facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บท 37 : คลุมเครือ

ชื่อตอน : บท 37 : คลุมเครือ

คำค้น : ปั้นหมึกcontest โรแมนติค รัก เจ้าแผนการ แอบรัก NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 699

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2564 23:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 37 : คลุมเครือ
แบบอักษร

บท 37  

ฟ้าหลังฝนย่อมสว่างสดใสเสมอ อุณหภูมิกำลังเย็นสบายเหมาะแก่การนอนหลับอยู่บนเตียงนุ่มแสนอุ่น มีเพียงเสียงนกตัวน้อยสื่อสารกันแต่เช้า ปราศจากเสียงรบกวนจากผู้คนหรือยานยนต์

หากยังไม่ถึงเวลาที่ตั้งนาฬิกาปลุก หญิงสาวก็อยากจะหลับต่อทว่าเพียงแค่คิดว่าถึงเวลาตื่นหรือยัง นาฬิกาก็ร้องแผดเสียง เป็นแบบนี้ทุกที ตื่นก่อนนาฬิกาปลุก มือเล็กโผล่ออกจากผ้าห่มเอื้อมไปเลื่อนหน้าจอให้เสียงหยุดเงียบ ก่อนมุดหัวลงใต้ผ้าขอต่อเวลาอีกห้านาที

“ไม่ตื่นตอนนี้จะไปสายนะครับ”

คนตัวเล็กเบิกตากว้างฉับพลันที่ได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคยจากข้างหลัง และแน่นอนว่าประสาทรับรู้เธอตื่นเต็มตัว พอที่จะทราบว่าร่างกายสูงใหญ่เปลือยเปล่ากำลังแนบชิดสนิทกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอเช่นกัน

ความทรงจำอันวาบหวามไหลบ่า มนวดีกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งโดยไม่ลืมที่จะคว้าผ้าห่มปกปิดกาย จนคนตัวโตไม่เหลืออะไรปกปิด

“ทำไมถึงอยู่ที่นี่ได้คะ”

เจ้าของร่างสูงที่ขาดร่างนุ่มนิ่มให้นอนกอดกะทันหัน ใช้สายตาไล่แผ่นหลังของเธอตั้งแต่ลงมาเรื่อยจนกระทั่งล่างสุด เขาใช้แขนยันศอกนอนตะแคงตอบคำถามเธออย่างไม่รีบร้อนและไม่คิดจะหาอะไรปกปิดร่างกาย

“มิ้มจำไม่ได้เหรอว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”

มนวดีจำได้ แต่เธอแค่คิดว่าเขาเสร็จธุระจากตัวเธอแล้วเขาจะกลับห้อง

“เปล่าคะ มิ้มไม่คิดว่าพี่อิฐจะนอนที่นี่”

อชิระยิ้มปากก่อนลุกขึ้นมานั่งกอดเอวบางจากด้านหลัง ผิวสัมผัสร่างฉ่ากระทบแผ่นหลังเปลือยเปล่าทำให้ร่างบางเกร็งต้านอีกครั้ง

“แล้วพี่จะนอนกับมิ้มไม่ได้หรือครับ”

“ปะ ปล่อยเถอะคะ”

ขนอ่อนลุกชันยามเขาพูดผ่านใบหูของเธอ พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่เขาได้ยินเธอสารภาพรัก ใบหน้าหวานก็ร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย ไหนจะคำตอบอันแสนคลุมครือของเขา ที่บอกว่าคิดเหมือนกัน ใจหนึ่งก็อยากรู้ใจหนึ่งก็กลัวคำตอบจนไม่กล้าถาม จึงได้แต่แก้เก้อด้วยการหาวิธีหนีออกจากอ้อมกอดนี้

“มิ้มยังไม่ตอบพี่เลย”

“ไม่ดีกว่าค่ะ ห้องมิ้มเล็ก”

“ถึงเตียงจะเล็กแต่ก็อบอุ่นดีนะ ไม่เป็นไรถ้ามิ้มไม่ชอบไปนอนห้องพี่ก็ได้”

อชิระเคยมีตัวเลือกให้เธอเสียที่ไหน หญิงหลับตากลั้นใจดึงมือหนาที่กอดรอบเอวเธออยู่ให้หลุดออก

“มิ้มจะไปอาบน้ำค่ะ พี่อิฐกลับห้องตัวเองไปได้เลยนะคะ”

พูดจบก็ลุกพร้อมผ้าห่มพันตัวเป็นหนอนปล้องเข้าห้องน้ำ โดยไม่สนใจหันกลับมามองร่างสูงใหญ่ของคนที่อยู่บนเตียงสักนิด ‘เย็นชาจริงนะ แม่คุณ’ 

ชายหนุ่มเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาลุกขึ้นเต็มความสูงใส่เสื้อผ้าเมื่อวานให้เรียบร้อย แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามมนวดีบอก

พอกลับออกมายังเห็นว่าอชิระยังอยู่ อดแปลกใจไม่ได้

“พี่รอไปส่ง”

ชายหนุ่มไม่ได้สนใจ เขานั่งไถมือถือดูข่าวฆ่าเวลารอเธอพร้อม หญิงสาวที่เป็นห่วงว่าเขาจะเข้าทำงานสายจึงรีบทำธุระของตนให้ไวที่สุด และเมื่อก้าวเท้าออกจากห้อง ความสดใสของอากาศวันนี้ดูท่าจะเริ่มหมองหม่นเสียแล้วเมื่อมีกระดาษโน้ตแผ่นใหญ่แปะอยู่ที่บานประตู ลายมือผู้เขียนค่อนข้างเรียกว่าไก่เขี่ยแต่ยังพออ่านได้

‘ขอความกรุณามีอะไรกันเสียงเบาๆหน่อย เพื่อไม่เป็นการรบกวนผู้อื่น’  

เลือดฝาดขึ้นแก้มสองข้าง เธอเผลอขย้ำกระดาษร้องกรี๊ดในใจด้วยความอับอาย ทว่าคนตัวโตที่เป็นต้นเหตุดูไม่ยี่หระเท่าไหร่

“เรื่องแบบนี้ใครเขาเบาได้ล่ะ ไร้สาระ”

คนตัวเล็กหันค้อนขวับ ใช่สิ เขาไม่ได้เป็นคนอาศัยอยู่แบบเธอนี่

จนกระทั่งเดินลงมาถึงชั้นล่าง ก็พบกับคุณป้าผู้ดูแลหอ หญิงสาวสูงวัยกวักมือเรียกให้มนวดีเข้าไปหา ราวกับมีเรื่องบางอย่างที่ค่อนข้างลับจะพูดกับเธอ แน่นอนว่าคนร่างสูงเดินตามไปด้วย

“หนูอยู่ห้อง 309 ใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ”

“เอ่อ คือป้าไม่ได้จะว่าอะไรนะ ป้าเข้าใจว่าหนูยังสาวและแฟนก็ยังหนุ่มยังแน่น เรื่องอย่างว่าก็ต้องมีบ้างเป็นธรรมดา”

คนตัวเล็กมีสีหน้ากังวลทุกขณะ หัวใจเต้นรัวกับคำกล่าวต่อมา

“แต่ว่านะ ช่วย…” คุณป้าตบมือสองที “เบาๆหน่อยละกัน คนข้างๆห้องจะได้ไม่แตกตื่น”

“คะ คือขอโทษค่ะ”

มนวดีหน้าชา จิตหลุดไปในห้วงความคิด ‘แง ให้ตายเถอะ ใครก็ได้พาเราออกไปจากตรงนี้ที’

อชิระหลุดขำออกมาจนต้องเอามือทำเป็นกระแอม

“ทำไมหนูไม่ย้ายไปอยู่กับแฟนละ แบบนั้นจะทำแรง ทำดัง ทำ…”

“พอเถอะค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะ ขอโทษค่ะ จะไม่ทำอีกแล้วค่ะ”

หญิงสาวทนฟังคำแสลงหูไม่ได้จึงรีบแทรกบท กล่าวขอโทษออกไปด้วยความรู้สึกผิด และอับอาย จนป้าที่ดูแลหอต้องปลอบใจ

“ป้าเข้าใจ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาเนอะพ่อหนุ่ม”

“ครับ”

“ขอตัวก่อนนะคะ”

เป็นครั้งแรกที่มนวดี จูงคนตัวสูงให้ออกมาจากบทสนทนานั้น เธอไม่อยากให้อชิระต่อความยาวสาวความยืดอะไรทั้งสิ้น พอขึ้นอยู่บนรถเธอจึงตัดสินใจพูดออกมา

“น่าอายที่สุด”

อชิระหันมามองคนที่เอาแต่จับแก้มตัวเองด้วยความเขินอาย

“ไม่ต้องอายหรอกน่า มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว”

หญิงสาวพยักหน้าตามเป็นครั้งแรกทีอชิระเห็นดีเห็นงาม

“เพราะยังไงมิ้มก็ต้องย้ายไปอยู่กับพี่ แต่ไม่ต้องห่วงนะ ห้องพี่เก็บเสียง”

หญิงสาวได้แต่อึ้งจนพูดไม่ออก ทว่าสีหน้านั้น คนมองกลับคิดว่าน่ารักสุดๆ

“มิ้มจะผิดสัญญาเรื่องรับผิดชอบพี่เหรอ คิดให้ดีดีนะ จะย้ายไปวันนี้หรือรออีกสามวัน ให้ข้างห้องเขาพูดถึงเรื่องเสียงเมื่อคืน ก็ตามใจนะ พี่พร้อมเสมอ”

มนวดีทำท่าครุ่นคิด เป็นความผิดเธอแท้ๆที่หลวมตัวหลวมใจมีอะไรกับเขาอีกจนได้ ทั้งรู้สึกผิดกับคนข้างห้องที่คงไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพราะเสียงน่าอายจากห้องของเธอ ทั้งเขินถ้าต้องเจอป้าดูแลหอ คนข้างๆห้องที่อาจจะรู้ว่าเธอเป็นตัวต้นเหตุเสียงรัญจวน แค่คิดก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

และที่สำคัญคำขู่เรื่องรับผิดชอบอชิระอะไรนั่นอีก ถ้าเธอไม่ทำตามเขาอาจจะไปฟ้องธเนศ ทีนี้แหละ เรื่องใหญ่แน่

“ค่ะ ย้ายวันนี้ก็ได้ค่ะ”

‘สำเร็จ’ ชายหนุ่มแอบทำท่ากำชัยชนะไม่ให้มนวดีเห็น ไม่เสียแรงที่เมื่อคืนก่อนจะนอนลงทุนเขียนโน้ตด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด และแอบมาตกลงกับคุณป้าเจ้าของหอในตอนเช้าตรู่ ก่อนกลับขึ้นไปจัดฉากนอนเปลือยแบบเดิม

บางทีก็คิดว่าตัวเองร้ายไม่ใช่ย่อย แต่ที่ทำไปเพราะตกหลุมรักคนข้างๆเข้าให้จนหาทางปีนขึ้นไม่ได้แล้ว

“ตกลงครับ ตอนเย็นพี่ไปรับเหมือนเดิม”

 

หญิงสาวจิตใจดีเธอมีเรื่องให้คิดแทบตลอดเวลา ปัญหาเรื่องอื่นยังไม่ทันเคลียร์ ก็มีปัญหาหัวใจเข้ามาเพิ่ม ถูกบอกรักและขอโอกาสจากรุ่นน้องที่สนิทไม่พอ ยังมีปัญหาสถานะที่คลุมเครือระหว่างเธอกับอดีตคู่หมั้นอีก

“ของเล่นใหม่!”

คำกล่าวขึ้นมาลอยๆทำให้มนวดีต้องหันตามเสียง พนักผู้หญิงผมสั้นเป็นคนเอ่ยขึ้น ดูเหมือนกับว่าเธอกำลังคุยกับเพื่อนผมยาวอีกคน

“แรกๆลูกพี่ก็เห่อของเล่นใหม่ อ้อนเราทำดีด้วยให้ซื้อให้ พอเล่นสนุกแล้ว ตอนนี้ก็เบื่อ ทิ้งให้แอ่งแม้งอยู่ในกล่อง พี่ละเสียดายซื้อมาตั้งแพง”

บทสนทนาของคุณแม่กำลังแชร์ประสบการณ์เรื่องของเล่นของลูกตัวเอง ทว่าคนฟังอย่างมนวดีกลับนึกสังเวชใจกับชีวิตตัวเอง ที่ว่าคลุมเครือ ความจริงแล้วเธออาจกำลังเป็นของเล่นอยู่ก็ได้ รอวันเขาเบื่อตอนนั้นเธออาจจะไม่ต่างจากของเล่นของลูกพี่คนนั้น

มนวดีมีทางเลือกอยู่สองทาง จะปกป้องความรู้สึกตัวเองหรือจะปล่อยให้เขาเล่นจนหนำใจแล้วค่อยหาทางรักษาดี

 

“เป็นอะไรไป วันนี้ที่ทำงานเกิดเรื่องไม่ดีเหรอครับ”

อชิระถามขึ้นหลังจากลอบสังเกตดวงหน้าหวานที่มีสีหน้าเศร้าสร้อย เธอไม่ตอบแต่ส่ายหน้าปฏิเสธแทน

“ไม่สบายหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ”

สองมือเก็บของลงกระเป๋าใบใหญ่ พอเจอหน้าชายหนุ่มก็ไม่กล้าถามเรื่อง ‘ของเล่น’ 

สมแล้วที่ทั้งบิดาและพี่สาวมองว่ายังเป็นเด็ก เธอเป็นคนขาดความมั่นใจ ขี้กลัว แค่ปกป้องความรู้สึกตัวเองยังไม่กล้า สุดท้ายเธออาจจะต้องมารักษาตัวเองเหมือนทุกที หรือที่เต็มใจจะเจ็บเพราะตอนที่เขาเล่นเธอเองก็มีความสุข

‘ตัดสินใจยากจัง’ 

ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง คงต้องปล่อยให้เป็นตามยถากรรม

สองมือเก็บของไปเรื่อยด้วยใจที่เหม่อลอย แล้วสิ่งตรงหน้าทำให้สติของเธอค่อยกลับเข้าร่าง สีหน้าแววตาเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว เธอหยิบสิ่งที่ดูเหมือนกล้องวงจรขึ้นมาด้วยมือที่สั่น

 ความรู้สึกเหมือนตอนสอบตกครั้งแรก หญิงสาวกำลังหวาดกลัว มีคนแอบมาตั้งกล้องในห้องของเธอ เพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่แอบถ่าย แต่เธอไม่เคยแต่งตัวไม่เรียบร้อยเดินในห้อง อาจจะพอวางใจได้ ทว่ากิจกรรมเมื่อคืนของเธอกับอชิระ หญิงสาวไม่อยากจะคิดภาพ

น้ำตาเริ่มไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นความหวาดกลัวสูงสุดของผู้หญิง ถ้าภาพของเธอถูกเผยแพร่ เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปบนสังคมได้อย่างไร

มนวดีหันตัวกลับมาหาอชิระในมือถือเจ้าตัวปัญหาร้องไห้อย่างต้องการที่พึ่งพา

อชิระตกใจที่เห็นเธอร้องไห้ แต่พอมองในมือของเธอ ในใจเขาต้องอุทานออกมาว่า ‘ชิบหายแล้ว’ 

 “มิ้มใจเย็นก่อนนะ”

ร่างสูงโผเข้ากอดคนตัวเล็กปล่อยให้เธอพรั่งพรูความกลัวออกมา เธอร้องไห้สะอื้นปานจะขาดใจ คนร้ายตัวจริงจึงทนไม่ไหว

“มิ้มฟังพี่นะ พี่ขอโทษ กล้องเป็นของพี่เอง”


พี่อิฐเตรียมสู่ขิตได้เลย หลายคดีแล้วนะเรา ฝากกดไลค์ ติดตาม คอมเม้น เพื่อเป็นกำลังใจ ให้ด้วยนะคะ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว