ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 17 เว้นระยะ

ชื่อตอน : บทที่ 17 เว้นระยะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 180

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2565 19:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 เว้นระยะ
แบบอักษร

         ในวันที่เธออยากจะให้เชคาห์นกลับเร็วหน่อย เขากลับอิดออดจนไม่รู้จะรับมืออย่างไร

         “คุณกลับไปพักผ่อนเถอะเหนื่อยมาหลายวันแล้ว” เธอจะบอกเขาได้อย่างไรว่าไม่อยากให้เขาอยู่ด้วยนานจนเกินไป

         ไม่ใช่ว่าจื่อลี่รังเกียจอะไรเขา แต่ว่าคืนนี้เป็นคืนเก็บเกี่ยวและเธอไม่ใช่เจ้าของคืนของเขา การปล่อยให้เขาเอ้อระเหยลอยชายอยู่กับเธอเป็นเวลานานโดยที่ไม่ได้มีของขวัญตามธรรมเนียมใดๆ นี่ไม่ใช่เป็นการประกาศว่าทั้งเธอและเขาตกลงคบหากันจะอยู่กินด้วยกันเป็นคู่ครองแล้วหรือ

         วันนี้เชคาห์นก็ดื้อจนไม่รู้จะว่าอย่างไร เขากินมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว ทั้งเธอยังทำขนมให้ด้วยแต่เขายังไม่ยอมลุกไปไหน เดี๋ยวก็ชวนกินผลไม้ ชวนคุยเล่น แล้วยังบอกว่าจะนั่งดูเธอเย็บชุดให้เขา

         “น่าเบื่อออกค่ะ ไม่เห็นจะมีอะไรน่าดูเลย”

         งานตัดเย็บเป็นงานที่ตัวผู้ร้อยทั้งร้อยต่างก็ต้องบอกว่าน่าเบื่อและเห็นด้วยกับคำพูดของจื่อลี่แน่นอน

         “เธอตั้งใจทำให้ฉันนี่นา”

         “แต่คุณมานั่งมองแบบนี้ฉันไม่มีสมาธินี่คะ”

         เชคาห์นมองดวงหน้างดงามที่เจือความลำบากใจ เขาพอจะคาดเดาได้ว่าเธอกำลังกังวลเรื่องอะไร แต่ในเมื่อเธอไม่กล้าพูดตรงๆ เขาก็จะฉวยโอกาสทำหน้าหนาสักหน่อยก็แล้วกัน

         จื่อลี่ไม่รู้ว่าสีหน้าของตนเองดูเง้างอนขนาดไหน แต่มันก็เปลี่ยนไปฉับพลันเมื่อนัยน์ตาคมกริบคู่นั้นลดระดับลงมาเพื่อมองเธออย่างเต็มตา

         เขาจับไหล่เธอแล้วโน้มใบหน้ามาพูดใกล้ๆ ราวกับเธอเป็นเด็กเล็ก “ดูสิ หน้างอไปหมดแล้วเหมือนแต่ก่อนเลย”

         เขาไม่สนใจที่เธอบอกซ้ำยังเปลี่ยนเรื่อง ทว่าเรื่องที่ถูกเปลี่ยนไปทำให้จื่อลี่งุนงง

         “ตอนไหนคะ” เธอเคยไปทำหน้าบึ้งตึงใส่เขาตอนไหนกัน

         เป็นคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ มีเพียงรอยยิ้มยั่วเย้าจากเขาราวกับพอใจที่แกล้งกระตุ้นความสงสัยจากเธอได้

         “เชคาห์น…”

         “นั่งเย็บชุดต่อสิ ถ้าอารมณ์ดีจะเล่าให้ฟัง” เขาว่าพลางเอนพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ราวกับอยู่ในบ้านของตนเอง

         “คุณอย่ามาแกล้ง”

         เขาโน้มใบหน้ามาใกล้เธออีกครั้ง จื่อลี่เพิ่งตระหนักจริงๆ ว่าระยะห่างระหว่างเธอและเขาลดลงมาแคบขนาดนี้ตั้งแต่ตอนไหน “เธอต่างหากที่แกล้ง…เราเสมอกัน”

         แน่นอนว่าเธองุนงง เธอไม่เคยกลั่นแกล้งอะไรเขาแม้แต่น้อย ในเมื่อนึกตามไม่ทันเลยไม่รู้จะต่อปากต่อคำว่าอย่างไร “คุณน่ะ กลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้ว”

         “ฉันไม่เหนื่อย ขอบคุณที่เป็นห่วง”

         จื่อลี่ที่ไม่สามารถอัญเชิญแขกออกจากบ้านได้จึงได้แต่ปล่อยให้เขานั่งแกร่วกวนใจเธอเท่าที่ต้องการ นี่เหมือนไม่ใช่เชคาห์นที่เธอเคยรู้จักเลย ในชาติก่อนเขาใจดีมาก ช่วยเหลือเธอโดยไม่เคยเรียกร้องอะไร ทั้งยังอ่านสีหน้าของเธอเก่งชนิดที่เขาจะรู้เลยล่ะว่าตอนไหนที่เธออารมณ์เปลี่ยนไป เขาก็จะถอยเว้นระยะให้เธอทันที

         แต่เชคาห์นที่เธอรู้จักตอนนี้รับมือยากจริงๆ ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นตอนไหนกันนะ

         …

         รุ่งเช้าจื่อลี่ตื่นมาด้วยสภาพขอบตาดำคล้ำเพราะนอนไม่พอ กว่าเชคาห์นจะกลับออกไปก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว ถ้าคนนอกมองเข้ามาเหมือนว่าเขาใช้เวลาอยู่กับเธอแล้วจริงๆ

         จื่อลี่เป็นกังวลเรื่องนี้มาก เธอไม่อยากทำเรื่องที่จะส่งผลต่อชีวิตของเขาในอนาคต

         เธอบอกตัวเองเสมอว่าไม่ได้หวังเป็นคู่ครองของเขา แต่ถ้าคนเอาไปลือล่ะว่าเธอดันตกลงเป็นคู่ครองของเขาแล้ว

         ยังควรเป็นอรัญญาที่เป็นเจ้าของความรู้สึกของเขา เป็นคู่ครองคนแรก เธอไม่ต้องการใช้ความได้เปรียบในการล่วงรู้อนาคตมาปั่นป่วนสายสัมพันธ์ของใคร และบางครั้งจื่อลี่อดจะนำความรู้สึกของตนเองไปเปรียบเทียบกับอรัญญาไม่ได้…จะว่าอย่างไรดีล่ะ ถ้าเธอได้ครอบครองหัวใจเชคาห์นอย่างที่อรัญญาเคยได้เธอคงจะหึงหวงเขามาก และไม่ต้องการให้มีฝุ่นทรายเข้ามาสร้างความระแคะระคายในสายตา

แต่ว่าปัจจุบันจื่อลี่เอาตัวเองเข้ามาใกล้เชคาห์นในลักษณะนี้แล้ว เธอจึงพยายามจำกัดฐานะความสัมพันธ์ของตนเองอย่างที่สุด ไม่อยากแย่งชิงอะไรกับใครทั้งนั้น

ถัดจากอรัญญาก็ยังมีเทอาน่าและเมเดียอีก

จำได้ว่าเทอาน่าเป็นหัวหน้าหน่วยรบคนสนิทของเขา เป็นขุนพลคู่ใจ เทอาน่ารู้จักกับเชคาห์นหลังจากที่เขาครอบครองอาณาเขตไพรทักษิณให้เป็นปึกแผ่นได้แล้ว  จื่อลี่จึงเดาว่าคู่นี้น่าจะเป็นการจับคู่เพื่อรวบอำนาจให้มั่นคง

ส่วนเมเดียนั้นเป็นลูกสาวของราชาอสูรเวก้า เขาและเชคาห์นเคยมีบุญคุณต่อกัน ดังนั้นคู่นี้ก็น่าจะเป็นการรับไมตรีเพื่อดูแลลูกสาวของผู้มีพระคุณ

         จื่อลี่น่าจะเข้าใจถูกแล้ว…คิดไปคิดมาคนที่เชคาห์นรักจากใจจริงก็คงจะเป็นอรัญญานั่นเอง

           เธอเองก็รักเขา เธอตระหนักเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกที่ติดค้างมาในชาตินี้เรียกว่าความรัก แต่ว่าความรักของเธอมาไม่ถูกจังหวะเวลาเอาเสียเลย ทั้งยังไม่อยู่ในสถานะที่จะสานต่อได้ ดังนั้นเธอพอใจกับบทสรุปแบบนี้ เกี่ยวข้องผูกพันกันให้อยู่เพียงระดับที่เขาจะยอมเป็นพ่อพันธุ์ให้เธอก็พอ เธอไม่หวังอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว

         จื่อลี่ยังคงทำอาหารเช้าเผื่อเขาตามปกติ แต่ด้วยความรู้สึกที่ระมัดระวังมากขึ้น

         เธอเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรัก เชคาห์นเป็นคนแรกสำหรับทุกความรู้สึกของเธอ ดังนั้นเธอจึงพยายามคิดเผื่อหากถึงเวลาที่เขาและอรัญญาควรจะต้องอยู่ด้วยกัน ทั้งหมดนี้จะกลายเป็นเรื่องสำคัญแค่ไหน

         ท้องฟ้าสว่างแล้ว มองลอดออกไปยังถนนหนทางของหมู่บ้านนั้นคึกคักน้อยกว่าปกติอยู่สักหน่อย เพราะตลอดระยะเวลาสามวันสามคืนของช่วงคืนเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่หนุ่มสาวก็มักใช้เวลาอยู่กับคู่ของตน งานการในหน่วยต่างๆ ถูกพักเอาไว้ ไม่มีใครถือสาหากว่าจะไม่อยากทำงานในช่วงนี้

         เสียงเคาะประตูดังขึ้น น้ำหนักมือในการเคาะประตูของเขาเธอจำได้ขึ้นใจแล้วดังนั้นจึงตอบรับอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้หันไปดูแต่ก็รู้ว่าจะต้องเป็นเชคาห์นที่ก้าวเข้ามา

         มุมปากหนาส่งยิ้มพราวระยับส่งผลให้ดวงตาคมกริบของเขาดูอ่อนละมุนลงจนแทบกระชากหัวใจของคนมอง ทว่าจื่อลี่ยังทำเพียงแค่ชำเลืองแลเพราะกลัวว่าหากเผลอจดจ้องนานกว่านี้เธอจะดำดิ่งลงไปกับความทรงจำในครั้งอดีตจนลืมความตั้งใจที่เพิ่งกำหนดขีดเส้นให้ตนเองไปจนหมด

         “วันนี้อากาศดี ดอกไม้ในป่าก็กำลังบาน เราไปเที่ยวดูกันสักวันดีมั้ย”

         เสียงห้าวเอ่ยอย่างสดชื่น ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงได้เบิกบานขนาดนี้ทั้งที่นอนดึกพอกันกับเธอ ส่วนเธอน่ะหรือยังคงงัวเงียขอบตาคล้ำ

         ยิ่งมองเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของเขาที่เรียบร้อยดูดีกว่าปกติแล้ว ตัดภาพมาที่เธอซึ่งเพิ่งตื่นลุกมาล้างหน้าแปรงฟันเพื่อทำอาหารรอเขา

         ทว่าในสายตาของเชคาห์นกลับไม่รู้สึกว่าจื่อลี่ทรุดโทรมแต่อย่างใด ผมเผ้าที่ยุ่งเล็กน้อยทำให้ใบหน้างดงามดูน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นตั้งเยอะ เธอเป็นคนสวย สวยมากเสียจนดูราวกับไม่ใช่ของจริง ไม่ใช่เพียงดอกไม้ที่เบ่งบานเต็มรวงทุ่งอย่างดาษดื่น เป็นความสวยร้ายกาจราวกับดอกไม้หายากในป่าลึกซึ่งมักเคลือบด้วยยาพิษอันหวานล้ำ

         แต่มันเป็นเพียงรูปลักษณ์ของเธอเท่านั้น…เธอเปราะบางแค่ไหนเขารู้ดีแก่ใจ แม้เธอจะพยายามแสร้งทำเป็นเฉยเมยกับคนอื่นก็ตาม

         จื่อลี่จำได้ว่าในเวิ้งหุบเขามีทุ่งดอกไม้อยู่ เธอไม่เคยได้มีโอกาสเห็นตอนที่มันบานในตอนที่ต้องระเห็จออกจากเผ่า ทั้งความทรงจำในปัจจุบันก็ถือว่าไม่เคยเช่นกันมันไกลเกินไปสำหรับเธอหากจะต้องไปตามลำพัง

         แต่ถึงครั้งนี้เชคาห์นจะเป็นคนชวน เธอก็ยังไม่ตอบรับ “ฉันตั้งใจว่าจะออกไปหาของป่าแถวรอบๆ นี้ คงไม่สะดวกไปกับคุณค่ะ”

          “เสบียงยังไม่พออีกรึ” เขาเอ่ยถาม

         เพราะกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดจนออกไปล่าสัตว์มาให้อีกมากมาย เธอจึงรีบอธิบาย “ฉันกำลังอยากกินไข่นกเลยว่าจะออกไปหาเก็บมาไว้”

         เธอโกหก ที่จริงเธอไม่ได้อยากกินไข่นกอะไรนั่น แต่เมื่อตั้งใจแล้วว่าจะวางระดับความสัมพันธ์ให้เหมาะสมกับเป้าหมายเธอจึงตัดสินใจถอยห่างสักเล็กน้อย

         สีหน้าของเชคาห์นไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดแม้จะเพิ่งโดนปฏิเสธ

         “ดีเลยไปเก็บไข่นกกัน ฉันก็อยากกินเหมือนเธอ”

 

 

 

::TALK:: 

ขอโทษที่วันนี้มาลงช้าค่ะ ไรต์วุ่นกับงานศพคุณตาทั้งวันเลย คุณตาของไรต์เสียตอนช่วงก่อนสิ้นปีพอดีแล้วตั้งศพที่บ้านก็เลยต้องต้อนรับแขกตลอดค่ะ วันนี้เก็บอัฐิและเคลียร์บัญชีค่าใช้จ่ายทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ใช้เวลานานกับเรื่องเงินๆ นี่แหละ

ไรต์สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังนะคะ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์กำลังใจจากคนอ่านมากๆ เลยค่ะ ทีแรกไรต์ก็กังวลอยู่ว่าจะมีคนอ่านเรื่องนี้มั้ยนะ แต่ถึงอย่างนั้นไรต์ก็ยังคงตามแผนเดิมคงลงให้อ่านแบบไม่ติดเหรียญ 50 ตอนค่ะ จากความยาวเรื่องทั้งหมดน่าจะไม่เกิน 150 ตอนนะคะ

ข่าวดีคือถึงคิววาดปกที่ไรต์จองไว้แล้ว อีกไม่นานก็น่าจะได้เห็นปกเรื่องมายาพนาดรจากนักวาดแล้วค่ะ (น่าจะ 1-2 เดือน) นอกจากปกสวยๆ แล้วไรต์ยังมีหน้าคอมมิคแถมให้ในเล่ม 1 ด้วย ข่าวดีชั้นที่2 คือเล่ม 1 ไรต์จะเปิดให้โหลดฟรีค่ะ เนื้อเรื่องมันจะตกอยู่ใน 50 ตอนแบบในเว็บนั่นแหละแต่เป็นเวอร์ชั่นที่ไรต์ edit แล้ว และมีตอนพิเศษนะคะ ย้ำเลยว่าให้เข้าไปโหลดกันฟรีได้เลยค่ะ เพราะตอนพิเศษไรต์ไม่ลงทางเว็บทุกกรณีนะคะ ไม่มีตอนพิเศษติดเหรียญในเว็บแน่นอนค่ะ

ถ้าเล่ม 1 เสร็จพร้อมเปิดให้โหลดฟรีแล้วไรต์จะมาลงลิ้งให้นะคะ

รัก 

Pinoli 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว