ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER 7 เวลาที่หมุนอยู่จุดเดิม

ชื่อตอน : CHAPTER 7 เวลาที่หมุนอยู่จุดเดิม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2559 22:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 7 เวลาที่หมุนอยู่จุดเดิม
แบบอักษร

CHAPTER 7 

เวลาที่หมุนอยู่จุดเดิม

 

 

 

                    ปีผ่านไป

                    เฮ้ รอฉันก่อน

                    หือร่างที่กำลังเดินผ่านสวนสวยๆหยุดชะงัก ใบหน้าเล็กหันไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงเมื่อครู่อย่างฉงน เขายิ้มออกมานิดๆเมื่อเห็นว่าร่างสูงๆเพื่อนสนิทของตนกำลังวิ่งมาแต่ไกล

                    อ้าว นายไม่ไปเล่นบาสกับพวกชุนเขาแล้วเหรอ

                    ไม่ล่ะวันนี้ว่างป่ะ ฉันจะชวนนายไปร้านขายรองเท้าที่หน้าสถานีหน่อยอ่ะเด็กหนุ่มอีกคนซึ่งกำลังย่อเข่าลงเพื่อพักเหนื่อยยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขาก้มหน้าลงมาถามเพื่อนที่ตัวเล็กกว่าเขาหลายเท่า แต่ก็ได้เพียงความเงียบเท่านั้นเป็นคำตอบ

                    “…”

                    เฮ้อ ก็รู้อยู่นี่หว่าว่าถึงยังไงมันก็ไม่ปล่อยนายให้ห่างหูห่างตานี่นะ

                    ขอโทษนะ

                    เออ

                    เอาไว้พรุ่งนี้ผมจะลองขอเขาดูนะรอยยิ้มเล็กๆจุดแต้มที่มุมปากของเด็กหนุ่ม แต่ทว่าวินาทีต่อมาเขาก็โดนเพื่อนตัวสูงบิดแก้มไปมาแรงๆเสียจนต้องร้องโอ๊ย

                    ทำอะไรน่ะแอชเชอร์มันเจ็บนะ

                    ก็บิดให้เจ็บน่ะซิเว้ย จะยิ้มทำบ้าอะไร

                    อ้าวกรพินธุ์ได้แต่ทำหน้างงๆเมื่อเขาพูดแบบนั้น อะไรของเขา ยิ้มเฉยๆนี่คือเขาผิดเหรอ?

                    ก็แล้วถ้าปากยิ้มแต่ทำตาแดงๆนี่ทีหลังไม่ต้องยิ้มเลยเห็นแล้วมันหงุดหงิด!”

                    “…”

                    แอชเชอร์ทำหน้าบึ้งตึง เขารู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรงทุกครั้งถ้าได้เห็นรอยยิ้มของเพื่อนตัวเอง ไม่ใช่ว่าไม่สวยไม่น่ารัก แต่เพราะทุกครั้งที่เขาเห็น มันมักจะสวนทางกับความรู้สึกที่อยู่ในดวงตาของเจ้าตัวเสมอ ปากยิ้มแต่ดวงตาสั่นระริกไปหมด มันไม่สวยเลยซักนิด

                    คิดถึงไอ้เตี้ยคนเก่า

                    อยากได้รอยยิ้มบริสุทธิ์แบบนั้นให้กลับคืนมา อยากได้ท่าทางตื่นคนแบบนั้นให้กลับคืนมา อยากได้ไอ้ความอึนๆเอ๋อๆแบบนั้นให้กลับคืนมา อยากได้ท่าทางขี้อ้อนแบบนั้นให้กลับมา และ

                    เขาก็อยากได้ไอ้กรีนน้อยของเขาให้กลับคืนมา

                    ไม่ใช่กรีนที่เป็นแบบนี้ ยิ้มก็ไม่เต็มที่ พูดก็ไม่พูด ไว้ตัว แถมยังเกลียดการเข้าใกล้ฝูงชนเหมือนคนบ้าอีก

                    ทุกๆอย่างเหมือนแก้วที่แตกละเอียด

                    มันมารับยัง

                    มาแล้ว

                    มาไวชิบ!”

                    แฮะๆ อาจารย์คงโทรบอกน่ะ

                    ไอ้แก่นั่น!”

                    นี่ไม่เอาน่า นั่นอาจารย์นะมือเล็กๆรีบคว้าแขนของเด็กหนุ่มเอาไว้ทันที เมื่อเห็นท่าทางเป็นเดือนเป็นร้อนอย่างนั้น ประวัติยิ่งไม่ดีอยู่ด้วย เดี๋ยวก็โดนกาหัวหรอก

                    ชิ!”

                    “…”

                    เงียบทำไม!”

                    อ้าว!”

                    เงียบไปเลย!”

                    อ้าวเอาไงเนี่ยเอช!”

                    หุบปาก เอาไอ้นี่ไปเดาะเล่นซะ พรุ่งนี้เอาขนมมาให้กินด้วย!”

                    นายนี่!”

                    บาย!”

                    กรพินธุ์ได้แต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด งุนงงจนชินไปแล้วกับอารมณ์ขึ้นๆลงของเพื่อนสนิท ซึ่งเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนใครๆเขาตามไม่ทันไม่เปลี่ยนไปจากเดิม เผลอๆอาจจะเพิ่มขึ้นมาประมาณสองเท่าได้มั้ง

                    ดวงตาสีน้ำตาลมองลูกบาสที่อยู่ในมือก่อนจะยิ้ม

 

 

 

                    วันนี้คุณท่านสั่งให้คุณหนูไปหาหลังทานอาหารเย็นเสร็จนะครับ

                    “…”

                    กรพินธุ์พยักหน้ารับรู้ขณะที่ทรุดตัวลงนั่งริมขอบเตียง ผ่านมาสามปีเต็มๆที่ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปในทางที่มืดมัว การผูกพันธะระหว่างเขาและลี่ซานเริ่มขึ้นนับตั้งแต่คืนนั้นที่คิดหนี อิสรภาพที่เขาพยายามดิ้นรนหาถูกทำลายลงทุกทิศทาง เขากลายเป็นนกที่ต้องอยู่แต่ในกรงโดยสมบูรณ์

                    หนึ่งปีนับจากนั้น เขาถูกขังให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้รับรู้ข่าวสารอะไรเลยแม้แต่เรื่องของแอชเชอร์เพื่อนสนิท ทุกๆวันผ่านพ้นไปด้วยความทรมาน เขาอาจจะกลายเป็นคนเสียสติถ้าหากว่าไม่ได้ชาชินกับการอยู่คนเดียวมาก่อนหน้านั้น ทุกๆคนรับรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร แม้จะถูกเรียกขานว่าคุณหนูๆไม่เปลี่ยน แต่ลึกๆทุกคนคงรู้

                    ว่าเจ้านายของตนหลับนอนกับเด็กหนุ่มที่อยู่ในอุปการะของตัวเอง

                    ผ่านไปหนึ่งปี เขาก็ได้รับอนุญาตให้กลับไปเรียนหนังสือได้อีกครั้ง แม้จะเป็นการเรียนที่แสนอึดอัดสิ้นดีแต่อย่างน้อยก็ยังได้ออกมาเห็นโลกภายนอกแถมยังได้เจอกับเพื่อนรักอย่างแอชเชอร์ด้วย

                    เด็กหนุ่มตัวสูงขึ้นเยอะ ท่าทางมีกล้ามเนื้อมากกว่าแต่ก่อน บุคลิกก็ดูแกร่งแล้วก็สุขุมขึ้นอีกหลายเท่า ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนที่อารมณ์ของเขาจะไร้สติยั้งคิดมากกว่านี้ ผิดกับเขาด้วยที่ถึงแม้ตัวจะสูงขึ้นมาอีกประมาณห้าเซนต์ แต่เนื้อหนังมันกลับไม่อ้วนท้วนตามความสูง

                    ลี่ซานยอมให้เขาได้พูดคุยกับแอชเชอร์ แต่นั่นก็แค่เฉพาะตอนอยู่ที่โรงเรียนและต้องอยู่ในสายตาของเจ้าตัวตลอด แม้จะคุยกันทางโทรศัพท์ก็ตาม โชคดีที่แอชเชอร์ไม่บุ่มบ่ามทำอะไรที่มันเหนือความคิดหรือลองของกับลี่ซานอีก ไม่งั้นคงไม่ได้แค่นอนโรงพยาบาลนานนับเดือนเหมือนครั้งที่แล้วแน่ๆ เพราะอาจจะได้ไปนอนหลุมแทนเตียง

                    ที่โรงเรียนเป็นยังไง

                    กะ ก็เหมือนเดิมครับ

                    ริมฝีปากบางพูดตอบหลังจากที่การจูบเสร็จสิ้นลง แผ่นหลังของเขาแนบติดไปกับพื้นเตียงสีเทาอ่อน พร้อมกับแยกเรียวขาออกเพื่อรับร่างกายที่ทาบทับแทรกลงมา

                    อ้ากว้างๆ

                    คนที่อยู่ด้านบนออกคำสั่ง ซึ่งกรพินธุ์ไม่กล้าแย้งออกไป ว่าเขาเองก็รู้สึกเจ็บเชิงกรานไปหมดแล้ว ลี่ซานตัวใหญ่ราวกับตึก การที่เขาแทรกร่างของตัวเองแบบนี้ทำให้ตัวของเขาที่เล็กกว่าหลายเท่าตัวรับเอาไว้ไม่หมด แต่สุดท้ายก็ต้องกลั้นเสียงร้องเจ็บเอาไว้ในลำคออยู่ดี เพราะถูกมือหยาบดึงรั้งให้แยกห่างเอาตามใจ

                    พะ พี่ซาน จะ เจ็บอึก!”

                    เสียงของเขาดังอึกอักอยู่ในลำคอ มือไม้ที่ส่ายสะเปะสะปะไปมายกขึ้นเกาะบ่ากว้างเพื่อยึดจับ กรพินธุ์เรียนรู้ที่จะไม่ขัดขืน การโอนอ่อนเป็นสิ่งที่ควรจะทำ

                    อึก!”ใบหน้าเล็กแดงวาบ สะโพกของเขาถูกยกขึ้นสูงก่อนที่ตัวตนของอีกฝ่ายจะสอดแทรกลงมาแบบเฉียบพลัน ยังดีที่ก่อนหน้านั้นสิ่งที่เขาปล่อยเอาไว้มันยังคั่งค้างอยู่ เลยไม่ค่อยเจ็บซักเท่าไหร่

                    พะ พี่ซาน ชะ ช้าหน่อยเขาร้องขอเสียงเบา ซึ่งการมีเซ็กส์กันคืนนี้กรพินธุ์รู้สึกว่ามันรุนแรงกว่าปกติ ซ้ำยังกินเวลานานกว่าทุกๆครั้งอีกด้วย ศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีดำสนิทซุกไซร้ไปตามซอกคอขาว ฝากรอยแดงๆเอาไว้เต็มไปหมดทั้งซอกคอและบ่าเล็กๆ

                    อะ อื้อ!”

                     สะโพกสอบยังไม่หยุดยั้งที่จะกระแทกแรงลงไปตามใจนึกคิด ริมฝีปากหนาวกขึ้นไปประกบจูบกับร่างเบื้องใต้ บดขยี้ไปตามอารมณ์จนเห่อช้ำพอๆกับยอดอกทั้งสองที่แดงก่ำไปหมดจากแรงขบกัด

                    เสียงหอบหายใจของเด็กหนุ่มเริ่มขาดห้วงลง เป็นจังหวะเดียวกับที่เขายอมผละริมฝีปากออก แต่กลับส่งแรงลงไปที่ช่องทางด้านหลังไม่ยั้ง กรพินธุ์บิดร่างของตนไปมา เขารู้ว่าความรู้สึกบิดมวนนี้มันคืออะไร มันคืออาการของคนที่อยากจะปลดปล่อยและใกล้ถึงจุดสูงสุดเต็มทน มือเล็กๆเกาะบ่ากว้างแน่น ขาเรียวเกาะเกี่ยวสะโพกสอบเอาไว้เหมือนกลัวว่าจะหลุดออกจากการเชื่อมต่อในจุดเร้นลับ

                    มันรุนแรงและก็ทำให้เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ลี่ซานใช้มือหนึ่งสอดเข้าไปรองแผ่นหลังของเขาก่อนจะกระชับดึงให้แนบกับลำตัวหนา ส่วนอีกมือช้อนสะโพกเล็กเพื่อที่เขาจะได้ส่งแรงเข้าไปให้เต็มที่

                    อะ อื้อ พี่อื้อ!”

                    สมองของกรพินธุ์โล่งไปหมดหลังจากที่หอบเหมือนใจจะขาดเมื่อซักครู่นี้อย่างหนัก ลี่ซานกระแทกร่างลงมาอีกสามสี่ทีเขาก็ปลดปล่อย น้ำอุ่นๆถูกฉีดเข้าไปในร่างของกรพินธุ์เหมือนอย่างทุกครั้ง มันเอ่อล้นออกมาข้างนอกจนเขารู้สึกอึดอัด น่าแปลกที่คืนนี้เขาไม่ยอมสวมถุงยางอนามัยเพื่อป้องกัน กรพินธุ์รู้สึกเหมือนร่างสูงจงใจที่จะไม่สวมและจงใจที่จะปล่อยให้น้ำอุ่นๆนั้นเข้ามาในตัวของเขา

                    พะ พี่ซาน ผม ผมอึดอัด

                    กรพินธุ์ร้องบอกเมื่ออีกคนเอาแต่แช่ตัวเองอยู่ในร่างกายของเขา ร่างสูงขยับเล็กน้อยก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้น เขาค่อยๆถอนตัวตนของตัวเองออก เท่านั้นเด็กหนุ่มที่นอนอยู่ก็รีบหุบขาของตนลง พยุงร่างของตัวเองให้ลุกเพื่อไปตามเก็บเสื้อผ้าและกลับห้องของตัวเอง

                    คืนนี้นอนที่นี่นั่นแหละ

                    ตะ แต่ว่า…”

                    “…”เด็กหนุ่มไม่กล้าเอ่ยแย้งต่อ เมื่อดวงตาเรียวตวัดฉับมามองอย่างไม่พอใจ

                    ครับกรพินธุ์ก้มหน้าลง เขาถดร่างของตัวเองกลับไปนอนอยู่ที่เดิมก่อนจะสะดุ้งตกใจเมื่อคนที่สวมเพียงกางเกงตัวเดียวกระโจนขึ้นมาบนเตียงอีกครั้งและดึงข้อเท้าของเขา และลากให้กลับเข้าไปอยู่ใต้ร่างนั้นอีกครั้ง

                    พี่ซาน!”

                    เงียบ

                    “…”ดวงตาสีน้ำตาลพริ้มหลับลง เขารู้ว่ามันคงจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง สำหรับลี่ซาน แค่ไม่กี่ครั้งมันคงจะไม่พอ

                    พรุ่งนี้เขาจะตื่นไหวไหมนะ

 

 

                    มาสายนะกรีน ไหนขนมฉัน

                    เอ่อ แฮะๆผมลืมอ่ะ

                    กรีน!”

                    ผะ ผมลืมจริงๆรอยยิ้มเซียวๆถูกส่งให้คนตรงหน้าแบบสำนึกผิด แอชเชอร์ที่มองเห็นรอยยิ้มนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ ดังนั้นเป้าหมายของช่วงเช้านี้จึงถูกเปลี่ยนอย่างกะทันหัน จากที่สองเพื่อนสนิทกำลังจะมุ่งหน้าไปสู่ห้องเรียน กรพินธุ์ก็โดนลากแขนไปที่ห้องพยาบาลแทน

                    ขอโทษนะ

                    ช่างเถอะ ยังไงซะพวกอาจารย์เขาก็ปล่อยให้พวกเราอ่านหนังสือกันเองอยู่แล้ว

                    ก็มันกำลังจะสอบแล้วนี่…”

                    กรพินธุ์แย้งออกไปเบาๆ ใจจริงก็อยากจะหยิบหนังสือออกมาซักเล่มเพื่ออ่านมัน แต่ทว่าหมอนหนุนนุ่มๆกับพื้นเตียงอุ่นๆในห้องพยาบาลก็ชักจูงให้หนังตาของเขาคล้อยต่ำลงทุกทีๆ

                    นอนเถอะ กลับไปนายไม่รู้จะไปเจออะไรอีก

                    อื้อ…”ดวงตากลมโตพริ้มหลับลงเมื่อมือของเพื่อนสนิทดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดให้จนถึงปลายคาง เสียงของนาฬิกาดังติ๊กๆกลบความเงียบภายในห้อง เด็กหนุ่มที่นั่งเฝ้าเพื่อนตนอยู่ข้างๆเตียง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหลับสนิทจึงได้เอนหลังพิงกับกำแพงสีขาวบ้าง ดวงตาเรียวสีนิลกวาดมองร่างที่นอนอยู่ก่อนจะถอนหายใจ

                    อีกเดือนเดียวก็จะจบม.ปลายกันแล้ว แต่เขาก็ยังหาทางทางออกให้กับเพื่อนของตัวเองไม่ได้เลย

                    ใช่ว่าเขาจะโง่ไม่รู้เรื่องอะไรๆเสียหน่อย เขารู้ว่าถ้ากลับบ้านไปเจ้าตัวจะเจอกับอะไร เพราะอย่างนี้ไงเขาถึงได้ลากเจ้าตัวมานอนพักที่ห้องพยาบาล พักเอาแรงไว้สู้กับไอ้หมอนั่น

                    คนที่ทำให้เขาต้องไปนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานร่วมเดือน

                    จำได้ว่าหลังจากที่หมดสติก็นับจากนั้นประมาณหนึ่งอาทิตย์เขาถึงฟื้น พ่อกับแม่โล่งอกก่อนจะสอบถามว่าเพราะอะไรเขาถึงเป็นแบบนี้ เด็กหนุ่มไม่ยอมตอบอะไรแต่หุนหันจะออกไปช่วยกรพินธุ์ท่าเดียว ปากก็กร่นด่าไอ้หมอนั่นไปด้วยอย่างโกรธแค้น พ่อของเขาที่รู้จักชื่อของลี่ซานดีถึงกับตกใจ เจ้าตัวเค้นถามเรื่องทุกอย่างจากเขาอย่างใจเย็น สุดท้ายแอชเชอร์จึงต้องเล่าออกไปถึงเรื่องของเพื่อนสนิท ซึ่งรู้จักกันได้ไม่นาน

                    หลังจากนั้นเขากูถูกจับตามองโดยคนของพ่อให้รักษาตัวจนหาย ร่วมเดือนเขาถึงได้ออกมา ข่าวคราวของกรพินธุ์เงียบหายเข้ากลีบเมฆ แม้แต่ลุงซึ่งเป็นตำรวจยศผู้ใหญ่ยังส่ายหน้า บอกว่าทางฝ่ายนั้นไม่แม้แต่จะให้คนภายนอกเฉียดเข้าไปใกล้ตัวคฤหาสน์ในระยะสามร้อยเมตรเลยด้วยซ้ำ

                    เขาพยายามที่จะไปหากรพินธุ์หลายครั้ง แต่ทุกๆครั้งจะมีบุคคลเข้ามาขวางอยู่เสมอ จะเป็นใครล่ะ ถ้าไม่ใช่บอดี้การ์ดตัวเล็กๆคนนั้น

                    แม้แต่ฉันนายยังเอาชนะไม่ได้ แล้วแบบนี้จะช่วยเพื่อนตัวเองได้เหรอ

                    หมอนั่นแค่นเสียงใส่เขาเยาะๆ

                    ไม่สมกับที่คุณหนูเขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้นายรอดตายเลยซักนิด

                    เพราะคำพูดนั้น ทำให้เขายอมเลิกที่จะบุกเข้าไป แต่เขาหันไปศิลปะป้องกันตัวต่างหาก ให้ลุงกับพ่อของเขาเป็นคนฝึกให้ เวลาผ่านไปเขาถึงได้มีกล้ามเนื้อแบบนี้

                    ไม่ต้องห่วงหรอก คุณหนูไม่ได้เป็นอะไร

                    ไม่เป็นไรกับผีน่ะซิ!

                    โดนมันจับทำเมียน่ะเรอะไม่ได้เป็นอะไร เหอะ!

                    ซักวันฉันจะพานายหนีไปให้ไกลๆเลยกรีน…”

                    ริมฝีปากได้รูปเอ่ยเบาๆ ขณะมองไปยังร่างข้างกายซึ่งหลับสนิท

 

 

 

                    เย็นนี้จะไปได้ไหมเนี่ยแอชเชอร์พรูลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด ในขณะที่มือก็คว้าเอากระเป๋าของอีกคนไปถือให้อย่างเคยชิน

                    ไปได้

                    โฮ๊ะคิดว่าฉันจะเชื่อหรือไง

                    เชื่อซิ ผมขอเขามาแล้วนะ

                    จริงอ่ะ

                    จริงครับรอยยิ้มเล็กๆยิ้มออกมาอย่างสดใส สมกับที่เขาต้องเหนื่อยมาทั้งคืนจริงๆกว่าที่อีกฝ่ายจะยอมปล่อยให้เขาได้ออกไปเที่ยวหลังเลิกเรียนกับแอชเชอร์

                    แค่วันนี้วันเดียว ไม่เกินหกโมงเย็น

                    แม้จะมีข้อแม้ก็เหอะ

                    ไปๆๆเลิกทำหน้าเป็นแมวป่วยได้แล้ว ขึ้นรถ จะพาไปกินไอติมมือใหญ่ตบแปะๆลงบนเบาะรถมอเตอร์ไซต์คันใหญ่ และหลังจากนั้น สองเพื่อนซี้ก็พากันซิ่งไปยังย่านของวัยรุ่นชื่อดังโดยจอดรถเอาไว้ข้างทางก่อนจะเดินแทน

 

                    ‘…อ่า เป็นที่น่าจับตามองมากๆเลยนะคะสำหรับตอนนี้ กับเรื่องข่าวลือที่ว่าคุณลี่ ซาน แอบซุกภรรยาลับๆไว้ที่บ้านน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าคุณจะตอบคำถามให้กับเราได้หรือเปล่าคะ

 

                    เสียงพิธีกรสาวดังเจื้อยแจ้วอยู่ในจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่กลางเมือง ชื่อคุ้นๆทำให้กรพินธุ์หันไปมองด้วยความแปลกใจ ภาพในจอกำลังแสดงภาพของลี่ซานและพิธีกรหญิงคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าเธอกำลังถามคำถามกับลี่ซาน

 

                    ผมยังไม่แต่งงานนะ จะซุกภรรยาลับไว้ได้ยังไง

                    งั้นที่ลือกันว่าคุณซานแอบมีเมียเด็กนี่คงไม่จริงใช่ไหมคะ?

                    คงงั้น

                    ฮ่ะๆๆ ดิฉันก็ตกอกตกใจคิดว่าสาวๆทั้งประเทศคงอกหักเสียแล้ว คิดว่าท่านประธานรุ่นใหม่ไฟแรงจะหันไปกินเด็กแทนสาวๆเซ็กซี่หุ่นดีดีกรีนางแบบเหมือนอย่างเคย

                    ‘…’

                    แล้วกับเมนี่ เฉินล่ะคะ ถึงไหนแล้ว

                    ทำไม

                    เธอให้สัมภาษณ์กับเราว่าคุณพาไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนแถมยังสวมแหวนให้ที่นิ้วนาง แปลว่าคุณขอเธอแต่งงานแล้วเหรอคะ

 

                    กรพินธุ์ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกต่อไปเพราะมีมือสองข้างเอื้อมมาอุดหูของเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา เสียงเจื้อยแจ้วของพิธีกรจึงกลายเป็นเสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์แทน

                    ไม่ต้องไปฟังหรอก เรื่องไร้สาระแอชเชอร์พูดด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว ก่อนจะฉุดมือของกรพินธุ์ให้ลุกขึ้นเพื่อเดินหนีไปจากตรงนี้

                    เมนี่ เฉินคือใคร นายรู้จักหรือเปล่าแอชเชอร์กรพินธุ์ถามเสียงแผ่ว ขณะที่ทรุดนั่งลงตรงม้านั่งริมทาง

                    ไม่รู้ดิ ไม่ได้สนใจ

                    เขาสวยมากเลยเนอะเสียงหัวเราะแผ่วๆดังออกมาเบาๆก่อนจะเงียบไป ก็ดีแล้วนี่นะที่ลี่ซานจะพูดแบบนั้น เขาไม่ได้เป็นอะไรกับเจ้าตัวเสียหน่อย แค่มีข่าวว่าไปกินข้าวกับผู้หญิงเขาไม่จำเป็นต้องรู้สึกเสียใจอะไรซักนิด

                    คิดมากน่ะ จะไปกลุ้มทำไม ดีซะอีกที่มันไปเอากับคนอื่น

                    “…”

                    มันจะได้ไม่มีเวลามาเจ๊าะแจ๊ะกับนายไง เผลอๆพอมันเบื่อ มันอาจจะปล่อยนายก็ได้นะกรีน

                    “…นั่นซินะ

                    ถ้าเขาเบื่อ เขาก็จะปล่อยเราไปซินะ

                    ไม่เห็นจะดีใจเลยซักนิด

                    ร้องไห้ทำไมวะ!”แอชเชอร์เริ่มโวยวายตามนิสัยเมื่อพบว่าคนข้างๆตัวเริ่มปาดเช็ดน้ำตาตัวเองป้อยๆ

                    ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเมียลับๆอย่างที่พิธีกรคนนั้นพูดเลย

                    พูดอะไรน่ะกรีนนายไม่ใช่เมียลับๆนะ!”เด็กหนุ่มอดจะตกใจไม่ได้เมื่ออีกคนคิดแบบนั้น อะไรที่ทำให้กรพินธุ์คิดแบบนี้ หมอนี่ไม่มีทางคิดเรื่องแบบนี้ได้หรอกน่า!

                    เหมือนซิ

                    “…”มือเล็กยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มจืดๆไปให้คนที่นั่งทำท่าเก้ๆกังๆอยู่ข้างๆ

                     พี่ซานบอกว่าห้ามให้กรีนพูดเรื่องนี้กับใคร เขาบอกว่าเราคือพี่น้อง ไม่ใช่คนรักกัน ถ้าคนอื่นรู้เรื่องนี้เขาจะโทษว่าเป็นความผิดของกรีน

                    !!

                    ไอ้หมอนั่น!! มันยัดอะไรใส่หัวของกรพินธุ์!

                    อย่าไปฟังมันนะกรีนแอชเชอร์จับไหล่ของกรพินธุ์แน่นและเริ่มพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

                    นายก็คือนาย นายไม่ใช่เมียใคร นายคือตัวของนายเอง กรีนก็คือกรีน ไม่ใช่อะไรก็ไม่รู้ที่คนอื่นเขายัดเยียดให้นายเป็น

                    ผมก็คือผมงั้นเหรอ

                    ใช่ กรีนก็คือกรีน เหลยอู่ก็คือกรีน กรพินธุ์ก็คือกรีน นายคือนาย นายเป็นตัวของนายเอง

                    แอชเชอร์พูดช้าๆพลางมองเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น แววตาไม่แน่ใจปนกับความตื่นกลัวทำให้เขาเริ่มแน่ใจว่าสิ่งที่เขาคิดอยู่คือความจริง ตั้งแต่เด็กจนโตกรพินธุ์ต้องถูกปลูกฝังอะไรซักอย่างลงไปในหัวแน่ๆ ฝังลงไปทุกๆวันจนหลอมรวมไปในห้วงความคิด

                    แต่พี่ซาน…”

                    “…”

                    แล้วก็ทุกคนเขาบอกว่า ทุกๆอย่างของกรีนก็คือพี่ซาน

                    ใช่จริงๆ!!

                    มันเป็นการสะกดจิตอ่อนๆซึ่งไม่มีผลกระทบอะไรกับชีวิตประจำวัน การปลูกฝังความคิดหรือก็คือการยัดเยียดความคิดลงไปในหัวของเด็ก ซึ่งการพูดกรอกหู การสั่งสอน การเน้นย้ำ และบอกเล่าแต่เรื่องเดิมๆให้กลายเป็นเรื่องชาชินสำหรับตัวเด็ก พอเติบโต พวกเขาจะคิดว่านั่นคือสิ่งที่ตนต้องปฏิบัติตามและยึดเหนี่ยวมันเอาไว้ตามคำสั่งสอน

                    กรพินธุ์ก็เป็นเช่นนั้น

                    ทุกอย่างคือลี่ซาน!

                    ไอ้สารเลว!!!!

                    สั่งให้ทำอะไรเขาก็จะทำ สั่งให้กลายเป็นเมียลับๆก็จะเป็น สั่งให้พูด ให้คิด ตัวตนของกรพินธุ์ถูกริดรอนไปหมดแล้ว

                    กรีนก็คือกรีน กรีนคือเพื่อนของเอช จำคำพูดของฉันเอาไว้นะ

                    ผมก็คือผม…”

                    อืม

                    “…ขอกอดหน่อยได้ไหม

                    “…”

                    กรีนอยากกอด พี่เหลียงเจียงไม่อยู่แล้ว ไม่มีใครให้กอด

                    “…”น้ำเสียงเหงาๆทำเอาใจของเด็กกระตุกด้วยความสงสาร สองแขนจึงรวบร่างที่เล็กกว่าเข้ามากอดเอาไว้อย่างแน่นหนา ชวนให้อึดอัดจนหายใจไม่ออกแต่กรพินธุ์กลับรู้สึกอุ่นๆไปหมดที่หน้าอกข้างซ้าย

                    กอดแม่บ้านแก่ๆซิ พวกเธอชอบให้เด็กรุ่นลูกรุ่นหลานมากอดมาอ้อนนะจะบอกให้

                    ไม่ได้…”

                    “…”

                    ถ้าเขารู้ว่ากรีนกอดใคร เขาจะทำเรื่องแบบนั้นกับกรีนไม่หยุด มันเจ็บเจ็บกว่าเมื่อคืนอีกเสียงอู้อี้พูดเหมือนเด็กที่กำลังฟ้อง แต่แอชเชอร์คิดว่าเจ้าตัวคงหลุดพูดออกมามากกว่าเรื่องโหดร้ายแบบนี้

                    เอี๊ยดดด!

                    เสียงเบรกของล้อรถ ทำให้ทั้งสองคนหันไปมอง

                    พี่ซาน…”

                    คนที่ก้าวเท้าลงมาคือลี่ซาน ที่ปรายตามองพวกเขาสองคนด้วยดวงตาที่เยียบเย็น

 

 

                    ครืดดด ครืดดดดด

                    ครืดดดดด ครืดดดด

                    กริ๊ก

                    [ทำไมไม่มาโรงเรียน นี่มันสองวันแล้วนะ]

                    “…”

                    [โหล ได้ยินป่ะเนี่ย กรีน!]

                    อือได้ ยิน

                    […เป็นอะไร]

                    เปล่าฮึกๆ ฮึกๆ…”เด็กหนุ่มซุกใบหน้าของตัวเองลงกับกองผ้าห่มยับๆ ก้อนสะอื้นตีขึ้นมาจนจุกไปหมดทั้งลำคอ ทรมานไปหมดกับความเจ็บปวดที่เพิ่งผ่านพ้น สองวันเต็มๆกับการถูกกระทำที่ไร้ความปราณีและความเห็นใจจากคนคนนั้น

                    คนที่ดึงรั้งกระชากร่างของเขาให้ออกมาจากอ้อมอกของเพื่อนรัก ลากถูตัวของเขาให้กลับไปยังที่ที่ควรจะอยู่ ก่อนจะจบลงในจุดเดิมๆอย่างที่แล้วมา เว้นแต่ครั้งนี้ช่างรุนแรงเหลือเกินจนลำคอเล็กได้แต่เปล่งเสียงกรีดร้องออกไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน เหนื่อยใจจะขาดกับการที่ต้องร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด

                    “…เจ็บฮึกๆ เจ็บ เจ็บที่สุดเลย…”

                    […]

                    “…ฮือๆๆๆ…”

………………………………………

                    มาอย่างงงๆ เอาไปเต็มๆตอน ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ^ ^

ความคิดเห็น