ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

INTRO

 

INTRO

 

     สองขาเรียวเล็กก้าวไปตามทางเดินที่มีคนเดินนำอยู่ข้างหน้าด้วยความรู้สึกที่ไม่รู้จะเรียกมันว่าอย่างไร บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจที่เต้นถี่รัวของตัวเอง ดวงไฟสีนวลตามทางเดินไม่ได้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเลยซักนิดทุกอย่างหนักอึ้งไปหมด แม้กระทั่งสองขาที่กำลังก้าวเดินอยู่ ณ ขณะนี้

 

      “เจ้านายรอคุณอยู่ในห้องแล้ว เชิญ” คนที่นำทางมาเอ่ยเพียงเท่านั้นแล้วเดินจากไป ทิ้งให้อีกคนเผชิญหน้าอยู่กับประตูบานใหญ่ด้วยใจที่เต้นรัว กานต์รักบีบมือตัวเองที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้


     ในเมื่อตัดสินใจแล้วจงอย่าที่จะลังเล...


     คำพูดของคนเป็นแม่ที่พร่ำสอนมาตั้งแต่เด็กดังขึ้นราวกับเสริมความมั่นใจที่กำลังสั่นไหว หากเขาเปิดประตูบานนี้เข้าไปทุกอย่างในชีวิตจะต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล...


     แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรกานต์รักบอกตัวเองว่าพร้อมจะยอมรับมัน ยอมรับผลการกระทำของตัวเอง...


     มือเล็กเอื้อมไปเคาะประตูห้องเป็นสัญญาณขออนุญาตคนที่อยู่ข้างใน ก่อนจะเปิดมันเข้าไปด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย แม้รู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้แต่เมื่อกำลังจะเผชิญมันจริงๆก็อดกลัวไม่ได้


      “มาแล้วสินะ” เรือนร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากห้องๆหนึ่งด้วยสภาพทั้งตัวมีเพียงผ้าเช็ดตัวที่พันหมิ่นเหม่ตรงสะโพกเพียงชิ้นเดียว เส้นผมที่เปียกชื้นบ่งบอกว่าอีกฝ่ายชำระร่างกายเป็นที่เรียบร้อย กานต์รักกลืนน้ำลายก้อนเหนียวๆลงคอด้วยความยากลำบาก คราวนี้ทั้งมือและใจสั่นจนแทบควบคุมไม่ได้


      “แต่งตัวให้ฉันที” คนพูดเอ่ยเพียงสั้นๆก่อนจะเดินหายเข้าไปทางห้องที่คาดว่าจะเป็นห้องแต่งตัว ปล่อยให้คนที่ยืนนิ่งตั้งแต่เข้ามายังคงนิ่งอยู่แบบนั้น แต่แล้วอย่างไรก็ต้องเดินตามเจ้าของห้องไป หากปล่อยให้อีกฝ่ายรอนานคงไม่ใช่เรื่องที่ดี


     ใครๆก็รู้...
แพททริก เบรนเนแเกนไม่ใช่คนที่ใจดีซักเท่าไหร่


     พอเดินตามเข้ามาในห้องก็พบเข้ากับห้องนอนขนาดใหญ่ก่อน ร่างสูงหายเข้าไปอีกห้องที่อยู่ด้านในให้กานต์รักต้องรีบเดินตาม คราวนี้เป็นห้องแต่งตัวที่ถูกตกแต่งไว้เป็นอย่างดี แล้วคนที่เขาจะต้องแต่งตัวให้นั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่หน้าโต๊ะกระจก กานต์รักค่อยๆเดินเข้าไปใกล้จนซ้อนอยู่ด้านหลังห่างจากคนตัวโตออกมาเล็กน้อย


      “ขะ ขออนุญาตเช็ดผมให้นะครับ” ที่ต้องขออนุญาตเพราะบางคนก็ถือเรื่องการจับหัวมาก จะให้คนที่อายุน้อยกว่ามาแตะต้องบางทีอาจไม่ชอบใจนัก แม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็นฝรั่งแต่ที่นี่ก็เป็นเมืองไทย การจับหัวไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามกันได้ง่ายๆ


      “ผ้าอยู่ตู้สีขาวริมขวาสุด” กานต์รักถือว่านั่นคือคำอนุญาตเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ตอบคำถามแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ สายตากวาดมองไปตามคำพูดเมื่อครู่ พอคาดว่าเจอกับสิ่งที่ต้องการก็เดินตรงไปอย่างรวดเร็ว ตู้ใหญ่แบบติดผนังตรงหน้าถูกเปิดออก ข้างในนั้นเต็มไปด้วยผ้าเช็ดตัวทั้งผืนใหญ่และผืนเล็ก เสื้อคลุมอาบน้ำสองชุดก็ถูกแขวนไว้อย่างดีโดยที่เจ้าของไม่ได้หยิบมันออกมาใช้งาน


     มือบางถือผ้ามาไว้ในมือแล้วเดินกลับมายืนที่เดิมก่อนจะเอ่ยขออนุญาตซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ผ้าสีขาวสะอาดถูกวางลงบนหัวคนที่ยังหลับตานิ่งแผ่วเบา สองมือค่อยๆขยำและสางไปทั่วเพื่อซับน้ำออกจากเส้นผมหนา เมื่อทุกอย่างยังคงดำเนินไปด้วยความเงียบกานต์รักจึงมีโอกาสได้สำรวจอีกคนผ่านกระจกบานใหญ่ตรงหน้า


     โครงหน้าแกร่ง คิ้วหนาเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบ...


     ทุกอย่างที่รวมกันอยู่บนหน้าของผู้ชายคนนี้ช่างไร้ที่ติจนนึกอิจฉา ร่างกายก็สูงใหญ่กำยำตามเชื้อชาติยิ่งส่งเสริมให้ทุกอย่างเพอร์เฟคเข้าไปใหญ่ ลอนกล้ามเนื้อสวยงามที่เรียงตัวกันอยู่บนหน้าท้องแกร่งทำเอาคนมองอดใจสั่นไม่ได้


     เวลาลูบมันจะให้ความรู้สึกยังไงกันนะ...


     คนเผลอคิดสะดุ้งสุดตัวกับความคิดของตัวเองก่อนจะรีบดึงสายตาและสติกลับมาที่เส้นผมหนาตรงหน้าเช่นเดิม


     บ้าไปแล้ว นี่เขาคิดเรื่องอะไรกัน


      “ถ้ามันหมาดแล้วก็พอ” เสียงทุ้มเอ่ยพูดจนคนไม่ทันตั้งตัวสะดุ้ง ลองจับดูว่ามันหมาดหรือยังแล้วจึงรั้งผ้าออกเมื่อคิดว่าคงใช้ได้แล้ว ผ้าผืนเล็กถูกหย่อนลงตะกร้าที่มุมห้องก่อนจะเดินกลับมาที่เดิมอีกครั้ง...อีกคนลืมตาขึ้นมาแล้ว


      “อาบน้ำให้เรียบร้อยซะ ฉันไม่ชอบคนไม่สะอาด” พูดเสร็จก็เดินออกไปให้กานต์รักมองตามด้วยความไม่เข้าใจ แค่เช็ดผมนี่เรียกว่าแต่งตัวอย่างนั้นหรือ เขาพึ่งเข้าใจว่าคำว่าแต่งตัวของนักธุรกิจผู้มีอำนาจว่ามันคือแค่การเช็ดผมให้แห้งเพียงเท่านั้นเอง


     หมดเวลาที่จะสงสัยในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ร่างเล็กเดินไปเปิดตู้สีขาวใบเดิมแล้วหยิบทั้งผ้าเช็ดตัวและชุดคลุมอาบน้ำอย่างถือวิสาสะ ออกจากห้องแต่งตัวแล้วก็รีบเดินเข้าห้องข้างกันที่ถูกเปิดเอาไว้เห็นว่าเป็นห้องน้ำก่อนจะจัดการตัวเองให้เร็วที่สุด แม้อยากถ่วงเวลาให้ช้าออกไปแค่ไหนแต่ก็ทำไม่ได้ แบบนั้นไม่ใช่ผลดีกับตัวเองแน่นอน


     ออกมาจากห้องน้ำด้วยภายในตัวเปลือยเปล่า ทั้งตัวมีเพียงชุดคลุมอาบน้ำที่ผูกสายอย่างแน่นหนาเท่านั้น


      “จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม” คนที่นอนอยู่บนเตียงกว้างเอ่ยขึ้นให้ต้องเดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว


      “ถอดชุดคลุมออก” คำสั่งที่ทำเอากานต์รักใจเต้นรัว มือไม้เย็นเชียบขึ้นมาฉับพลัน แม้จะเตรียมใจมาอย่างดีก็ยังแทบควบคุมจิตใจไม่ได้ แต่สุดท้ายแล้วมืออันสั่นเทาก็ค่อยๆคลายปมเชือกที่ผูกกันแน่นให้หลุดออกอย่างเชื่องช้า สูดหายใจลึกแล้วค่อยๆเลื่อนมันออกจากตัว
ยืนนิ่งหลุบตาต่ำมองพื้น


     การยืนโชว์เรือนร่างทั้งที่ทั้งห้องเปิดไฟสว่างโล่แบบนี้ใครจะไม่อายกันบ้างหรือ


      “ขึ้นมา” ไม่ต้องถามก็รู้ว่าให้ขึ้นไปไหน มือหนาปลดเปลื้องผ้าเช็ดตัวที่ห่อหุ้มร่างกายเพียงชิ้นเดียวออกแล้วโยนลงข้างเตียง กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต่างเปล่าเปลือย ร่างกายไร้ซึ่งเสื้อผ้าปิดบัง


     กานต์รักก้าวขาขึ้นเตียงแล้วค่อยๆคุกเข่าคลานไปหาคนที่นั่งพิงพนักเตียงอยู่อีกฝั่ง คนที่สั่งให้ขึ้นมายังคงมองด้วยสายตาที่บ่งบอกความไม่ชอบใจนักที่เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ข้างๆ จนสองขาเรียวเล็กขยับเข้าไปคร่อมขาแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ทรุดตัวลงนั่งให้อะไรๆสัมผัสกันแนบแน่นกระแสความไม่พอใจในดวงตาคมจึงค่อยๆจางหายไป


     ข้อนิ้วแกร่งเชยคางมนให้เงยขึ้นมาสบตา


      “ทำให้ฉันพอใจ”


     กานต์รักเลียริมฝีปากที่แห้งผาดของตัวเองด้วยความประหม่า สายตาของคนตรงหน้าเต็มไปด้วยความดุดันจนต้องเก็บความกลัว ความกังวล ความตื่นเต้นลงไปให้ลึกถึงก้นบึ้งของความรู้สึก ใบหน้าเล็กขยับเข้าไปใกล้ให้ระยะห่างระหว่างกันลดลงไปเรื่อยๆ จวบจนท้ายที่สุดแล้วริมฝีปากบางจึงแนบกันสนิท


     ...และนั่นก็เป็นการเริ่มต้นความร้อนแรงที่แทบแผดเผากานต์รักให้มอดไหม้เป็นจุล

 



แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น