facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บท 17 : จะดูแลใครถ้าไม่ใช่ผม

ชื่อตอน : บท 17 : จะดูแลใครถ้าไม่ใช่ผม

คำค้น : #ปั้นหมึกcontest #โรแมนติค #รัก #เจ้าแผนการ #แอบรัก #NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 846

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2564 21:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 17 : จะดูแลใครถ้าไม่ใช่ผม
แบบอักษร

บท 17 จะดูแลใครถ้าไม่ใช่ผม 

วันเสาร์อาทิตย์มักผ่านไปไวเหมือนเคย มนวดีใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์ไปกับการเตรียมตัวทำงานใหม่ หญิงสาวลองศึกษาวิธีการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยไปพลางๆ เธอทักข้อความไปหาอชิระเรื่องที่อยู่ แต่ชายหนุ่มก็คอนเฟิร์มตอบกลับมาอย่างมั่นใจ

Mimmim : คุณอิฐคะ ที่ที่จะให้มิ้มไปทำงานคือที่อยู่ตามที่ส่งให้เลยเหรอคะ

IT : ใช่ ทำไมครับ

Mimmim : แต่ว่ามันเป็นคอนโดของคุณอิฐไม่ใช่หรือคะ

IT : ใช่ ชั้นเดิมห้องเดิม

มนวดีนิ่งไป หรือว่าชายหนุ่มอาจมีคนอื่นอยู่ร่วม หญิงสาวจึงไม่ได้มากความใดใดต่อ

ครั้นคุยกับอชิระเสร็จหญิงสาวจึงเดินทางไปที่ร้านอาหารยุโรปอีกครั้งในวันหยุด เธอมาลาออกจากงาน ทีแรกพี่ผู้จัดการร้านตกใจเพราะกะทันหันเกินไป หากแต่มนวดีให้เหตุผลที่ค่อนข้างเข้าใจได้ จึงไม่ได้ว่าอะไร

กลับมาที่พักอีกครั้งหญิงสาวก็ทำงานของตัวเอง ซักผ้าล้างจาน นอนเล่น อ่านหนังสือ

เผลอนึกถึงเรื่องที่เธอจูบกับอชิระขึ้นมา ใบหน้าก็ร้อนผ่าว เธอคิดว่าคงเป็นเพราะอารมณ์พาไปเขาถึงทำแบบนั้น หญิงสาวสลัดภาพความทรงจำอันน่าอายออกจากหัว หาอะไรทำจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน จึงเลือกเอาบัญชีมาเปิดดู

หนี้สินมีเพิ่มขึ้น และต้องไปทำงานใช้หนี้กับอชิระ นั่นแปลว่าเธอจะไม่มีรายได้เพิ่มเติมส่งให้มนภัทรและธเนศ

"เอาไงดี"

หญิงสาวพึมพำกับตนเอง คงต้องตกลงกับอชิระว่าทำงานถึงกี่โมง เผื่อบางทีอาจจะมีงานพิเศษที่อื่น ที่สามารถรับทำช่วงสองสามชั่วโมงที่เหลือได้

"เห้อ จะมีจริงๆเหรอ"

นั่นนะสิ งานส่วนใหญ่ก็ทำเป็นกะซะด้วย ไอเดียหนึ่งผุดขึ้นหัว บางที เธออาจจะลองคุยกับอชิระ ขอส่วนแบ่งจากรายได้มาใช้ก่อน

 

ถึงวันจันทร์เฉกเช่นเคยพอหลังเลิกจากที่ทำงาน หญิงสาวก็ต้องรีบตรงดิ่งไปที่ทำงานแหล่งที่สอง ทำให้ใครบางคนที่รออยากจะเจอเธอไม่มีโอกาสสักที แต่พอมีโอกาสก็คุยกันได้แปปเดียว

อาทิตย์รู้มาว่ามนวดีทำงานเสริมเพื่อหารายได้ช่วยพ่อที่ป่วย รู้แบบนี้เขาก็อยากช่วยเหลือเธอ เพราะตอนที่เขาเคยลำบากหญิงสาวคอยช่วยเหลือเขาตลอด

แต่พอยื่นข้อเสนอ มนวดีก็เอาแต่ปฏิเสธ

“พี่มิ้ม ยืมเงินผมก่อนไหมครับ”

“ไม่หรอกซัน จริงๆ พี่พอใช้ พี่แค่อยากหาเพิ่มเพื่อส่งไปช่วยพ่อได้นิดหน่อยก็ยังดี ขอบใจมากนะ”

ไม่รู้ว่าเป็นความเกรงใจหรือเธอมีใครคอยช่วยแล้ว

“พี่มิ้มจะไปต่างประเทศตอนไหนครับ”

“คงอีกสักพัก รอหางานทางนู้นได้ก่อนจ้ะ ทำไมอ่ะ”

หนุ่มรุ่นน้องลังเล ไม่เคยกล้าพูดออกไปว่าเขาไม่อยากให้เธอไป

“เปล่า ถ้าพี่ไปผมคงเหงาน่าดู”

“รีบหาแฟนสิ จะได้ไม่เหงา”

หญิงสาวยิ้มแฉ่ง เอ็นดูรุ่นน้องคนนี้ โดยไม่เคยรู้ความหมายที่เขาแอบแฝงมา

“เหอะ คนที่ผมชอบเขายังไม่รู้ตัวเลย”

“อ้าวเหรอ แบบนี้ต้องขยันจีบบ่อยๆ เขาจะได้รู้ตัวไวไว”

เธอตบบ่าให้กำลังใจก่อนรีบออกไป โดยที่ไม่ลืมร่ำลารุ่นน้องคนสนิท ทิ้งคนที่มองตามหลังให้ถอนหายใจ เมื่อไรเขาถึงจะเข้าไปอยู่ในใจเธอได้บ้าง สักนิดก็ยังดี

 

อชิระให้มนวดีรอตรงโถงกลางข้างล่างก่อน เนื่องจากคอนโดเขาต้องใช้คีย์การ์ดในการขึ้นลิฟท์ กว่าชายหนุ่มจะเลิกงานและเดินทางมาถึงหญิงสาวก็นั่งทานขนมปังที่เป็นข้าวเย็นจนหมดแล้ว

“รอนานไหม”

ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนเรียบตึงทักขึ้น เขาพาดสูทไว้ที่ข้อศอก ขนาดในเวลาเลิกงานซึ่งเป็นช่วงที่ผ่อนคลายชายหนุ่มยังทำให้ดูทางการได้

มนวดีส่ายหน้า ก่อนเดินตามหลังเขาไป

หญิงสาวสังเกตว่ารอยช้ำที่มุมปากม่วงช้ำขึ้นหลังผ่านมาสองวัน เห็นทีไรชวนนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น หญิงสาวรีบสลัดภาพออกจากหัว ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าไม่ใช่ภาพที่ร้านอาหารแน่นอน

"อ่ะ นี่กุญแจคีย์การ์ดคุณ ถ้าวันไหนมาถึงก่อนก็เข้ามาได้เลย"

มนวดีรับมาอย่างงุนงง อชิระไว้ใจเธอขนาดนั้นเชียวหรือ

หญิงสาวมองสำรวจไปรอบๆ เธอเคยมาห้องเขาตอนยังเป็นคู่หมั้นสองสามครั้ง ที่นี่ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ห้องกว้างแบ่งแยกสัดส่วนชัดเจนทั้งโซนห้องนั่งเล่น โซนทำงาน ห้องนอน ข้าวของอชิระค่อนข้างเยอะและไม่ได้เป็นระเบียบมากนักขัดกลับลุคภายนอกที่เห็น

การตกแต่งภายในใช้สีขาวและเทาอ่อนสะอาดตา เครื่องใช้ต่างๆมักซื้อเป็นเซ็ตเพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่าง กลิ่นของห้องสดชื่น ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหมแต่คล้ายๆกับกลิ่นเฉพาะตัวของร่างสูง 

ชายหนุ่มวางพาดสูทไว้บนโซฟา คนที่จัดการบ้านเป็นระเบียบเห็นแล้วขัดใจเล็กน้อย

"ผมจะไปออกกำลังกาย คุณอยากทำอะไรก็ทำ อย่าลืมทำกับข้าวด้วยละ"

คนพูดยืนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตไม่เกรงใจ ขายาวก้าวเข้าไปในห้องนอนเพื่อเปลี่ยนชุดโดยไม่ได้สนใจหญิงสาวมากนัก

"เอ่อ คุณอิฐคะ ไหนเหรอคะ คนที่จะให้มิ้มดูแล"

หญิงสาวถามขึ้นหลังจากร่างสูงออกมาจากห้องนอนด้วยชุดออกกำลังกาย เธอทำหน้าใสซื่อราวกับรอคอยอะไรบางอย่าง

"ที่นี่ก็มีแค่ผมกับคุณ"

"หืม?"

"คุณจะดูแลใคร ถ้าไม่ใช่ห้องผม ตัวผม"

อชิระไม่ยี่หระกับคำตอบของตน เขาเดินวนไปถอดนาฬิกา ถอดแว่นออก หยิบกระเป๋าเงิน โทรศัพท์ ใส่กระเป๋าเล็ก พร้อมหูฟังไร้สาย

ซึ่งคนที่คาดหวังจะเจอคนอื่น รู้สึกอึ้ง เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูง สุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัว เขายังจะต้องการใครดูแลอีก

"จะให้มิ้มทำอะไรบ้างคะ"

ใบหน้านิ่งมองไปรอบๆห้อง

“ตามใจคุณเลย จะเก็บข้าวของอะไร ก็อย่าลืมบอกผมด้วยว่าวางตรงไหน”

เพราะเขาไม่ค่อยจำเรื่องไร้สาระ

“อ่อ คุณสามารถเข้าออกได้ทุกห้อง ไม่เว้นห้องนอน”

เขาพูดยิ้มๆ ทว่าคนฟังกลับขนกายลุกซู่ ก่อนจะเดินออกไปใส่รองเท้าผ้าใบที่หน้าประตู

“ผมไปก่อนนะ”

พูดเองเออเองคนเดียว จนมนวดีถามไม่ทัน เธอยังไม่รู้เลยว่าอุปกรณ์ทำความสะอาดเขาเก็บไว้ตรงไหน

ความจริงเขาก็เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง มีมุมจริงจังกับงานและมุมเล่นเหมือนเด็กผู้ชาย สังเกตได้จากเกมเพลย์สเตชั่นที่วางเกลื่อนอยู่ตรงหน้าโทรทัศน์ ไหนจะแผ่นหนังที่เรียงซ้อนๆกันนั่นอีก

ถัดไปเป็นโซนโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ก็เต็มไปด้วยกองเอกสารระเกะระกะ

‘จะทำยังไงไหวเนี่ย’ 

เวลาแค่สองสามชั่วโมงที่ต้องจัดการห้องเขา มนวดีคิดว่าไม่น่าทัน หญิงสาวเลยตัดใจไปทำอาหารให้เขาก่อน แต่พอเปิดตู้เย็นมา เธอก็เจอกับไข่แค่สองฟองกับเนื้อหมูเหลืออยู่นิดหน่อย

สายตาไปสะดุดกับกระป๋องเบียร์ เธอรู้ว่าเขาดื่มบ้างตามโอกาส แต่ไม่คิดว่าจะมีขนาดติดห้องไว้

สายตาสำรวจไปทั่วๆค้นหาอย่างอื่น เมื่อไม่มีอะไรเพิ่มเติมเธอจึงลงมือทำอาหารเย็น

มนวดีจำได้ว่าเขาไม่กินเผ็ด ดังนั้นเธอจึงพยายามคิดเมนูที่พอจะนำวัตถุดิบเหลือๆมาประกอบกันได้ ด้วยความเคยอาศัยอยู่กับบิดา หญิงสาวจึงได้ทักษะความเป็นแม่ศรีเรือนมาบ้าง

กว่าจะเสร็จก็ปาไปสิบสี่นาทีกว่า หญิงสาวยังไม่ได้ตักใส่จาน รอชายหนุ่มมาถึงค่อยอุ่นให้ร้อน

ยุ่งในครัวเสร็จก็ไปต่อยังห้องนั่งเล่น เก็บข้าวของให้เข้าที่เป็นระเบียบดูสะอาดตา แฟ้มงานหรือของสำคัญที่เขาวางบนโต๊ะเธอไม่ได้แตะต้อง กลัวเขาหาไม่เจอ

ไม่รู้ว่าเธอทำงานช้าหรือว่ามันครบเวลาที่ชายหนุ่มออกกำลังกายเสร็จ เพราะหญิงสาวเพิ่งจัดการไปได้แค่ห้องนั่งเล่นเขาก็กลับมาเสียแล้ว

“คุณอิฐจะทานข้าวเลยหรือเปล่าคะ”

ใบหน้าหล่อคมผิวแดงระเรื่ออย่างคนสุขภาพดี ตามไรหน้าผากชื้นเหงื่อ คอเสื้อเปียกชุ่มบ่งบอกว่าเขาผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนัก ร่างหนาเดินเอาผ้าขนหนูไปพาดไว้โซฟา ซึ่งคนที่เพิ่งเก็บกวาดไปถึงกลับมองตาม แต่อย่างว่าเขาเป็นเจ้าของห้องจะทำอะไรก็ได้

“อีกสักสิบนาทีแล้วกัน คุณหิวหรือยัง”

จู่ๆอชิระก็หันมาถามแบบไม่มีปี่ขลุ่ย ทว่าหญิงสาวก็ตอบไปตามความจริง

“ไม่หิวค่ะ”

คนขายาวมานั่งพักที่โซฟา เปิดโทรทัศน์เพื่อหาอะไรดูฆ่าเวลา เหมือนจะจ้องจอตรงหน้าแต่ความจริงคือแอบมองคนตัวเล็กอยู่ตลอดเวลา หญิงสาวทำเหมือนว่าเขาเป็นเชื้อโรคยังไงยังงั้น พอเขามาห้องนั่งเล่นเธอก็หลบไปตรงโซนทำงาน พอเขาแกล้งเดินไปตรงโซนทำงาน เธอก็หลบมาห้องนั่งเล่น

“มิ้ม ผมหิวแล้ว”

“ได้ค่ะ”

เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่งหาสวิตช์ไฟเจอ เสียบปุ๊ป ทำงานปั๊ป มนวดีรีบจัดโต๊ะอาหารให้เขาอย่างเป็นระเบียบก่อนผละไปอุ่นอาหารและยกมาเสิร์ฟเขา พอทำหน้าที่เสร็จก็กลับไปยืนตรงโซนครัว หาแก้ว หาจานมาล้างเพื่อให้ไม่ดูว่างงาน

“แล้วของคุณละ”

“คะ?”

“อาหารเย็น ของคุณ”

“อ่อ มิ้มทานมาก่อนแล้วค่ะ”

อชิระพยักหน้าเข้าใจ บอกว่าให้มาทำงานด้วย ก็มาทำงานจริงๆ จนกระทั่งชายหนุ่มทานเสร็จเรียบร้อย คนที่จ้องจะเก็บจานมาล้างจึงรีบปรี่เข้ามา กลัวถูกกล่าวหาว่าบกพร่องหน้าที่ โดยไม่ลืมบอกเรื่องสำคัญ

“ในตู้เย็นคุณ อาหารสดมันหมดแล้วค่ะ พรุ่งนี้ให้มิ้มซื้อเข้ามาเลยไหมคะ”

“ไม่ต้อง พรุ่งนี้ผมจะไปรับคุณที่ทำงาน ค่อยไปพร้อมกัน”


แค่หลอกมิ้มให้มาดูแลตัวเอง เอิ่ม คุณอิฐเนียนไปไหม 5555 ฝากกดไลค์ คอมเม้น ด้วยนะฮับ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว