก ตกลง ตกลงขอรับ"

 

 

​​

 

            ตัดตัดตัดตัด 

 

ครั้งนี้มาช้านะไรท์จะมีรี๊ดคนไหนรอบ้างถ้าจะมาช้าขนาดนี้ 

 

รักรี๊ดทุกคนค่ะ ช่วงนี้ไรท์จะเรียนจบม.6แล้วไม่ค่อยมีเวลามาแต่งนิยายเลยแต่ไม่ทิ้งแน่นอนค่ะถึงจะมาช้ากว่าทุกครั้งก็ตามที 

ไรท์เขียนดราม่าไม่เป็น

 

อัพแบบไม่ระบุเวลา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว