ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
BAD DEPTH 1 คามิล

1

คามิล

คำเตือน!

เนื้อหามีฉากใช้ความรุนแรง,การทำร้ายร่างกายโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ

 

ตึก

ตึก

เสียงสองเท้าหนักของชายวัยยี่สิบสี่เจ้าของความสูงร้อยเก้าสิบเซนติเมตรใส่สูทท่าทีสุขุมสาวเท้าเดินถือแท่งเหล็กแกร่งตรงเข้าไปยังชายวัยกลางคนที่นั่งตัวสั่นอยู่ภายในห้องมืดเก็บเสียง

"ฮ ฮึก อยะ อย่าทำอะไรผมเลย" ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นไหว้ยังคนที่เข้ามาใหม่โดยที่ไม่สามารถที่จะเห็นหน้าอีกคนได้ชัดเนื่องจากหยดเลือดนั้นได้บดบังสายตาของเขาไปจนหมดทำให้ไม่สามารถที่จะโฟกัสคนตรงหน้าได้ คนตัวสูงที่ค่อยๆเดินเข้าไปก็ชะงักนิ่งหยุดเดินก้มลงมองไปยังคนที่ยกมือขึ้นไหว้เขาไม่หยุดนิ่งแววตาไร้ความรู้สึก ซึ่งในขณะนั้นเองชายวัยกลางคนก็เงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนอยู่ทันทีก่อนที่จะเบิกตากว้างขึ้นมาสุดขีด

"ค คุณคามิล..."

ผลั๊วะ!

ไม่รอช้าคนตรงหน้าได้เอ่ยปากพูดอะไร แท่งเหล็กในมือแกร่งก็จัดการฟาดลงไปยังใบหน้าของชายวัยกลางคนทันทีสุดแรงจนใบหน้านั้นนองเลือดฟุบสลบไปยังบนพื้นห้องที่เต็มไปด้วยความมืด

"..." ดวงตาคมของร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อเย็นชาเลื่อนสายตาก้มลงมองยังสภาพของคนที่นอนอยู่ด้วยแววตาไร้ความรู้สึกก่อนจะค่อยๆหันกลับมายังลูกน้องคนสนิทโดยที่ยังคงมีหยดเลือดไหลติดอยู่ตามแท่งเหล็กในมือ

"จัดการที่เหลือ" เสียงทุ้มนิ่งเอ่ยบอก

"ครับ" ลูกน้องคนสนิทพยักหน้ารับรู้ในคำสั่งก่อนที่ดวงตาคมนัยน์ตาสีเทาตามฉบับลูกครึ่งไทย-เยอรมันจะผละสายตาออกจากใบหน้าของคนตรงหน้าพร้อมกับปล่อยแท่งเหล็กในมือที่เต็มไปด้วยเลือดสีเข้มโยนลงบนพื้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

เคร้ง!

เสียงแท่งเหล็กกระทบลงบนพื้นอย่างจังสร้างเสียงดังออกมา ทว่าเจ้าของใบหน้าหล่อเย็นชาก็ไม่คิดสนใจค่อยๆสาวเท้าเดินออกจากบริเวณห้องมืดด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกแววตาเต็มไปด้วยความเรียบนิ่งยากจะคาดเดาในความคิดและความรู้สึกของร่างสูง ซึ่งขณะที่สองเท้าหนักกำลังเดินอยู่นั้น

ครืดดดด ~

เสียงโทรศัพท์ของคามิลก็ดังขึ้นทำให้มือหนาเลื่อนลงไปหยิบโทรศัพท์ราคาแพงขึ้นมามอง

มาร์

ติ้ด

"อืม"

(คามิล อยู่ไหน...)

(...วันนี้ขึ้นวอร์ดแผนกจิตเวชนะ อย่าลืม)

"รู้แล้ว"

(โอเค งั้นมาร์ไม่กวนแล้ว ถ้าพักเบรกแล้วเดี๋ยวมาร์โทรหานะ)

"อือ" สิ้นเสียงทุ้มนิ่งตอบกลับ ปลายสายก็ไม่เซ้าซี้ถามอะไรอีกคนต่อเลือกที่จะกดตัดสายไปตามปกติ เช่นเดียวกับคนตัวสูงที่จัดการกดปิดโทรศัพท์หรูเดินตรงออกไปยังด้านนอกด้วยสีหน้าเยือกเย็นไม่แสดงความรู้สึก

 

 

อีกด้าน

"ปะป๊า..." เสียงหวานของร่างบางเอ่ยอ้อนคนเป็นพ่อขึ้นดังไปทั่วห้องโต๊ะอาหารที่นั่งกินข้าวกันอยู่

"ไม่ก็คือไม่ ไลลา" ธามตอบกลับลูกสาวตัวเล็กของตัวเองเสียงนิ่งเมื่ออีกคนพยายามที่จะอ้อนขอย้ายออกไปอยู่คอนโดตามลำพัง

"ปะป๊าใจร้าย..." เจ้าของใบหน้าใสดวงตากลมโตราวกับบาร์บี้เอ่ยพร้อมกับรีบหันไปขอความช่วยเหลือจากวาวาคนเป็นแม่

"...หม่ามิ๊~"

"หม่ามิ๊ก็ไม่ช่วยเรื่องนี้ไม่ได้ ปะป๊าไม่เห็นด้วย" ชายวัยกลางคนมองหน้าบอกลูกสาวเสียงเข้ม ปกติแล้วธามจะเป็นคนตามใจไลลามากกว่าใคร เพราะเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา เนื่องจากเขามีลูกทั้งหมดสามคนซึ่งก็คือแทนไทเป็นลูกชายคนโต แล้วก็ไลลาลูกสาวที่นั่งอ้อนงอแงใส่เขาอยู่ แล้วคนสุดท้ายก็คือไทก้าลูกชายคนเล็กที่นั่งกินข้าวในจานตัวเองอยู่เงียบๆ

"พี่ธาม..." เสียงหวานใสของวาวาทำท่าจะเอ่ยช่วยลูกสาวพูด ทว่าก็ต้องชะงักนิ่งไปเมื่อเจอแววตาคมกริบของคนรัก

"ไม่ก็คือไม่ เรื่องนี้พี่ไม่เห็นด้วย"

"ตะ แต่..."

"วาวา ไม่ก็คือไม่" เจ้าของใบหน้าหล่อของชายวัยกลางคนมองหน้าบอกแม่ของลูกเสียงเข้มทำเอาวาวานั่งเงียบไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาอีกอย่างรู้ดีในความหวงลูกสาวของอีกคน

"เฮ้อ" หญิงวัยกลางคนได้แต่ถอนหายใจมองหน้าคนเป็นลูกช่วยอะไรไม่ได้ เพราะรู้จักในนิสัยของพ่อของลูกดี ธามเวลาใจดีก็คือใจดี แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ดุขึ้นมา...วาวาเองก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เช่นกัน

"ไลลาไม่รักปะป๊าแล้ว ปะป๊าใจร้ายไม่เข้าใจไลลา" พูดจบ ร่างบางเจ้าของใบหน้าใสก็เบะปากงอแงเอาแต่ใจใส่ชายวัยกลางคนราวกับเด็กก่อนจะเดินปึงปังแสดงความงอแงอย่างชัดเจนสาวเท้าเดินตรงขึ้นไปยังภายในห้องนอนตัวเองทันทีโดยมีสายตาของทุกคนที่มองตามแผ่นหลังเล็กด้วยความแตกต่างความรู้สึก ไทก้ารู้สึกชินเฉยๆ ขณะที่วาวารู้สึกสงสารปนเอ็นดู เช่นเดียวกับธามที่ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมากับความงอแงของลูกสาว เขาไม่ได้อยากที่จะขัดใจคนตัวเล็ก แต่การที่จะปล่อยให้ไลลาออกไปใช้ชีวิตคนเดียว เขาอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้กับความดื้อตาใสและความใสซื่อทันคนบ้างไม่ทันคนบ้างของไลลา เขาจึงต้องพยายามใจแข็งไม่ยอมให้ลูกสาวได้ย้ายออกไปอยู่คอนโดตามที่เธอต้องการ

 

 

 

 

ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น