ขอขอบคุณนักอ่านทุกคนนะคะ : ) แล้วเราจะกลับมาพบกันใหม่.

ซากุระฤดูร้อน

ชื่อตอน : ซากุระฤดูร้อน

คำค้น : คนรัก,ครอบครัว,แม่,ลูก,แฟนตาซี,ปีศาจ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 531

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2563 17:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ซากุระฤดูร้อน
แบบอักษร

เสียงๆหนึ่งดังมาจากด้านหลัง 

แล้วทันใดนั้นกิ่งไม้ที่หักก็ร่วงลงมาเกือบโดนหัวของฉัน แต่ชายคนนี้ก็ฉุดฉันเข้ามาแนบอกไว้ พร้อมพูดอย่างเป็นห่วงว่า

“คุณบาดเจ็บตรงไหนไหมครับ?”

ตอนนั้นเองที่ฉันมองเห็นเขาได้ชัดมาก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ริมฝีปากเล็กๆที่น่าขยี้ที่สุดในสามโลก ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกเผา ใจมันร้อนวูบวาบ แถมยังได้ยินเสียงหัวใจเต้นรัวอยู่ในหู โอ้! พ่อเทพบุตรของฉันแล้วฉันก็นึกขึ้นได้

“เอ่อ....ไม่ค่ะ ขอบคุณ”

“ผมจัสติน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

เขาพูดแล้วปล่อยฉันออกอย่างอ่อนโยนพร้อมยื่นมือออกมาทักทาย

“ฉันเรวดี....เอ่อ..”

ก่อนที่ฉันจะพูดจบ พ่อก็เรียกหาฉัน

“ฉันขอตัวไปหาพ่อก่อนนะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”

“ยินดีครับ คุณเรวดี”

แล้วฉันก็รีบวิ่งออกไปหาพ่อที่อยู่อีกข้างหนึ่งของพุ่มไม้

วันนี้เราพักกันที่โรงแรมเล็กๆ เนื่องจากพรุ่งนี้พ่อจะไปเยี่ยมเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานาน ตั้งแต่เจอเขาคนนั้น ทำเอาฉันใจลอยเฝ้าคอยคิดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า ฉันรู้สึกถึงความห่วงใยที่เขาส่งมาที่ฉันทางนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม รอยยิ้มเขินอายอย่างน่าเอ็นดู

“เขาหล่อจัง” >///<

เฮ้ย!! หรือว่าฉันตกหลุมรักจัสตินเข้าแล้ว

“ไม่จริงน่า เรวดี”

ฉันพูดกับเงาในกระจกของตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่หุบไม่ได้

ไร่ของคุณบู๊ท ค่อนข้างกว้างใหญ่และสวยงาม มีคอกเลี้ยงม้า แพะ แกะ รวมทั้งเป็ดด้วย นานแล้วที่ฉันไม่ได้มาเห็นที่แบบนี้ ทำให้ฉันคิดถึงทุ่งนาและคลองที่บ้านขึ้นมาทันที ตอนที่เราอยู่สุรินทร์ ฉันมักจะขึ้นไปอยู่บนต้นไม้แล้วมองดูท้องฟ้าและนาข้าวสีเขียวขจี ยามที่แดดส่อง พวกมันดูเป็นประกายแวววาวยิ่งนัก ฉันคิดถึงกลิ่นหอมๆของต้นข้าว คิดถึงตอนที่แม่พาวัวไปกินหญ้า ฉันคิดถึงที่นั่นเหลือเกิน

“เรวดี เรวดี”

เสียงของพ่อทำให้ฉันได้สติ

“มีอะไรหรือคะ?”

“นี่ มิสเตอร์ร็อบ บู๊ท เพื่อนของพ่อและลูกชาย เอ่อ...เขาหายไปไหนแล้วล่ะ”

“อ๋อ..เขาไปดูลูกแพะที่เกิดใหม่น่ะ ว่าแต่นายเป็นยังไงบ้างล่ะ สบายดีไหม?”

“ฉันมีหลายเรื่องที่จะเล่าให้นายฟัง”

“ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาก่อนสิ”

คุณบู๊ทเชิญให้เข้าไปด้านใน แต่ฉันขอออกไปเดินเล่นด้านนอก  ฉันเดินไปเรื่อยๆมองดูซ้ายทีขวาที แล้วก็ได้ยินเสียงแพะร้อง เลยเข้าไปดูใกล้ๆ

“มันชื่ออะไรเหรอคะ?”

แล้วผู้ชายที่นั่งอยู่ก็หันมา

“ลูอิซครับ...เรวดี!” (โอ้! โชคเข้าข้างฉัน นั่นจัสติน >/○/< )

เรายิ้มทักทายกันก่อนจะเริ่มคุยเล่นกัน เราเดินไปคุยไป จนรู้ว่าเขาคือลูกชายของคุณบู๊ท และเราก็มาหยุดชะงักเมื่อจัสตินได้ฟังเรื่องของคฤหาสน์สุดหรูที่แม่ไปทำงาน

“คุณแน่ใจแล้วใช่ไหม ว่ามีคฤหาสน์นั่นจริงๆในป่าใหญ่ไม่ไกลจากที่นี่?”

“ใช่ค่ะ ฉันแน่ใจ แต่มันค่อนข้างซับซ้อน และฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันคือหมู่บ้านหรือเมืองอะไร เพราะป้ายบอกทางมันเก่าและบางส่วนก็ขาดหายไป”

“คุณบอกว่ามันอยู่นอกเมืองใช่ไหม?”

จัสตินทวนคำ

“ค่ะ เพราะฉัน..”

คราวนี้จัสตินเป็นฝ่ายถูกเรียก เราเลยไม่ได้คุยเรื่องนี้กันอีก

“เรวดี ลูกควรจะยินดีกับเรื่องนี้นะ”

พ่อพูดขึ้นขณะที่เรากำลังทานมื้อเย็นกัน

“พ่อจะทำงานที่ไร่นี้กับร็อบสักพัก ลูกเองก็จะได้ไปช่วยงานแม่ได้สะดวก ที่นี่ไม่ห่างจากคฤหาสน์คุณนายอลิซเท่าไหร่ ลูกจะได้ไม่ต้องลำบากไง”

พ่อพูดต่อหลังจากดื่มน้ำไปครึ่งแก้ว

“ดีค่ะ หนูรักพ่อค่ะ^^”

ฉันดีใจที่จะได้ไปหาแม่บ่อยๆ

ตอนนั้นเองที่คุณบู๊ทถามพ่อถึงเรื่องคฤหาสน์หรูในป่าใหญ่ พวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน แต่พอเราบอกว่ามีจริง พวกเขาเลยยอมเชื่อ หลังจากที่ฉันไปเยี่ยมแม่ ฉันก็เริ่มสงสัยคฤหาสน์หลังนี้ขึ้นทุกวัน รวมทั้งคนในคฤหาสน์หลังนี้ด้วย แม่เองก็เริ่มซูบผอมลง อาจเป็นเพราะแม่ต้องทำความสะอาดคฤหาสน์หลังใหญ่นี้คนเดียว ครั้งแรกฉันแค่ไปเยี่ยม แต่หลังๆมานี้ ฉันเริ่มมาค้างคืน บ้างก็ช่วยแม่ทำงาน บ้างก็ช่วยคุณหนูแอนนา*แต่งตัว

บางครั้งฉันก็ขอตัวไปช่วยพ่อทำงานที่ไร่คุณบู๊ท ทุกครั้งที่ฉันพยายามถามแม่ แม่ก็ไม่เคยปริปากบอกอะไรเลยสักนิด พูดแต่เพียงว่า อย่าไปใกล้สองแม่ลูกมากนัก  

นานวันความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับจัสตินก็ค่อยๆก่อตัวขึ้น เรามีเวลาได้ทำนู้นทำนี่ด้วยกัน จัสตินชอบพาฉันขี่เจ้าเคส ม้าตัวโปรดของเขา เดินไปรอบๆไร่อันกว้างขวาง แล้วเราทั้งสองก็สนิทกันมากขึ้น

“เร คุณก็มาอยู่ที่นี่ได้พักใหญ่แล้ว คุณเคยคิดถึงบ้านที่ไทยบ้างหรือเปล่า?”

อยู่ๆจัสตินก็ถามฉัน

“คิดถึงค่ะ คิดถึงมากด้วย ฉันคิดถึงรอยยิ้มของคุณป้าข้างบ้าน คิดถึงรถจักรยานคันเก่า คิดถึงแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ที่ค่อยๆลับฟ้าไป คิดถึงทุ่งนาอันกว้างขวาง คิดถึงเพื่อนๆและคุณครูที่โรงเรียน ฉันคิดถึงพวกเขาเหล่านั้นมากจริงๆ…”

ฉันพูดพร้อมน้ำตาคลอเบ้า จู่ๆจัสตินก็หยุดยืนอยู่กับที่แล้วหันมามองที่ฉัน

“ถ้าคุณคิดถึงพวกเขามาก แล้วทำไมคุณถึงมาที่นี่ล่ะ?”

ฉันปาดน้ำตาที่เอ่อล้น แล้วมองย้อนด้วยสายตาเอาเรื่อง

“ไม่ใช่นะ อย่าเข้าใจผิด ผมหมายถึง...เอ่อ..ทำไมคุณเลือกมาที่นี่”

“ถึงฉันจะคิดถึงพวกเขามากแค่ไหน แต่ฉันเลือกที่จะมากับแม่ เพราะเรามีกันแค่สองคนแม่ลูก ดังนั้นแม่จึงสำคัญกว่าเสมอ”

ฉันหยุดแล้วหันไปที่จัสติน พร้อมยิ้มให้

“อีกอย่าง ฉันก็มี..เอ่อ...มี..”

ฉันพูดติดๆ ขัดๆอย่างเขินอาย

“ว่าไงนะ ผมไม่ได้ยินเลย คุณพูดว่าไงนะเร”

จัสตินถาม พร้อมส่งสายตาขี้เล่น

“คือ....อ๋อ..ฉันหมายถึง มีม้าตัวนี้ไง ว่าไงเคสที่รัก สบายดีไหม^=^”

ฉันแกล้งพูด แล้วจัสตินก็ทำหน้างอที่มองทีไรก็อดขำไม่ได้ เขาช่างน่ารักจริงๆ

“โอ๋ๆ ไม่งอแงนะ^w^”

ฉันก้มตัวลงไปดึงแก้มนุ่มๆของเขาไปมา ทันใดนั้นเขาก็คว้าฉันเข้าไปใกล้ๆหน้าเขา

“นี่คือบทลงโทษของคนขี้โกหก”

.

*คุณหนู-เธอบังคับให้ฉันเรียก เธอว่าอย่างนั้น

ความคิดเห็น