facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บท 33 : พิเศษกับรัก

ชื่อตอน : บท 33 : พิเศษกับรัก

คำค้น : ปั้นหมึกcontest โรแมนติค รัก เจ้าแผนการ แอบรัก NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 756

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2564 23:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 33 : พิเศษกับรัก
แบบอักษร

บท 33 พิเศษกับรัก 

ร่างสูงเปลือยเปล่าอาบน้ำเย็นด้วยความสุขใจ ไม่ลืมแวะหน้ากระจกสำรวจตัวเอง จัดทรงผมที่เปียกลู่ให้ดูดี เผื่อคนบนเตียงเห็นแล้วจะใจสั่น บำรุงหน้าสักนิดเพื่อสุขภาพผิวที่ดี ใช้เวลาไม่นานจึงรีบออกมาเกรงว่าคนตัวเล็กจะหลับไปเสียก่อน

และวินาทีที่เห็นห้องนอนว่างเปล่าพร้อมกับเสื้อผ้าเธอหายไป ใบหน้าหล่อถึงกลับตึงทันที ขายาวก้าวไปที่หัวเตียงเพื่ออ่านกระดาษโน้ตสีเหลืองนั่น

‘มิ้มกลับห้องก่อนนะคะ’

มือหนาขย้ำกระดาษทิ้งแล้วปาลงพื้น เขาไม่ได้โกรธเพียงแต่รู้สึกเป็นห่วงและหวงเธอขึ้นมา หลังได้ชื่นชมเป็นเจ้าของเธอเต็มตัว เขาแทบไม่อยากให้กระต่ายน้อยออกสู่สายตาชาวโลกเลย อยากกกกอดร่างนุ่มนิ่มไว้ทั้งคืน ลองคิดกลับไปครั้งแรกที่มีความสัมพันธ์ทางกายกับมนวดี เขาก็รู้สึกแบบเดียวกัน ทว่าครั้งนี้มันชัดเจนกว่า…

“รู้งี้ ใช้ให้หมดซะก็ดี”

คนยืนเท้าสะเอวใช้ความคิดมองไปบนเตียงนอนที่ยังเหลือห่อฟอยล์อยู่หนึ่งชิ้น ดึกดื่นป่านนี้ยังจะกลับห้องไปอีก

ขายาวลุกขึ้นไปหาเครื่องมือสื่อสารเพื่อกดโทรหาคนที่หลบหนีออกไปกลางคัน

‘ขอโทษค่ะเลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้’ 

“มิ้ม”

สมาร์ทโฟนแทบแหลก ร่างสูงปลดผ้าขนหนู ใส่เสื้อผ้าพลางใช้สมองคิดหาวิธีการจะทราบความเป็นไปของเธอ แล้วก็ไปสะดุดกับนาฬิกา พอลองคำนวนเวลาเสร็จสรรพ เขาแค่ต้องรออีกสิบนาที

เป็นสิบนาทีที่ช้านานราวกับเป็นชั่วโมง สายตาคมจ้องอุปกรณ์ไอทีที่ปรากฏภาพห้องของมนวดีไม่กระพริบตา รู้สึกยกเอาภูเขาออกจากอกเมื่อเห็นคนที่เฝ้าคิดถึงกลับถึงห้อง

ราวกับเป็นส่วนสำคัญในชีวิตที่ห้ามพลาดคือการได้เฝ้ามองเธอใช้ชีวิตในแต่ละวัน ร่างบางเดินเอามือถือมาชาร์จอันดับแรกก่อนหายเข้าไปในห้องน้ำไม่นานก็ออกมาพร้อมกับชุดนอน เธอจามออกมาติดๆกัน ชายหนุ่มจึงเดินไปดูที่หน้าต่าง

‘ฝนยังไม่หยุดตกเหรอเนี่ย’ ก่อเป็นความห่วงใยไม่ทันรู้ตัว

ร่างบางเธอค้นหายาในกล่องยาก่อนกินเข้าไป นั่งเป่าผมไปด้วยหาวไปด้วย

ชายหนุ่มที่นอนเอกเขนกพาดขายาวบนโซฟา เดาว่าการจะทำผมให้แห้งต้องใช้เวลานานกว่านี้แน่ทว่ามนวดีเลือกที่จะล้มตัวนอนเลย และดูจากที่หายใจเข้าออกสม่ำเสมอแล้ว คงไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆ

‘ยาก็ออกฤทธิ์เร็วเกิน’  

แม้เธอจะหลับไปแล้ว ใบหน้าหล่อคมเรียบเฉยยังไม่ยอมพลาดสายตาจากร่างเล็ก คิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา นึกย้อนกลับไปถึงคำพูดของเพื่อนสนิท

‘มึงจะปล่อยคุณมิ้มไปง่ายๆ แบบนี้ มึงไม่สงสารเขาเหรอ’  

‘…’ 

‘มึงรักคุณมิ้มเขาหรือเปล่า’ 

ประโยคคำถามนี้วนเวียนดังก้องในหัว เมื่อก่อนเคยอ้างว่าหงุดหงิดเพราะแผนพัง อ้างว่ายังหาคำตอบในตัวหญิงสาวไม่ได้จึงเก็บเธอไว้ ทั้งๆที่ความจริงไม่ใกล้เคียงสักนิด มันเป็นเพราะว่าเขาไม่อยากปล่อยเธอไป และไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายความรู้สึกที่อัดล้นอยู่ในใจได้

ทั้งๆที่ควรตัดสัมพันธ์กับเธอแต่เขากลับลืมไม่ลง ทั้งๆที่ควรเริ่มต้นกับคนใหม่แต่เขากลับคิดถึงเธอ หวงและหึงไม่อาจทนดูเธอเป็นของใคร ทั้งที่ๆควรแยกย้ายกันดำเนินชีวิตแต่เขากลับเป็นห่วงและอยากดูแล…ไปตลอด

น่าขัน ที่เคยตั้งข้อสงสัยในตัวมนวดีไว้ตั้งมากมายแต่กลับหาคำตอบไม่ได้สักข้อ เคยคิดว่าคนแบบเธอน่าเบื่อหน่าย คุณสมบัติแค่พอใช้ พูดน้อย ขาดความมั่นใจ อ่อนต่อโลก มีดีแค่เชื่อฟัง แต่ตอนนี้อยากโขลกกะโหลกตัวเองยิ่งนัก เพราะอะไรๆในตัวหญิงสาวก็ดูจะเป็นข้อดีไปหมด แม้แต่ข้อเสียของเธอยังเป็นข้อดี

กลับกันเขาเสียมากกว่าที่มีข้อเสีย

พอคิดได้ว่าการกระทำและความรู้สึกทั้งหมดที่เขามีต่อเธอไม่เคยมีให้ใครมาก่อน ขนาดแผนในอนาคตของตัวเองยังมีเจ้าของใบหน้าหวานเข้ามาเกี่ยวข้อง มันทำให้เขาสามารถตอบคำถามก่อนหน้าได้แล้ว

มือหนากดเบอร์โทรต่อสายเพื่อนที่คิดว่ายังไม่นอน รอไม่นานจึงมีเสียงงัวเงียมาตามปลายสาย

“ไอ้อิฐมึงมีไร โทรมาตอนนี้พ่อมึงตายเหรอ”

ธวัฒน์ที่เพิ่งเข้านอนไปตอนเมื่อตีหนึ่งครึ่ง สิบนาทีต่อมากำลังจะเคลิ้มหลับมีสายเรียกเข้าจากอชิระ

“กูคิดอะไรได้แล้ว”

“อะไร?”

อะไรของมัน น้ำเสียงอย่างกับคนถูกหวยสามสิบล้าน

“กูรู้แล้วว่ากูรู้สึกอย่างไรกับมิ้ม”

คนปลายสายเผลอขมวดคิ้ว เป็นเอาหนักนะพ่อหนุ่มคนนี้ มันใช่เรื่องไหมโทรมาบอกรักตอนเกือบตีสอง

“กูรู้แล้วว่ามิ้ม เป็นคนพิเศษสำหรับกู”

“…”

ธวัฒน์ถึงกับสบทคำหยาบในใจ พยายามจะรอฟังคำว่ารักต่อทว่ากลับไม่มี เมื่อรู้ว่าหาสาระอะไรไม่ได้ เขาจึงตอบกลับไปสั้นๆ คำนั้นขึ้นต้นด้วย ค ลงท้ายด้วย ย แล้วกดตัดสายไปอย่างไม่ใยดี

“อะไรของมัน”

อชิระยื่นโทรศัพท์ออกมามองหน้าจอที่ตัดสายการคุยไปแล้ว เขาใช้เวลาเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ตั้งนาน กว่าจะโทรไปตอบคำถามคนที่ขยั้นขยอให้เขากลับมาหามนวดี

แต่ช่างมันเถอะ ถือว่าเรื่องเมื่อสักครู่ไม่เคยเกิดขึ้น เอาเป็นว่าเขาค้นพบด้วยตัวเขาเองก็ดี ชายหนุ่มเดินไปหยิบผ้าห่มจากห้องนอนออกมา คืนนี้คงต้องอาศัยโซฟาตัวยาวเป็นเบาะนอนไปก่อน อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว รีบเข้านอนจะได้ตื่นไปหาคนตัวเล็กแต่เช้าตรู่

 

ผลข้างเคียงจากยาแก้แพ้ทำให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะหลับลึก ยากที่จะตื่นได้ตามปกติ ร่างบางที่ยันตัวจากที่นอนเหลือบดูนาฬิกาอีกสองชั่วโมงก็เป็นเวลาเที่ยงตรงเธอไม่เคยตื่นสายขนาดนี้

ฤทธิ์ของยายังทำให้เธอตื่นขึ้นมาไม่ค่อยแจ่มใสนัก รู้สึกหนักหัวและจมูกแห้งจนต้องไปหาอะไรดื่มเพื่อเรียกความสดชื่น โชคดีที่ตื่นขึ้นมาไม่มีไข้เพียงแต่ปวดเมื่อยตามตัวเท่านั้น

ชงเครื่องดื่มให้ตัวเองแล้วจึงเดินมาที่หน้ากระจก มองดูสภาพตัวเองแล้วคิดว่าถ้าไปยืนในที่เปลี่ยวระหว่างเธอกับผี คนจะกลัวอะไรมากกว่ากัน ผมเผ้าชี้กระเซอะกระเซิงจากการที่เป่าผมไม่แห้งแล้วนอน หน้าซีดขอบตาดำ ริมฝีปากยังแห้งเกรอะ อีกทั้งบริเวณคอยังมีผื่นแดงเหมือนแมลงกัด

‘เดี๋ยวก่อนนะ’ 

หญิงสาวเบิกตากว้างเลิกคอเสื้อให้กว้างขึ้น ปรากฏว่ามีอีกหลายจุดที่เนินหน้าอก ไม่ใช่ผื่นแต่เป็นการสร้างรอยชนิดหนึ่งจากคนหื่นเมื่อวานนี้ ใบหน้าหวานขึ้นเลือดฝาดทันทีที่นึกถึง

สงสัยเธอจะหมกหมุ่นเกินไปหน่อยขนาดฝันยังฝันถึงอชิระ

มนวดีนึกไปปถึงความฝันอันแสนอบอุ่นเสมือนจริง เธอกำลังนอนอยู่บนเตียงด้วยอาการครั่นเนื้อครั่นตัวรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ แล้วจู่ๆก็ได้ยินเสียงเหมือนประตูห้องถูกเปิด ตอนนั้นเธอไม่แน่ใจว่าฝันหรือความจริงเพราะกำลังอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น

ความรู้สึกตอนนั้นเธอกลัวขึ้นมาจับใจ กลัวจะถูกทำร้าย ไม่รู้ใครบุกเข้ามา ร่างกายเหมือนหนักอึ้งไม่มีแรงลุกขึ้นมาได้เลย ความกลัวทำให้น้ำตาไหลออกมาทั้งไม่สบายและคิดถึงหน้าบิดากับพี่สาว

แต่แล้วผู้บุกรุกเข้ามากลับกลายเป็นอชิระ เขานั่งลงบนเตียง ใช้มือเย็นลูบใบหน้าให้ เธอจำไม่ได้ว่าเขาพูดว่าอะไรแต่น้ำเสียงและการกระทำอันอบอุ่นมันทำให้เธอรู้สึกวางใจ

ความทรงจำสุดท้ายเธอถูกเช็ดหน้า แขน ขาให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะหลับสนิทอีกครั้ง

คนตัวเล็กรีบส่ายหน้าทันที ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ฝันเธอจะเป็นจริง ถึงแม้หอพักของระบบความปลอดภัยอาจจะไม่ชั้นเยี่ยมแต่คนเฝ้าหอก็มีจรรยาบรรณมากพอที่ไม่ปล่อยให้คนแปลกหน้าขึ้นมา

ร่างบางเดินไปเปิดม่านออกให้แสงและลมพัดเข้ามาในห้องสายตาไปสะดุดกับผ้าขนหนูที่ถูกตากอยู่ระเบียง

‘เราใช้ตอนไหนนะ’ 

เมื่อนึกไม่ออกจึงเลิกคิด เดินกลับมาพับผ้าห่มบนเตียง แล้วมันเผลอนึกไปถึงเรื่องเมื่อวาน

เธอตัดสินใจกลับห้องเพราะว่าหากต้องรออชิระอาบน้ำเสร็จเธอคงเผลอหลับอยู่บนเตียงของเขาแน่ เธอไม่กล้านอนค้างเพราะไม่ได้รับอนุญาตก่อน ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรจะไปนอนบนเตียงของเขา จึงออกมาเงียบๆ

ตอนแรกที่ชายหนุ่มโกรธเธอเป็นฟืนเป็นไฟและพูดไม่ดีใส่ เธอยอมรับว่าเสียใจมาก ที่เขาคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงขี้โกหก และมองตัวเธอเป็นเพียงคนหน้าไหว้หลังหลอก ไม่ได้เป็นคนดีใสซื่อ

มันผิดที่เธอเองที่ไม่สามารถยืนยันความบริสุทธิ์ใจได้ หรือความจริงแล้วในสายตาอชิระ เธอไม่มีความน่าเชื่อถือเลยก็ได้ ทั้งๆที่เสียใจแต่พอเขาบอกว่าเป็นเพราะหึงหวง ก็ยอมเขาเหมือนคนโง่ ง่าย อย่างที่เขาเคยมอง เพราะรู้ว่าลึกๆแล้วเธอยอมเพราะว่า...รักเขาเข้าให้แล้ว

แค่คิดหัวใจก็เจ็บหน่วงขึ้นมา เมื่อแค่รู้ตัวก็รู้จุดจบในทันที ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกับที่เธอรู้สึก หญิงสาวนึกไม่เห็นหนทางหรือเหตุผลที่เขาจะรักเธอได้

เธอไม่ได้มีประโยชน์อะไรต่อเขามาก อาจเป็นได้แค่คนคั่นเวลาก่อนที่เขาจะแต่งงานลงเอยกับผู้หญิงดีๆสักคน

แต่ไม่เป็นไร แค่เขาไม่ได้รังเกียจเธอก็พอ ช่วงเวลาที่เหลือเธอก็แค่ต้องเข้มแข็งและหาเงินมาคืนเขาให้เร็วที่สุด

 

อีกไม่กี่ร้อยเมตรก็จะถึงที่พักของมนวดี ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์กำลังในอยู่หลังพวงมาลัยรถ ใช้ความคิดขณะติดไฟแดง เขามาห้องเธอตอนเช้าตรู่โดยอาศัยกุญแจห้องที่แอบไปตกลงกับคนเฝ้าหอไว้ครั้งที่แล้วไขเข้ามา

เมื่อเช้าร่างบางตัวรุมรุม เขาจึงหาผ้าขนหนูมาเช็ดตัวให้ ไม่รู้ว่าใกล้เที่ยงแล้วเธอจะตื่นหรือยัง เขาออกมาทำธุระได้ไม่ถึงชั่วโมงเนื่องจากคนที่ส่งข้อความมาหาเขาก็คือกรเพื่อนสนิทของมนวดีว่ามีเรื่องจะคุยด้วย

อชิระที่ติดใจเรื่องเมื่อวานเขาจึงตกลงไปตามนัดทันที เมื่อเจอกรกับคริสอยู่ด้วยกันยอมรับว่าชะงักไปเล็กน้อยตามมาด้วยความรู้สึกผิดต่อใครอีกคน

ชายหนุ่มนึกไปถึงบทสนทนาระหว่างเขากับเพื่อนสนิทของมนวดี

‘กรกับพี่คริสเป็นแฟนกันครับ คบกันมานานแล้ว มิ้มก็รู้ แต่มีปัญหาที่ครอบครัวเราเปิดตัวไม่ได้ บางครั้งก็เลยต้องขอให้มิ้มช่วย ผมไม่อยากให้คุณอิฐเข้าใจผิด’ 

กรจับมือคริสข้างที่ใส่แหวน หวังว่าอดีตคู่หมั้นของเพื่อนจะเห็น เพราะเมื่อวานหลังจากเลิกงานคริสตรงมาหาแฟนหนุ่มแล้วเล่าเรื่องในงานให้ฟัง ทำให้กรรู้สึกเป็นห่วงมนวดีขึ้นมาและรู้สึกผิดที่อาจจะโดนเข้าใจผิด

‘อ่า ครับ’ 

ตอบแค่นี้เพราะไม่รู้จะพูดอะไร เพราะตนนั้นได้เข้าใจผิดไปแล้ว

กรจึงยอมเล่าเรื่องของตนกับแฟนหนุ่ม และ มนวดีให้ฟัง อชิระจึงเข้าใจอะไรหลายอย่างมากขึ้น เพราะสาวร่างบางเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่นไปทั่ว ปฏิเสธคนไม่เป็น บางครั้งจึงอาจทำให้คนอื่นเข้าใจผิด

‘ถึงคุณอิฐจะเลิกกับมิ้มไปแล้ว ผมก็ไม่อยากให้คุณเข้าใจว่ามิ้มคบซ้อน หรือรับจ้างอะไรทำนองนั้น ตอนที่คบกับคุณอยู่ มิ้มหลอกใครไม่เป็นหรอกครับ’ 

อชิระไม่อยากยอมรับว่าเลิกแต่ก็ไม่รู้จะเถียงอย่างไร


คนหนึ่งจะเดินหน้า อีกคนจะถอยหลัง งื้อออ คิดว่าคุณอิฐจะคิดได้แล้ว เกือบแล้ว เกือบแล้วจริงๆ TT หนูมิ้มอย่าเพิ่งคิดเจียมตัวเองสิ ให้โอกาสตัวเองหน่อยนะ ฝาก คอมเม้น กดไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะงับ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว