facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บท 25 : ทำแล้วมีความสุขดี

ชื่อตอน : บท 25 : ทำแล้วมีความสุขดี

คำค้น : ปั้นหมึกcontest โรแมนติค รัก เจ้าแผนการ แอบรัก NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 741

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2564 22:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 25 : ทำแล้วมีความสุขดี
แบบอักษร

บท 25 ทำแล้วมีความสุขดี 

หลังเลิกงานทุกวันอชิระยังมารับมาส่งมนวดีตามปกติ ทว่าวันศุกร์เขามีธุระเรื่องธุรกิจครอบครัวจึงต้องเดินทางกลับต่างจังหวัด ชายหนุ่มลองชวนเธอแล้วว่าจะไปด้วยกันไหม แต่หญิงสาวรีบปฏิเสธทันควัน เลิกกันแล้วจะให้ไปพบพ่อกับแม่เขาในฐานะอะไรอีก ซึ่งเจ้าของร่างสูงก็ไม่ได้ว่าอะไร

ดังนั้นวันศุกร์เธอจึงมีเวลาว่างเมื่อไม่ได้ไปทำงานที่ไหน มนวดีจึงนัดกรออกไปกินข้าว พักผ่อนด้วยกัน

ความจริงมนวดีเล่าเรื่องของตนเองให้กรฟังเป็นระยะผ่านทางช่องแชทบ้าง โทรศัพท์บ้างเพราะค่อนข้างหาโอกาสมาเจอกันยาก ถึงจะเล่า ให้ฟังแทบทุกเรื่อง แต่เรื่องส่วนตัวแบบพิเศษกับอดีตคู่หมั้นเธอไม่กล้าเล่าให้ฟังเท่าไร

"เอ่อ เรื่องคุณอิฐ ซันรู้แล้วว่าไงบ้าง"

กรถามขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ เท่าที่รู้จักมนวดีมาหลายปี ทำไมเธอจะดูไม่ออกว่าอาทิตย์มีใจให้เพื่อนสนิทของตน และรู้ว่ามนวดีไม่ได้คิดอะไรด้วย

"อืม ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ บอกว่าเข้าใจ แต่ก็ดูซึมๆไป...อ่อ ซันบอกว่าจะเลี้ยงขอบคุณที่ฉันช่วยเลี้ยงอ้นให้ด้วย"

ไอ้ที่ว่าซึมๆ ในความหมายของอาทิตย์คงกำลังอกหักและทำใจอยู่

"เห้อ สงสารซันเนอะ"

กรหมายถึงที่ต้องมาอกหัก เพราะมนวดีมีผู้ชายเป็นตัวเป็นตน แต่ไม่เปิดเผย มารู้กะทันหันใครๆก็เสียใจ ทว่ามนวดีกลับคิดว่าเป็นเรื่องของอ้น

"ก็จริงแหละ ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตโสดก็มีหลานมาให้เลี้ยงเหมือนลูกซะเเล้ว โชคดีนะที่อ้นเป็นเด็กดี"

นี่แหละ มนวดีผู้ที่ไม่เคยสื่อสารภาษาเดียวกัน กรผู้ซึ่งชินเเล้ว จึงเปลี่ยนเรื่องคุย

"แล้วแกกับคุณอิฐได้กลับมาคบกันไหม"

"จะบ้าเหรอ ไม่มีทาง เขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันสักหน่อย"

ดวงหน้าหวานตาโต โบกมือปฏิเสธ

“งั้นแปลว่าแกคิดอะไรกับเขา”

เมื่อสาวน้อยเผลอเปิดช่องทาง จึงถูกโจมตีได้โดยง่าย

“เอ่อ ก็ไม่เชิง แต่มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”

“อะไรที่เป็นไปไม่ได้ แกก็บอกคุณอิฐเขาไปเลยว่าชอบเขา”

กรลองแหย่เพื่อนตรงหน้า แต่รู้ดีว่าเธอไม่กล้าทำ

“ไม่เอา ไม่ได้หรอก แบบนั้นเขาคงหัวเราะเยาะแน่”

กรหรี่ตาใช้ความคิด เขายอมรับว่าหมั่นไส้อชิระแต่ก็ไม่ได้เกลียดหรือไม่ชอบอะไร เพราะถึงแม้หนุ่มบัญชีหน้าหล่อนั่น จะชอบทำหน้าไร้อารมณ์ พูดจาตรงเหมือนออกคำสั่ง กวนประสาทหน้าตาย ถ้าตัดสิ่งเหล่านั้นออกไปแล้วมองที่การกระทำ อชิระดูแลเพื่อนสนิทของตนดีไม่แพ้กัน เพียงแต่สิ่งที่เขาแสดงออกอาจจะไม่โรแมนติกหรือตรงไปตรงมาเสียเท่าไร

“เขาจะหัวเราะเยาะทำไม ฉันว่าเขาน่าจะดีใจนะเพราะเขาก็คงชอบแก”

“เขาไม่ได้ชอบฉัน”

“เขาบอกเหรอ”

มนวดีส่ายหน้า “แต่เขาก็ไม่เคยบอกว่าชอบเหมือนกัน ถ้าชอบจริงคงไม่ถอนหมั้นไปง่ายๆหรอกๆ”

หญิงสาวยังจำเหตุการณ์ สีหน้าของเขาในวันนั้นได้ดี มันเหมือนกับคนที่ไม่ได้แคร์อะไรแล้ว ทั้งเขายังพูดออกมาว่าคบเพราะผลประโยชน์ อีกอย่างเธอรู้ตัวดีว่าตอนนั้นที่เขายอมคบเพราะตัวเองก็แค่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำมาตราฐานของชายหนุ่ม ตัดภาพมาที่ตอนนี้ เธอตกเกณฑ์ไปไกลแล้ว ไม่มีเหตุผลที่เขาจะมาชอบหรือรักเธอได้เลย

“อืม นั่นสิ วันเกิดแฟนก็ไม่มาฉลอง ของขวัญก็ซื้อซ้ำจำไม่ได้ว่าให้แล้ว ไม่รู้เรื่องอะไรของแฟน จัดตารางเจอกันอย่างกับตารางเรียน คำหวานก็ไม่มี บอกรักก็ไม่เคยเอาแต่ใช้เหตุผลนู้นนี่นั่น และก็ชอบพูดจากำกวมอีก”

มนวดีพยักหน้าตามทุกประโยคด้วยสีหน้าจริงจัง ใช่! อชิระเป็นแบบนั้นเลย

กรอยากเขย่าร่างบางแล้วบอกกับมนวดีว่า ‘แต่เขาก็เป็นผู้นำ ปกป้องแกได้ ไม่เจ้าชู้ ดูรักอนาคต เหนื่อยแค่ไหนก็ไปรับไปส่ง แกเอ่ยขออะไรเขาก็หามาให้ รูปหล่อ พ่อรวย ฉลาด พาชาติเจริญนะเว้ยไอ้มิ้ม’ 

ทว่าชายหัวใจหญิงรีบกลืนคำพูดนั้นทิ้งไป มันยังไม่ถึงเวลาที่เขาต้องกระตุ้นมนวดี เขาต้องปล่อยให้อชิระได้แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาเสียก่อน

“แล้วตอนนี้ใกล้ใช้หนี้เขาหมดยัง”

“ยังเลย แต่เขาบอกว่าใช้ไปได้เรื่อยๆไม่จำกัดเวลา”

กรมองเพื่อนตรงหน้าอย่างใช้ความคิด คนอะไรก็ซื่อเกิ๊น ยืนมองอยู่สามแยกยังรู้เลยว่าอดีตคู่หมั้นหล่อนไม่ได้ชอบ…แต่รักเข้าให้แล้วแหละ มีอย่างที่ไหนหลังจากเลิกกันไป บังเอิญได้มาทำงานร่วมกันบนเกาะ บังเอิญมาเป็นเจ้าหนี้ อนาคตข้างหน้าจะบังเอิญอะไรอีก เขาละอยากรู้จริงๆ

           อยากช่วยมนวดีให้สมหวัง แต่ก็ยังหมั้นไส้อชิระอยู่

           “ฉันก็อยากรีบหาเงินมาคืนเขาให้เร็วที่สุด เกรงใจคุณอิฐเขาเหมือนกัน”

           พอหญิงสาวมีหนี้เพิ่ม เธอจึงต้องลดรายจ่ายของตัวเองออกไปอีก ลดปริมาณเงินเก็บเพื่อที่จะได้มีเงินส่งให้มนภัทร แม้พี่สาวจะบอกว่าไม่ต้องส่งมาให้แล้ว เพราะการผ่าตัดเป็นไปอย่างเรียบร้อยและปลอดภัย บิดาของเธอกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูบำบัด ยังไม่ต้องรีบใช้เงินอะไร แต่มนวดีก็ยังอยากมีส่วนร่วมช่วยเหลือบิดาอยู่ดี

           “สนใจรับงานทานข้าวไหมละ เงินดี งานสบาย"

กรแกล้งแหย่เพื่อนสนิทตัวเล็กตรงหน้า เขาก็แค่พูดเล่นไม่ได้คิดจะให้เพื่อนสนิททำงานแบบนี้จริงๆ ขืนให้ทำจริง อาจจะมีคนคลั่งตาย

"แค่ไปทานข้าวด้วย จะได้เงินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ"

"คงเป็นหมื่น ขึ้นกับเบ้าหน้าและหุ่น"

"ฟังดูแปลกๆนะ งานที่ต้องใช้เบ้าหน้ากับหุ่น"

กรขำออกมา ก่อนพูดจริงจัง เพราะงานต่อไปที่อยากให้มนวดีช่วย หญิงสาวเคยทำมาแล้ว

"เอ่อ แต่คนนี้ช่วยรับงานหน่อย แค่เดินเล่นเป็นเพื่อน"

พูดจบพร้อมหยิบโทรศัพท์โชว์รูปให้มนวดีดู สาวร่างบางยิ้มออก

"ถ้าเป็นคนนี้ก็ได้ ยอมรับงานเลย"

ทั้งคู่ยิ้มออกมา ก่อนกรจะนัดแนะเวลาและสถานที่ อธิบายรายละเอียดให้มนวดีฟัง

 

จังหวัดบ้านเกิดของอชิระกับเมืองหลวงระยะทางไม่ไกล แต่ที่ขับรถนานเพราะเป็นวันหยุดและนักท่องเที่ยวใช้เส้นทางรถทางเดียวกัน ทำให้นักบัญชีหนุ่มเดินทางถึงบ้านมืดค่ำ เขาแวะทานข้าวเรียบร้อยแล้ว ก่อนมาถึงจุดหมาย

“หนูมิ้มไม่ได้มาด้วยเหรอตาอิฐ”

อรอนงค์มารดาชายหนุ่มทักขึ้นทันทีที่ลูกชายเดินเข้าบ้าน

“ผมชวนแล้ว”

อชิระทำหน้าเบื่อโลก คนเป็นลูกชายไม่ถูกทัก ผิดกับอีกคนที่โดนถามหาก่อนตลอด

“เห้อ แบบนี้แม่กับพ่อจะได้มีสะใภ้ ได้อุ้มหลานไหมเนี่ย”

         “ผมมาทำงานจะพามิ้มมาทำไม”

           “ก็ให้น้องมาพักผ่อนไง จะได้คุ้นเคยกับครอบครัวเราบ้าง นี่อะไรเจอกันแค่ไม่กี่ครั้งเอง พอแม่ถามถึงความคืบหน้าเราก็ชอบเบี่ยงเรื่องอื่น ตอบไม่ตรงประเด็น หรือว่าโดนน้องเขาทิ้งแล้วเหรอ”

           “มั่วน่าแม่”

           โรจน์หัวเราะขึ้นมา แม่ลูกคู่นี้ชอบเถียงกันประจำ เพราะอรอนงค์รู้ว่านิสัยลูกชายเป็นเช่นไร ถึงได้เป็นห่วงว่าที่ลูกสะใภ้ เธอกับสามียอมรับว่าค่อนข้างชอบมนวดี เนื่องจากเด็กสาวน่ารัก อ่อนหวาน ว่านอนสอนง่าย

           “ค่อยยังชั่ว เราก็หัดเป็นผู้ชายที่หนูมิ้มเขาชอบบ้าง แม่จะได้มีลูกสะใภ้สักที”

           อชิระถอนหายใจก่อนหันไปหาโรจน์ เพื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

           “พ่อครับ เรื่องที่เตรียมโปรโมทรีสอร์ทเป็นไงบ้างครับ”

           โรจน์กระตุกแว่นเพราะโดนเจ้าลูกชายเบี่ยงประเด็นไม่ตอบคำถามของแม่ตนเอง

           “พรุ่งนี้ค่อยคุยกันก็ได้”

           พอพ่อตอบแบบนั้น คนขายาวก็เดินหายขึ้นไปบนบ้านทันที

           “ตาอิฐนะตาอิฐ ดูลูกคุณสิ เดินหนีไปแล้ว”        

           ถึงแม้สองแม่ลูกจะชอบเปิดประเด็น กวนประสาทกัน ถอดนิสัยราวกับทายาทอสูร ทว่าหากเกิดปัญหาที่ต้องใช้สมองสองคนนี้จะจับมืออยู่ทีมเดียวกันโดยมิได้นัดหมายทันที เป็นความสัมพันธ์แบบที่เวลามีข้าศึกเราร่วมรบ เวลาสงบเราก็รบกันเอง

           อชิระวางสัมภาระไว้ที่โต๊ะก่อนกระโดดนอนลงโซฟาเพื่อพักผ่อน คิดไปถึงคำพูดของมารดา ‘หัดเป็นผู้ชายที่หนูมิ้มเขาชอบบ้าง’ ใบหน้าหวานก็ลอยมา ชายหนุ่มจึงแอบเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่แอบไปติดไว้ในห้องเธอ

           เขาเอาไว้สอดส่องความปลอดภัย ไม่ได้คิดจะดูพร่ำเพื่อ แต่ก็เผลอเปิดดูทุกครั้งที่คิดถึงเธอ

           ภาพปรากฏบนจอเทคโนโลยี ร่างสูงจ้องมองไม่วางตา แม้ในภาพนั้นจะไม่ได้มีการเคลื่อนไหวอะไร มนวดีกำลังนั่งทำงานอยู่บนเตียง เขาเผลอยิ้มออกมาเมื่อเห็นเธอโยกศีรษะไปมา น่าจะทำตามจังหวะเพลง

           จู่ๆเขาก็อยากรู้ว่าถ้าเขาโทรไปเธอจะทำสีหน้าอย่างไร ชายหนุ่มจึงกดโทรออกทันที

           “ทำไรอยู่”

           มนวดีตกใจที่อชิระโทรมาหา ในใจคิดว่าเขาคงมีธุระจะไหว้วานให้เธอทำ

           “คุณอิฐมีอะไรหรือเปล่าคะ”

           “ต้องมีอะไรเหรอถึงจะโทรมาได้”

           ชายหนุ่มแอบยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าคิดหนักของคนในจอ เธอหยุดทำงานแล้วเดินไปมาในห้อง

           “แล้วมีอะไรหรือเปล่าคะ”

           “เปล่า ก็แค่จะโทรมาบอกว่าแม่ผมถามหาคุณด้วย”

           “เอ่อ...ค่ะ” มีคนกำลังงงหนึ่งอัตรา “คุณป้าคุณลุงสบายดีนะคะ”

           “อืม”

           มนวดีเงียบไปเพราะไม่รู้จะพูดอะไร เธอไม่เคยถูกโทรหาโดยไม่มีเหตุผลมาก่อน เลยทำตัวไม่ถูก

           “มีอะไรอีกหรือเปล่าคะ”

           “ผมโทรมาเพราะ...”

           มนวดีหยุดเดิน หยุดหายใจ รอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

           “คิดถึงคุณมั้ง”

           หญิงสาวรีบยกหูมือถือออกมาดูหน้าจอว่าเธอไม่ได้ฝันไปหรือเปล่า ก่อนจะรีบแนบคืนเพราะได้ยินเสียงพูดต่อของอีกฝ่าย

           “แค่นี้แหละ ฝันดี”

           ร่างสูงวางสายไปก่อน รอยยิ้มกว้างถูกเผยบนใบหน้าหล่อ มือหนายกกุมหัวใจตัวเอง ‘เต้นแรงทำไมวะ’ ความรู้สึกเหมือนกลับไปเด็กหนุ่มที่มีรักครั้งแรกอีกครั้ง เขาก็ไม่เข้าใจเหตุผลของการพูดออกไปแบบนั้นเหมือนกัน เพราะตอนนั้นหัวของเขามันสั่งให้พูดไปโดยที่เขาก็ไม่ทันไตร่ตรอง แต่รู้สึกว่าทำแล้วมีความสุขดี  


แหม่ ขออนุญาต หมั่นไส้คนคลั่งรัก(แบบไม่รู้) นะคะ มีแต่คนเชียร์ให้สองคนรักกัน แต่ว่า คนซึนทั้งสองยังไม่รู้ตัวเลยค่า 555 ฝากติดตาม กดไลค์ คอมเม้น เพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะงับ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว