email-icon Twitter-icon

ไรท์เป็นนักเขียนหน้าใหม่ไร้สิว ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนร้าาา ^3^

ชีวิตของนางร้าย

ชื่อตอน : ชีวิตของนางร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2565 18:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชีวิตของนางร้าย
แบบอักษร

บทที่ 1 

 

 

 

 

“ไม่จริง… เกิดอะไรขึ้นกันกับฉันเนี่ย” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นอย่างเหม่อลอย ด้วยใจที่สั่นรัวยิ่งกว่ากลองตี สองมือก้มมองตัวเองที่มีลมหายใจและเลือดเนื้อเชื้อไข เพราะตามจริงตัวฉันได้ตายไปแล้วด้วยโรคเอดส์ไม่ใช่หรือไง  

แล้วทำไมตอนนี้ฉันถึงพบเห็นคุณปรังที่กำลังยืนด่าฉันอยู่ ด้วยใบหน้าที่ดูโกรธเกรี้ยวและโมโหขั้นสุดอยู่ในห้องนอนของเขา พร้อมกับมีผู้หญิงคนหนึ่งที่แสนคุ้นตาที่นั่งร้องไห้ในสภาพที่เปลือยมีผ้าห่มคุมกายไว้อยู่

“ดอกหญ้านี่เธอกำลังทำอะไรกันแน่ ใจกล้ามากเลยนะที่เข้ามาโดยไม่รับอนุญาต”  

ใบหน้าคมสันในยามนี้มีหงุดหงิดหลายส่วน แถมยังผลักผู้หญิงตัวเล็กที่มาตะโกนเสียงดังอย่างไม่ไยดีอีกด้วย แต่หลังจากที่เธอล้มลงอาการที่เธอแสดงออกมาก็ดูแปลกประหลาดไปอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่เขาได้ยินนั้นมีแต่คำว่าไม่จริงและไม่จริง ราวกับว่าพบเจอเรื่องอะไรตกใจจนสติแตกกระเจิงอย่างไรอย่างนั้น  

ฉันเงยหน้ามองบุรุษที่ยืนอยู่เหนือกว่าอย่างงงวย เพราะว่าเหตุการณ์แบบนี้เหมือนเคยเกิดขึ้นและพบเจอมากับตัว  

หลังจากที่ฉันได้รับรู้ว่าเป็นเพียงตัวละครในนิยาย ถึงจะโกรธแต่ก็ทำได้เพียงแค่ปลงและปล่อยวาง จู่ๆ ก็มีแสงอะไรบางอย่างดึงดูดฉันเข้าจอสี่เหลี่ยมคอมพิวเตอร์ ก่อนจะมาโผล่ในเวลานี้พร้อมกับเสียงต่อว่าและเสียงร้องไห้ดังลั่นไม่หยุด  

คงไม่ใช่ว่าฉันกลับมาอยู่ในนิยายอีกรอบหรอกนะ…  

“เธอเป็นอะไรของเธอกันดอกหญ้า” เสียงทุ้มแทรกขึ้น “ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ อย่าให้ฉันหงุดหงิดไล่เธอออก” 

คำพูดที่แสนเย็นชาถูกพูดออกมาอีกครั้ง ซึ่งคำนี้นั้นตอนนั้นฉันได้ยินก็ถึงกับกรื๊ดแตกอาละวาด จนถูกเขาโยนออกนอกห้องอย่างรุนแรง แต่ ณ ตอนนี้ฉันจะไม่มีวันแสดงอาการสิ้นคิดนั่นอีกรอบ เพราะในใจยามนี้มันมีคนอื่นแทนที่เขาเรียบร้อยแล้ว 

“ไม่ต้องเอ่ยปากฉันก็พร้อมออกอยู่แล้วค่ะ” ฉันยกยิ้มมุมปากอย่างเฉยชา ก่อนจะยันกายลุกขึ้นมองเจ้านายผู้เป็นคนเคยรักสุดหัวใจ 

ตอนนั้นฉันโง่งมอ่อนต่อโลกเชื่อรักจอมปลอมของเขาอย่างสุดหัวใจ จนท้ายสุดฉันก็กลายเป็นคนโง่ที่วิ่งเต้นหาความรักที่เอื้อมไม่ถึงจนตัวตาย เพราะเขานั้นไร้หัวใจและโหดร้ายเกินมนุษย์ สิ่งที่ทุ่มเทไปกลายเป็นสิ่งไร้ค่าและรำคาญ ในเมื่อฉันค้นพบความจริงดวงตาสว่าง มีหรือที่จะกลับให้มันซ้ำรอยเดิม  

ถึงเขาเป็นคนแรกของฉัน แต่ก็ไม่ใช่คนสุดท้ายในชีวิตของฉัน 

ฉันไม่รอช้าทนให้เขาย่ำยีความรู้สึกไปมากกว่านี้ สองขาก็เดินออกจากห้องใหญ่ของเขาในทันควัน ไม่คิดแม้จะหันไปมองข้างหลังว่าสีหน้าของทั้งสองนั้นเป็นเช่นไร ใบหน้ายกเชิดขึ้นอย่างมั่นใจเดินกลับห้องพักคนใช้ของตัวเอง  

“คิดหรอว่าฉันจะเสียน้ำตาให้กับคนแบบนั้นอีก” ฉันบ่นขึ้น 

เมื่อสักครู่ฉันไม่มีเวลาฉุดคิดมากนัก แต่ดูแล้วฉันคงได้กลับมาอยู่ในนิยายอีกครั้งแน่นอน แถมมาอยู่ในช่วงเวลาเกือบกลางเรื่องที่นางเอกถูกพระเอกอย่างคุณปรังข่มขืนอีกด้วย ซึ่งนางร้ายถูกพระเอกด่าไม่ไยดีและขับไล่ และเธอก็หนีออกจากบ้านหลังใหญ่เรียกร้องความสนใจในทันที เพราะมั่นใจว่าเขาต้องออกตามหาแต่เปล่าเลย...

จนนางร้ายถูกกำหนดให้โดนขืนใจ จากโจรมือสมัครเล่นอย่างต้นแบบเด็กหนุ่มที่แสนยากจน  

ถึงจะเป็นการเขียนที่ดูออกจะสิ้นคิดไปบ้าง แต่ก็ต้องขอบคุณคนเขียนที่ให้ฉันได้พบเจอผู้ชายที่แสนดีเช่นเขา เพราะถ้าไม่พบเจอเขาฉันคงอยู่ในวังวนแห่งรักที่แสนดำมืดนั้นอีกนาน  

“อีหญ้า เมื่อไหร่มึงจะออกมารับใช้คุณผู้ชาย สายจนตะวันจะตกดินแล้ว” ป้าอุบลเคาะประตูร้องตะโกนเรียกขึ้นจากหน้าห้องอย่างดัง  

‘ป้าอุบล’ หรือป้าที่รับเลี้ยงฉันที่ถูกทิ้งหน้าบ้านหลังนี้ ตอนนั้นป้าอุบลดูเหมือนจะเพิ่งสูญเสียสามีที่รักไป และได้อุปการะรับเลี้ยงฉันไว้ แต่เพราะเวลาทำงานมีมากกว่าที่จะดูแลและใส่ใจ จึงทำให้ฉันเป็นคนขาดและโหยหาความรักจากที่อื่น เพราะป้าอุบลนั้นไม่ได้เลี้ยงฉันดั่งลูก แต่เลี้ยงฉันเพื่อเป็นคนใช้ในบ้านหลังนี้ ในสายตาของท่านฉันก็เปรียบเสมือนผู้หญิงใจแตกที่กล้าปีนเตียงเจ้านายเท่านั้น คงไม่แปลกที่คนใช้ในในบ้านหรือป้าอุบลจะดูไม่ค่อยชอบขี้หน้าฉันสักเท่าไหร่  

พื้นหลังนางร้ายเรื่องนี้นั้นดูอดสูอย่างมากเลยล่ะ เพราะทุกคนนั้นไม่เคยรักหรือชอบในตัวเลย ดังนั้นคนเขียนจึงต้องวางบทให้นางร้ายดูเย่อหยิ่งเพื่อปกปิดความหิวโหยของการใส่ใจ  

“ฉันรู้แล้วกำลังจะออกไปนี่ไง” 

ฉันตอบกลับอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ก็ยอมออกไปทำหน้าที่ของตน  

บ้านหรือคฤหาสน์ของคุณปังนั้นนับว่ายิ่งใหญ่สมกับความรวยอันดับหนึ่งของประเทศ คนใช้ในบ้านจึงเยอะตามขนาดของบ้านไปในตัว แต่คนที่จะได้เข้าถึงเจ้านายทั้งสามนั้นถ้าไม่ใช่คนที่เก่าแก่อยู่มานานก็ต้องเป็นคนที่ไว้ใจ ส่วนฉันที่ได้เข้าออกเรือนใหญ่นั้นก็พึงมาจากคุณปรัง  

และแน่นอนว่าตั้งแต่ที่มีคุณปรังหนุนหลัง ตัวฉันก็วางมาดใหญ่โตกดข่มคนอื่น ฉันรู้ตัวอยู่แล้วต้องเป็นเกลียดของคนอื่นอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่คุณแม่ของคุณปรัง แต่ท่านก็ทำอะไรมากไม่ได้เพราะคุณปรังได้ประกาศออกไป ว่าฉันคือคนข้างกายดูแลเขาห้ามให้ใครมายุ่ง  

เช่นนั้นมีหรือที่คุณผู้หญิงจะกล้าหาเรื่องฉันได้ เพราะคุณผู้หญิงตามใจลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้มากที่สุดแล้ว  

“แล้วนี่จะฉันทำอะไรงั้นหรอ” ฉันถามถึงหน้าที่ของตน เพราะแต่ละวันนั้นฉันไม่ค่อยได้ทำเป็นหลักแหล่งเท่าไหร่ ถึงจะบอกว่าเป็นคนดูแลคุณปรัง แต่เขาก็ไม่ได้เรียบใช้อะไรบ่อยนักหรอก  

“ไปตัดกิ่งไม้แถวนู่นและก็รดด้วย วันพรุ่งคุณผู้หญิงจะพาเพื่อนมาดื่มชายามบ่ายที่นี่” ป้าอุบลตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ไม่ใส่ใจนัก  

“เข้าใจแล้ว” ฉันไม่รอช้ารีบแบกข้าวของที่ต้องใช้ในทันที เพราะในใจตอนนี้อยากจะรีบทำๆ จะได้ไปพักผ่อนหาเวลาเก็บของ  

ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าจะหลบหนีตามเนื้อเรื่องในคืนนี้ เพราะฉันมีความตั้งใจอย่างมากล้นที่จะกลับไปพบเจอคนที่ฉันรัก และครานี้ฉันจะยอมให้เขาฉุดข่มขืนฝืนใจอย่างจำยอมอีกด้วย  

แต่ตอนนี้ก็คงต้องทำหน้าที่ขี้ข้าเป็นวันสุดท้ายเพื่ออำลาแล้ว 

“และก็ตอนเย็นอย่าลืมไปช่วยยกของขึ้นโต๊ะด้วยล่ะถึงจะปีนเตียงเจ้านายก็ใช่ว่าสุขสบาย กูบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าอย่าไปยุ่งกับชีวิตของเจ้านาย มึงก็ยังหวังลมๆ แล้งๆ กับสิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริง” 

คำพูดนี้ใช่ว่าฉันไม่เคยได้ยิน เพียงแต่ตอนนั้นคำพูดของป้านั้นฉันเลือกที่จะเมินใส่ เพราะต้องการความรักพร้อมกระโจนสู่ไฟที่ร้อนระอุ แต่ท้ายสุดตัวฉันก็ถูกเผาไหม้ไม่เหลือชิ้นดี แต่ตอนนี้มันคงไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว… 

“ฉันรู้แล้ว ฉันก็ไม่อยากทำอะไรโง่ๆ เหมือนกัน” คำพูดสุดท้ายฉันเอ่ยพึมพำเพียงคนเดียว  

“รู้แล้วก็หัดทำตามบ้าง ตอนนี้คนที่คุณปรังสนใจไม่ใช่มึงแต่เป็นคุณพู่กันต่างหาก”  

ฉันเบ้ปากเล็กน้อยเพราะรู้อยู่แล้วว่า ป้าอุบลนั้นดูจะชื่นชมยัยนางเอกคนนั้นมาก เรียกได้ว่าชอบมากกว่าคนที่เก็บมาเลี้ยงอย่างฉันเสียอีก พอป้าอุบลพูดจบเขาก็ตั้งท่าจะเดินหนีจากไปทำหน้าที่ของตนต่อ 

“แต่ยังไงฉันก็ขอบคุณที่เลี้ยงฉันมาถึงตอนนี้ก็แล้วกัน ถึงจะไม่เลี้ยงแบบลูกแต่อย่างน้อยก็ทำให้ฉันเติบโตได้ขนาดนี้”  

ถือว่าฉันขออำลาป้าอุบลคชตรงนี้เลยก็แล้วกัน และฉันตั้งใจไว้ว่าจะให้เงินสักหน่อยให้ป้าเพื่อขอบคุณด้วย ถึงจะเลี้ยงแบบไม่สนใจไยดีก็เถอะ แต่อย่างน้อยเขาก็ทำให้ฉันมีชีวิตถึงตอนนี้ แม้จะให้ฉันเรียนจบแค่มัธยมปลายแต่ก็ยังพอมีความรู้เอาชีวิตรอด 

“นี่มึงเป็นบ้าอะไร…” 

ยังไม่ทันที่ป้าอุบลจะได้ถามต่อ ก็พบว่าผู้หญิงที่เลี้ยงก็เดินจากไป ในใจรู้สึกกลับเบาหวิวขึ้นมาราวกับว่าเธอจะจากไปแบบไม่มีวันกลับ เพราะสิ่งที่พูดออกจากปากนั้นเหมือนจะกล่าวลา  

“มึงได้ยินไหมวันนี้คุณปรังบอกกับคุณผู้หญิงว่าคุณพู่กันเป็นเมียคุณปรังแล้ว น่าอิจฉาจังเลยเนอะ”  

ในระหว่างที่ฉันกำลังจัดอาหารขึ้นโต๊ะมื้อเย็นอยู่นั้น เสียงคนใช้วันไล่เลี่ยก็ยื่นพูดกันอย่างสนุก แถมเป้าหมายที่อยากให้รับรู้ก็คือฉันที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เสียงหัวเราะเยาะนั้นดังมากพอที่จะทำให้อารมณ์ของฉันระเบิด ถึงจะย้อนกลับมาแต่นิสัยนางร้ายใช่ว่าจะเปลี่ยนได้ง่ายๆ  

“เขาขึ้นชื่อว่าเมียออกหน้าออกตา ไม่เหมือนกับคนแถวนี้หรอกเป็นได้แค่ของเล่นบนเตียง” ผู้หญิงอีกคนตอบกลับกับเพื่อน แถมจิกตามองฉันอย่างหยามเหยียด  

แน่นอนละเพราะฉันเป็นเพียงคู่นอนบนเตียงของคุณปรัง แต่อย่างนั้นฉันก็ไม่เสียใจที่ได้เขาเป็นคนแรก ไม่เหมือนกับคนแถวนี้ที่พยายามเข้าหาคุณปรังแค่ไหนเขาก็ไม่เอา คิดจะหวังทางรวยไม่ต่างกับฉันเลยสักนิด  

“เสียใจด้วยนะที่เขาไม่เอาหล่อน เพราะยังเพชรก็ต้องคู่กับเพชรอยู่แล้ว”  

แน่นอนว่าสิ่งที่นังนั่นพูดนั้นเจาะจงมาที่ฉัน โดยที่ฉันได้แต่ยกยิ้มอย่างเฉยชาก่อนจะตีหน้ามึนตอบออกไป 

“เอาไม่เอาแล้วยังไง เพราะสำหรับฉันคนที่ฉันจะอยู่ด้วยตลอดไปยังไงก็ไม่ใช่คุณปรังอย่างแน่นอน ฉันยังมีคนที่รอคอยอยู่ อีกไม่นานเราก็ได้พบกันแล้ว”  

ในใจก็อยากจะวีนใส่แบบที่เคยทำ แต่ฉันก็พยายามสงบสติอารมณ์ ไม่เอาความรู้สึกเก่าๆ มาทำร้ายตัวเองได้อีกแล้ว เพราะฉันอยากจะเปลี่ยนนางร้ายเป็นนางเอกให้ใครคนหนึ่ง ซึ่งเขาคนนั้นเป็นพระเอกที่ดีอย่างไร้ที่ติเลยทีเดียว 

“เธอจะไปพบใครงั้นหรอดอกหญ้า” 

 

 

 

น้องไปพบผัวใหม่ค่ะคุณขา 5555 

 

ไรท์ขอตอบแทนน้องเลยก็แล้วกัน 

ในเมื่อที่บ้านหลังนี้ไม่ต้อนรับเราจะบากหน้าอยู่เพื่อ… 

หนีไปอยู่กับผัวที่รักดีกว่า 

^^ 


สงสารน้องจังเลยยยยยย
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว