ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 8 ฆ่าตัวตาย? 25%

ชื่อตอน : บทที่ 8 ฆ่าตัวตาย? 25%

คำค้น : เพลิงรักอสนี ละอองอาย เพลิงรักอสุรา สายฟ้า หมอ เมียหมอ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 326

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2564 21:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 ฆ่าตัวตาย? 25%
แบบอักษร

ภาพของผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ยังอยู่ในชุดกาวน์ ทว่ากลับอุ้มร่างของศัลยแพทย์คนสวยที่รวยไปด้วยข่าวลือ เข้ามาในแผนกฉุกเฉินตอนเกือบเที่ยงคืน ทั้งฝ่ายหญิงยังอยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีหวานแบบสั้น ถึงแม้จะเป็นชั่วยามที่จำนวนบุคลากรมีน้อย กระนั้นก็เพียงพอให้ข่าวแพร่กระจายไปตามกลุ่มแชตต่างๆ

และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรสว่าหมอจ๊ะจ๋าเป็นอะไรกลางดึก และทำไมหมอสายฟ้าถึงได้เป็นคนพาเธอมาโรงพยาบาล พวกเขาอยู่ในสถานะอะไรกันแน่?

เจ้าหน้าที่คนอื่นถูกกันออกมา เหลือไว้เพียงแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินและพยาบาลอีกหนึ่งคน ม่านที่ดึงปิดจนมิดทำให้ไม่มีใครสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหว ว่าด้านหลังม่านทึบสีฟ้านั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีเพียงหมอสองคนและอีกหนึ่งพยาบาลเท่านั้นที่รู้ ว่าพวกเขาทุ่มเทแรงกายขนาดไหนกว่าจะเรียกคืนสัญญาณชีพที่ขาดหายไปของคนไข้ให้กลับคืนมา

สายฟ้าหายใจด้วยความเหนื่อยหอบ เขาผลัดกับหมอฉุกเฉินช่วยกันปั๊มหัวใจของจ๊ะจ๋าจนกลับมาเต้นอีกครั้ง แม้จะเห็นตัวเลขของค่าชีพจรและความดันแสดงอยู่ต่อหน้า ทว่าฝ่ามือของเขายังคงสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่

ขณะพาเธอมายังโรงพยาบาล เขากดจุดชีพจรของเธอเอาไว้ตลอด และพบว่ามันยังคงเต้นแม้จะแผ่วเบาเต็มที ทว่าเมื่อจอดที่ห้องฉุกเฉิน ชีพจรของเธอก็หยุดเต้นเสียดื้อๆ นับว่าโชคดีที่เขาพาเธอมาโรงพยาบาลได้ทันท่วงที

“หมอจ๋าเป็นอะไรมาครับ ทำไมถึงเป็นแบบนี้?” เมื่อได้พักหายใจจนคลายความเหนื่อยหอบ หมอฉุกเฉินที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับสายฟ้าก็เอ่ยปากถามชายหนุ่ม เพราะเขาเป็นคนเดียวที่พาเธอมาโรงพยาบาล

“เธอสำลักควันครับ ผมเข้าไปในห้องก็เจอเธอหมดสติอยู่” ชายหนุ่มให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม และภาพของห้องที่เต็มไปด้วยกลุ่มควันที่ลอยอวลในอากาศก็ย้อนเข้ามาในหัว และทำให้เขาหันไปมองใบหน้าขาวซีดของผู้หญิงที่นอนไม่ได้สติอย่างไม่เข้าใจ

เธอทำอย่างนั้นทำไม? หรือ...

“สำลักควันในห้องเนี่ยนะครับ? แบบนี้มัน... พยายามฆ่าตัวตายหรือเปล่า” สิ้นคำสันนิษฐาน พยาบาลอีกคนก็ร้องด้วยความตกใจ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากเมื่อเห็นว่าหมอทั้งสองคนหันไปมองเธอเป็นเชิงปราม

“ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน” สีหน้าของสายฟ้าค่อนข้างย่ำแย่ ทั้งสายตาของเขาที่มองไปยังคนที่เพิ่งยื้อชีวิตจากพญามัจจุราชได้สำเร็จ ก็เต็มไปด้วยความห่วงใยและความสงสัยที่ผสมปนเปอย่างยากจะแยกออกจากกัน

“คือมัน... เออ ถ้าเป็นกรณีอย่างนี้ เราต้องแจ้งตำรวจนะครับ เพราะถ้าเป็นการพยายามฆ่าตัวตายจริงๆ ทางโรงพยาบาลมีกฎเรื่องนี้อยู่ หมอจ๋าจะต้องประเมินสุขภาพจิตและอาจต้องพักงานด้วย” สีหน้าของหมอฉุกเฉินค่อนข้างเครียด เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องอุบัติเหตุเล็กๆ ยิ่งกับศัลยแพทย์ที่ทำงานเกี่ยวพันกับชีวิตคน ความผิดพลาดอันน้อยนิดอาจหมายถึงหนึ่งชีวิตที่ต้องดับสูญ

ไม่มีคำตอบจากสายฟ้า เขาเพียงมองใบหน้าของเธอนิ่งอย่างสงสัย และประจวบเหมาะกับที่ร่างเล็กของนิภาดา วิ่งปรี่เข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตกใจ ครั้นเห็นว่าจ๊ะจ๋านอนอยู่บนเตียงคนป่วย ร่างนั้นแทบจะล้มลงไปกับพื้นถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากหมอฉุกเฉินที่อยู่ใกล้ และช่วยพยุงร่างของเธอเอาไว้เสียก่อน

“เกิดอะไรขึ้นคะ” นิภาดาหันไปถามหมอฉุกเฉิน สายตาของเธอคาดคั้นหมายจะเอาคำตอบ

“สำลักควันครับ เราสันนิษฐานว่าอาจเป็นการพยายามฆ่าตัวตาย แต่ต้องให้ตำรวจตรวจสอบดูก่อน พี่แป๋วครับ รบกวนแจ้งตำรวจให้ผมด้วยครับ” ประโยคหลังหันไปบอกพยาบาลอีกคนที่อยู่ในห้อง ก่อนจะปล่อยร่างเล็กของนิภาดาให้ยืนด้วยตัวเอง

สายตาคมของหญิงสาวนั้นหันปราดไปทางชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของเตียง ความสงสัยผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว ผู้ชายคนนี้ที่อยู่ๆ ก็เข้ามาเกี่ยวพันกับเพื่อนของเธออย่างผิดวิสัยคนไม่เคยรู้จักกัน ทำให้เพื่อนของเธอตกอยู่ในวังวนข่าวฉาว อีกทั้งวันนี้ยังอยู่กับเพื่อนของเธอในขณะที่อีกฝ่ายตกอยู่ในอันตราย

ฆ่าตัวตาย? ไม่มีทาง นิภาดามั่นใจว่าคนเข้มแข็งอย่างจ๊ะจ๋าไม่มีวันทำแบบนั้น ต่อให้จะถูกกระแสข่าวลบรุมเร้าอย่างไรก็ตาม เพื่อนของเธอไม่มีทางทำเรื่องสิ้นคิด

นอกเสียจากจะมีใครจงใจ!

“ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ” สายตาของนิภาดาบอกชัด ว่าคนที่เธอต้องการคุยด้วยคือใคร

สายฟ้าทำเพียงพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะเดินตามฝ่ายหญิงออกไปจากห้องฉุกเฉิน ท่ามกลางสายตาของคนที่ยังแอบเมียงมอง และรายงานสถานการณ์ลงในกลุ่มแชตแบบเรียลไทม์

นิภาดาพาเขาเดินไปยังสวนด้านหน้าที่ปลอดจากสายตาสอดรู้ของคนอื่นๆ หลังพยายามสงบอารมณ์ที่เดือดพล่านให้เย็นลงได้แล้ว เธอจึงค่อยหันกลับมาทางชายร่างสูงที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“คุณสายฟ้าเจอยัยจ๋าที่ไหนคะ?” แม้จะเห็นอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายสวมใส่ชุดนอน แต่เธอก็ต้องการความมั่นใจ จากปากของผู้ชายคนนี้อยู่ดี

“ห้องนอนของหมอจ๋าครับ”

“แล้วคุณเข้าไปในห้องนอนของเพื่อนนิได้ยังไงคะ?” นิภาดาเขม็งมองชายหนุ่มอย่างคาดคั้น เธอรู้จักเพื่อนของเธอดี ต่อให้ความใจกว้างและชอบรักษาน้ำใจคนของจ๊ะจ๋าจะมีมาก แต่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนได้เข้าไปในพื้นที่ส่วนตัว และไม่ต้องถามว่าคนอย่างจ๊ะจ๋าจะยอมตามใครไปไหนง่ายๆ เรื่องพวกนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย

“เธอลืมไอแพดไว้ในรถของผม และผมเห็นว่ามันมีคีย์การ์ดเสียบอยู่ในเคส กลัวว่าหมอจ๋าจะเข้าห้องไม่ได้ ผมเลยย้อนกลับไปที่คอนโด ตั้งใจจะคืนของให้เธอ และบังเอิญเจอเธอหมดสติอยู่พอดี” น้ำเสียงของชายหนุ่มนั้นไร้ร่องรอยใดๆ ให้จับสังเกต เขาเพียงเล่าไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้าก็ไร้อารมณ์ใดๆ จะมีก็แต่เม็ดเหงื่อที่ยังผุดเต็มกรอบหน้า และแววตาที่ดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด

นิภาดานิ่งไปครู่หนึ่ง คำอธิบายของเขามันไร้ข้อกังขา แม้เธอจะสงสัยแต่การกล่าวหาผอ.โรงพยาบาลก็ดูไม่ใช่เรื่องดีต่อหน้าที่การงานของเธอสักเท่าไร กระนั้นเธอก็คาดโทษเขาเอาไว้ในใจเป็นที่เรียบร้อย

ต่อไปจะปล่อยให้เพื่อนอยู่กับผู้ชายคนนี้สองต่อสองไม่ได้อีก

“นิขอบอกอะไรคุณสายฟ้าสักอย่างได้ไหมคะ” นิภาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าประโยคพูดคุยก่อนหน้า สายฟ้าจึงทำเพียงพยักหน้าตอบรับเล็กน้อย

“จ๋าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของพ่อคุณนะคะ เธอเคารพหมอสุเหมือนญาติคนหนึ่งเท่านั้น นิไม่อยากให้คุณเข้าใจจ๋าผิด” เธอพยายามกลั้นกรองถ้อยคำอย่างดี และคุมน้ำเสียงไม่ให้แข็งกระด้าง ก่อนจะค้อมศีรษะแล้วเดินจากไป ไม่รอการตอบรับจากชายหนุ่มที่ยืนนิ่งฟังเธอตั้งแต่ต้นจนจบอย่างคนใจเย็น

เธอคิดว่าเขาเป็นคนทำให้จ๊ะจ๋าอยู่ในสภาพนั้น...

ตลกสิ้นดี!

 

-------------------------------------------------------

ไม่อีรุงตุงนังก็ไม่ใช่ละอองอายละฮับ ถนัดงานยาก ผูกปมเก่งแต่แก้เก่งไหม ต้องให้คุกกี้ทำนายกันอีกทีนะคะ

ส่วนคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์นะฮับบบ ขอให้ฝันดีและตื่นมาพบกับเช้าที่ฝดใฝ เจอกันใหม่วันพรุ่งนี้งับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว