ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 เอาแต่ใจ (เฟรดริค x คาเรน) 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 เอาแต่ใจ (เฟรดริค x คาเรน) 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2559 23:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 เอาแต่ใจ (เฟรดริค x คาเรน) 100%
แบบอักษร

“คาเรนทำไมเกรดเจ้าถึงได้ตกมาถึงเพียงนี้ เจ้าต้องเพิ่มการเรียนให้มากกว่านี้ตระกูลเราไม่มีใครเรียนได้ต่ำกว่าเจ้ามาก่อนเลยและของดวิชาวาดเขียนของเจ้า จงตั้งใจอ่านหนังสือมากกว่านี้” คนเป็นบิดากำลังอบรมลูกชายที่อายุ 10 ขวบ

“ท่านพ่อ ผมก็อยากจะไปเล่นกับเพื่อนๆท่านเอาแต่ให้ข้าอยู่กับหนังสือพวกนี้ข้าเบื่อ ข้าชอบวาดรูปมากกว่า”  

“เจ้าเบื่อไม่ได้ตระกูลเราต้องไปรับใช้กษัติริย์ ต้องเก่งกล้าสามารถ เฉลียวฉลาด เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือกว่าเจ้าชอบหรือไม่ชอบ แต่มันเป็นหน้าที่ที่เจ้าจะทำห้ามต่อต้านนะคาเรน  ผู้เป็นมารดาเสริมทัพขึ้นมาอีกคน

“แต่ว่าข้าไม่ชอบนี่ ทำไมต้องให้ข้าไปรับใช้พวกเขาข้ารักการมีอิสระ”

“ไอ้การวาดเขียนของเจ้ามันสนุกตรงไหนกัน เลิกคิดเรื่องไร้สาระได้แล้วกลับไปอ่านหนังสือซะ! แม่บ้านเก็บของพวกนี้ออกไปให้หมดอย่าให้มาอยู่ในบ้านข้า”

“ไม่นะท่านพ่อ!! ท่านแม่!! อย่าเอาของข้าออกไป ฮือๆๆๆ”  เด็กน้อยไม่สามารถหยุดคำสั่งของบิดา เขาวิ่งไปกอดสมุดสเก็ตภาพของตนเองไว้แน่น

“เจ้าอย่ามาดื้อกับข้านะคาเรน! เอามานี่”

‘แคว๊ก!! เพี๊ยะ!’  เสียงไล่เลี่ยต่อกันจนแทบมองไม่ทัน ผู้เป็นบิดาของเด็กน้อยดึงสมุดสเก็ตภาพออกจากมือจนขาดครึ่งและตบหน้าลูกชายตนหน้าหัน

“เจ้าอย่าคิดต่อต้านข้า ไม่อย่างนั้นเจ้าจะโดนหนักกว่านี้ไปที่ห้องนั้นแล้วห้ามออกมาจนกว่าจะถึงวันไปเรียน” เด็กน้อยวิ่งร้องไห้เข้าไปยังห้องที่บิดาตนสั่งในห้องมีเตียงเล็กๆที่ล้อมรอบไปด้วยหนังสือต่างๆนาๆ เด็กน้อยนอนร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องนั้น เขาไม่สามารถเป็นอิสระได้อย่างใจคิดเหมือนเป็นนกที่ต้องอยู่แต่ในกรงมีคนคอยป้อนน้ำป้อนอาหาร สั่งให้ทำนั่นทำนี่ทั้งที่อยู่ในกรง

“ผมขอสานบานว่าข้าจะไม่มีลูกและมีครอบครัวจนกว่าพ่อแม่ผมจะไม่สามารถบังคับลูกของผมได้ ขอให้ผมเป็นคนสุดท้ายที่ต้องทนทุกข์ทรมานผมไม่อยากให้ลูกที่เกิดมาแล้วต้องโดนบังคับจากพ่อแม่ของผมอย่างที่ผมโดนกระทำ”  เด็กน้อยนั่งเช็ดน้ำตาตัวเองและก้มหน้าให้กับหนังสือที่ตนเองเกลียด จากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเด็กน้อยทำตามทุกอย่างที่บิดาและมารดาของตนสั่ง จากเด็กน้อยที่ร่าเริงกลายมาเป็นเด็กหนุ่มที่เงียขรึมไม่เสวนากับใครกระทั่งพ่อแม่ของตน ถ้าคำตอบคำเหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้ชีวิต

 

“คาเรน”  เสียงทุ้มดังเข้ามาในโสตประสาทของคาเรนเขาหันไปตามทางของเสียงนั่น ชายหนุ่มรูปงามยืนอยู่หน้าประตู

“เจ้าชายเฟรดริคมีอะไรเหรอพะยะค่ะ กระหม่อมไม่มีอารมณ์จะมาต่อล้อต่อเถียงกับท่านแล้วนะ”

“ผมเรียกคุณตั้งหลายครั้ง เหม่ออะไรอยู่เหรอ”  คำพูดสามัญธรรมดาออกจากปากเจ้าชายเฟรดริค ตั้งแต่วันเเรกเข้ามาเมื่อไหร่ที่อยู่สองต่อสองเขามักจะพูดธรรมดาสามัญกับคาเรนเสมอ

“ขออภัยพะยะค่ะ กระหม่อมบอกแล้วไงว่าอย่าพูดคำสามัญกับกระหม่อมมันไม่สุภาพ”

“ก็เราตกลงกันแล้วนะว่าอยู่แค่สองคนคุณให้ผมพูดธรรมดาได้”

“แต่นี่มันในพระราชวังนะพะยะค่ะ กระหม่อมไม่อยากทำตัวสนิทสนมกับท่านเกินไปท่านควรจะเอาคำพวกนี้ไปคุยกับคนต่างชาติหรือเพื่อนสนิทของท่านดีกว่า” 

“ข้าก็เป็นคนต่างชาตินะคุยกันได้แล้วไงคุณก็เหมือนเพื่อนผมคนหนึ่งเหมือนกัน”

“แต่เจ้าชายเป็นเจ้าชายนะพะยะค่ะ ไม่ควรตีสนิทกับบ่าวไพร่อย่างกระหม่อม”

“เป็นอะไรของคุณเนี่ย ทำอย่างกับคนไม่รู้จักกันไปได้ตอนอยู่ที่ตำหนักเราสองคนยังคุยกันปกติได้เลย”  แล้วทำไมอยู่ๆถึงได้กลับมาเป็นแบบเดิมอีกแล้ว เย็นชา นิ่ง  ทำตัวห่างเหินเหมือนที่เจอกันครั้งแรกอีก

“ถ้าเจ้าชายยืนยันพูดสนิทสนมกับกระหม่อม กระหม่อมจะไม่คุยด้วยแล้วนะพะยะค่ะ”  

“อ่ะๆ ก็ได้ อะแฮ่ม! เป็นอะไรคาเรน”

“เปล่าพะยะค่ะ กระหม่อมสบายดี”

“เราไม่เห็นว่าจะสบายดีอย่างที่พูดเลยนะ เราได้ยินจากเจ้าชายอาร์โนลล์แล้วเราขอโทษนะที่พูดเรื่องท้องออกไป”  

“กระหม่อมลืมมันไปหมดแล้ว”

“บอกเราได้ไหมว่าทำไมเจ้าถึงไม่อยากมีลูกมีครอบครัว เราเป็นห่วงเจ้าก็รู้ว่าเรารู้สึกยังไงกับเจ้า”

“เรื่องส่วนตัวพะยะค่ะ เจ้าชายอย่าได้เข้ามายุ่งเลยดีกว่า”

“ทำไมเจ้าเอาแต่ปิดกั้นตัวเอง ไม่เปิดใจให้เราสักทีเราอยากเป็นส่วนหนึ่งในใจเจ้านะคาเรน ทำไมเจ้าอยากให้เราพูดห่างเหินกับเจ้านัก”  ด้วยความเป็นเจ้าชายที่มีความเป็นยุโรปสูงอยู่กับสังคมเฮฮา เมื่อคาเรนบอกให้พูดสุภาพและอย่าทำตัวสนิทสนมกับเขาทำเอาเจ้าชายต้องฝืนตัวเองพูดทั้งที่ไม่อยากทำ

“มันเป็นไปไม่ได้หรอกพะยะค่ะ เราแตกต่างกันเกินไป ทั้งอายุ ฐานะ ยศฐาบรรดาศักดิ์ต่างๆ เจ้าชายเป็นเจ้าชาย กระหม่อมเป็นแค่พี่เลี้ยงของเจ้าชายอาร์โนลล์ เจ้าชายก็ควรอยู่อย่างเจ้าชายข้าไม่อยากทำสนิทสนมกับท่านปล่อยให้กระหม่อมอยู่อย่างนี้ดีแล้ว”

“ทำไมเจ้าเอาแต่คิดเยี่ยงนั้น เราก็ไม่เห็นว่ามันจะมีแัญหาอะไร”

“มีแน่พะยะค่ะ บ้านเมืองของกระหม่อมยศฐาบรรดาศักดิ์เป็นเรื่องที่สำคัญมิอาจจะทำตัวสนิทสนมกับผู้เป็นใหญ่ได้”

“เราไม่สนหรอกนะว่าบ้านเมืองเจ้าจะถือกันอย่างไร แต่ตอนนี้เจ้าอยู่ที่นี่อาณาจักรของครอบครัวเราเจ้าก็ต้องทำตามธรรมเนียมของบ้านเราสิ”  มันเกี่ยวกับธรรมเนียมตรงไหน-_- คาเรนคิด

“กระหม่อมจะคิดเสียว่าไม่ได้ยินแล้วกันนะพะยะค่ะ กระหม่อมขอตัวไปเตรียมโอสถและอาหารให้เจ้าชายก่อน” คารเรนพยายามเปลี่ยนเรื่องและหลีกเลี่ยงคนตรงหน้ายิ่งคุยกันอาจจะยิ่งไปกันใหญ่สู้หลีกเลี่ยงการพูดคุยจะดีกว่า

“จะออกไปซื้อของเหรอ?”

“พะยะค่ะ”

“เราไปด้วยสิ เราไม่ได้ไปห้างนานแล้ว”  เมื่อเป็นความต้องการของเจ้าชายคาเรนคงไปขัดไม่ได้เมื่อผู้ที่มีฐานะเป็นใหญ่กว่าได้เอ่ยออกมา

“ตามใจพะยะค่ะ แต่ขออย่างเดียวอย่ามารบกวนกระหม่อมเวลาซื้อของ”  คาเรนขยับเเว่นขึ้นเล็กน้อย

“ได้เลยๆ”  เมื่อเจ้าชายจะออกจากพระตำหนักคาเรนเลยบอกให้ทหารเตรียมรถเพื่อให้เจ้าชายไม่นานขบวนรถก็มา ขบวนรถหรูประกบหน้าหลังและมีมอเตอร์ไซต์ขนาบด้านข้างอีกสองด้านเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเห็นคุ้นตาของทั้งคู่ นี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ

“พวกเจ้าตามเรามาแค่สองคนและอยู่ห่างๆถ้าไม่มีอะไรร้ายเเรงอย่าเข้ามา เราอยากมีเวลาส่วนตัวกับคาเรนบ้าง”  

“หมายความว่ายังไงกันพะยะค่ะ”

“ก็หมายความว่าเราจะไปกับเจ้าไง^^”  ทำอะไรตามใจชอบ เอาแต่ใจ ดื้อรั้น เป็นนิสัยส่วนตัวของเจ้าชายจริงๆแม้แต่คาเรนยังทำอะไรไม่ได้เพราะที่นี่ไม่ใช่ประเทศของตนเองปล่อยให้คนตรงหน้าทำตามใจ เขาเดินไปหยิบรถเข็นเพื่อที่จะซื้อของได้สะดวกๆ

“เจ้าจะซื้ออะไรบ้าง”

“กระหม่อมจะทำอาหารสำหรับคนท้องและจะเเวะไปโอสถที่ร้านขายยา”

“ทำเพื่อเราด้วยได้ไหม?”

“เจ้าชายอยากจะเสวยอะไรหรือ”

“เราอยากทานทุกอย่างที่เป็นฝีมือเจ้า เจ้าทำอาหารอร่อย^^”  ยอมใจกับพูดตอดเล็กตอดน้อยของเจ้าชายเฟรดริค มีหรือที่คารเรยจะไม่รู้ว่าร่างหนากำลังจีบเขาเขาอาบน้ำร้อนมาก่อนคำพูดพวกนี้คาเรนไม่คิดจะสนใจเลยด้วยซ้ำ เขาเดินไปที่แผนกของและของสดเพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบที่ดีที่สุด

“ยาเบื่อไหมพะยะค่ะ”

“เจ้าจะฆ่าเราเหรอ ถ้าเราตายไม่นานเดี๋ยวเจ้าก็ตายตามเราไป เราสองคนก็ได้อยู่ด้วยกันแบบนั้นก็ดีนะ”  

“กระหม่อมไม่ไปหาท่าหรอก” 

“งั้นเราจะไปหาเจ้าเอง อิอิ”  ทั้งคู่โต้เถียงกันไปกันมาโดยไม่สนว่ารอบข้างนั้นต่างมอง ชาวเมืองไม่ค่อยได้เห็นเจ้าชายเฟรดริคยิ้มแย้มเยี่ยงนี้มาเป็นเวลานานท่านไม่เคยออกจากวังและไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าชายจะมาเดินซื้อของในที่แห่งนี้ผู้คนตางหลงไหลพระพักต์ของเจ้าชายกันท้วนหน้าและจ้องมองดูผู้ที่มากับเจ้าชาย ชายหนุ่มที่มากับเจ้าชายคือใครหน้าละอ่อนพอๆกับเจ้าชายท่าทางดูเคร่งขรึม

“เจ้าชายเฟรดริค”  เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังฝูงชน ชายหนุ่มร่างสูงพอดับเจ้าชายเดินเบียดฝูงชนออกมาอยู่กลางวงสนทนาของทั้งคู่

“เลฟ”

“ถวายบังคมพะยะค่ะ ไม่คิดว่าจะพบเจ้าชายในที่แห่งนี้ได้นะพะยะค่ะ”  บุคคลที่มาใหม่พูดกับเจ้าชายอย่างสนิทสนม

“เจ้าเห็นเราเป็นคนอย่างไรกัน เรามาที่นี่แล้วมันแปลกตรงไหน”  มันเเปลกมากเลยล่ะ

“แปลกสิพะยะค่ะ ปกติกระหม่อมจะเจอเจ้าชายในที่อโคจรเสียมากกว่าห้างที่มีแต่สินค้าเครื่องใช่แบบนี้”  

“เราเปลี่ยนไปแล้ว เราไม่ไปตั้งนานแล้วเหอะ”  เจ้าชายเฟรดริคพยายามเถียงข้างๆคูๆ

“แล้วหนุ่มน้อยคนนี้คือใครเหรอพะยะค่ะ กระหม่อมไม่เคยเห็นหน้า”  หนุ่มน้อยงั้นเหรอ คาเรนตกใจปกติแล้วผู้คนจะเรียกเขาว่าชายหนุ่มเพราะหน้าตาที่ดูอ่อนกว่าวัยจนเกินไปแต่ไม่คิดว่าจะถูกเรียกว่าหนุ่มน้อยเลย

“ฮ่าๆๆ เราขอแนะนำนะคาเรนชายคนนี้เผ็นสหายของเรากับลูเธอร์ชื่อเลฟเขาเป็นสามัญชนธรรมดา”

“สวัสดีครับ”  เมื่อรู้ว่าเป็นบุคคลธรรมดาคาเรนเลยใช้คำพูดธรรมดาทักทาย

“สะ สวัสดีครับ”  หนุ่มสามัญชนทักทายด้วยความงุนงง

“เลฟ ชายนามว่าคาเรนเป็นพี่เลี้ยงของชายาลูเธอร์ อีกอย่างนะ....เขาไม่ใช่หนุ่มน้อยอยากที่เจ้าคิดหรอก โอ้ย!!”  ประโยคหลังเจ้าชายแอบกระซิบให้หนุ่มสามัญชนฟัง แต่ไม่รอดจากหูของคาเรนไปได้เขาเลยหยิกสีข้างจนเจ้าชายต้องร้องออกมา

“เอ๋? ถ้าไม่ใช่หนุ่มน้อยแล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ หน้าตาดูละอ่อนกว่าท่านอีกนะพะยะค่ะ”  หนุ่มสามัญชนกล่าว

“กระผมอายุมากกว่าที่คุณคิด”

“ช่ายเทียบกับรุ่นพ่อได้เลย โอ้ยๆๆ คาเรนเราเจ็บปล่อยเถอะเราขอโทษ”  เส้นความอดทนของคาเรนขาดสะบั้นเขาหยิกเนื้อของร่างหนาเต็มแรงไม่สนว่าจะเป็นการดูหมิ่นหรือตกเป็นเป้าหมายหรือไม่ 

“วันหลังพูดให้ดีๆนะพะยะค่ะ”

“ฮ่าๆ มีคนกล้าทำร้ายเจ้าชายด้วยแหะแล้วทหารไม่มาคุ้มกันเจ้าชายเหรอพะยะค่ะ”

“เราบอกให้อยู่ห่างๆเราเองแหละเนื้อจะหลุดติดมือเจ้าไปแล้วใช่ไหมคาเรน”  เจ้าชายลูบสีข้างตนเองเบาๆ

“อย่าเวอร์ไปหน่อยเลยพะยะค่ะ”

“แล้วมาซื้ออะไรกันเหรอครับคุณคาเรน ถึงได้พาเจ้าชายมาที่นี่ได้”

“กระผมมาซื้อยาและอาหารสดเพื่อไปประกอบอาหารให้เจ้าชายอาร์โนลล์ทาน”  ทุกคนในอาณาจักรนี้รู้เรื่องที่เจ้าชายอาร์โนลล์ที่กำลังทรงพระครรภ์ถือเป็นเรื่องที่น่าภาคดีใจ ทุกคนในอาณาจักรก็รู้สึกตื้นตันรอวันที่จะได้เจอเจ้าชายหรือเจ้าหญิงตัวน้อยๆ

“อ่อ ผมได้ยินจากเจ้าชายลูเธอร์แล้ว ท่านดูดีใจมากเลยนะครับโทรมาเล่าให้ผมฟังไม่หยุดเลยและขอคำปรึกษาจากผมหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลลูกในครรภ์พระมารดา นู่นี่เต็มไปหมดเลย”  หนุ่มสามัญชนกล่าว

“คุณรู้เรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?”  

“พอจะรู้นิดหน่อยครับ แม่ของผมท่านก็ตั้งท้องได้มีโอกาสดูแลท่านเลยพอจะรู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้างในช่วงเวลาที่คนกำลังตั้งท้อง” 

“ถ้าอย่างนั้นกระผมขอถามคุณด้วยได้หรือเปล่า”

“ได้สิครับ แต่ว่าตอนนี้คงไม่เหมาะผมต้องไปทำงานแล้ว”

“กระผมขอเบอร์คุณเผื่อติดต่อได้ไหม”

“เฮ้ๆ จะคุยกันแค่สองคนเหรอ ข้าอยู่นี่ทั้งคนนะ”  เจ้าชายเฟรดริคพูดขัดขึ้นมาทั้งคู่กำลังจะแลกเบอร์กัน สีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“ลืมไปเลยพะยะค่ะ / ยังไม่ไปที่อื่นอีกเหรอพะยะค่ะ” ทั้งคู่เอ่ยพร้อมกัน

“อยู่สิ เจ้ากลับไปได้แล้วเลฟมีงานไม่ใช่เหรอรีบไปสิ”

“พะยะค่ะ เอ่อ นี่เป็นเบอร์ติดต่อของผมนะครับโทรมาได้ทุกเมื่อเลย”

“ขอบคุณครับ”  คาเรนยื่นมือไปรับนามบัตรที่หนุ่มสามัญชนยื่นให้แต่ถูกเจ้าชายหยิบไปก่อนและเอาใส่กระเป๋าของตนเอง

“เราจะเก็บไว้ให้เอง เลฟเจ้าไปได้แล้ว” เมื่อเห็นสีหน้าไม่พอใจหนุ่มสามัญกล่าวทูลลาเจ้าชายและเดินกลับไป

“มันเสียมารยาทนะพะยะค่ะเจ้าชาย เขาเอาให้กระหม่อมเจ้าชายมาแย่งไปแบบนี้มันไม่ดีเอาของกระหม่อมคืนมา”

“เราไม่ใช่และห้ามติดต่อไปหาด้วยเราไม่อนุญาต ถ้าเจ้าอยากเรียนรู้เราจะจัดผู้รู้มาให้”

“เอาแต่ใจจริงเลยนะพะยะค่ะ”  คาเรนขยับเเว่นขึ้น

“ก็เราหึงจะทำไม” คำว่าหึงออกจากปากเจ้าชายอย่างเต็มปากเต็มคำคาเรนต้องรู้สึกตกใจ

“เจ้าชาย! คนอื่นก็อยู่เยอะแยะอย่าพูดพล่อยๆสิพะยะค่ะ”

“เราไม่ได้พูดพล่อยๆ เราหึงจริง เจ้าก็รู้นี่ว่าเราคิดยังไงกับเจ้าจะซื้อของใช่ไหมไปซื้อกันได้แล้ว”  เจ้าชายเฟรดริคจูงมือคาเรนแล้วเดินไปทั่วแผนกไม่สนใจสายตาของประชาชนที่ยืนมองพระองค์จับมือกับชายหนุ่มนิรนามที่พวกเขาไม่รู้จักทำใให้คาเรนรู้สึกเขินขึ้นมา ไม่ใช่แค่เขินเพียงเพราะว่าทุกคนมองเขาจับมือกันแต่เขินเท่านั้นแต่เขินกับคำพูดของเจ้าชายเฟรดริคที่บอกว่า'หึง'ด้วยสีหน้าที่จริงจัง ทำให้รู้ว่าเจ้าชายนั้นไม่ได้ล้อเล่นจริงๆ ทำให้หัวใจคาเรนเต้นรัวไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

**********************************************************************************************

ฮู้วววว นึกว่าจะแต่งไม่เสร็จซะแล้วตอนหน้าก็ยังอยู่กับคาเรนและเจ้าชายเฟรดริคอยู่นะคะเจอกันตอนหน้า

**อย่าลืมไปกดไลค์เพจของไรท์ด้วยนะคะ (อยู่ที่หน้าหลัก) เข้าไปติดตามข่าวสารการอัพเดทกันได้

ความคิดเห็น