มีคนคลั่งรักแล้ว1
เรื่องบังเอิญ
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

เรื่องบังเอิญ

 

1 

เรื่องบังเอิญ 

  

ณ เมือง C เมืองชายฝั่งตะวันออกติดกับทะเล  

ในย่านชุมชนที่มีคนพลุกพล่าน มีร้านค้าขายมากมายเปิดให้บริการ หนึ่งในนั้น มีร้านเสื้อเก่าแก่ที่เปิดมานานมากแล้ว คือ ห้องเสื้อ 佟 衣 (tongyiถงอี) เป็นร้านเสื้อผ้าเฉพาะท่านสุภาพบุรุษ มีทั้งแบบสำเร็จรูปและสั่งตัดใหม่ เป็นร้านขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ด้วยฝีมือในการตัดเย็บและราคาที่สมเหตุสมผล จึงมักจะมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาใช้บริการกันอยู่เป็นเนือง เฉกเช่นอีกสิบกว่าสาขาที่กระจายอยู่ในเมืองนี้และต่างเมืองด้วย 

ภายในห้องเสื้อ 佟 衣 (tongyiถงอี) ด้วยความที่เปิดมานานมากแล้ว จึงมีสภาพไม่ทันสมัยเหมือนร้านแบรนด์ดังที่มีชื่อเสียง แต่กลับมีกลิ่นอายเก่าแก่อันเป็นเอกลักษณ์ ดึงดูดให้คนมาใช้บริการอีกอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากฝีมือการตัดเย็บของร้าน 

ชุดโซฟารับแขกตัวยาวหนึ่งตัว ตัวเล็กอีกสอง กับโต๊ะกระจกตัวเล็กจัดวางไว้ใกล้ประตู ถัดมาก็เป็นคอกกั้นเด็กขนาดเล็ก และห้องลองชุดสองห้อง แล้วก็ประตูเข้าหลังร้าน ฝั่งตรงกันข้าม เป็นชุดสำเร็จรูปแบบต่างๆ แขวนไว้ ให้ลูกค้าได้เลือกชม เลือกซื้อ ถัดมาก็เป็นโต๊ะทำงานของผู้ดูแลร้าน และส่วนติดกับกระจกด้านหน้าร้าน ก็มีหุ่นสวมชุดที่ทางร้านออกแบบและตัดเย็บตั้งโชว์ไว้ ให้ผู้คนที่ผ่านไปมาได้ดูด้วย และเนื่องจากว่ามีหลายสาขา ดังนั้นจึงมีโรงงานตัดเย็บแยกออกไปจากร้าน 

ปาป๊า...ปาป๊า” เด็กชายตัวน้อยวัยกำลังหัดพูด เดินเล่นไปทั่วร้าน เดี๋ยวก็ปีนโซฟา เดี๋ยวก็จับเขย่าหุ่นโชว์เล่น 

ทันใดนั้น เสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งที่หน้าประตู ก็ส่งเสียงดังขึ้น เพื่อบอกว่ามีคนเดินเข้าร้านมา แล้วชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่วัยประมาณสามสิบปลายๆ ใบหน้าหล่อเหลา ก็เดินเข้ามาในร้าน ตามมาด้วยชายอีกคน ท่าทางเหมือนเป็นผู้ช่วยของคนตัวสูง 

 เด็กน้อยเมื่อเห็นคนเดินเข้ามาในร้าน จึงเดินเข้าไปใกล้ และพูดคำเดิมของตน พร้อมทั้งจดจ้องคนตัวสูงตาแป๋ว “ปาป๊า 

เพื่อนตัวน้อยหน้าตาน่ารักจังเลยคนที่เข้ามาทีหลัง เดินปรี่มาทักทาย ก่อนจะมองไปรอบๆ แล้วบ่นด้วยความไม่พอใจ “ทำไมไม่มีคนอยู่เลย ปล่อยเด็กไว้คนเดียวได้ยังไงแย่จริงๆ  

ปาป๊า” เด็กน้อยเรียก เเละมองจ้องคนตัวสูงอยู่อย่างนั้น สักพักก็กางแขนสั้นๆ ของตัวเอง ไปหาคนตัวสูงอย่างออดอ้อน พร้อมบอก อุ้ม...อุ้ม 

เขาอยากให้คุณฮุ่ยอุ้มหรือเปล่าครับคนเดิมพูดพลางก้มตัวลงไปหาเด็กน้อย และยกตัวเด็กขึ้นมาอุ้มไว้เอง 

 เอ๋! ” คนอุ้มร้องออกมาคำหนึ่ง แล้วก็นิ่งเงียบไป จึงทำให้อีกคนสงสัย 

มีอะไรหรอคุณฮุ่ย หรือฮุ่ยเฉินถาม 

“อ้อ ผมนึกว่าเด็กนี่ มีปานที่หูเหมือนคุณฉู่น่ะสิครับคนที่เป็นเหมือนผู้ช่วยตอบ เมื่อเห็นจุดสีแดง ที่หูของเด็กชายตัวน้อย จึงคิดว่าเป็นปาน แต่เมื่อสังเกตดีๆ ถึงรู้ว่าไม่ใช่ แต่เป็นสีที่เด็กชายจอมซนหยิบมาเล่นแล้วเลอะตัวเอง ก่อนจะสังเกตเด็กน้อยไปด้ว 

แต่จะว่าไป...หน้าตาของเด็กคนนี้ ก็มีส่วนคล้ายคุณฉู่อยู่นะครับพลางหันหน้าของเด็กให้ฮุ่ยเฉินได้ดูด้วย 

ได้ยินอย่างนี้ ฮุ่ยเฉินจึงหันมามอง ทั้งยังสำรวจดูเด็กน้อยอย่างละเอียดอีกด้วย ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตา เหมือนคนที่จากเขาไปเมื่อเกือบสองปีก่อน เพียงแต่ย่อส่วนลงมา 

ฮุ่ยเฉินจึงยื่นมือออกไปรับเด็กน้อยมาอุ้มไว้เอง ตอนที่อุ้มเด็กชายมาแนบอก เขาก็รู้สึกเหมือนมีความอบอุ่นเลือนลางอีกสาย มาโอบกอดเขาไว้อย่างรักใคร่ด้วย และความรู้สึกนี้ ก็ทำให้เขาเกือบหลั่งน้ำตาออกมา  

เอ่อ ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าอาอวี้ ทำให้คุณรำคาญหรือเปล่าครับ” น้ำเสียงนุ่มนวลของบุคคลที่สามเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นคนอุ้มตาแดงน้ำตาคลอ พลางยื่นมือออกไปรับตัวเด็กด้วย พร้อมบอก “ผมเป็นพ่อของเขาเองครับ 

ความจริง คนเป็นพ่อเพิ่งจะเดินเข้าหลังร้าน เพื่อเอาถ้วยข้าวและอุปกรณ์ทำความสะอาดเข้าไปเก็บ ทั้งสองคนก็เดินเข้าร้านมาพอดี จึงเหมือนกับว่าเด็กชายตัวน้อยถูกปล่อยให้อยู่ในร้านคนเดียวอย่างนี้ และที่คนเป็นพ่อวางใจ ให้ลูกชายเล่นอยู่ในร้านคนเดียว ก็เพราะว่า ส่วนที่เป็นอันตรายต่อเด็กน้อย เขาได้จัดการจัดเก็บไว้อย่างดีแล้ว แม้กระทั่งหุ่นโชว์ก็หาเชือกมาผูกยึดไว้ไม่ให้ล้มได้ง่ายๆ รวมถึงประตูที่ผลักเข้ามาด้านในร้าน ก็ต้องใช้แรงดึงพอสมควรถึงจะเปิดออกได้ ดังนั้นจึงไม่กังวลว่าลูกชายจะเปิดประตูออกไปได้ และที่สำคัญ คือ ตัวเขาที่เข้าไปหลังร้านก็เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น  

“ไม่มีอะไรครับ แค่หน้าตาเขาเหมือนคนรักของผมที่จากไป เลยทำให้ผมคิดถึงคนรักขึ้นมาน่ะครับ ขอผมอุ้มเขาอีกสักครู่นะครับ” ฮุ่ยเฉินบอกตามตรงอย่างไม่กลัวเสียหน้า และขออนุญาตอุ้มเด็กชายตัวน้อย จากผู้เป็นพ่อของเด็กด้วย 

ครับ เสียใจด้วยนะครับ เรื่องคนรักของคุณ” พ่อของอาอวี้แสดงความเสียใจเรื่องคนรักของอีกฝ่าย แล้วถามกลับ “ว่าแต่คุณลูกค้า มีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ 

“ผมมารับชุดและก็มาหาถงหลินด้วยนะครับฮุ่ยเฉินตอบ 

ถงหลินคือเจ้าของห้องเสื้อคนใหม่ และเป็นเพื่อนของเขา แต่ขาดการติดต่อกันไป เมื่อได้ข่าวว่าเพื่อนมารับสืบทอดกิจการนี้ จึงตั้งใจมาหา พอดีกับชุดที่เคยสั่งไว้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงถือโอกาสนี้แวะมารับด้วยเสียเลย 

เรื่องเสื้อไม่มีปัญหาครับ ตัดเสร็จแล้ว แต่คุณถงนี่สิครับ ถ้าคุณไม่ได้นัดไว้ เกรงว่าจะไม่ได้พบ เพราะคุณถงจะแวะมาที่นี่แค่เดือนละครั้ง แต่จะมาวันไหนนั้น ผมเองก็ระบุไม่ได้จริงๆ ครับพ่อของอาอวี้ชี้แจง 

เดือนหนึ่งมาร้านครั้งหนึ่ง เจ้าบ้านี่! ไปตายที่ไหนกัน? ” ฮุ่ย เฉินสบถเสียงดังออกมา ก่อนที่จะเอ่ยต่อ เมื่อเห็นสีหน้าตกใจของผู้ดูแลร้าน “อ้อ ผมเป็นเพื่อนของเขานะครับ ฮุ่ยเฉินครับ ไม่ทราบว่ามีเบอร์ติดต่อถงหลินไหมครับ 

ฮุ่ยเฉินแนะนำตัว พร้อมบอกความสัมพันธ์ของตัวเอง กับเจ้าของร้านให้อีกคนได้รับทราบ 

อาหนานครับ เป็นผู้ดูแลร้านนี้ ส่วนเบอร์ติดต่อเดี๋ยวผมดูให้นะครับพูดจบ ก็ขอตัวไปหาชุดที่ฮุ่ยเฉินสั่งตัดไว้มาให้ พร้อมกับเบอร์ติดต่อเจ้าของร้าน มายื่นส่งให้ผู้ช่วยของฮุ่ยเฉินที่ยืนรออยู่ 

ส่วนฮุ่ยเฉินก็ทั้งอุ้ม ทั้งกอดอาอวี้ไม่ยอมวาง และดูเหมือนว่า เด็กชายตัวน้อยก็จะชอบอีกฝ่ายด้วยเหมือนกัน เพราะทั้งกอดคอซบไหล่คนอุ้มไม่ยอมปล่อยเช่นกัน 

จนกระทั่งผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านข้างต้องเอ่ยเตือน เมื่อเห็นว่าเจ้านายไม่มีวี่แววว่าจะอยากกลับเลย “คุณฮุ่ยครับ ใกล้จะได้เวลานัดของคุณกับคุณอู๋แล้วนะครับ 

ใกล้ได้เวลาแล้วหรอ” ฮุ่ยเฉินยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาจากนาฬิกาที่สวมใส่อยู่ เมื่อเห็นว่าใกล้เวลานัดแล้วจริงๆ ก็มองเด็กชายตัวน้อยด้วยสายตาอาวรณ์ไม่อยากแยกจาก 

ถ้าว่าง ก็แวะมาเล่นกับแกได้ครับพ่อของอาอวี้เชื้อเชิญ  และยื่นมือออกไปรับตัวลูกชายกลับมาอุ้มไว้ 

ครับ ขอบคุณครับ แล้วผมจะมาใหม่” ฮุ่ยเฉินตอบรับด้วยความดีใจ แล้วเดินออกจากร้านไป โดยมีสองพ่อลูกยืนส่งอยู่ที่หน้าประตู 

เกินไปแล้วนะเราน่ะ อ้อนคนไปทั่วแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน” อาหนานบ่นให้ลูกชายตัวน้อยอย่างเอ็นดู หลังจากส่งลูกค้าออกจากร้านไปแล้ก่อนจะพึมพำกับตัวเองด้วยความแปลกใจ “แต่ทุกทีอาอวี้ก็ไม่ให้ใครอุ้มง่ายๆ นี่นา 

พลางพาลูกชายในนาม หรือหลานชายตัวน้อย ที่ไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกับตัวเอง ไปกินนมนอน 

พูดถึงหลานชายคนนี้ ก็ช่างน่าสงสารนัก เนื่องจากถูกพ่อแท้ๆ ทิ้งไป เหลือเพียงผู้เป็นแม่ที่กำลังตั้งท้องได้ห้าเดือนซมซานมาหาเขา ผู้ซึ่งเป็นเหมือนคนในครอบครัวเพียงคนเดียวของเธอ 

ด้วยว่าบ้านของเธอและวัดที่เขาอาศัยอยู่ อยู่ใกล้กัน จึงรู้จักและสนิมสนมกันมาตั้งแต่เด็กอีกทั้งพวกเขาทั้งสอง ต่างก็เป็นพวกที่พ่อแม่ไม่ต้องการเหมือนๆ กัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราทั้งคู่ รักและเห็นใจกันดุจดั่งพี่น้องคลานตามกันมา  

จนเมื่อเข้ามาทำงานในเมืองหลวง ก็ได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน พึ่งพาอาศัยกันอย่างเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ ก่อนที่เธอจะแยกไปอยู่กับแฟนของเธอ เธอบอกแบบนั้น 

 แต่ต่อมาไม่นาน ก็กลับมาหาเขา พร้อมกับขอร้องให้เขามาที่เมืองนี้เป็นเพื่อน เพื่อให้เขามาช่วยตามหาพ่อของเด็กในท้องด้วยกัน ซึ่งก็รู้แค่ชื่อของพ่อเด็กกับเมืองที่อาศัยอยู่เท่านั้น 

 แม้จะเกลี้ยกล่อมไม่ให้มาตามหา เพราะพ่อเด็กไม่ต้องการแล้ว แต่พี่สาวของเขาก็ยังยืนกรานว่า จะให้พ่อของเด็กมารับผิดชอบให้ได้ เขาจึงทำอะไรไม่ได้ เลยต้องยอมมาเป็นเพื่อน เพราะเขาไม่สามารถปล่อยคนในครอบครัว มาต่างบ้านต่างเมืองเพียงคนเดียวได้ 

.................. 

  

หลังจากออกจากห้องเสื้อมาแล้ว ฮุ่ยเฉินก็นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง จนผู้ช่วยสังเกตได้  

คุณฮุ่ยคิดถึงอาอวี้อยู่หรอครับ จะว่าไป ชื่อก็ออกเสียงเหมือนกัน แถมหน้าตายังละม้ายคล้ายคลึงกันอีก ช่างบังเอิญจังเลยนะครับผู้ช่วยชวนคุย อย่างไม่ต้องการให้เจ้านายของัวเองเศร้า  

ฮุ่ยเฉินคือเจ้านายของเขา เป็นหนุ่มหล่อหน้าตาดี วัยสามสิบหกย่างสามสิบเจ็ดปี ฐานะมั่นคงมากๆ เพราะมีกิจการในมือมากมาย ทั้งที่ก่อตั้งขึ้นใหม่กับคนรักที่จากไป และรับมาจากครอบครัว ในฐานะลูกชายคนเดียวของตระกูล แต่ชีวิตของเจ้านายก็ช่างน่าสงสารนัก เนื่องจากคนในครอบครัวได้ทยอยจากไปในเวลาไล่เลี่ยกัน จนตอนนี้ทั้งบ้านเหลือเพียงแค่เจ้านายหนุ่มคนนี้คนเดียวแล้ว 

เหมือนกันมากจริงๆ ” ฮุ่ยเฉินพึมพำ ทั้งครุ่นคิดถึงความรู้สึก ตอนที่อุ้มเด็กชายตัวน้อยคนนั้น ด้วยความประหลาดใจ เพียงแต่จะเป็นไปได้อย่างไร เพราะเด็กคนนี้ก็มีพ่อให้เห็นอยู่  

แต่จะว่าไป พ่อของอาอวี้ยังดูหนุ่มน้อยอยู่เลยนะครับ หรือว่าสมัยนี้ เขานิยมมีลูกกันตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ครับ” คนชวนคุยตั้งข้อสังเกตและถามออกมา ตัวเขาก็อายุสามสิบสามแล้ว ยังหาแฟนไม่ได้เลย จึงไม่รู้ว่าสมัยนี้นิยมมีลูกกันตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่หรือเปล่า แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา ผู้ช่วยจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความสงสาร  

ผ่านมาจะสองปีแล้ว เจ้านายของเขายังคงเศร้าเสียใจอยู่ ยิ่งมาเจออาอวี้ ที่หน้าละม้ายคล้ายกัน อย่างกับถอดแบบกันมา คงจะยิ่งตอกย้ำ ให้คิดถึงคนรักเข้าไปใหญ่ เฮ้อ...สวรรค์ ท่านจะทำให้คนช้ำใจตายให้ได้หรืออย่างไรกัน...ผู้ช่วยอดพึมพำในใจด้วยความสงสารเห็นใจเจ้านายไม่ได้ 

นายช่วยติดต่อถงหลินให้ด้วยนะคนเป็นเจ้านายบอกให้ผู้ช่วยส่วนตัวจัดการติดต่อให้  

เพราะเจ้าบ้านั่นอยู่ๆ ก็หายตัวไปโดยไม่บอกกล่าว และไม่ยอมติดต่อมา ทั้งยังเปลี่ยนช่องทางการติดต่อด้วย ช่างน่าโมโหยิ่งนัก มีอย่างที่ไหนร้านเสื้อของตัวเองแท้ๆ แต่มาแค่วันเดียว ถ้าไม่ต้องการ เขาจะติดต่อซื้อไว้เอง เพราะเขาอยากจะมาหาเด็กชายตัวน้อยนั่นบ่อยๆ อย่างน้อยหน้าตาของเด็กคนนั้น ก็ทำให้เขาหายคิดถึงคนรักที่จากไปได้...ฮุ่ยเฉินคิดวางแผนอยู่ในใจ 

  

  

 

แม่บ้านชอบอ่านนิยาย 

 

โลกคือนิยาย ทุกวันต้องขีดเขียน อย่าเพิ่งเอียนอย่าเพิ่งหน่ายโลกคือนิยาย อยากจะได้คนมาร่วมชื่นชม โลก...ใบกลมๆ เขียนหนุ่มหน้าคมเป็นของตนเอง 

 

 เฮอะๆๆๆ 

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น