เรียนนักอ่านทุกท่าน สำหรับผู้ที่ต้องการจะอ่านทั้งเรื่อง ไรท์ขอเสนอว่าให้ตามไปอ่านจากเว็บนิยายรัก (www.niyayrak.com) หรือซื้ออีบุ๊ค จะประหยัดเงินในกระเป๋าคุณมากกว่านะคะ ^_^

ชื่อตอน : การเดินทาง 50%

คำค้น : บ่วงรัก, เล่ห์ร้าย, จอมเผด็จการ, ครูซ, ปณิตา, แพร, ท่องเที่ยว

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2559 13:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การเดินทาง 50%
แบบอักษร

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/340767/1803610352-member.jpg

 

 

            สำหรับระยะเวลาสี่ชั่วโมงครึ่งบนเครื่องบินจากไทยไปอินเดีย ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับปณิตา สาวน้อยผู้พกพาความฝันมาเต็มหัวใจ การบินเดี่ยวเพื่อไปผจญภัยในต่างแดนเพียงลำพังของเธอ ถึงแม้จะสร้างความตื่นเต้นให้เธอได้มากพอสมควร แต่ว่าเธอก็สามารถจัดการควบคุมมันได้ด้วยการเปิดข้อมูลเกี่ยวกับเมืองที่เธอจะไปอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้ง ๆ ที่ได้อ่านมาหลายครั้งจนจำได้ขึ้นใจแล้วก็ตาม

            เสียงล้อเครื่องบินกระทบกับพื้นสนามบินอินทราคานธี (ชื่อสนามบินตั้งตามชื่ออดีตนายกรัฐมนตรีของอินเดีย) ที่เมืองเดลีว่าดังแล้ว แต่ยังไม่เท่ากับเสียงการเต้นของหัวใจหญิงสาว ซึ่งเธอรู้สึกว่ามันดังกึกก้องอยู่ภายใน จังหวะการเต้นของหัวใจที่เร็วแรงเหมือนจะหลุดออกมาจากอกของเธอเสียให้ได้ หญิงสาวบอกกับตัวเองว่าการผจญภัยของเธอได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ปณิตาลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเป้ที่เก็บไว้ในช่องเก็บของเหนือศีรษะ ถึงจะใบใหญ่แต่ทว่ายังสามารถนำขึ้นเครื่องมาด้วยได้โดยไม่ต้องโหลดไว้ด้านล่าง

            หญิงสาวปรับเข็มนาฬิกาให้บอกเวลาเที่ยงวัน ตามเวลาที่ช้ากว่าประเทศไทยหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก่อนจะเดินผ่านด่านต่าง ๆ ออกมานอกสนามบินเพื่อเรียกรถเข้าไปในเมือง ไหน ๆ ก็มาถึงดินแดนภารตะแห่งนี้แล้วขอแวะดูบ้านเมืองของเขาหน่อยแล้วกัน ปณิตาเลือกที่จะไม่ใช้บริการของโรงแรมที่นี่เนื่องจาก พรุ่งนี้เช้าก็ต้องเดินทางแต่เช้าแล้ว นอนมันสนามบินนี่เลยแล้วกัน ประหยัดค่าใช้จ่ายไปด้วยในตัว

            ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจากสนามบิน หญิงสาวร่างเล็กก็ได้มาเดินดูสภาพบ้านเมืองและวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองเดลี ถ่ายรูปเก็บความเป็นธรรมชาติของสังคมที่นี่เอาไว้ดูเพื่อระลึกความทรงจำหลังจากกลับเมืองไทยแล้ว ผู้คนที่นี่ดูแล้วก็ยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับนักท่องเที่ยวดี สภาพสังคมเศรษฐกิจของที่นี่ก็ไม่ได้ผิดไปจากที่เธอได้อ่านมาจากหนังสือนัก คือถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจะสูงเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกาและจีน แต่ด้วยจำนวนประชากรที่มีอย่างมหาศาลกว่า 1.2 พันล้านคน ทำให้อินเดียถูกจัดอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจกำลังพัฒนาที่มีรายได้ปานกลางค่อนไปทางต่ำ

            ระหว่างทางที่ปณิตาเดินผ่านนั้น หญิงสาวสามารถพบเห็นชีวิตคนที่อาศัยอยู่ข้างถนนได้จนเริ่มชินตา ไม่ใช่ว่าจะมีบ้านอยู่ข้างถนน หากแต่เป็นการปูกระดาษ ปูผ้านอนอยู่ข้างกำแพงบนฟุตบาทกันเลยทีเดียว เดินต่อไปเรื่อย ๆ มองสูงขึ้นมาอีกนิด ก็จะเห็นว่าคนที่นี่ก็ชอบสังคม บ้างจับกลุ่มพูดคุยกัน บ้างก็รวมกลุ่มเล่นไพ่กันอยู่ข้างถนนนั่นละ หญิงสาวเดินดูโน่นนี่ด้วยความแปลกตาไปเรื่อย จนท้องเริ่มร้องประท้วง เธอจึงตัดสินใจเดินเข้าร้านอาหารเล็ก ๆ ร้านหนึ่งที่อยู่ข้างทาง ไหน ๆ ก็มาถึงประเทศนี้แล้วต้องลองอาหารแบบท้องถิ่นของที่นี่เสียหน่อย แกงถั่วราดข้าวจัดมาหนึ่งจาน แต่จนแล้วจนรอดหญิงสาวก็ต้องยอมแพ้ เมื่อได้ลองชิมไปได้เพียงแค่สองคำ คำแรกไม่แน่ใจ คำที่สองเป็นการตอกย้ำ ทั้งกลิ่นทั้งรสชาติช่างไม่ถูกปากเธอเอาเสียเลย แต่ถึงจะยอมแพ้ให้กับข้าวราดแกงของที่นี่ แต่ก็ยังมีทางเลือกอื่นให้หญิงสาวอยู่ดี เมื่อเธอเห็นว่ายังมีทางรอดอื่นของเธออยู่ นั่นคือ ปาปัด ซึ่งเป็นอาหารประเภทโรตี คือทำแป้งให้เป็นแผ่นบาง ๆ แล้วเอามาทอดจนกรอบ หน้าตาคล้ายข้าวเกรียบว่าวของไทยเรา อันนี้น่าจะทานง่าย หญิงสาวไม่รอช้ารีบเปลี่ยนเป้าหมาย ซึ่งก็ไม่ทำให้เธอผิดหวังนอกจากจะซื้อทานกับชาที่ร้านแล้ว ยังติดมือเอากลับมาทานที่สนามบินอีกด้วย

            หญิงสาวเดินเที่ยวชมบ้านเมืองของที่นี่จนเริ่มเย็นจึงได้กลับไปที่สนามบิน นอกจากวิถีชีวิตของผู้คนปกติในเมืองแล้ว สิ่งหนึ่งที่หญิงสาวสังเกตเห็นในวันนี้ก็คือ ตำรวจทหารของเมืองนี้ช่างทำหน้าที่กันอย่างแข็งขันเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะมองไปทางด้านไหน ก็เป็นต้องพบเห็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปะปนอยู่เสมอ อาจจะไม่ได้หนาตาเหมือนมากันเป็นรถ แต่เธอก็ยังรู้สึกว่ามีมากอยู่ดี คงเป็นการมาตรวจตราประจำวันกันตามปกติของบ้านนี้เมืองนี้กันละมังหญิงสาวได้แต่คิดในใจ

 

 

         การผจญภัยวันแรกของหญิงสาวที่เดลีผ่านไปได้ด้วยดี และจบลงที่การรายงานตัวส่งข่าวให้ทางบ้านได้รับรู้ว่าเธอปลอดภัยดี เทคโนโลยีการสื่อสารสมัยนี้ก็ดีจริง ๆ สามารถทำให้คนที่ห่างไกลกันคนละประเทศพูดคุยและเห็นหน้าเห็นตากันได้ ก่อนนอนคืนนี้ปณิตาได้รับทั้งพรและคำเตือนจากผู้ให้กำเนิดทั้งสองของเธอจนอิ่มเอมใจ รู้สึกอบอุ่นเหมือนว่าอยู่ที่บ้านกันเลยทีเดียว ถึงจะนอนไม่สบายเหมือนที่บ้านก็ตาม

            “ก็ที่นี่มันสนามบินนี่นา ไม่ใช่ที่สำหรับให้นอนพักเหมือนโรงแรม คิดอยากประหยัดก็ต้องทำใจนะ ยัยแพรเอ๊ยหญิงสาวปลอบใจตัวเองเบา ๆ หลังจากนั่งอยู่ที่เก้าอี้สนามบินจนเริ่มปวดเมื่อยเสียแล้ว หญิงสาวรู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปช้าเสียเหลือเกินสำหรับค่ำคืนนี้ เดินบ้างก็แล้วนั่งบ้างก็แล้ว ลุกขึ้นมาบิดซ้ายบิดขวาแก้เหมื่อยก็แล้ว ดึกมากก็รู้สึกง่วงแต่นั่งหลับก็ไม่ได้สบาย เก้าอี้นอนได้มีไว้ให้บริการก็จริง แต่ก็ถูกยึดโดยเจ้าถิ่นเสียแล้ว หญิงสาวร่างนั่งเล็กหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่อย่างนั้น กว่าจะผ่านช่วงเวลาในคืนแรกที่ต่างประเทศไปได้เล่นเอาเกือบแย่ไปเหมือนกัน

            และแล้วช่วงเวลาแห่งความทรมานก็ผ่านไป เมื่อถึงเวลาออกเดินทางอีกครั้ง และครั้งนี้จะเป็นการเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางของเธอเสียที เลห์-ลาดักห์ เราจะได้เจอกันแล้วนะหญิงสาวคิดในใจอย่างตื่นเต้น

            ระยะทางบินในประเทศจากเดลีไปที่เลห์ใช้เวลาเกือบชั่วโมงครึ่ง นกยักษ์ลำใหญ่ก็พาหญิงสาวมาถึงดินแดนในความใฝ่ฝันของเธอ ปณิตาแบกเป้คู่ใจเดินออกมาจากสนามบินพร้อมกับแผนที่และข้อมูลของเมืองนี้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนในมืออีกข้างหนึ่งเป็นเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ดูพะรุงพะรังอยู่บ้าง ดีหน่อยที่ที่นี่หญิงสาวได้ติดต่อโรงแรมที่พักไว้พร้อม เพียงแค่หารถให้ไปส่งที่โรงแรมเท่านั้น นึกตำหนิตัวเองอยู่เหมือนกันที่ไม่ได้จองรถที่โรงแรมให้มารับด้วย แต่นึกอีกทีก็ดีที่ได้ประหยัด มองซ้ายมองขวาเห็นจุดมุ่งหมายของเธอแล้ว นั่นคือเคาน์เตอร์รถแท็กซี่ของสนามบินนั่นเอง หญิงสาวเดินตรงไปหาเป้าหมายทันที

 

            โครม….

 

            ”โอ๊ย!” ปณิตาลงไปนั่งส่งเสียงร้องโอดโอยคลำก้นตัวเองด้วยความเจ็บปวดอยู่กับพื้นสนามบิน 

 

-------------------------------------

 

อ้าว! เป็นอะไรไปละคะ นู๋แพรของไรท์ http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon000213.gif

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว