ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
บทนำ

หนุ่มหล่อออร่า หน้าตาดี ผมตัดสั้น สวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนปลดกระดุมเม็ดบนสองเม็ด พับแขนขึ้นไปถึงข้อศอก ที่กำลังเดินเข้ามาในร้านที่พลอยใสนั่งอยู่ตามลำพังเรียกความสนใจของเธอให้มองตามไม่วางตา เขาหล่อ หล่อมาก ๆ หล่อแบบไม่มีอะไรกั้น และเพราะนิสัยชอบคนหล่อ ทำให้ความรู้สึกที่นำพาเธอมายังสถานที่แห่งนี้เพียงลำพังลดน้อยลงไปมาก แค่ได้มองคนหล่อเดินไปนั่งที่โต๊ะไม่ห่างจากเธอนัก แล้วสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานด้วยท่วงท่าแสนเท่ก็รู้สึกว่าดีต่อใจ น้ำตาที่กลั้นไว้ไม่ให้ไหลออกมาตั้งแต่เมื่อหัวค่ำก็ดูเหมือนจะแห้งเหือดไปโดยไม่ต้องพยายามอีกแล้ว พลอยใสรู้สึกบรรลุในตอนนั้นเองว่า ชีวิตนี้แค่ติ่งคนหล่อไปวัน ๆ ก็ดีแล้ว ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลย 

เขาส่งยิ้มที่ทำเอาคนแอบมองอย่างเธอใจละลายให้กับพนักงานรับออร์เดอร์ ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะเลยมาที่เธอพร้อมกับการเลิกคิ้วน้อย ๆ ทำให้พลอยใสรีบก้มหน้าหลบตา เขินจัง...โดนจับได้ว่าแอบมอง  

หลังจากนั้นก็ดูเหมือนว่าคนที่แอบมองเขาก่อนจะต้องเป็นฝ่ายหลบ เพราะตอนนี้เขาเป็นฝ่ายนั่งมองเธอ จนกระทั่งมีพนักงานนำเครื่องดื่มมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา พลอยใสก็เห็นว่าเขาขยับตัวลุกขึ้น หยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นถือ แล้วเดินตรงมาหาเธอ 

“มาคนเดียวเหรอครับ” เขาทักทาย 

“ค่ะ” พลอยใสตอบ ก่อนหลุบตาลงมองแก้วเครื่องดื่มในมือ ที่ตอนนี้เหลือเพียงก้อนน้ำแข็งไม่กี่ก้อน 

เธอสบตากับเขาได้ไม่นานเพราะรู้สึกเขินมากจริง ๆ ยิ่งเขามายืนอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้เธอยิ่งเห็นว่าเขาหล่อมาก พลอยใสไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนเราถึงหล่อได้ขนาดนี้ แต่เขาก็หล่อและถูกใจเธอมากจริง ๆ จนแทบจะลืมเรื่องราวและใครบางคนที่ทำให้เธอมานั่งอยู่ตรงนี้เพียงลำพังไปเลย 

ทำไมคนเราต้องมัวเสียใจกับคนที่ไม่เห็นค่าเรา ในเมื่อมีคนหล่อถูกใจเดินเข้ามาชวนคุยขนาดนี้ 

“ผมก็มาคนเดียว นั่งด้วยคนได้ไหมครับ” เขาถาม ทำให้พลอยใสเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ก่อนพยักหน้าเหมือนถูกสะกด 

“เชิญค่ะ” 

เขาส่งยิ้มละลายใจมาให้อีกครั้ง ก่อนเดินเข้ามานั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน พลิ้วมาก...พลอยใสคิดในใจ เพราะแม้ว่าเขาจะเข้ามานั่งบนโซฟาตัวเดียวกับเธอ แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกสบายใจที่จะให้เขานั่งด้วย ไม่รู้สึกอึดอัดหรือรู้สึกว่าถูกคุกคามเลยแม้แต่น้อย และยิ่งมานั่งอยู่ใกล้ ๆ กันเช่นนี้ ยิ่งทำให้เธอเห็นว่าเขาหล่อละลายแค่ไหน ผิวขาวจัดของเขาเนียนละเอียด ตอหนวดและเคราที่โกนเกลี้ยงเกลามองเห็นเพียงรอยเขียว ๆ นั่นทำให้ใบหน้าเนียนที่เห็นดูมีเสน่ห์ทางเพศแบบผู้ชายขึ้นมาอีกหลายระดับ 

พลอยใสว่าหัวใจเธอกำลังจะหยุดเต้น อดสงสัยไม่ได้ว่าหากเธอหัวใจวายตายเพราะเจอผู้ชายหล่อมันจะดูน่าอนาถขนาดไหน แต่เธอก็หวังว่าคนอื่นจะเข้าใจเธอ หัวใจติ่งของเธอที่พร้อมถวายให้ผู้ชายหล่อ ๆ จะทนทานอำนาจทำลายล้างของเขาได้อย่างไร และหากเธอตายจริง ๆ อย่างน้อย ๆ ก็ถือว่าตายแบบไม่ผิดคอนเซปต์ ตายเพราะคนหล่อ ดีกว่าตายเพราะอกหักเป็นไหน ๆ 

“ดื่มอะไรดีครับ” เขาถามขึ้น 

อ่า...เธอยังไม่ตาย ยังได้ยินเสียงทุ้มนุ่มนวลชวนฝันของเขาอยู่ พลอยใสหันไปยิ้มให้เขาอย่างเพ้อ ๆ ก่อนยื่นมือไปรับเมนูในมือเขามาดู แล้วเลือกค็อกเทลชนิดหนึ่งที่ไม่มีสติพอจะรู้ว่าตนเองสั่งอะไรไป หางตาเห็นเขาสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานที่ไม่รู้ว่าเขาเรียกมาตอนไหน หลังจากพนักงานผละไป เขาก็หันมาเอ่ยกับเธอ 

“ผมณตครับ”  

“พลอยใสค่ะ” 

“ทำไมมาคนเดียวล่ะครับ” 

“ก็...ไม่มีใครมาด้วย” 

“คุณไม่ใช่คนที่นี่?” เขาถามพลางเลิกคิ้ว  

พลอยใสยิ้ม ตอบในใจ...บ้านเกิดเลยแหละคุณ แต่คำพูดที่เอ่ยออกไปกลับเป็น 

“พลอยใสมาเที่ยวค่ะ พรุ่งนี้ก็กลับกรุงเทพฯ แล้ว” โกหกเห็น ๆ แต่ใครจะบอกคนที่เพิ่งรู้จักกันล่ะว่าเพิ่งถูกหลอกให้ย้ายกลับมาบ้านเกิด ได้งานแล้ว และจะเริ่มงานใหม่ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้  

“ผมเป็นคนกรุงเทพฯ” เขาบอกโดยที่เธอไม่ต้องถาม 

“มาเที่ยวเหมือนกันเหรอคะ” 

“เปล่าครับ ผมทำงานที่นี่” 

“กรุงเทพฯ ไม่มีงานให้ทำเหรอคะ” ความปากไวทำให้ถามออกไปแบบไม่ค่อยน่ารักนัก แต่คนถูกถามกลับหัวเราะอย่างไม่ถือสา แถมทำเหมือนเธอตลกน่ารักมาก ๆ เสียอย่างนั้นแหละ ดีต่อใจจริง ๆ เลย 

“มีครับ แต่ตอนนี้จำเป็นต้องมาทำงานที่นี่” 

“แปลว่ามาชั่วคราวเหรอคะ” 

“ชั่วคราวแบบหลายปีน่ะครับ” เขาบอก ยกเครื่องดื่มขึ้นดื่ม พลอยใสเลยทำตาม พอวางแก้วลง เธอก็ถามเขา 

“คุณมาทำงานที่นี่นานแล้วเหรอคะ” 

“ก็ระยะนึงแล้วครับ” 

“ชอบไหมคะ” เธอหมายถึงเขาชอบที่นี่ไหม ชอบเพชรบูรณ์บ้านเกิดเธอหรือเปล่า 

“ชอบครับ” เขาตอบ แต่สายตาที่มองมาเหมือนไม่ได้หมายถึงชอบเพชรบูรณ์ แต่ชอบบางอย่างมากกว่า...บางอย่างที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขานี่ไง  

สายตาที่สื่อความนัยของเขาทำให้พลอยใสหน้าร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นโครมคราม รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังถูกคนหล่อจีบอยู่เลย 

“ร้านนี้น่านั่งดีนะคะ” เธอเปลี่ยนเรื่อง ขัดเขินกับสายตาที่ไม่ปิดบังความรู้สึกของเขา มองแบบนี้ เอาไปทั้งตัวทั้งหัวใจพลอยใสเลยก็ได้ค่ะ! 

“ร้านประจำของผม” เขาบอก ขยับเข้ามาใกล้เธออีกนิด จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจากตัวเขา เธอควรจะอึดอัดกับความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น แต่ไม่เลย...เธอกลับชอบไออุ่นที่มาพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ แต่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งแบบผู้ชายจากตัวเขา 

“พลอยใสเพิ่งมาเป็นครั้งแรก” เธอบอก ตอนเธอไปเรียนที่กรุงเทพฯ ร้านนี้ยังไม่เปิดเลย พอเรียนจบเธอก็อยู่ทำงานต่อ แม้จะกลับมาเยี่ยมบ้านบ้างแต่ก็เป็นการมาเยี่ยมบ้านจริง ๆ มาใช้เวลาที่บ้านกับพ่อแม่ กินอาหารฝีมือแม่ ต่อให้ออกไปกินข้าวข้างนอกก็เป็นร้านอาหาร ไม่ได้ออกมาร้านนั่งดื่มแบบนี้ 

“น่าเสียดายที่พรุ่งนี้คุณจะกลับแล้ว” 

“แต่คืนนี้พลอยใสยังอยู่นี่คะ” เธอว่าเธอก็พูดปกติ แต่ทำไมเสียงที่ออกมาถึงเป็นเสียงสองที่ดูยั่ว ๆ อ่อย ๆ แบบนี้ก็ไม่รู้ แล้วดูสายตาเขาสิ เหมือนพอใจกับคำพูดของเธอมาก ทั้ง ๆ ที่มันก็แค่คำพูดธรรมดา 

“ผมดีใจที่มาในคืนที่คุณอยู่ที่นี่” เขาพูดใกล้หู ใกล้แบบที่รู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดข้างแก้ม 

พลอยใสรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในกลุ่มหมอกสีพาสเทลรสมาร์ชเมลโลว์ ทั้งหวาน ทั้งหอม เป็นความหวานหอมที่ช่วยเยียวยาความรวดร้าวในอกที่เป็นสาเหตุให้เธอมานั่งดื่มที่ร้านนี้ตามลำพัง เธอใช้เวลาที่ตั้งใจมาคร่ำครวญกับความเศร้าไปกับการ ‘อ่อยมา-อ่อยกลับ’ กับผู้ชายที่หล่อจนใจสั่น เขาถามเธอ เธอถามเขา พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวในระดับผิวเผินที่คนเพิ่งรู้จักกันใช้คุยกัน 

เธอไม่รู้ว่าการพูดคุยจบลงแบบนี้ได้อย่างไร เพราะรู้ตัวอีกทีเธอก็อยู่ในอ้อมกอดเขา ริมฝีปากถูกริมฝีปากเขาแนบลงมาประกบ ตามด้วยปลายลิ้นที่ส่งเข้ามาทักทายปลายลิ้นเธอ พลอยใสหลับตา อ้าปากตอบรับจูบของเขา หัวใจเต้นกระหน่ำ ความรู้สึกที่ว่าเธอกำลังจูบอยู่กับคนหล่อที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่มโนอย่างที่ผ่าน ๆ มา มันให้ความรู้สึกที่ดีมาก ๆ เลย 

“ผมพักข้างบน” หลังจูบกันอยู่ครู่ใหญ่ ๆ เขาก็เอ่ยขึ้น  

พลอยใสไม่รู้หรอกว่าเขาบอกเธอทำไม แต่เมื่อเขาจับจูงนำทางขึ้นไปยัง ‘ข้างบน’ เธอก็เดินตามเขาไปอย่างไม่อิดออดเลย 

มาแล้วค่า ฝากน้องด้วยน้า
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น