facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บท 29 : กลัว +

คำค้น : ปั้นหมึกcontest โรแมนติค รัก เจ้าแผนการ แอบรัก NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2564 23:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 29 : กลัว +
แบบอักษร

บท 29 กลัว 

ร่างบางในชุดกระโปรงธรรมดากำลังยืนรอรถอยู่กลับกลุ่มคนใต้ร่มหลังคา เนื่องจากพยากรณ์อากาศช่วงนี้จะมีพายุเข้าและในขณะเวลานี้โชคไม่ดีนักที่มีฝนปรอยลงมา ไม่ตกหนักแต่สร้างความรำคาญให้คนที่เดินเท้าได้

มนวดีไม่ได้พกร่มมาเพราะไม่คิดว่าต้องเดินทางกลับที่พักด้วยตนเอง แต่เรื่องฝนไม่เป็นปัญหาเท่าเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ความจริงเธอรู้สึกผิดที่ต้องโกหกต่อหน้าอชิระไปแบบนั้น สาวร่างบางจึงนึกคำพูดอธิบายความจริงกับเขาอยู่ ถึงแม้ลึกๆจะแอบกลัวว่าเขาอาจจะไม่ได้สนใจเรื่องของเธอเลยก็ตาม

บางทีก็นึกขันโชคชะตา ราวกับโลกของเธอกับอดีตคู่หมั้นเป็นโลกใบเดียวกัน ไปไหนห่างกันอย่างไรต้องวนกลับมาเจอกันอีกจนได้ รวมไปถึงงานนี้ด้วย

“เห้อ”

เจออชิระคนเดียวไม่พอยังเจอคนที่ชอบเขาแต่ไม่ชอบเธออีก

รอไม่นานก็มีรถแท๊กซี่จอดเทียบท่าป้ายไฟสีแดงหน้ารถโชว์สถานะให้เห็น หญิงสาวจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปเปิดประตูหลัง เอ่ยสถานที่ที่จะไปก่อนลงไปนั่ง ยังไม่ทันปิดประตูก็มีบุรุษร่างสูงชุดสูทสีดำเบียดเธอเข้ามาก่อนปิดประตู

“คุณอิฐ!”

มนวดีตะลึงที่เป็นเขาและไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มจะมานั่งอยู่บนรถแบบนี้

ชายหนุ่มหน้านิ่ง บอกสถานที่ใหม่ให้คนขับ พร้อมยื่นแบงก์สีเทาให้เป็นการบังคับกลายๆ เขาหันไปมองมนวดีแวบหนึ่งก่อนถอดเสื้อสูทให้เธอไว้ใช้คุมตัว แต่คนตัวเล็กที่ไม่เข้าใจกลับรับมาถือไว้ด้วยความสงสัย

“ผมให้คุณใส่ ไม่ใช่ถือ”

“คุณอิฐตามมาทำไมค่ะ”

“นึกขึ้นได้ว่าห้องรก”

ใช่ มันคือข้ออ้าง เขาตอบแบบไม่หันหน้าไปมองเธอ ข่มใจยังไม่ถามเรื่องที่อยากรู้ กลัวว่าถ้าหากได้จุดประเด็นเรื่องนี้เขาคงได้คว้าเธอมาทำโทษหลังเบาะนี่แน่นอน

มนวดีพอจะเข้าใจแล้ว เขาตามเธอมาให้ไปทำความสะอาดห้องนี่เอง หญิงสาวกางสูทตัวใหญ่ที่ยังมีร่องรอยความอบอุ่นเขาอยู่ ก่อนใช้มันคุมร่างกาย เธอเอ่ยขอบคุณเขาเบาๆ แต่เขากลับไม่สนใจและตีหน้าตึงใส่เธอ

เท่านี้จึงรู้ว่าอชิระคงกำลังไม่พอใจในตัวเธออยู่ มนวดีได้แต่นั่งเงียบตลอดทาง

จนกระทั่งถึงห้องชายหนุ่ม อชิระก็ยังไม่พูดอะไรกับหญิงสาวสักคำเดียว ราวกับกำลังอดทนอดกลั้นอารมณ์บางอย่าง ซึ่งคนตัวเล็กรับรู้ได้ถึงรังสีความโกรธของเขา แต่เธอก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะถามเขาว่าโกรธอะไร จึงเบี่ยงประเด็นถามถึงเรื่องห้อง

“คุณอิฐจะให้มิ้มทำความสะอาดตรงไหนเหรอคะ”

“พอเถอะมิ้ม ผมเห็นคุณเป็นแบบนี้แล้วจะอ้วก”

“…”

หญิงสาวตกใจกับคำกล่าวรุนแรง ร่างสูงเดินเข้ามาหาแล้วจับไหล่บางทั้งสองให้หันมาเผชิญหน้ากัน

“เลิกทำเป็นใสซื่อ แล้วมาเผยธาตุแท้กันดีกว่า”

คนตัวเล็กไม่ได้โต้ตอบอะไร เพราะเธอไม่รู้จะพูดอะไร ในใจรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา เธอไม่ชอบที่อชิระเป็นแบบนี้

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณเล่นละครได้เก่งมาก เอาซะผมเชื่อสนิทใจเลยว่าคุณเป็นจิตใจดี ใสบริสุทธิ์ แต่วันนี้ผมรู้ความจริงแล้ว เพราะฉะนั้นคุณก็แค่พูดความจริง ขอแค่นี้ทำได้ไหม”

“คุณไม่พอใจมิ้มเรื่องวันนี้เหรอคะ”

“คนโดนหลอก มีใครเขาพอใจกันบ้าง”

ชายหนุ่มพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ทุกอย่างเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นผล

“ตอนแรกก็คิดว่ามีแค่ไอ้หนุ่มสถาปนิก ที่ไหนได้เพิ่งมารู้ว่าโดนสวมเขาจากไอ้หน้าฝรั่งนั่น!”

“คุณอิฐกำลังเข้าใจผิดนะคะ”

คนตัวเล็กรู้สึกเจ็บกายเมื่อคนตรงหน้าออกแรงบีบไหล่เธอด้วยอารมณ์ และเจ็บที่ใจเมื่อเขาทำเหมือนรังเกียจเธอ

“งั้นก็อธิบายมาสิมิ้ม”

“ความจริงแล้ว พี่คริสกับมิ้มไม่ได้เป็นอะไรกัน พี่คริสเป็นแฟนของกรค่ะ แต่ทั้งสองคนบอกคนอื่นเรื่องนี้ไม่ได้ มิ้มก็เลยช่วยแกล้งเป็นแฟนให้”

เธอตอบเสียงอ่อย ฟังดูตลกแต่มันคือเรื่องจริง

“เหอะ อุตส่าห์รอฟัง คิดว่าคุณจะหาเหตุผลได้ดีกว่านี้นะมิ้ม”

“มิ้มไม่ได้โกหกนะคะ”

เหมือนชายหนุ่มไม่สามารถแยกแยะเรื่องจริงได้อีกต่อไป อาการหึงหวงตีขึ้นสมองจนทำให้เขาขาดเหตุผล แน่นอนว่าไม่เคยเป็นมาก่อนกับใคร ยิ่งคำอธิบายจากปากเธอฝ่ายเดียวมันไม่ช่วยดับไฟในใจเขาได้เลย

“แกล้งเป็นแฟน เป็นถึงขั้นไหนเหรอมิ้ม ถึงขั้นนอนด้วยกันแบบผมไหม”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วเข้มถามอย่างหาเรื่อง

“คุณอิฐ!”

ไม่คิดว่าเขาจะพ่นคำทิ่มแทงจิตใจออกมา หญิงสาวพยายามจะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่เขากลับดันร่างเธอให้ติดผนัง ใช้ร่างหนาทาบทับลงมาไม่ให้เธอหนีไปไหน ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งไม่พอใจ

“ปล่อยมิ้มนะคะ”

“จะหนีทำไม ผมพูดความจริงแล้วรับไม่ได้เหรอ”

ใบหน้าหวานส่อแววไม่พอใจเธอจ้องหน้าเขากลับคืนเช่นกัน

“ถ้างั้นมิ้มก็ไม่มีอะไรจะพูด”

“ไม่มีอะไรจะพูดหรือพูดไม่ออกเพราะแทงใจดำ ถามจริงเถอะ มันรู้ไหมว่าคุณนอนกับผมไปกี่ครั้งแล้ว อ่อ หรือไม่แคร์ แค่ขอให้ได้จับคนรวยๆสักคนก็พอ”

“ถึงมิ้มจะไม่ดี แต่มิ้มไม่ได้หลอกใคร”

คำพูดดูถูกเปรียบเสมือนมีดกรีดแทงหัวใจ มันทำให้เธอจุกจนพูดไม่ออก น้ำตาที่พยายามกลั้นเริ่มเต็มคลอเบ้า

“แปลว่าเต็มใจงั้นสิ ก็ได้ถ้างั้น รับจ้างเป็นแฟนไอ้หมอนั่นแล้ว รับจ้างผมคืนนี้เป็นไง”

พูดจบก็ก้มหน้าซุกไซร้ซอกคอคนตัวเล็ก ขณะใช้มือข้างหนึ่งจับข้อมือเธอไว้ อีกข้างก็ถอดเนคไทโยนทิ้งไปไม่ไยดี ต่อด้วยปลดกระดุมเสื้อ ร่างบางสะดุ้งกลัวจับใจเธอพยายามเบี่ยงซ้ายขวาและร้องขอความเห็นใจจากเขา

“หยุดนะ คุณอิฐ”

“จะกลัวอะไรล่ะ กับคนเคยๆ”

“ฮึก ปล่อยมิ้ม มิ้มจะกลับ”

“กลับห้องหรือกลับไปหาใคร”

น้ำตาของเธอทำให้เขาใจอ่อนได้ แต่ยังไม่ใช่วันนี้ ยิ่งนึกภาพของเธออยู่ภายใต้ร่างของคริส เขาทนไม่ได้และไม่มีวัน

“จะกลับก็ได้ แต่ต้องใช้หนี้ผมให้หมดคืนนี้นะ”

“มิ้ม ไม่…อุ้บ”

เขาไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น ยิ่งนึกถึงตอนที่เธออยู่กับผู้ชายอื่น ยิ่งตอนเธอเรียกคนอื่นอย่างสนิทสนม ให้เขาเป็นได้แค่พี่ที่รู้จัก มันเจ็บลึกข้างในจิตใจ มันยากที่จะเชื่อว่าเธอไม่ได้พูดโกหก

เมื่อสมองไม่อยากรับรู้ ชายหนุ่มจึงเลือกปิดช่องทางรับสาร ลำแขนแกร่งเกี่ยวรัดร่างบางให้แนบชิดจนทรวงอกนุ่มนิ่มดันเบียดชิดกับแผงอกแกร่งเปลือยเปล่า  ขณะที่มือแกร่งอีกข้างบีบกรอบหน้าหวานแล้วประทับริมฝีปากเพื่อกลบเสียงคนตัวเล็กอย่างร้อนแรงในทันที แม้อีกฝ่ายจะดิ้นซ้ายหลบขวา ทุบบ่ากว้างเอาเป็นเอาตายแค่ไหน ร่างสูงก็ไม่สะทกสะท้าน

จูบครั้งนี้ไม่มีรสหวานเลยสักนิด ชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากแนบแน่นซะจนเธอรู้สึกแสบไปทั่ว เขาบีบแก้มทั้งสองจนเธอต้องเผยปาก ลิ้นหนาอุ่นชื้นถูกส่งเข้ามาพัวพันโดยไม่ทันตั้งตัว หาหนทางจะหนีเพราะนี้คือการบังคับจูบ

ราวกับกำลังเอาชนะไม่ใช่ทำด้วยความอ่อนโยน พิษสวาทใด มือสากลากเลื้อยไปตรงบั้นท้ายกลมกลึงเขาสัมผัสมันอย่างอุกอาจไร้ความปรานี ขย้ำพร้อนดันร่างบางให้แนบชิด สัมผัสตามอำเภอใจราวกับร่างนี้เป็นของของตน

เมื่อเห็นว่าอีกคนใกล้หมดลม ชายหนุ่มจึงยอมถอนใบหน้าออกมาดูผลงานตัวเอง ริมฝีปากอิ่มชุ่มฉ่ำ เปียกชื้นไปด้วยน้ำลายเขาของและเธอผสมกัน ใบหน้าหวานแดงระเรื่อรีบหอบเอาอากาศเข้าสู่ปอด แต่ไม่ทันไรคนตัวโตก็พุ่งเข้ามากระทำซ้ำเดิมอีกรอบ จนเธอตั้งรับไม่ทันหงายไปข้างหลัง รอบนี้มือเขาไม่ว่างมาจับกรอบหน้า ทว่าการจูบยังคงดุดันไม่ได้พัก มือข้างนั้นเปลี่ยนมาสัมผัสเรือนร่างเล็กไปทั่ว

“อื้อ ปล่อยมิ้มนะ”

แล้วเขาหาฟังไม่ ชายหนุ่มเปลี่ยนตำแหน่งใบหน้าลงมาซุกไซร้กรอบหน้า ลำคอ เนินอกที่โผล่พ้นชุดกระโปรง

มนวดีรู้สึกเจ็บเมื่อคนตัวตัวจงจงเม้มผิวบอบบางของเธอจนขึ้นสี ฝากรอยรักตีตราจองเจ้าของทุกพื้นที่ที่ริมฝีปากวาดผ่าน หญิงสาวยังคงดิ้นหาหนทางรอด สองมือผลักดันบ่าแกร่ง ทว่าความใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุทำให้ยากต่อการต่อกร

จนกระทั่งซิปกระโปรงข้างหลังเธอถูกรูดลง ความตกใจจึงทำให้คนตัวเล็กรวบรวมพลังพลักร่างสูงออก ก่อนรีบเดินออกมาเป้าหมายคือประตูทางออก

“ว้าย คุณอิฐปล่อยนะ ปล่อยมิ้ม”

“หนีเป็นหนังแขกไปได้”

เดินออกมาได้สามก้าวก็ถูกเขาอุ้มพาดบ่า จนลอยหวือศีรษะห้อยมองเห็นแค่พื้นห้อง มือเล็กระดมทุบแผ่นหลังเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

ตุ้บ!

“โอ้ย”

“ก็บอกให้ปล่อยเองนี่”

เขาปล่อยเธอลงเตียงนอน ตาคมไล่มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาสื่อความนัย ใบหน้าหวานดูตื่นกลัว ริมฝีปากสีระเรื่อ ทรงผมที่ยุ่งเหยิง เสื้อที่หลุดลง ไหนจะรอยที่เขาฝากไว้ มันไม่ได้ทำให้สงสารทว่ากลับกลายเป็นกระตุ้นแรงขับเคลื่อนทางเพศ

มนวดีมองซ้ายขวาเตรียมคลานหนีทว่าถูกอชิระดึงข้อเท้าให้ไถลกลับมาที่เดิม พร้อมด้วยร่างหนาที่ขึ้นมาคร่อมเธอไว้

           “ทำไมละมิ้ม แค่เปลี่ยนพี่คริสเป็นพี่อิฐ มันคงไม่ยากเท่าไรมั้ง เราก็เคยทำมาแล้วนี่”

           ชายหนุ่มลากมือสากจากขาขึ้นสูงขึ้นไป จงใจเปลี่ยนสรรพนามเพื่อให้เธอตระหนักความเหมือน

           “มิ้มไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นกับพี่คริสนะคะ”

ไม่ว่าเธอจะอธิบายอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อ หญิงสาวหลบซ้ายเมื่อเขาก้มใบหน้าลงมา ดิ้นรนออกจากใต้ร่างสูง ทว่ายิ่งเธอทำเหมือนอยากจากไปเขามันทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ

“คุณอิฐปล่อยมิ้มไปเถอะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ”

เหมือนได้ยินเสียงขาดกันของเชือกเส้นสุดท้าย คำที่เขาไม่อยากได้ยินมากที่สุดถูกเปล่งออกมาเพื่อย้ำเตือนสติชายหนุ่ม ทว่าเขาทนรับฟังไม่ได้ และเขาจะย้ำเตือนเธอเองว่าความจริงเราเป็นอะไรกัน

“งั้นเรามาเป็นอะไรด้วยสถานะ พี่ที่รู้จัก แล้วกัน”

“มิ้มขอ...อื้ม”

เธอกำลังจะเอ่ยขอโทษที่เออ ออ ไปในตอนนั้นแต่ไม่ทันเสียแล้ว อชิระก้มหน้าลงมาปิดริมฝีปากเธออีกรอบ ชายหนุ่มจงใจบดเบียด ดูดดึงริมฝีปากของสาวใต้ร่างอย่างเอาแต่ใจ จนหญิงสาวระบมอีกครั้ง

มือเล็กดันร่างหนาจนหมดแรง ไม่อาจต่านทานแรงผู้ชายได้ ครั้งนี้เขากระทำการรุนแรงอีกครั้ง มือหนาดึงชุดหญิงสาวให้ร่วงลงมาจนเผยให้เห็นบราห่อหุ้มทรวงอกอิ่ม ไม่รอช้ามือหนาตะปบเนินเนื้อนิ่มอย่างอุกอาจ จนมนวดีต้องร้องประท้วงในลำคอ เธอกลัวเขาจับใจ น้ำตาไหลทว่าเขาคงไม่สนใจ

ชายหนุ่มอ่อนโยนกับเธอเสมอแต่ไม่ใช่ครั้งนี้ เขาคงเห็นเธอไม่มีค่าอะไรให้ทะนุถนอมจึงทำตามอำเภอใจ ไม่ฟังคำร้องขอจากคนตัวเล็ก เมื่อจูบเธอจนพอใจ ใบหน้าหล่อคมจึงเลื่อนลงมาเนินอกอิ่ม ก่อนใช้มือดึงบราลูกไม้ให้ต่ำลงเผยให้เห็นเนื้อแท้

สัญชาตญาณดิบสั่งให้ใช้ปากครอบครองก้อนเนื้อนิ่มอย่างตะกละตะกลาม มือสากก็บีบขย้ำจนเกิดรอยไม่ได้สร้างความรัญจวนใจแต่ได้อย่างใด สิ่งที่หญิงสาวรับรู้คือความเจ็บแสบ เธอร้องไห้ออกมาเหมือนคนหมดหนทางสู้ ใช้มือทั้งสองปิดปากกันเสียงสะอื้น

เหมือนร่างบางที่สั่นจะเตือนสติให้เขาเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าหวานที่เปื้อนไปด้วยน้ำตา จนต้องชะงักกับการกระทำของตน

“มิ้มขอโทษ ฮึก มิ้มกลัวแล้ว มิ้มไม่ได้โกหกจริงๆ”

เธอยกมือปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่รู้จะทำอย่างไรได้อีก เพราะเธอพูดความจริงไปหมดแล้ว จึงได้แต่ร้องขอความเห็นใจ ถึงจะรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีค่าอะไรให้เขาแคร์ความรู้สึกและเห็นเธอเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ แต่เธอก็กลัวอชิระที่ทำแบบนี้


เกลียดอิคุณพี่ ใจร้ายยย TT ฝากติดตาม กดไลค์ คอมเม้น เพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะงับ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว