Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 9 กบฏ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 192

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2564 12:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 กบฏ
แบบอักษร

12 พฤษภาคม 2584 หน่วยปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติ

ทินกรทิ้งตัวลงไปบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานของเขา ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ทำให้ชายหนุ่มสองคนที่เดินตามเขาเข้ามานั้น มองหน้ากันด้วยความเป็นห่วงผู้บังคับบัญชา

ไม่มีใครพูดอะไรอยู่นาน จนกระทั่งทินกรเป็นคนเปิดปาก

“ถ้ายังติดต่อไม่ได้ภายในหนึ่งเดือน ถือว่าเป็นกบฏ …พี่ชาญพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง” เขากัดฟัน และเอากำปั้นทุบโต๊ะ จนภานุสะดุ้ง แต่อเนกนั้นถอนหายใจและพยักหน้า พร้อมกับเอ่ยปากปลอบเพื่อนว่า

“กูรู้ว่ามันฟังดูไร้สาระ แต่ที่พี่ชาญพูดแม่งก็เข้าใจได้ตามกฎนะเว้ย ไอ้กันต์ไปปฏิบัติภารกิจแทรกซึม และติดต่อไม่ได้มาสามเดือนแล้ว แถมมันยังไม่ติดต่อมาด้วย นาฬิกาดิจิตอลที่ติดตัวไปก็ไม่มีสัญญาณ”

“หรือว่าไอ้กันต์ …” ภานุเอ่ยเสียงเบา

“หุบปาก” ทินกรพูดอย่างเยือกเย็น ก่อนที่อเนกและภานุจะหันไปมองหน้ากันอีกครั้ง

ความจริงแล้วทั้งอเนกและภานุ ผู้ซึ่งมีหน้าที่รวบรวมข้อมูล สืบงานเอกสาร และติดต่อหาสัญญาณต่างๆ คุยกันโดยไม่มีทินกรหลายครั้งแล้ว ว่าความจริงที่น่าเจ็บปวด ซึ่งพวกเขาเองก็ไม่อยากยอมรับนั้น มีอยู่อย่างเดียวเท่านั้น

นั่นคือ ชนกันต์อาจจะเสียชีวิตแล้วระหว่างปฏิบัติการ

แน่นอนว่าแม้ว่านั่นจะทำให้พวกเขาเจ็บปวดและเสียใจ แต่มันก็มีความเป็นไปได้มากทีเดียว เพียงแต่ทินกรไม่เคยยอมรับความจริงข้อนั้น และหลังจากประชุมกับชาญยุทธ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของพวกเขา ชาญยุทธเองก็พูดได้น่าสนใจ

‘ไอ้กันต์เป็นคนเก่ง ตราบใดที่มันยังมีลมหายใจ มันหาทางติดต่อเรากลับมาได้แน่ๆ ดังนั้น มีเพียงสองเหตุผลเท่านั้นที่มันไม่ยอมติดต่อมาเป็นเวลาถึงสามเดือน นั่นคือ มันตายแล้ว หรือไม่ มันก็แปรพักตร์ไปแล้ว’

คำนั้นทำให้ภานุและอเนกมองหน้ากัน ทั้งสองทางที่เป็นไปได้นั้นช่างเจ็บปวด แต่ทินกรกลับตบโต๊ะของผู้บังคับบัญชาอย่างอดรนทนไม่ไหว เขายอมรับไม่ได้ทั้งสองเหตุผล และเชื่อว่าต้องมีเหตุผลอื่นอีก

‘ไม่ใช่ทั้งสองอย่างครับ ชนกันต์ยังอยู่และมันไม่แปรพักตร์แน่นอน คนอย่างมัน พี่ก็รู้ ผมก็รู้ และผมจะพิสูจน์ให้พี่เห็นเอง ว่ามันไม่ได้มีแค่สองเหตุผลที่ทำให้ชนกันต์หายไป’

แล้วพวกเขาก็ออกมาจากห้องของชาญยุทธ แน่นอนว่าทินกรพรวดออกมาก่อน โดยลืมทำความเคารพผู้บังคับบัญชา แต่ชาญยุทธก็ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจมากกว่าจะเอาเรื่อง

‘ฝากดูไอ้ทินด้วย มันอยากทำอะไรก็ทำ แต่ระวังให้ดี กูไม่อยากเสียตำรวจมือดีไปอีกคน’

ทั้งอเนกและภานุทำความเคารพชาญยุทธ ก่อนจะวิ่งตามทินกรเข้ามาในห้องนี้ ที่บรรยากาศตึงเครียดมากขึ้นทุกขณะ ภายในห้องเริ่มรกและกองเอกสารสูงขึ้น แผนที่รัฐอิสระพันวากางอยู่บนกระดาน และรูปของบุคคลสำคัญต่างๆ ปักไปทั่ว

“มันไม่ใช่ทั้งสองอย่าง ไอ้กันต์ยังไม่ตายและมันไม่ได้แปรพักตร์”

“พี่ทิน เอ่อ … รู้ได้ไงครับ” ภานุถามเกร็ง

“กูรู้สึก”

คำตอบของทินกรทำให้อเนกกับภานุมองหน้ากัน และพวกเขาก็คิดว่าทินกรน่าจะบ้าไปแล้วแน่ๆ เพราะหัวหน้าปฏิบัติการของพวกเขา ไม่เคยทำงานแบบใช้ความรู้สึกมาก่อน แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

“แล้วมึงเอาไงต่อ” อเนกถามขึ้น “ตอนนี้สถานการณ์ในรัฐพันวาตึงเครียดมาก เราไม่สามารถส่งหน่วยปฏิบัติการอย่างเป็นทางการเข้าไปได้เลยนะ เราจะนั่งรอไอ้กันต์ต่อ หรือมึงจะให้พวกกูทำยังไง บอกมาได้เลย”

ทินกรส่ายหน้า ดวงตาของเขายังเหม่อลอย และมองไปยังกรอบรูปใบเล็กที่วางเอาไว้บนโต๊ะทำงาน เป็นรูปของนายตำรวจหนุ่ม 12 คน ที่เคยเป็นสมาชิกกลุ่มลาบจ่าแหลม … กลุ่มที่แอบมากินเบียร์กับลาบที่หน้าโรงเรียนนายร้อย

ไกรวุฒิ อเนก จิรา เขา ชนกันต์ ภานุ กรองแก้ว พิมมาดา ชณรพ วิวัฒน์ และเนติวัฒน์ ทุกคนยิ้มแย้มอย่างมีความสุขอยู่ในร้านลาบประจำแห่งนั้น และในรูป เขากำลังกอดคอชนกันต์อยู่

วันเวลาผันผ่าน หลายอย่างในรูปเปลี่ยนแปลงไป แต่รูปถ่ายยังคงเหมือนเดิมอยู่เสมอ ทินกรมองจ้องไปยังสายตาคมและใบหน้าหล่อเหลาของชนกันต์ ที่โดดเด่นออกมาจากในรูป รอยยิ้มสวยสดที่เขารักและโหยหามากเหลือเกินในเวลานี้ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย

ไม่ได้เลย …

“กูจะไปเอง”

“หา!?!”

ทั้งอเนกและภานุอุทานมาพร้อมกัน พวกเขาไม่คิดว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้ออกมาจากปากของทินกร เพราะการกระทำแบบนี้ก็เหมือนกับการแทรกแซงปฏิบัติการของชนกันต์ และเป็นการละเมิดคำสั่งห้ามของรัฐบาล

เนื่องจากมีคำสั่งออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่า ไม่ให้มีการส่งกำลังเข้าพื้นที่รัฐอิสระพันวาอีก เนื่องจากสถานการณ์ภายในที่ตึงเครียด หากถูกจับได้ ทินกรต้องลำบากอย่างแน่นอน

“มึงจะบ้าเหรอ?” อเนก ที่แม้จะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ก็เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของทินกรด้วยพูดขวางขึ้น “มึงจะเอาเหตุผลกี่ข้อที่จะบอกว่ามึงไม่ควรเข้าไปน่ะ กูกับไอ้นุจะลิสต์ให้”

“อย่าตัดสินใจด้วยอารมณ์สิพี่” ภานุเตือนเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง

แต่ทินกรไม่ฟัง เขาเงยหน้ามองสบตาอเนกและภานุ พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะพูดกับทั้งสองคนอย่างใจเย็นว่า

“กูไม่ได้ตัดสินใจด้วยอารมณ์ กูคิดเรื่องนี้มาเป็นเดือนแล้ว และกูก็ไปเจอกรองแก้วมาเมื่ออาทิตย์ก่อน มันบอกว่าผัวมันมีแผนจะไปประชุมที่นั่น กูสามารถแทรกซึมไปในฐานะบอดี้การ์ดของมันได้”

“นั่นถูกกฎหมายเหรอครับ” ภานุถามอย่างเป็นห่วงอีกครั้ง

“มึงก็ไม่ควรถามหรอก” อเนกส่ายหน้า “ก็รู้ว่าไม่” เขาหันกลับไปที่เพื่อนรักอีกครั้ง แววตาของทินกรบอกว่าอีกฝ่ายไม่โกหกเลยแม้แต่น้อย ตอนที่พูดสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้วออกมา

“มึงตัดสินใจไปแล้วสินะ … และวางแผนไปแล้วคนเดียว แถมยังไปเจอกรองแก้วโดยไม่บอกกูกับไอ้นุสักคำ” อเนกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และนั่นก็ทำให้ทินกรเงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างประหลาดใจ

แววตาของอเนกเจ็บปวด “มึงคิดและทำคนเดียวมาขนาดนี้ กูกับไอ้นุจะทำอะไรได้ล่ะ? มึงไม่เคยไว้ใจพวกกูอยู่แล้วนี่ และมึงก็ไม่เคยสนด้วยว่าพวกกูจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีมึง หลังจากที่เราน่าจะเสียไอ้กันต์ไปแล้วน่ะ

โอเค … อยากไปก็ไป อยากทำอะไรก็ทำเลย สั่งพวกกูมาก็พอ”

แล้วอเนกก็หันหลังให้พวกเขา และเปิดประตูห้องออกไป

“พี่เอกครับ!!” ภานุหันไปมองและเรียกเอาไว้ แต่ไม่ทันแล้ว

เขาจึงหันกลับมาที่ทินกรอีกครั้ง ผู้บังคับบัญชาหนุ่มถอนหายใจออกมา สีหน้าของเขาเครียดกว่าทุกครั้งที่เคยเป็น ก่อนที่ทินกรจะยกมือขึ้นลูบหน้า และเปิดลิ้นชัก หยิบซองบุหรี่ออกมา

ทินกรลุกขึ้น หันมามองหน้าภานุ ก่อนจะบอกอีกฝ่ายว่า

“กูไปคุยกับมันเอง เดี๋ยวกลับมา กูต้องการข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับรัฐอิสระพันวา และทุกแก๊งที่ต้องสงสัยว่าส่งยาเสพติดเข้ามาในบ้านเรา อ่อ ติดต่อกรองแก้วให้ด้วย คราวนี้ต้องขอให้มันช่วย”

“ครับพี่ทิน!”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว