facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บท 18 : เข้าใจผิด?

ชื่อตอน : บท 18 : เข้าใจผิด?

คำค้น : ปั้นหมึกcontest โรแมนติค รัก เจ้าแผนการ แอบรัก NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.พ. 2565 20:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 18 : เข้าใจผิด?
แบบอักษร

บท 18 เข้าใจผิด? 

อย่างที่รู้กันว่าคนขี้ขลาดแบบมนวดีมีหรือจะกล้าปฏิเสธอดีตคู่หมั้นได้ พอเข็มยาวของนาฬิกาชี้เลขสิบสองเมื่อไร เมื่อนั้นคนตัวเล็กจึงรีบทำเวลาออกมาจากสถานที่ทำงานให้ไว ออกมานั่งรออชิระแถวคาเฟ่ พอรถคันคุ้นเคยเข้าจอดหญิงสาวไม่ทำให้เขาเสียเวลา รีบตรงดิ่งเข้าปะทะทันที 

“กลัวผมไปที่ทำงานขนาดนั้น?” 

“ที่ทำงานมิ้มไม่ค่อยมีที่จอดรถ” 

ความจริงก็ไม่อยากให้เขาไป เดี๋ยวใครๆเห็นจะถามเธอเป็นเรื่องราวใหญ่โตอีก ยิ่งคนเคยมีคดีต่อกัน ยิ่งตอบยาก  

“จริงอ่ะ หรือกลัวใครเห็น” 

“ค่ะ เอ้ย ไม่ใช่ค่ะ” 

ตายแล้ว! เผลอตอบตามที่คิด พอจะแก้ตัวสมองดันตื้อตันขึ้นมา 

“โอเค พรุ่งนี้ มะรืน วันต่อๆไป ผมจะไปรับคุณอีก”  

อชิระพูดหน้าด้วยสีหน้านิ่งเรียบเฉย ราวกับตัดสินใจแล้วว่าเขาจะทำแบบนั้นจริงๆ มนวดีได้แต่จ้องหน้าคนขับด้วยความสงสัย พยายามจะปฏิเสธออกไป 

“มิ้ม เดินทางเองได้ค่ะ คุณอิฐไม่ต้องลำบากมารับก็ได้” 

“ผมบอกเหรอว่าลำบาก” 

“…”  

ด้านคนหลังพวงมาลัยแอบกลั้นขำจนต้องทำเป็นยกมือมากระแอม ก็ดูเธอทำหน้าเข้าสิ ราวกับคนกำลังเจอปัญหาโลกแตก  

“เข้าใจที่ผมพูดหรือเปล่า” 

“รู้แล้วค่ะ”  

สองหนุ่มสาวมาถึงห้างสรรพสินค้า อชิระยกข้อมือดูเวลา ถ้าทานอาหารเย็นตอนนี้จะได้เดินเลือกซื้อของสะดวกแถมย่อยอาหารไปในตัว เขาจึงหันไปเสนอคนที่เดินมาด้วยกัน 

“กินไรดี” 

“แล้วแต่คุณอิฐเลยค่ะ” 

มนวดีไม่คิดจะออกความคิดเห็นเพราะถึงอย่างไร ร้านในใจของเธอคงไม่เหมาะกับอชิระเท่าไร หญิงสาวลองคิดเดาในใจเล่นเล่นว่าชายหนุ่มต้องเลือกแนวอาหารญี่ปุ่นแน่นอน 

“อยากกินแซลมอน” 

ใบหน้าคมเลิกคิ้วถามคนข้างๆ แต่ความจริงมันคือประโยคบอกเล่า หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ ก่อนเดินตามหลังโดยไม่ได้พูดอะไร 

คนร่างสูงยืนกอดอกดูเมนูหน้าร้านทำท่าครุ่นคิด เขากำลังจะเดินเข้าไปตามคำเชิญของพนักงาน แต่พอหันหลังกลับมาหาคนที่มาด้วยเท่านั้นแหละ เกือบคว้าข้อมือไว้แทบไม่ทัน 

“เดี๋ยว จะไปไหนมิ้ม” 

“ไปกินข้าวค่ะ”  

เธอตอบด้วยหน้าตาใสซื่อ ไม่เหมือนคนที่งอนหรือต้องการประชด จนอชิระเริ่มสงสัยว่าตั้งแต่เกิดเรื่องถอนหมั้นในคราวนั้น สมองส่วนไหนของมนวดีได้รับความกระทบกระเทือน ทำให้เธอคิดผิดแปลกไปจากเดิม 

“เมื่อกี้ผมถาม คุณบอกแล้วแต่ผม แล้วคุณจะเดินหนีไปทำไม” 

คิ้วเข้มขมวดอย่างคนไม่พอใจ มนวดีเห็นแบบนั้นจึงรีบอธิบาย 

“มิ้มไม่ได้หนี คุณอิฐก็ทานร้านของคุณอิฐไป เดี๋ยวมิ้มไปหาทานของมิ้มเอง เสร็จแล้วเดี๋ยวมิ้มค่อยกลับมารอคุณ”  

“มาด้วยกันแต่แยกกันทานเนี่ยนะ ถ้าคุณไม่อยากกินร้านนี้คุณก็บอกผมสิ” 

ความจริงอชิระต้องการคำอธิบาย แต่คนฟังกลับคิดว่าตนคงทำพฤติกรรมให้เขาไม่พอใจ หญิงสาวไม่ได้ตั้งใจ เธอแค่คิดว่าราคามื้ออาหารร้านที่อชิระเลือกแพงไปที่เธอจะจ่าย 

“ขอโทษค่ะ แต่มิ้มมีเงิน…ไม่พอ” 

เอ่ยคำสุดท้ายอย่างหลบสายตา ก่อนใช้มือเล็กค่อยๆปลดพันธนาการจากมือใหญ่ ทว่าเขากลับตรึงไว้แน่นแต่ไม่ได้เจ็บ เขาพอจะเข้าใจความคิดของมนวดีแล้ว 

“ผมก็ไม่ได้จะให้คุณจ่ายสักหน่อย” 

พูดจบไม่รอคำตอบรับหรือปฏิเสธ คนแข็งแรงจึงออกแรงบังคับให้ร่างบางเดินตามเขาไปในร้านอาหาร แม้พนักงานจะยื่นเมนูให้มนวดีแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะสั่งอะไรเลย หน้าที่ทั้งหมดจึงตกเป็นของคนร่างสูง  

ชายหนุ่มจงใจสั่งประเภทอาหารที่คนร่างบางชอบกิน สั่งมาเยอะ เกินกว่าสองคนจะทานหมด และไม่นานทั้งโต๊ะก็เต็มไปด้วยอาหารหลากหลายชนิด 

“ถ้าคุณทานหมดผมจะลดหนี้ให้ตามราคาอาหาร แต่ถ้าทานไม่หมดก็บวกไปตามจำนวนนั้น” 

คนตัวเล็กเริ่มมีสีหน้าขัดใจ เขาชอบหาเรื่องต่อรองเธออยู่เรื่อย 

“มิ้มไม่ได้สั่ง ทำไมมิ้มต้องรับผิดชอบด้วยคะ” 

“งั้นผมจะให้คุณสั่งที่คุณอยากกิน” 

เขายื่นเมนูให้แบบกวนๆ อาหารแทบไม่มีที่จะวางสั่งมาอีกคงได้วางกับเก้าอี้ อีกทั้งเมนูที่เขาสั่งมาก็เป็นสิ่งที่เธอทานได้อยู่แล้ว  

“…” 

คนเกรงใจพนักงานที่ยืนรอรับออร์เดอร์ ปฏิเสธการสั่งอาหารเพิ่ม ใบหน้าง้ำงอมองคนที่แกะตะเกียบคีบปลาแซลมอนเข้าปากแบบไม่ได้รู้สึกรู้สากับการกระทำของตนเอง ทั้งยังคีบใส่จานให้เธออีก 

ในเมื่ออาหารวางอยู่ตรงหน้า จะนั่งนิ่งอยู่นานก็คงไม่อิ่ม เธอคงต้องพยายามกินให้หมด  

มนวดีไม่ต้องจ่ายค่าอาหารก็จริงแต่ถ้ากินไม่หมดเขาก็เพิ่มหนี้เข้าไป มันจะต่างกันตรงไหนกับให้เธอจ่ายเอง ทำไมนะพอไม่ได้มีสถานะอะไรต่อกันแล้วอชิระถึงโหดร้ายกับเธอจัง 

ในสุดเป็นไปตามคาดหญิงสาวทานไม่หมด ด้านฝั่งคนสั่งเป็นคนจ่ายเงินตามระเบียบ จนเธออดพูดไม่ได้ด้วยสีหน้าง้ำงอน  

“อย่าลืมบวกหนี้ของมิ้มเข้าไปด้วยนะคะ” 

“แน่นอน ผมจบบัญชีนะ เรื่องคิดบัญชี งานถนัดของผมเลย” 

“แล้วคุณจะให้มิ้มใช้หนี้จนถึงเมื่อไรคะ” 

“อืม แล้วแต่คุณเลย 20ปี 30ปี ตลอดชีวิต ผมก็พร้อมให้ชดใช้ เอ่อ ยกเว้นผมตายไปก่อนอ่ะนะ” 

มนวดีหันขวับ ภายนอกของอชิระที่ดูนิ่งขรึม หน้านิ่ง แต่คำพูดเขากลับกวนประสาทยิ่งนักถึงแม้บางทีเขาจะตอบตามความจริงก็เถอะ หญิงสาวไม่อยากต่อล้อต่อเถียง เพราะพูดไปเธอคงสู้เขาไม่ได้ จึงเลือกที่จะเดินเงียบๆเพื่อสงบจิตใจของตัวเอง  

เมื่อก่อนยอมรับว่ารำคาญผู้หญิงที่ชอบงี่เง่าขี้งอน แต่พอคนตัวเล็กที่เอาแต่เดินก้มหน้าคิ้วขมวด งอนใส่ เขากลับไม่ได้รู้สึกรำคาญและคิดว่าเป็นโมเม้นหายากสำหรับผู้หญิงที่ปฏิเสธคนไม่เป็น  

“เราจะไปซื้อของ ต้องไปทางนี้” 

มือใหญ่คว้าข้อมือเล็กอีกครั้งเรียกสติคนที่เอาแต่เดินจงกรมสงบจิตใจจนลืมมองทาง มนวดีหันเลี้ยวตามคนที่ชักจูง คิดว่าเขาจะปล่อยมือจากเธอแต่เปล่าเลยเขาเพียงเปลี่ยนมาเป็นจับมือเล็กไว้แทน ความอบอุ่นถูกส่งผ่านการสัมผัสเพียงเล็กน้อยทว่าทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหวอีกครั้ง  

เมื่อไม่อยากให้ตัวเองเกิดความรู้สึกดีเพราะอาจจะหลงระเริงไปไกล หญิงสาวจึงดึงมือตัวเองกลับ 

“มิ้มเดินเองได้ค่ะ” 

อชิระมองคนที่เอาฝ่ามือถูกับกางเกงอย่างใช้ความคิด อาการแบบนี้คงอยากให้เขาง้อสินะ ชายหนุ่มอาศัยความไวและแข็งแรงตนเองคว้ามือนิ่มมาไว้อุ้งมืออีกครั้ง ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้เธอสลัดออกอีกแล้ว 

“ปล่อยไปเดี๋ยวคุณก็เดินหลงอีก” 

“ไม่หลงแล้วค่ะ ปล่อยมิ้มเถอะ” 

คนดื้อยังไม่ยอมหยุดดิ้น จนชายหนุ่มต้องกำชับความใกล้ชิดขึ้นไปอีก 

“หรือว่าไม่ชอบให้จับมือ เปลี่ยนเป็นโอบดีไหม ก็ได้นะ” 

คนตัวเล็กแรงออกแรงสุดฤทธิ์ใช้มืออีกข้างดันแผงอกแกร่งไม่ให้เขาเข้ามาใกล้ ทำไมเขาชอบแกล้งให้เธอใจสั่นอยู่เรื่อย 

“อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิด” 

เธอกับเขาไม่ได้เป็นเหมือนอย่างเคย หากเจอคนรู้จักอาจจะถูกเข้าใจผิดได้ 

“เขาจะเข้าใจผิดว่าอะไร” 

“ก็เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” 

เจ้าของร่างสูง หยุดคิด เขายังไม่ยอมปล่อยมือเธอเพียงแต่หันกลับมาตอบด้วยสีหน้าจริงจัง 

“แบบนั้นแหละ ที่เรียกว่าเข้าใจผิด” 

“...” 

           สรุปใครที่เข้าใจผิด ทว่ายังไม่ทันที่จะแย้งอชิระก็ก้าวเดินออกไปทันที มือเขากำชับให้แน่นขึ้น 

“คุณเดินช้า ผมไม่ปล่อยมือหรอก” 

ชายหนุ่มขายาวช่วงก้าวต้องมากกว่าเธออยู่แล้ว หญิงสาวพยายามเดินให้ขนาบข้างเขา จนแล้วเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือเธออยู่ดี มนวดีจึงขี้เกียจทักท้วงอะไรอีก ปล่อยเลยตามเลย  

เป็นครั้งแรกที่มนวดีมาเลือกซื้อเนื้อสัตว์ ผักสด ข้าวของเครื่องใช้เข้าห้องอชิระ คนที่ต้องทำหน้าที่เข็นรถเข็นจึงจำใจปล่อยมือเธอ คอยทำหน้าที่ตัดสินสิ่งที่เธอนำมาเสนอ 

“คุณอิฐอยากทานอะไรบ้างหรือคะ” 

“แล้วแต่คุณจะทำให้” 

“อันนี้เอาด้วยไหมคะ” หญิงสาวชูถุงเบคอนยี่ห้อหนึ่งขึ้นมา 

ชายหนุ่มพยักหน้า ความจริงเขาเป็นประเภทซื้อหมดทุกอย่างเพราะเลือกไม่เป็น เห็นอีกคนดูมีความสุขกับการเลือก พูดนั่นพูดนี่ คอยถามไถ่เขาตลอด กลับเป็นภาพที่เขารู้สึกสบายใจและรู้สึกว่าการมาเลือกซื้อของไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไป 

“เครื่องปรุงใกล้หมดแล้วจะซื้อไปด้วยเลยไหมคะ” 

คนสีหน้าเรียบเฉยพยายามนึก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีหรือไม่มีชนิดไหน แต่ช่างเถอะ พยักหน้าไปก่อน เดินเลือกกันไปสักพัก เหมือนว่าคนตัวเล็กจะพอใจกับข้าวของทั้งหมด เธอจึงหันมาถามเขาอีกรอบ 

“คุณอิฐอยากได้อะไรเพิ่มไหม” 

ปกติหากเขาจะมาซื้อของอะไรเขามักจะสำรวจวางแผนค่อยมาซื้อ ครั้งนี้ตั้งใจแค่พามนวดีมาเลือกซื้อของเข้าตู้เย็น เขาจึงไม่มีของใช้ส่วนตัวอื่นที่อยากได้ ชายหนุ่มยกข้อมือดูนาฬิกาอีกครั้ง สมควรแก่เวลาที่ต้องกลับเสียที 

“เสร็จแล้ว ผมไปส่งคุณที่หอพักเลยก็ได้ คุณจะได้พักผ่อน” 

มนวดียิ้มออก อชิระก็ไม่ได้โหดร้ายเสมอไป 

“ขอบคุณค่ะ” 

โดยหารู้ไม่ว่า มีบางคนรอสบโอกาสไปห้องพักหญิงสาวเพื่อจัดการบางอย่าง บางอย่างที่เขาแอบไปเตรียมการไว้แล้ว 


หนูมิ้ม ไม่เคยตามคุณอิฐทันเลยลูก TT คุณอิฐก็หาเรื่องวอแวเขาดีจัง ฝากกดไลค์ คอมเม้น เพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะงับ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว