facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บท 27 : เรื่องสนุก

ชื่อตอน : บท 27 : เรื่องสนุก

คำค้น : ปั้นหมึกcontest โรแมนติค รัก เจ้าแผนการ แอบรัก NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2565 07:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 27 : เรื่องสนุก
แบบอักษร

บท 27 เรื่องสนุก 

อชิระกลับมาถึงคอนโดในวันอาทิตย์ช่วงเวลาดึกดื่น ร่างกายของเขาต้องการพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันจันทร์ อาบน้ำเสร็จจึงมานั่งเช็ดผมให้แห้งที่โซฟาตัวใหญ่ นิ้วสากไถอุปกรณ์ไอที หาอ่านข่าวสารบ้านเมือง อ่านข่าวหุ้น ดูนั่นดูนู่นดูนี่ไปเรื่อย  

แต่ว่าทุกสิบนาทีจะมีใบหน้าหวานของคนที่มีอิทธิพลต่อเขาอยู่ตอนนี้ลอยเข้ามาพร้อมกับคำถาม เขาเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง นึกถึงเธอ อยากรู้ว่าเธอทำอะไร อยากให้เธออยู่ในสายตา…แทบตลอดเวลา 

‘บ้าไปแล้ว’ 

จอภาพมอนิเตอร์ห้องของมนวดีถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง แม้เขาจะรู้สึกผิดทุกครั้งที่แอบดู เธอกำลังนั่งทำงานอยู่กับพื้นมีโต๊ะญี่ปุ่นพับได้ไว้วางอุปกรณ์วาดเขียน  

‘ดึกแล้วยังทำงานอยู่เหรอ’ 

ทว่าร่างเล็กดูโงนเงนจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ก่อนฟุบสลบลงตรงหน้าเขาไปดื้อๆ  

ใบหน้าหล่อคมลังเลเขาจะโทรไปปลุกเธอดีไหม หรือว่าจะปล่อยให้เธอได้นอน ถ้าเมื่อยก็คงตื่นมาเปลี่ยนท่าทางเอง 

และเมื่อความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาว่าทำไมต้องไปยุ่งเรื่องของมนวดีหนักหนา เขาจึงตัดใจปิดหน้าจอไปดื้อๆ แล้วกลับเข้าไปเตรียมตัวนอน หลับไปพร้อมกับคำถามว่าเธอจะตื่นขึ้นมาไหมนะ ไว้พรุ่งนี้ค่อยลองทักเธอดู 

สรุปว่าคนที่ย้อนแย้งในตัวเองก็ยังคงไม่รู้ตนเองต่อไป 

จนกระทั่งถึงเวลาตอนเย็นซึ่งเป็นช่วงที่เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่า ไม่รู้ว่าเพราะได้เลิกจากงานหรือว่าได้มาเจอคนตัวเล็กที่เดินจับต้นคอมาแต่ไกล 

“ปวดคอเหรอ ทำไมไม่นอนบนเตียงดีๆ” 

“เผลอหลับไปเมื่อคืนค่ะ…” 

ยังไม่ทันบ่นจบคนตัวเล็กตาลุกโต หันมามองด้านคนขับรถราวกับได้ยินสิ่งที่ประหลาด 

“เดี๋ยวนะคะ คุณอิฐรู้ได้ไงว่ามิ้มปวดคอ แล้วก็ไม่ได้นอนบนเตียง” 

ชายหนุ่มที่ถูกจับไต๋ได้เขายังคงแสร้งทำหน้านิ่งต่อไปก่อนอธิบายหลักการและเหตุผล 

“คุณเดินจับคอมา ใครมองก็รู้ว่านอนผิดท่า ปวดตรงนี้ใช่ไหม”  

เขายื่นมือไปจับตรงตำแหน่งที่มนวดีเจ็บจนร้อง โอ้ย ออกมา 

“ปวดตรงนี้ก็น่าจะแปลว่าไม่ได้นอนบนหมอน หรือก้มทั้งคืน” 

ความจริงเขาก็แถไปเรื่อย ทว่าคนตัวเล็กกลับรู้สึกทึ่งว่าอชิระเป็นคนใช้เหตุผลจนเคยตัวและสามารถคาดเดาสถานการณ์ได้ถูกต้อง 

พอถึงห้องชายหนุ่มก็ไปออกกำลังกายเช่นเคย กลับมาพร้อมถุงบางอย่าง ข้างในมีอุปกรณ์ช่วยรักษาคนปวดคอได้ หลังทานข้าวเสร็จเขาเลยจับคนตัวเล็กมานั่งที่โซฟาแบบสบายๆ 

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” 

หญิงสาวนั่งด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม กลัวว่าตนนั้นทำอะไรผิดไปหรือเปล่าเขาจึงจับมานั่งปรับทัศนคติ ไม่นานก็มีของร้อนประคบลงบนตรงตำแหน่งที่เธอปวด 

“นั่งนิ่งๆสิ” 

ชายหนุ่มใช้นิ้วกดนวดบริเวณที่เธอปวดให้อย่างเบามือ  

“ขอบคุณค่ะ” 

มนวดีก้มหน้ายิ้มที่รู้สึกอบอุ่นที่ได้รับความใส่ใจจากคนร่างสูง เขาอาจจะทำไปเพราะความสงสารแต่แค่นั้นมันก็ดีมากสำหรับเธอแล้ว 

ต้นคอ บ่า ไหล่ มนวดีเล็กสำหรับมือใหญ่อย่างเขา ชายหนุ่มไม่กล้าลงน้ำหนักไปกว่านี้ กลัวว่าเธอจะเจ็บ สายตาเผลอมองลำคอขาวผ่องแล้วมันก็ห้ามไม่ได้ให้มองต่ำกว่านั้น ยิ่งผิวสัมผัสของเธอนุ่มเนียน เส้นประสาทของเขาก็ตื่นตัวกันพอดี 

“อ่ะ นั่งประคบไปก่อนแล้วกัน” 

“อ่อ ขอบคุณค่ะ” 

คนร่างสูงผละออกจากห้องไป สร้างความงุนงงให้กับคนที่นั่งอยู่ตรงโซฟาที่เขาหยุดกะทันหัน ไม่นานร่างสูงก็ออกมาจากห้องนอนพร้อมชุดลำลอง เขาแค่เข้าไปเปลี่ยนชุดเพื่อออกมาคุยกับเธอ 

“วันศุกร์นี้ผมไม่อยู่นะ มีธุระ คุณไม่ต้องมาก็ได้” 

มนวดีเพิ่งนึกออกว่าเธอก็มีธุระเหมือนกันในวันนั้นจึงบอกเขาไป 

“มิ้มก็ว่าจะขอคุณลาอยู่เหมือนกันค่ะ พอดีมีนัดทำงานกับกร” 

ตอนแรกว่าจะถามว่ามนวดีจะลาทำไม แต่พอเธอเอ่ยชื่อเพื่อนสนิทออกมา เขาก็วางใจได้  

“จะให้มิ้มชดเชยเป็นวันเสาร์ไหมคะ” 

“ก็ได้นะ” 

ความจริงที่ไม่เคยบอกมนวดีคือ อชิระจ้างแม่บ้านจากบริษัทมาทำความสะอาดห้องเป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นงานที่เธอต้องมาทำความสะอาดห้องเขาแทบไม่มีอะไรให้ทำ อย่างมากก็แค่มาทำกับข้าวให้ ทานข้าวด้วยกัน และเก็บของที่เขาเผลอวางไว้ไม่เป็นที่ เป็นงานเล็กๆน้อยๆ ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จทว่าเขากลับอยากโลภเวลาของเธอ 

“ได้ค่ะ” 

พอครบเวลาที่ต้องกลับ หญิงสาวจึงเอ่ยปากออกมา  

“เอ่อ คุณอิฐไม่ต้องไปส่งมิ้มก็ได้นะคะ มิ้มกลับเองได้ คุณพักผ่อนเถอะค่ะ มิ้มเกรงใจ” 

เพราะถ้าเทียบแล้วเขาขับรถไปรับไปส่งเธอทุกวันแบบนี้ มันดูไม่สมเหตุสมผลที่เจ้าหนี้จะไปส่งลูกหนี้ทุกวัน  

“ผมคิดค่าไปรับไปส่งอยู่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจหรอก” 

มนวดีหรี่ตา “งั้นไม่ขอรับได้ไหมคะ” 

“ถ้าคุณคิดเบี้ยว หนีหนี้ผมจะทำไง” 

“มิ้มจะหนีไปไหนได้”  

ไร้ญาติขาดมิตร ตัวคนเดียว แบบเธอไม่มีที่ให้กลบดานเสียหน่อย 

“ไม่คิดหนี ไม่มีจ่าย งั้นมาอยู่ด้วยกันไหม ผมจะได้ไม่ต้องไปส่ง แค่รับมาจากที่ทำงานพอ ลดปริมาณหนี้ของคุณไปอีก” 

“มาอยู่กับคุณมิ้มก็ต้องจ่ายค่าห้อง ค่าน้ำค่าไฟ อยู่ดี เผลอๆอาจจะมากกว่านะคะ” 

“ผมให้อยู่ฟรี” 

มนวดีจ้องหน้าคนมีเลศนัย อชิระเจ้าเล่ห์แค่ไหนทำไมเธอจะไม่รู้ฤทธิ์ เขาคงมีแผนการบางอย่างแน่นอน  

“ไม่ค่ะ” 

เจ้าของร่างสูงแค่นยิ้ม รู้แล้วว่าเธอต้องตอบแบบนี้  

“คนส่วนใหญ่เลือกที่จะได้ผลประโยชน์ แต่คุณเป็นส่วนน้อย” 

คนร่างสูงพูดจบก็เดินไปหยิบกุญแจรถและกระเป๋าเงิน เตรียมออกจากห้อง 

“ไม่มาอยู่ด้วยกัน ก็ทนให้ผมไปส่งทุกวันแบบนี้แหละ”       

ร่างบางถึงกับถอนหายใจ ใครกันแน่ที่มีปัญหาทางความคิด หากเธอกล้าสักนิด จะบอกว่าอชิระว่า แม้แต่แฟนก็ไม่ได้เป็น จะมาอยู่ด้วยกันได้อย่างไร 

 เมื่อได้ยินเสียงของร่างสูงตะโกนเร่ง หญิงสาวจึงรีบเก็บกระเป๋าเดินตามออกไปทันที 

  

           ร่างบางในชุดกระโปรงสีหวานเรียบร้อยยืนรอใครบางคนอยู่ในมุมที่คนผ่านไปมาน้อย เพราะเธอไม่ค่อยมั่นใจกับการแต่งตัวแบบพิเศษในวันนี้เท่าไร  

           ใบหน้าหวานถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางชวนให้หวานเข้าไปอีก ทรงผมยาวประบ่าถูกดัดแต่งเข้ากับกรอบหน้ารูปไข่ เธอชะเง้อมองหาร่างสูงของคนที่รู้จักอยู่เป็นระยะ 

           “ว่าไงน้องมิ้ม รอนานไหม” 

           มนวดียิ้มออกที่เห็น ‘คริส’ หนุ่มตาน้ำข้าวเชื้อสายตะวันตกร่างสูงใหญ่ใส่สูทสีเลือดหมูเดินเข้ามาหาเธอ 

           “ไม่นานค่ะ กรยังไม่มาเลยค่ะ”

           “ไม่เป็นไร พี่ว่าได้เวลาแล้ว งั้นเราเข้างานกันไปก่อนดีกว่า”

           งานประมูลอสังหาริมทรัพย์ประจำปีถูกจัดกลางฮอล์ในศูนย์การค้าชื่อดัง ผู้คนที่สนใจมากหน้าหลายตา บางคนแต่งตัวทางการพากันมาเป็นทีม สวย หล่อ บางคนกันมาเพื่อเดินดูความงานสถาปัตยกรรม

           สำหรับคริสเขาเป็นนักลงทุนอหังสาริมทรัพย์ในไทยของบริษัทหนึ่ง เขาจึงต้องมางานนี้ คริสมีรสนิยมความรักแบบเดียวกับกร ใช่แล้ว คริสกับกรเป็นแฟนกัน รู้จักและคบกันตั้งแต่สมัยเรียนทว่าสังคมของทั้งสองยังไม่เปิดรับความรักระหว่างเพศเดียวกัน ทั้งคู่จึงต้องแอบคบกัน

มนวดีผู้เห็นความเป็นไปของทั้งสองคนก็อดสงสารไม่ได้ ทั้งกรและคริสไม่สามารถเปิดเผยสถานะได้ ทว่าแผนในอนาคตสำหรับทั้งสองคนคือย้ายไปอยู่ต่างประเทศด้วยกัน ถึงเวลานั้นคงต้องบอกความจริงกับทุกคน

แต่ในเมื่อยังต้องอยู่ในสังคมแบบนี้บางครั้งมนวดีจึงต้องทำเป็นคบกับคริสเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มมีข่าวเสียหายกระทบต่อธุรกิจ เฉกเช่นงานนี้ ที่กรอยากให้มนวดีมาด้วยเพื่อเล่นละครแบบเดิม คริสอายุมากกว่าพวกเธอ ใจดี และอบอุ่น ดังนั้นเวลาอมนวดีอยู่กับคริสจึงเหมือนอยู่กับพี่ชาย ไม่ต้องกลัวอะไร

“เห้อ ลำบากน้องมิ้มหน่อยนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

คริสเอ่ยขึ้นหลังจากเจออดีตคู่ค้าธุรกิจเข้ามาทักและเอ่ยชื่นชมแฟนสาวของคริสที่สามารถให้คำแนะนำเรื่องการตกแต่งภายในได้ มนวดีไม่ได้คิดอะไรมากเพราะถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องแกล้งเป็นคนรักของคริส

ฉับพลันระหว่างมองไปรอบๆงานเพื่อดูบรรยากาศ สายตาก็ไปปะทะเข้ากับร่างสูงที่คุ้นเคย อดีตคู่หมั้นของเธอมาในชุดสูทสีดำเขาไม่ได้สวมแว่นตา กระนั้นมนวดีก็จำได้ อีกทั้งยังมีสาวสวยที่ในชุดราตรียืนเคียงข้างเขาสวยหล่อเป็นสง่าอยู่ข้างกัน เธอก็จำได้ดีว่าคือ รัญธิดา

มนวดีเผลอแอบมองทั้งคู่อยู่หลังคริส รัญธิดากำลังยื่นมือไปคล้องแขนอชิระชี้ให้ชายหนุ่มหันไปมองทางนู้น ทว่าหนุ่มร่างสูงกลับหันมามองอีกทาง สายตาเธอกับเขาจึงสบกันพอดี มนวดีรีบอาศัยร่างของคริสบังไว้มิดทันที ได้แต่ภาวนาให้เขามองไม่เห็นเธอ

‘แย่แล้ว ทำไมต้องมางานเดียวกันด้วยเนี่ย ได้โปรด อย่ามองมานะ’ 

“เป็นอะไรหรือเปล่าน้องมิ้ม” 

มนวดีส่ายหน้าทว่าสีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอค่อยแง้มศีรษะออกไปมองอีกรอบ ชัดเลย! อชิระจ้องเธอเขม็ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ไม่ว่าเธอจะพาคริสเดินหลบไปมุมอื่นที่ไกลออกมาแต่มนวดีก็รับรู้ได้ว่าอดีตคู่หมั้นกำลังมองอยู่ 

“พี่คริสคะ อีกนานไหมกว่ากรจะมา” 

คริสยกโทรศัพท์หาคนรัก ทว่าได้ยินข่าวที่ไม่ดีนักเพราะกรรถเสียตอนนี้กำลังเรียกประกันคงมาถึงงานล่าช้า คริสรู้สึกเป็นห่วงกรขึ้นมา จึงอยากจะชวนมนวดีกลับ ซึ่งหญิงสาวก็รับพยักหน้าเห็นด้วยทันที 

ทว่ากำลังจะหันหลังก็มีเสียงสดใสเรียกคริสเอาไว้ รัญธิดารู้จักกับคริส สาวสวยเข้ามาทักเพราะเธอมองตามอชิระแล้วเห็นว่าอดีตคู่หมั้นอย่างมนวดีมางานกับคริส ชวนให้สงสัย เรื่องสนุกกำลังจะเกิดทำไมเธอจะไม่เข้าไปทักละ      


แย่แล้ว แย่จริงๆ มิ้มเอ้ย จะโดนอะไรอีกเนี่ย ฝากติดตาม กดไลค์ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะงับ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว