ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่6 ทวงสินเดิม

ชื่อตอน : บทที่6 ทวงสินเดิม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 893

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2564 17:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่6 ทวงสินเดิม
แบบอักษร

ในห้องนอนของซูเล่อผิง บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของนางซูเจียว ทั้งสองแม่ลูกช่วยกันเลือกเสื้อผ้าที่ดูดีที่สุดเพื่อที่จะนำมาใส่ในวันนี้นางตั้งใจให้ลูกสาวของนางดูสวยและโดดเด่นที่สุด ใช้เวลาเลือกได้ไม่นานเหมือนนางนึกอะไรบางอย่างออกจึงกวักมือเรียกสาวใช้คนสนิทเข้ามาใกล้ๆเพื่อให้ทำเรื่องบางอย่าง

 

"จี้เสวียนข้ามีบางอย่างจะให้เจ้าทำ"นางหยุดงานที่ทำอยู่แล้วรีบเข้ามาหานายของตน

 

"สั่งมาเลยเจ้าค่ะฮูหยิน บ่าวจะไม่ทำให้ฮูหยินผิดหวังเจ้าค่ะ" จี้เสวียนนั่งฟังคำสั่งของนายตนอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

"เจ้าไปกำชับบ่าวทุกคนในเรือน ห้ามให้ใครออกไปต้อนรับซูไป๋เซียงเด็จขาด หากผู้ใดกล้าออกไปต้อนรับข้าจะลงโทษมันอย่างหนัก " บ่าวบางคนที่แอบได้ยินถึงกับนิ่งตัวเกร็ง ทุกคนต่างรู้ดีว่าฮูหยินเป็นคนอารมณ์ร้าย วันไหนที่นายท่านไม่อยู่ หากมีบ่าวคนใดทำให้นางไม่พอใจนางก็จะสั่งลงโทษโดยไร้เหตุผลใดๆทั้งสิ้น ฮูหยินคนนี้ช่างเก่งเรื่องกลับดำให้เป็นขาวยิ่งนัก ถึงแม้ว่านางจะเป็นคนผิดแต่นางก็สามารถพูดเอาตัวรอดได้ทุกครั้งไป

 

"แล้วฮูหยินจะให้พวกบ่าวในเรือนไปหลบอยู่ที่ไหนหรือเจ้าคะฮูหยิน"

"จะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ข้าไม่ว่า หากซูไป๋เซียงมาถึงเรือน อย่าพากันโผล่หัวออกมาก็พอ"

 

"ท่านแม่วันนี้พี่สาวของข้าก็จะกลับมาเยี่ยมเรือนพร้อมกับพี่เขยแล้ว ข้าอยากเห็นหน้าตาพี่เขยคนนี้นัก จะหน้าเวทนาเหมือนที่เขาร่ำลือกันหรือไม่"

นางพูดจิบปากจิบคอล้อเลียนพี่เขยของตน มือสองข้างก็เลือกดูเสื้อผ้าอย่างไม่หยุด

 

"เจ้าจะอยากเห็นไปทำไมให้เสียสายตาเปล่าก็แค่คนพิการจนๆคนหนึ่ง ช่างเหมาะสมกันกับพี่สาวของเจ้าเหลือเกิน

อุ้ย!ไม่พูดเรื่องคนอื่นแล้ว แม่ว่าเจ้าใส่ชุดนี้ดูดียิ่งนัก สีเขียวช่วยทำให้ผิวของเจ้าดูเด่นขึ้นดูแล้วช่างสบายสายตา"

 

นางซูเจียวยกชุดสีเขียวขึ้นมาดูพร้อมกับยื่นชุดนั้นไปให้ลูกสาวของตน นางมั่นใจว่าถ้าลูกของนางได้สวมชุดนี้แล้วจะโดดเด่นกว่าซูไป๋เซียงแน่นอน

 

"ที่จริงข้าว่าเราไม่น่าเลือกชุดให้เสียเวลาเลยนะเจ้าคะ

ข้าใส่ชุดไหนก็สวยเจ้าค่ะท่านแม่ เพราะท่านแม่ของข้างดงามมากขนาดนี้"

 

"เจ้าพูดถูกแล้วลูกแม่ รีบไปเปลี่ยนชุดเถิดจะได้ออกไปดูพี่สาวกับพี่เขยของเจ้ากันว่าจะทำสีหน้าเช่นไรเมื่อไม่มีบ่าวไปต้อนรับแม้แต่คนเดียว" สองแม่ลูกช่วยกันแต่งตัวและเลือกเครื่องประดับอย่างเพลิดเพลิน

 

 

เกวียนที่ซูไป๋เซียงนั่งมาค่อยๆจอดสนิทอยู่หน้าเรือนใหญ่ หน้าประตูเรือนเงียบสงบไร้ผู้คนออกมาคอยต้อนรับ ไม่มีแม้แต่สาวใช้เดินผ่านเลยสักคน

"นี่ไม่มีบ่าวมาต้อนรับเลยรึ ฮูหยินท่านทำเกินไปแล้ว" เฟิ่งเหยาลงจากรถมา เมื่อเจอสภาพเรือนที่ไร้ผู้คนจึงอดบ่นออกมาไม่ได้

"ช่างพวกเขาเถอะพี่เฟิ่งเหยา เราขึ้นเรือนเถิดเจ้าค่ะ" นางหันหน้าไปพูดกับสาวใช้ของตน พร้อมกับยื่นมือมาประคองสามีตนลงจากรถม้า

 

"ไม่ต้องประคองข้าหรอก ข้าใช้ชีวิตแบบนี้จนชินแล้วละ" ถึงแม้ว่าเขาจะบอกว่าชินแล้วแต่นางก็มองเห็นความเศร้าหมองผ่านดวงตาของเขา

 

"ท่านลุงรอพวกเราสักครู่นะเจ้าคะ " นางหันไปพูดกับลุงเจ้าของเกวียน กลัวว่าเขาจะกลับไปก่อนแล้วพวกนางจะเดินทางกลับกันลำบาก

"ได้ขอรับคุณหนู" ทั้งสามคนรีบขึ้นไปบนเรือน หากไม่จำเป็นจริงๆภายในใจของนางไม่อยากก้าวเท้าเข้ามาเหยียบที่เรือนหลังนี้อีกเลย เรือนที่มีแต่ความทรงจำไม่ดี เรือนที่มีแต่ความทุกข์ความเศร้าหมอง เมื่อไม่เห็นมีคนทั้งสองคนจึงถือวิสาสะนั่งรอบนเก้าอี้ในเรือนรับรองโดยมีเฟิ่งเหยานั่งอยู่บนพื้นข้างๆ

 

"พี่สาวท่านมาถึงแล้ว ลำบากพวกท่านแล้วที่ต้องรอนาน วันนี้มีแค่ข้ากับท่านแม่ที่อยู่เรือนส่วนท่านพ่อออกไปพบปะกับสหายแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะ "

ซูเล่อผิงที่เดินเข้ามาพร้อมกับฮูหยินได้เอ่ยขึ้นอย่างเสแสร้ง

 

"ไม่เป็นไรหรอกน้องพี่ เจ้าคงมัวแต่แต่งตัวอยู่ถึงได้ออกมาช้าเช่นนี้ คราวนี้ข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าเพราะเห็นว่าเรามีพ่อคนเดียวกันครั้งหน้าเจ้าอย่าได้ประพฤติตนแบบนี้อีกหากเป็นแขกคนอื่นที่มาหาท่านพ่อเขาจะว่าได้ว่าลูกสาวเรือนนี้ไร้การอบรมสั่งสอนถึงได้ปล่อยให้แขกรอนานแม้แต่น้ำชาสักแก้วก็ไม่มีบ่าวยกมาให้ เจ้าคงจะได้นิสัยของท่านแม่เจ้ามามากเกินไปแล้วจริงๆ" ซูเล่อผิงที่ได้ยินดังนั้นถึงกับพูดอะไรไม่ออก

 

"นี่เจ้า!!" ฮูหยินที่ทนไม่ไหว ลูกสาวนางถูกด่าต่อหน้าทั้งนางยังถูกพาดพิงอีก ปกติซูไป๋เซียงไม่กล้ามองหน้านางด้วยซ้ำหรือว่าการแต่งงานครั้งนั้นจะกระทบจิตใจจนทำให้นิสัยเปลี่ยนไปเช่นนี้ นี่ไม่เหมือซูไป๋เซียงที่นางเคยรู้จัก

"ฮูหยินท่านอยู่ด้วยก็ดีแล้ว ที่ข้ามาที่นี่เพราะมีเรื่องสำคัญจะพูดกับฮูหยินโดยเฉพาะ" นางจ้องมองไปที่ฮูหยินซูเจียวอย่างไม่ละสายตา

"ข้าไม่มีเรื่องอะไรจะพูดกับเจ้า" นางรู้สึกใจคอไม่ดีเลยเมื่อเจอสายตาของซูไป๋เซียงจ้องมอง

 

เมื่อเห็นฮูหยินซูเจียวปฏิเสธเช่นนั้น ซูไป๋เซียงจึงชี้นิ้วไปที่หีบใบเล็กๆใบหนึ่งที่วางอยู่ข้างเฟิ่งเหยา เมื่อฮูหยินมองตามนิ้วของนางก็จำได้ทันทีว่าเป็นหีบที่นางใส่สินเดิมมอบให้ซูไป๋เซียงเมื่อออกเรือนครั้งนั้น

 

"นั่นมันก็หีบสินเดิมของเจ้า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าหรือ"

"ฮูหยินหน้าตาของท่านช่างดูใสซื่อยิ่งนัก หากท่านไม่ฮุบเอาสินเดิมของมารดาข้าไว้ ข้าคงไม่มีเรื่องมาคุยกับท่านในวันนี้ ท่านจะมอบสินเดิมที่เหลือให้ข้าดีๆหรือจะให้ข้าไปร้องเรียนเอาที่กรมเจ้าเมือง หากเรื่องนี้แพร่ออกไปแม้แต่ต่ำแหน่งฮูหยินเอกของเรือน ท่านก็รักษาไว้ลำบาก ท่านก็รู้ว่าท่านพ่อรักหน้าตาของท่านยิ่งกว่าสิ่งใด"

 

ฮูหยินหน้าซีดลงไปอีกเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น นางจะยอมให้ชีวิตนางพังลงเพราะเด็กเมื่อวานซืนไม่ได้

กว่านางจะมีชีวิตที่ดีเหมือนทุกวันนี้ หากชีวิตของนางแย่ลงแล้วลูกสาวของนางเล่าจะเป็นเช่นไร

 

"ได้ข้าจะเอาสินเดิมที่เหลือมาให้เจ้า ข้าหวังว่าเจ้าจะรักษาคำพูดไม่ให้เรื่องนี้ถึงหูท่านพ่อของเจ้าก็พอ"

"ข้ารักษาคำพูดเสมอ หากท่านพ่ออยู่เรื่องคงไม่จบง่ายเพียงนี้ พี่เฟิ่งเหยาจำสินเดิมทั้งหมดของท่านแม่ข้าได้หรือไม่"

"จำได้ไม่ลืมเลยเจ้าค่ะคุณหนู บ่าวจะตรวจดูไม่ให้ตกหล่นเลยเจ้าค่ะ

คุณหนูกับคุณชายไปนั่งรอที่เกวียนเถิด ถ้าได้สินเดิมครบแล้วบ่าวจะรีบตามไปเจ้าค่ะ "

"ดี ลำบากพี่เฟิ่งเหยาแล้ว"

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว