email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทีมงานธัญวลัยเงิบ เมื่อเด็กฝึกงานออกมาแฉหมดเปลือก!

ชื่อตอน : ทีมงานธัญวลัยเงิบ เมื่อเด็กฝึกงานออกมาแฉหมดเปลือก!

คำค้น : เบลล์ ฝึกงาน 2016 ธัญวัยเยาว์ รุ่น1

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.5k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2559 10:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทีมงานธัญวลัยเงิบ เมื่อเด็กฝึกงานออกมาแฉหมดเปลือก!
แบบอักษร

ทีมงานธัญวลัยเงิบ

เมื่อเด็กฝึกงานออกมาแฉหมดเปลือก!

(ขอให้ช่วยกันแชร์ต่อ)

#

 

นางสาวสุทธิดา บูชา (เบลล์)

 

นิสิตชั้นปีที่4 ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

 

(Part 1)

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะต้องมาเจออะไรแบบนี้

ฉันไม่อยากจะพูดหรอกนะว่าเจออะไรมาบ้าง

แต่มันถึงเวลาแล้วไง ฉันถึงอยากระบายให้เพื่อนๆ ที่คิดจะมาฝึกงานที่นี่ได้รู้

 

จะมีที่ทำงานสักกี่ที่กันที่เลี้ยงข้าวกลางวันพนักงานแถมยังมีให้ห่อกลับไปกินต่อที่บ้านด้วยนะ ในตู้เย็นก็มีทั้งนม น้ำส้ม น้ำอัดลม มามงมาม่าก็มีให้ต้มกินแทบทุกรส ไม่รู้หรือไงว่ามันทำให้น้ำหนักของเด็กฝึกงานตัวเล็กๆ อย่างฉันเพิ่มขึ้นอีกตั้งหลายโลน่ะ

 

#

จำได้ไหมว่าชอบมื้อไหน

 

มีเหรอ... มาเปิดเพลงให้ฟังเวลาทำงาน มีการมาถามด้วยนะว่าอยากฟังเพลงอะไร ให้ฟังเพลงเพราะๆ แบบนี้ทุกวัน ความเครียดมันก็หายไปหมดน่ะสิ แรงกดดันไม่ต้องมีกันเลย ฉันเลยไม่มีเรื่องดราม่าไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนฝูง พวกมันเลยชักหมั่นไส้ มาอิจฉาฉันกันอีก ช้ำใจจริงๆ 

ยิ่งพี่ๆ ทีมงานธัญวลัยนะขอบอกว่าแย่มาก คือทุกคนใจดีกันหมด ไม่ดุ ไม่ด่า ไม่ว่า ไม่นินทาให้ฉันรวดร้าวสักแอะ พนักงานในบริษัทก็เป็นมิตรกันทุกคน ไล่ตั้งแต่แม่บ้านยันผู้บริหาร ขนาดพี่ยามหน้าหมู่บ้านยังยิ้มทักทายฉันทุกวันอะ เฮ้ย! มาฝึกงานมันต้องผจญความเจ็บปวดบ้างสิ แล้วอย่างนี้ฉันจะมีภูมิคุ้มกันไปผจญกับงานในชีวิตจริงได้ยังไง

 

#

เมเนเจอร์กำลังวาดลวดลาย

 

แล้วเมเนอเจอร์ของธัญวลัยก็เป็นอะไรของเขาก็ไม่รู้นะ อารมณ์ดีได้ทั้งวัน พอเห็นลูกทีมเครียดๆ ง่วงๆ ทีไรก็ลุกขึ้นมาร้องเพลงให้ฟังซะงั้น คือเห็นห้องทำงานเงียบไม่ได้ว่างั้นเถอะ แล้วเรื่องนี้เด็ดสุด คือ วันนึงที่ฉันได้มีโอกาสเข้าประชุมกับผู้บริหารบริษัท ก็ได้เห็นการประชุมที่แปลกประหลาดที่สุดในสามโลก เพราะระหว่างประชุมคุณผู้บริหารก็ให้คุณแม่บ้านยกเบียร์มาเสริฟให้พนักงานทุกคนเฉยเลย คือเข้าใจนะว่าไม่อยากให้เครียด แต่อย่างนั้นเด็กฝึกงานอย่างฉันก็เสียโอกาสในการเรียนรู้โมเมนต์ของการเป็นพนักงานออฟฟิศแสนเซ็งหมดสิ นี่อะไรกลับมาทำให้บรรยากาศการประชุมอบอุ่นอย่างกะมาปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงอย่างนั้นแหละ ซึ่งสุดท้ายการประชุมในครั้งนี้ก็เดินหน้าไปได้อย่างสวยงาม เป็นการประชุมที่เหมือนชวนเพื่อนมาคุยงาน ได้ทั้งงานที่ดีและได้ทั้งความสนุกแบบที่ฉันไม่เคยเจอมาก่อน

 

#

มาประชุมหรือมาปาร์ตี้

 

นี่ยังแค่น้ำจิ้มนะ ฉันยังมีเรื่องมาแฉอีกเพียบ ไหนๆ ก็มาฝึกงานกับเว็บนิยายทั้งที เอาเป็นว่าฉันจะขอแฉเรื่องราวตั้งแต่วันแรก จวบกระทั่งวันสุดท้ายในสไตล์เรื่องเล่าสั้นๆ ให้เข้ากับเว็บธัญวลัยเค้าหน่อยก็แล้วกัน แต่ขอบอกก่อนนะว่าบันทึกนี้ฉันแอบเขียนตอนทำงาน ต้องคอยระวังไม่ให้พี่ๆ เห็น ตอนเขียนเลยแกล้งทำเป็นว่าเขียนบทความธรรมดา ตั้งชื่อเรื่องให้เนียนๆ เข้าหน่อยเขียนให้คล้ายกับไดอารี่ ไม่งั้นถ้าโดนจับได้ล่ะก็ฉันโดนเชือดแน่ ไหนๆ ก็จะสิ้นสุดการฝึกงานแล้ว รีบเขียนรีบมาลงแฉซะก่อนที่พวกเขาจะจับได้

เดี๋ยวมาต่อนะ พี่ข้างๆ เริ่มมองฉันแบบสงสัยแล้วอะ

โอ๊ยๆ ฉันจะโดนจับได้ก่อนเขียนเสร็จไหมเนี่ย???

 

 

(part 2)

ทางสะดวกแล้ว มาต่อกันให้จบๆ

 เรื่องมันเริ่มต้นตั้งแต่สองเดือนก่อนนู้น ฉันรนหาเรื่องเองแหละ แทนที่จะอยู่บ้านเฉยๆ หรือไปทำงานพาร์ทไทม์ กลับอยากทะลึ่งจะฝึกงานขึ้นมาซะงั้น และแล้วโชคชะตาก็เตะฉันให้หล่นตุ๊บลงมาฝึกงานที่นี่ ไม่คิดไม่ฝันจริงๆ ฉันตั้งชื่อเรื่องเรียบร้อยแล้ว ทีนี้พี่เค้าคงไม่สงสัยหรอกว่าฉันเขียนอะไรอยู่

 

29 กรกฎาคม พ.ศ.2559

เวลา 11:11 น.

สภาพอากาศ ในออฟฟิศ = ขั้วโลกเหนือ

นอกออฟฟิศ = ทะเลทรายซาฮาร่า

ตอนเย็นฝนตกหนักไม่ลืมหูลืมตา

 

บันทึกจากใจฉันถึงเธอ

 

“อะ โอเคผ่าน น้องเริ่มมาฝึกงานวันที่ 1 นี้ได้เลย”

            ประโยคนั้นหวนเข้ามาในห้วงคำนึงของฉันอีกครั้ง จำได้ว่าตอนนั้นดีใจจนอยากจะร้องกรี๊ด แต่หลังจากนั้นคำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจให้ต้องกังวล

“ธัญวลัย เค้าทำอะไรกันหว่า?

            “ก็เว็บอ่านนิยายไง ที่ฉันเข้าไปอ่านนิยายวายบ่อยๆ อะ” ฉันพยักหน้าหงึกหงักหลังจากเพื่อนสนิทบอกเล่าข้อมูลให้ฟังคร่าวๆ

            “แต่ฉันว่านะ...” เพื่อนตัวดีเว้นจังหวะ พลางสบตาฉันจริงจัง

“ที่นี่ไม่เหมาะกับแกอย่างแรง!

 

ละอองฝนเย็นเฉียบที่กระเซ็นมากระทบผิวแก้ม ดึงฉันให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ฉันสะบัดความคิดนั้นออกไปจากหัว มองฝ่าม่านฝนหนาไปยังหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม จะเหมาะไม่เหมาะไม่รู้ล่ะ ตอนนี้ฉันก็ได้ตัดสินใจมาฝึกงานที่นี่แล้ว

07:25 น. เหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึงเวลานัดหมาย ฉันแกะห่อแซนด์วิชไส้ทูน่ามากินรองท้อง คู่กับน้ำเต้าหู้เย็นชืดที่ซื้อมาตั้งแต่หกโมงเช้า กินเสร็จก็ยืนรอให้ฝนซาอยู่หน้าร้านเซเว่น ฤกษ์ไม่ดีเลยแฮะ มาวันแรกฝนจ๋าก็มาต้อนรับทันที พอฝนเริ่มขาดเม็ด ฉันจึงตัดสินใจเดินข้ามสะพานลอยไปยังฝั่งตรงข้าม

# 

good shoes takes you to good place

รองเท้าที่ดีจะนำพาเราไปในที่ดีๆ”

  

วลีเด็ดจากซีรีย์ f4 ญี่ปุ่น ทำให้ฉันก้มมองลงรองเท้าของตัวเอง ฉันถึงกลับส่ายหน้าทันทีเมื่อเห็นสภาพเขรอะๆ จากขี้โคลนที่เกาะตามรองเท้าสานสีครีม เอ่อ...จะรอดไหมเรา?

แล้วรองเท้าเปรอะโคลนก็พาฉันเดินหลงอยู่ในหมู่บ้านอยู่ราวครึ่งชั่วโมง กว่าจะหาทางมาบริษัทถูกก็เล่นเอาเหงื่อตก ฉันแหงนมองทาวน์เฮาส์สีเทาสามชั้น สูดลมหายใจลึกๆ เรียกความมั่นใจ นับจากนี้ไปจนถึงสองเดือนฉันจะต้องเดินทางมาฝึกงานที่นี่ทุกวัน

# ปากทางเข้าออฟฟิศแสนสงบ

 

ฉันนั่งรอให้พี่จากทีมธัญวลัยมารับอยู่หน้าเคาน์เตอร์บริษัท ผ่านไปสักพักพี่ผู้หญิงร่างเล็กก็เดินลงมาหา

“น้องเบลล์ที่มาฝึกงานกับธัญวลัยใช่ไหมคะ” ฉันพยักหน้ารับ

“ปะ ขึ้นไปห้องทำงานเรากัน”

เธอพาฉันเดินลัดเลาะไปยังทาวน์เฮาส์อีกตึกที่อยู่ด้านหลัง พาเดินนำขึ้นไปยังชั้นสามของตึก ภาพแรกที่เห็นในห้องทำงานเล็กๆ ของธัญวลัยคือโต๊ะทำงานตัวใหญ่หนึ่งตัวตั้งอยู่ตรงกลาง มีอุปกรณ์การทำงานวางอยู่อย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะ พี่ผู้หญิงอีกสองคนที่นั่งทำงานอยู่หน้าโน้ตบุ๊กเงยหน้าขึ้นมายิ้มทักทาย โต๊ะประจำตำแหน่งของฉันก็คือโต๊ะตัวใหญ่นั่นแหละ นั่งล้อมกันเป็นวงกลมคล้ายกับโต๊ะงานเลี้ยงโต๊ะจีน เลยทำให้ทุกคนสามารถเห็นหน้าและพูดคุยกันได้หมด เป็นโต๊ะทำงานที่ก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นในตลอดสองเดือนที่ผ่านมา

#

โต๊ะทำงานที่เรียบร้อยแค่วันแรก

 

#

เหล่าเจ้าหญิงนางกวัก(ผู้ชาย) ของพี่ตุ๊ก

 

ผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง ประตูกระจกบานเลื่อนก็เปิดออก พร้อมกับผู้ชายใสแว่นร่างหนาสะพายเป้ใบใหญ่เดินเข้ามา เหมือนโดเรมอนเลยแฮะ ฉันคิดในใจเมื่อเห็นใบหน้าเมเนเจอร์ใหญ่ของธัญวลัย คนนี้นี่แหละที่โทรมาสัมภาษณ์งานกับฉัน ฉันคิดนะว่าถ้าโดเรมอนคือหุ่นสุดวิเศษสำหรับโนบิตะและเป็นการ์ตูนที่สร้างความหรรษาให้กับเด็กๆ ทั่วโลก ฉันว่าพี่ปอนด์เมเนอเจอร์ธัญวลัยนี่แหละเหมาะเหม็งที่สุด ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตานะ ทั้งบุคลิกนิสัยที่ชอบสร้างความครึกครื้นให้คนรอบข้างมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเสมอ เรื่องที่ฉันประทับใจที่สุดก็คือพี่ปอนด์เสียสละเก้าอี้มาให้เด็กฝึกงานอย่างฉันนั่ง ส่วนพี่เค้านั่งเก้าอี้ไม้แข็งๆ ที่ไม่มีพนักพิงแทน พี่เค้าเป็นเมเนเจอร์สุดวิเศษสำหรับฉันและทีมงานธัญวลัยจริงๆ

งานแรกที่ได้รับมอบหมายทำให้ฉันรู้ว่า ไอ้ที่เพื่อนบอกว่าไม่เหมาะอย่างแรงนั่นน่ะ มันไม่เหมาะยังไง                “น้องเบลล์อยากจะปรู๊ฟเรื่องไหนดีคะ ระหว่างนิยายโรมานซ์ลุ้นระทึก18+ กับนิยายวายแนวน่ารักมุ้งมิ้ง”

o_o “ (สีหน้าฉันในตอนนั้น)

^_^” (สีหน้าพี่เค้า)

แล้วในที่สุดฉันก็ตัดสินใจเลือกนิยายวายน่ารักมุ้งมิ้งมาปรู๊ฟ นิยายที่ฉันไม่เคยอ่านและไม่เคยคิดจะอ่านเลย สาวกสาววายอย่าเพิ่งชิงชังฉันนะคะ ไม่ใช่ว่าฉันจะต่อต้านนิยายรักแนวนี้ แต่แหม! ก็คนมันไม่เคยนี่หน่า รู้สึกเขินและจักจี้พิลึกกับภาพสวีทของหนุ่มหล่อสองคน แต่ฉันก็พยายามปรู๊ฟจนเสร็จ ผลก็คือมุ้งมิ้งจริงๆ ค่ะ แล้วฉันก็เริ่มจะไต่เลเวลอ่านนิยายโรมานซ์ฉากเอ็นซีวาบหวิวได้มากขึ้น จากเด็กที่อ่านนิยายแนวอบอุ่นกับวรรณกรรมเยาวชน ตอนนี้โลกการอ่านของฉันเปิดกว้างมากกกกก

 

#

อบอุ่น

 

ยากนะ กับการต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีห้าครึ่ง แล้วมานั่งผลาญเวลาร่วมสองชั่วโมงอยู่บนรถเมล์ในท้องถนนกรุงเทพฯ ตอนเย็นฝนตกรถติดถึงหอพักเกือบสามสี่ทุ่ม แต่ทำไมหัวใจยังบอกว่าสนุก ยังรู้สึกดีทุกวันที่เดินทางมาฝึกงานที่นี่ เสียงหัวเราะยังมีให้ได้ยินทุกวัน รอยยิ้มบนใบหน้ากลมๆ ไม่เคยถูกชะล้างไปตามสายฝน แม้ในวันที่ฉันลืมเอากระเป๋าตังมา หารถกลับบ้านไม่ได้ หรือต้องไปสอบคัดเลือกทุนด้วยการแสดงรำกลองยาวที่มหาลัย เชื่อไหมว่าปัญหาเหล่านั้นมีพี่ๆ ทีมงานธัญวลัยคอยช่วยให้ฉันผ่านพ้นมาได้ดีเสมอ ถึงพายุโซนร้อน “มีรีแน” จะเข้าถล่มจนฝนตกหนักหนาแค่ไหน ก็ไม่อาจชะล้างรอยยิ้มและความอบอุ่นในหัวใจฉันไปได้

 

#
ฉลองมื้อแรกกับเตาถ่าน
 

พี่ปอนด์

เมเนอเจอร์โดเรมอน ที่พาไปเลี้ยงเตาถ่าน (ชื่อร้านปิ้งย่าง แถวเอกมัย) เสียสละเก้าอี้ให้ คอยสอนความรู้ (แปลกๆ) ให้ เช่น วิธีการร้องเพลงจีบหนุ่ม รวมทั้งมุก “เบลล์ รู้ที่มาของ... มั้ย” มันฮาจริงๆ พี่ ฮาตรงมันแป๊กนี่แหละ

 

พี่เมย์

สำหรับตัวอย่างรุ่นพี่ในคณะที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ตัวอย่างผู้หญิงทำงานเก่ง ความสามารถล้นเหลือ คอยบอกคอยสอนฉันทุกอย่างทั้งเรื่องงานเรื่องเรียน อ้อ! นิยายเขินจนแก้มแตกเล่มนั้นด้วย อ้อๆ รวมทั้งกระดุมกับเข็มขัดใหม่เอี่ยมอีก

 

พี่จ้อ

พี่สาวที่คุยเก่งสมชื่อ ทั้งยังจดจำสิ่งต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ สามารถเล่าเนื้อหานิยายในเว็บธัญวลัยได้มากกว่าใครทั้งหมด เป็นสาวกการ์ตูนคอมมิคและคอหนังแนวจารชนหลายสิบเรื่อง เห็นแมนๆ อย่างนี้ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะสอนฉันรำกลองยาวได้สวยกว่าฉันอีก ต้มไข่ก็อร่อย พี่จ้อกับพี่เมย์นี่แหละที่ให้ฉันอาศัยนอนด้วยในวันที่ฝนฟ้าและรถเมล์กลั้นแกล้ง

 

พี่ตุ๊กตา

ไอคอนด้านแฟชั่นในทีมงานธัญวลัย ต้นแบบของรุ่นพี่ที่มีความสามารถรอบด้าน เธอเป็นได้ทั้งวิทยากร กราฟฟิก บรรณาธิการ นักเขียน เจ้าแม่แฟชั่น เป็นรุ่นพี่ที่หาเงินได้เก่ง (และใช้เก่ง) ที่สุดในทีม (เค้กชาเขียวกับบานอฟฟี่ฝีมือพี่อร่อยมว้ากกกค่ะ)

 

ทุกความห่วงใยของพี่ ทำให้หนูรู้สึกดีจนเผลอยิ้มออกมากเสมอเลยค่ะ

ยากนะ ที่โชคชะตาจะพาเรามาพบกับคนที่แสนพิเศษพร้อมๆ กันเช่นนี้

ขอขอบคุณพี่ๆ ทีมงานธัญวลัย และพี่ในออฟฟิศท่านอื่นๆ ที่มอบประสบการณ์ที่แสนดีให้ฉันด้วยนะคะ

 

good shoes takes you to good place

รองเท้าสานเปรอะโคลนคู่นั้น พาฉันมาไม่ผิดที่จริงๆ แฮะ ^^

 

 

 ประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกงานกับธัญวลัย

                นอกจากเรื่องราวน่าทึ่งที่ได้ออกมาเล่า (แฉ) ไปก่อนหน้านั้นแล้วการฝึกงานครั้งแรกในชีวิตนิสิตนี้ ยังทำให้ฉันได้เรียนรู้กระบวนการพิสูจน์อักษรนิยาย รู้ซึ้งทีเดียวว่าคนทำงานพิสูจน์อักษรนอกจากจะต้องเป็นคนที่เชี่ยวชาญภาษาไทยอย่างแตกฉาน มีความละเอียดรอบคอบอย่างที่สุดแล้ว ยังต้องมีความมุมานะอดทนต่อการอ่านพิสูจน์อักษรหลายร้อยหน้า ตัวอักษรเป็นพันๆ ตัว ถ้าไม่อึดไม่ถึก ใจไม่รักจริงๆ ขอบอกว่าทำไม่ได้ แต่พี่ๆ ที่ธัญวลัยนั้นเป็นคณะทำงานที่น่าเหลือเชื่อ เห็นตัวเล็กๆ แบบนั้น แต่ทุกคนเข้าทำนองประโยคที่ว่า “สีทนด้ายยย” กันหมด (ฮ่าๆ)

ซึ่งตัวอย่างความอดทนเหล่านี้เองที่ฉันได้เก็บเกี่ยวเพิ่มเติมนอกเหนือจากกระบวนการทำงานบรรณาธิการหนังสือ ตั้งแต่ที่ยังเป็นต้นฉบับมอมๆ เลอะไปด้วยรอยปากกาในแผ่นกระดาษ เปลี่ยนผ่านสู่รูปเล่มสวยงามสมบูรณ์แบบจนวางขายได้อย่างที่เพื่อนๆ เห็น ที่ได้รับเพิ่มมาอีกเห็นจะเป็นการเรียนรู้สังคมการทำงานจริงๆ จังๆ ที่มีเงินเป็นปัจจัยหลักในการผลักให้หนึ่งสมองสองมือต้องดำเนินรุดไป ชีวิตนิสิตนักศึกษาที่เคยโอดครวญว่า โหยยย แม่งเหนื่อยชิบ! ขอบอกว่าการทำงานจริงนั้นหนักหนาสาหัสกว่ากันเยอะ ถ้าฉันเลือกที่จะตั้งหน้าตั้งตาเรียนเก็บเกรดให้สวยๆ ไม่ออกมาฝึกงานแบบนี้ ฉันก็ยังคงเป็นแค่กบในกะลาต่อไป แต่เพราะฉันไม่อยากเข้าทำนอง “เรียนเป็นแต่ทำงานไม่เป็น” จึงตัดสินใจมาฝึกงานที่นี่ ซึ่งตรงตามสาขาที่เรียนมา ออกมาด้วยใจรัก ออกมาตามความชอบ ออกมาประลองใช้ความรู้ (อันน้อยนิด) แล้วท้ายที่สุดในระยะเวลาเพียงสองเดือน ฉันจึงได้พบเจอกับความรัก ได้แบกประสบการณ์หอบใหญ่ๆ ใส่ย่ามจนตุง ฉันกล้าขึ้น ฉันมั่นใจมากขึ้น กะลาใบใหญ่ที่ครอบฉันไว้ถูกดึงออกไปแล้ว แม้มันจะมีกะลาอีกหลายชั้น แต่ฉันเชื่อว่าฉันจะแกร่งกล้ามากพอที่จะปลดมันออกไปทีละใบๆ จนหมด แม้จะใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม

ขอบคุณธัญวลัยแฟมิลี่ที่ช่วยดึงกะลาใบแรกให้ฉัน

และขอต้อนรับธัญวลัยจูเนียร์รุ่นต่อไป

มาร่วมเปิดกะลาสู่โลกเดียวกันกับเรา

 

เบลล์

ธัญวัยเยาว์รุ่น1

 

 

#

ฉลองมื้อสุดท้ายกับพิซซ่า

 

#

ฉลองมื้อสุดท้ายกับพิซซ่า

 

#

 

#

ความคิดเห็น