facebook-icon

มาอ่านเถอะนะ ตั้งใจเขียนจริงจริ๊ง >//<

Begin Again อยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ชื่อตอน : Begin Again อยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2564 22:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Begin Again อยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
แบบอักษร

๔๕

Begin Again อยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

              “แม่ว่าอะไรนะครับ” แม้ร่างสูงนั่งอยู่ข้างกายและได้ยินทุกถ้อยคำอย่างชัดเจน กระนั้นก็อดถามย้ำไม่ได้ ซึ่งนอกจากเป็นคำสารภาพชวนตกใจแล้ว ครองภูมิยังแอบหวั่นว่ามารดาอาจกลายเป็นต้นเหตุที่บิดาเสียชีวิต

              “พินัยกรรมที่ออกมาเป็นแบบนี้เป็นเพราะแม่เอง” รุ่งรวีสารภาพ ไม่กล้าสบตาลูกชายทั้งสองตรงๆ “แต่แม่ไม่ได้ฆ่าเขานะ แม่ไม่มีแรงจูงใจถึงขั้นนั้น ถ้าจะทำก็คงทำตั้งแต่ตอนที่เขานอกใจแล้ว”

              “แม่ติดต่อกับพ่อนานแล้วเหรอครับ”

              “เปล่าลูก แม่เพิ่งเจอเขาเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยติดต่อกันเลย แม่ไม่ได้ฆ่าเขา ไม่ได้ยินดีกับการจากไป แต่ก็ไม่เสียใจอะไรขนาดนั้น ก็คงสาสมแล้วกระมังกับเวรกรรมที่เขาทำ หากเขาแคร์เราสักนิดก็คงจะตามหาเราบ้าง”

             บุตรชายทั้งสองมองเห็นความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นในหัวใจมารดา ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีรุ่งรวีเล่าว่าไม่ต้องการให้เขาตามหายามเธอหนีจากไทเป ทว่าตอนนี้กลับตัดพ้อเสียอย่างนั้น ส่วนครองภูมิได้แต่ตะโกนก้องคัดค้านในใจว่าที่มารดาบอกว่าไม่เสียใจอะไรกับการจากไปของหลินเวยซู เพราะนับตั้งแต่อุบัติเหตุร้ายคร่าชีวิต รุ่งรวีก็จมอยู่กับความทุกข์โศกไม่ต่างจากตอนช่วงแรกๆ ที่หนีมาจนต้องรักษาอาการซึมเศร้า ครองภูมิรู้ว่าเธอรักสามีคนนี้มาก จึงมีอยู่หลายครั้งที่เขาออกปากขอร้องให้กลับไปไทเปเสีย แต่จนแล้วจนรอดรุ่งรวีก็ทนใจแข็งมาถึงตอนนี้

              เหนือภพเปลี่ยนสายตาไปทางครองภูมิราวกับกำลังกดดันให้พี่ชายสารภาพความจริงออกมา เขาอยากรู้นักว่าหากรุ่งรวีรู้ว่าลูกชายคนโปรดปิดบังบางอย่างไว้เขาจะโดนอะไรบ้าง

              “แม่ครับ ผมมีเรื่องที่ไม่เคยบอกแม่มาก่อนเลย” ครองภูมิชักหวั่น กลัวมารดาจะโกรธและเสียใจจนส่งผลต่อสุขภาพ

              “ภูมิมีอะไรที่ไม่เคยบอกแม่งั้นเหรอ”

              “คือว่าอันที่จริงพ่อตามหาเราเจอนานแล้วครับ” ครองภูมิเห็นแววตาของมารดาที่ตกใจอย่างเห็นได้ชัด “นานตั้งแต่ตอนผมอายุสิบแปดปี เราแอบติดต่อกันมาตลอด เขาส่งเสียให้เงินผม มาเจอผมทุกเดือนเท่าที่จะทำได้”

              คนเป็นแม่ยังมองหน้าลูกชายคนโตนิ่ง แต่นัยน์ตาไหวระริกและปล่อยให้น้ำไหลออกมาเป็นทาง ความเจ็บปวดผสมความผิดหวังบีบคั้นหัวใจครองภูมิจนรู้สึกแย่

              “พ่อไม่ได้ทอดทิ้งอย่างที่แม่เข้าใจ”

              “เหรอ!? ภูมิจะบอกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาแม่เข้าใจผิดไปเองใช่ไหม” รุ่งรวีเปล่งคำพูดปนสะอื้น “ที่ผ่านมาแม่เป็นคนผิดงั้นสินะ ใช่สิ! แม่เป็นคนทำให้ภูมิกำพร้าพ่อนี่ ดึงภูมิออกมาจากชีวิตที่ควรจะเป็น”

              “แม่ครับ...” ครองภูมิเสียงอ่อนดวงตาเว้าวอนและอยากอธิบายมากกว่านี้ แต่มารดาส่ายหน้าไปมาประหนึ่งปฏิเสธหนักแน่นที่จะรับรู้

              “เป็นแม่ทั้งนั้นที่ผิด แม่เอาแต่ใจตัวเองหนีออกมา ปล่อยให้คนอื่นขึ้นมาแทนที่”

              “ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น” 

              “เรื่องนี้ล้วนเป็นความผิดความโง่ของแม่ทั้งนั้น...”

              “ใช่ คุณผิดจริงๆ น่ะแหละ” เหนือภพแทรกขึ้น ทั้งครองภูมิและรุ่งรวีต่างหันไปมอง “แต่ก็ไม่ได้ผิดคนเดียวนี่ ทั้งป๊าทั้งแม่เลี้ยงผมต่างผิดด้วยกันทั้งนั้น คุณเจ็บปวดที่ถูกนอกใจจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ที่นั่น เอาเป็นว่าเรื่องนั้นผมเข้าใจก็ได้ แต่ไม่ค่อยอยากเข้าใจนักที่คุณเก็บเอาความแค้นไว้กับตัวนานถึงขนาดนี้”

              “เหนือภพ...” พี่ชายพยายามปรามเตือน ทว่าสุดท้ายก็เงียบไปและปล่อยให้น้องพูดต่อ

              “คุณต้องยอมรับว่าผิดที่กีดกันไม่ให้พ่อลูกเจอกัน คุณไม่คิดถึงใจลูกของคุณเลย...” คนพูดกลืนก้อนแข็งๆ ลงคออย่างยากเย็น “...ไม่คิดเลยเหรอว่าลูกชายอีกคนก็อยากเจอแม่ ไม่คิดบ้างเหรอว่าเงินทองอย่างเดียวไม่อาจทดแทนได้ทุกสิ่ง”

              รุ่งรวีสะอื้นไห้กับถ้อยความจริงที่กรีดใจผู้เป็นแม่อย่างเธอ ตลอดเวลาที่ผ่านมาล้วนแล้วแต่เป็นความเห็นแก่ตัวทั้งสิ้น เธอตั้งความสำคัญของตัวเองเป็นที่หนึ่งจนหลงลืมหัวใจของลูก

              “ผมขอโทษที่ปิดบังเรื่องพ่อ เพราะผมเห็นแก่ความรู้สึกของแม่”

              ตั้งแต่ครองภูมิจำความได้ก็เห็นแววตาของมารดาที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดอดีตสามีจนไม่อาจให้อภัย หัวใจเธอถูกทำร้าย ความรู้สึกข้างในร้าวรานจนไม่เหมือนเดิม แล้วเขาจะบอกได้อย่างไรว่าแอบติดต่อกับคนที่สร้างแผลใจให้มารดา ขนาดเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ในอดีตรุ่งรวียังไม่เคยปริปากเล่า ครองภูมิจึงไม่รู้อะไรเลย ได้แต่อาศัยความทรงจำเยาว์วัยที่เริ่มเลือนรางลงทุกวัน พอเติบใหญ่ขึ้นเขาก็ขาดความกระตือรือร้นที่จะอยากรู้เรื่องครอบครัวหลิน ตั้งหน้าตั้งตาเรียนมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันไม่ใฝ่หาอดีตอย่างเช่นที่มารดาเป็น

              “แม่ขอโทษ ขอโทษลูกทั้งสองคน” ดวงตารื้นไปด้วยหยดน้ำเบือนกลับไปทางเหนือภพ “ภพจะให้โอกาสแม่ได้ไหม ขอให้แม่ได้แก้ตัวใหม่”

              คนถูกอ้อนวอนถอนหายใจยาวและปรายสายตาไปทางประตูห้องครัวซึ่งอัณณิการ์กอดอกมองอยู่ เขาเองก็เพิ่งได้เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ เข้าใจความหมายของคำว่าครอบครัวก็เพราะอัณณิการ์ ต่างฝ่ายต่างปวดร้าวมานานนับสิบปี เขาเองก็อยากปลดตรวนที่รัดรึงความรู้สึกเสมือนจมอยู่ในเหวลึกให้หมดสิ้นไปไม่แพ้กัน

              “ที่ผ่านมาคุณจะตามหาผมก็ได้มั้ง แต่ไม่คิดจะทำ เท่ากับคุณเต็มใจทิ้งนั่นแหละ การเริ่มต้นใหม่กับคนที่เป็นความทรงจำเลวร้าย มันไม่ง่ายนะ…แต่ก็คงไม่ยากอะไร” คำตอบของเหนือภพเรียกรอยยิ้มยินดีจากทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ครองภูมิและอัณณิการ์ รุ่งรวีปาดน้ำตาอย่างซาบซึ้ง บีบมือลูกชายคนโตที่นั่งอยู่ข้างๆ

              “ขอบใจนะลูก” หัวใจที่แห้งเหี่ยวมาเนิ่นนานของรุ่งรวีรู้สึกถึงน้ำที่รินชโลมจิตใจก็วันนี้เอง “จริงๆ แล้วมีอีกเรื่องที่แม่ยังไม่ได้เล่า เหตุผลที่แท้จริงที่แม่ไม่กลับไปไทเป ไม่ใช่เพราะเคียดแค้นจนใจแข็ง แต่เพราะถูกขู่”

              “ถูกขู่? ใครขู่ครับ พ่อเหรอ” ครองภูมิถาม

              รุ่งรวีส่ายหน้าก่อนตั้งต้นเล่าต่อ “จริงๆ แล้วช่วงแรกๆ ที่ออกจากไต้หวัน แม่ติดต่อกับปภาผ่านจดหมายโดยใช้ที่อยู่คนอื่น แม่ส่งข่าวให้เธอรู้ว่าตอนนี้อยู่อย่างปลอดภัยแล้วและฝากให้ปภาช่วยดูแลเล่อคุณ วันหนึ่งข้างหน้าแม่จะไปรับลูกมาอยู่ด้วย แต่ทว่าจดหมายที่ตอบกลับมา...”

              “ทำไมครับ” ครองภูมิถามเมื่อเห็นมารดาเว้นวรรคคำพูดจนกระทั่งนิ่งหายไปนาน

              “ภูมิไปหยิบกล่องสีน้ำตาลในตู้เสื้อผ้าชั้นบนสุดมาให้แม่ทีสิ” รุ่งรวีวานซึ่งลูกชายก็กระวีกระวาดจัดการให้ทันที และผ่านไปเพียงชั่วอึดใจเขาก็กลับมาพร้อมกล่องสีน้ำตาลในมือ รุ่งรวีพยักเพยิดให้ครองภูมิเปิดดูข้างใน

              “ซองสีเหลืองนั่นแหละคือจดหมายที่ปภาตอบกลับมา ลองเปิดดูสิ” รุ่งรวีว่าและเริ่มเล่าต่อ “จดหมายที่ภูมิอ่านมีอยู่สองแผ่น อีกแผ่นข้างหลังเป็นของอดีตแม่สามี แม่ของเวยซูระบายความโกรธและด่าทอต่อการกระทำของแม่ เธอรับปากว่าจะดูแลเล่อคุณเป็นอย่างดี แต่ลั่นวาจาว่าอย่าให้แม่กลับไปเหยียบที่นั่นอีก ถ้าหากกลับมาพวกเขาจะไม่ให้อะไรเล่อคุณเลย และในขณะเดียวกันถ้าเมื่อไหร่ที่ตามหาแม่เจอ พวกเขาจะแย่งจินหลงไป นั่นจึงเป็นเหตุผลที่แม่ต้องสวมรอยเปลี่ยนตัวตน” 

              สายตาครองภูมิยังจดจ้องอยู่กับเนื้อความในแผ่นกระดาษเก่าๆ ซึ่งมีรอยคราบเปรอะเลอะจนกระดาษกรอบเกือบพัง สีหน้าที่ดูเคร่งเครียดพลอยทำน้องชายชักอดรนทนไม่ไหวจนต้องลุกไปยืนดูด้วย

              “นี่พวกเขาคิดจะ...” ครองภูมิชะงัก คล้ายกับไม่อยากเอ่ยถ้อยคำนั้นออกมา เขามองมารดาด้วยความรู้สึกที่ค่อนไปทางเคืองโกรธ ไม่ใช่โกรธรุ่งรวีแต่โกรธคนในจดหมาย “…คิดจะฆ่าแม่ด้วยเหรอครับ เพราะอีกฉบับคุณปภาแกบอกให้แม่ระวังตัว รักษาชีวิตให้รอดปลอดภัย เพราะว่าแม่เอาเครื่องเพชรเก่าแก่ของตระกูลไป”

              “แม่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ตอนนั้นรีบ หยิบอะไรได้ก็เอามาเลย ก็เพิ่งรู้นี่แหละว่ามันเป็นของตกทอดประจำตระกูลซึ่งมีมูลค่าสูงมาก ตอนนี้แม่ฝากไว้ที่เซฟในธนาคาร”

              ครั้งหนึ่งรุ่งรวีเคยคิดจะส่งเครื่องเพชรประจำตระกูลกลับคืน แล้วเจรจาขอลูกชายคนเล็ก แต่ความเสี่ยงที่จะไม่สำเร็จมีสูงมาก หากพวกเขาแค้นใจแล้วแย่งลูกชายอีกคนของเธอไปด้วย กลายเป็นว่ารุ่งรวีจะไม่เหลือใครในชีวิตเลย

              “แม่ก็ไม่มั่นใจหรอกนะว่าสิ่งที่ปภาเขียนมาจริงเท็จแค่ไหน ลูกเห็นไหมล่ะตรงที่ปภาบอกว่าเธอกำลังจะแต่งงาน แถมยังแนบรูปมาด้วย”

              ครองภูมิค้นดูในกล่องเจอภาพถ่ายของปภาที่ควงแขนกับผู้ชายอีกคนในชุดแต่งงาน ซึ่งผู้ชายคนนั้นไม่ใช่หลินเวยซู

              “นี่เป็นการติดต่อครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเรา แม่ห่วงตัวเอง ห่วงความปลอดภัยของลูกทั้งสองจึงตัดใจหยุดทุกอย่างไว้ตรงนั้น ยอมทำผิดสวมตัวตนของพรอุษาผู้ล่วงลับ พึ่งพิงบารมีของชนุดมและวรรณรีมาจนถึงตอนนี้” รุ่งรวีซาบซึ้งในมิตรแท้ของทั้งสองคน พวกเขารักและหวังดีต่อเธออย่างบริสุทธิ์ใจจริง จนถึงขั้นยกมรดกทรัพย์สินให้ครองภูมิทั้งที่รุ่งรวีเอ่ยปากว่าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลย แต่ชนุดมยืนยันหนักแน่นในเจตนารมณ์ เพราะตลอดหลายสิบปีมานี้ทายาทของเขาก็มีเพียงครองภูมิคนเดียว

              “ทำไมยัยแม่เลี้ยงของผมต้องเล่นละครให้คุณเชื่อว่าแต่งงานกับคนอื่นด้วยล่ะ” เหนือภพว่าพลางดึงจดหมายที่พี่ชายอ่านเสร็จไปพิสูจน์ต่อ จดหมายฉบับภาษาจีนนั้นผู้เขียนเสียชีวิตไปเกือบยี่สิบปีแล้ว ซึ่งรุ่งรวีคงไม่ทราบเรื่องนี้ แต่สมมติว่าเธอรู้ว่ามารดาของอดีตสามีลาโลกไปนานแล้ว รุ่งรวีจะกลับมารับเขาหรือเปล่านะ?

              “อันนี้แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ ไม่รู้ว่าปภามีเหตุผลอะไรถึงโกหกว่าแต่งงานกับคนอื่น อาจเพราะไม่อยากให้แม่ระแคะระคายอะไรมั้ง”

              “แปลว่าอาม่าต้องรู้สินะว่าคุณปภาแกจะแอบติดต่อกับแม่ ก็เลยฝากจดหมายนี้มาด้วย” ครองภูมิคาดเดา สัมผัสถึงกลิ่นทะแม่งๆ ซึ่งน่าสงสัยไม่เบา

              “หรือไม่ก็อาจเป็นยัยแม่เลี้ยงของผมที่เขียนขึ้นเองเพื่อให้คุณไปแล้วไปลับ ไม่กลับมาทวงตำแหน่งเมียหลวง” เหนือภพว่าและนั่นเป็นทฤษฎีที่เป็นไปได้มากที่สุด รุ่งรวียิ้มขืนสมเพชตัวเองที่โง่งมมาตลอด

              “ตรงนี้ฉันเห็นด้วยกับนาย” ครองภูมิว่าพลางเก็บจดหมายแล้วปิดฝากล่อง

              “ว่าแต่อยู่ๆ คุณมาเจอป๊าได้ไง” เหนือภพถาม พลางเดินกลับมานั่งที่เดิม รุ่งรวีพลันอึกอักมองหน้าลูกชายทั้งสองสลับกันไปมา

              “แม่กำลังปิดบังอะไรอยู่ครับ ได้โปรดบอกมาเถอะ เราจะได้ก้าวไปข้างหน้ากัน เริ่มต้นใหม่อย่างไม่ต้องค้างคาอะไร ที่สำคัญ...” ครองภูมิเปลี่ยนสายตาไปทางน้องชาย ซึ่งเขาเพิ่งทราบเรื่องนี้จากที่คุยกับอัณณิการ์เมื่อครู่ “...เหนือภพกับอัณณ์จะได้แต่งงานกันซะที”

              รุ่งรวีเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย ครองภูมิจึงอธิบายต่อ “คือหมวดอัณณ์เขารับผิดชอบคดีนี้อยู่น่ะครับ อัณณ์กับเหนือภพคงไม่ได้เปิดตัวความสัมพันธ์ง่ายๆ หากคดียังไม่จบ เพราะหมวดเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของลูก ตอนนี้ตำรวจสันนิษฐานกันว่าคนที่ต้องตายวันนั้นคือเหนือภพไม่ใช่พ่อ หากเป็นการฆ่าผิดตัวจริง นั่นแปลว่าคนร้ายยังต้องการกำจัดเหนือภพ”

              รุ่งรวีเอามือทาบอกสายตาเต็มไปด้วยความหนักใจ

              “ทำไมคุณทำเหมือนพูดไม่ได้ มันเป็นความลับหรือไง” เหนือภพช่วยเค้นอีกแรง

              “ชุนหง แม่บังเอิญเจอชุนหง แล้วเขาก็เล่าทุกอย่างให้ฟัง” เธอไม่กล้าพาดพิงถึงเขามากนักเพราะกลัวเขาจะเดือดร้อน ณ ตอนนี้รุ่งรวียังคงให้ใจชุนหง เชื่อว่าเป็นคนที่หวังดีต่อเธอมากที่สุด “และวันนั้นแม่ก็เลยได้รู้ความจริงว่าคนที่เป็นเมียน้อยพ่อคือปภา”

 

              เหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงหนึ่งอาทิตย์ก่อนการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของหลินเวยซู รุ่งรวีบังเอิญเจอหลินชุนหงในขณะที่เขากำลังเดินออกมาจากบริษัท และเธอเพิ่งข้ามทางม้าลาย ทั้งคู่สบตากันอย่างตกตะลึง แม้รูปลักษณ์ภายนอกของแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อยี่สิบหกปีก่อน แม้ว่ารุ่งรวีซูบผอมลงกว่าเดิม ทว่าหลินชุนหงไม่เคยลืมผู้หญิงที่อยู่ในใจเขามาตลอด รุ่งรวีหายจากอาการตกตะลึงและตั้งท่าจะหนีไปอีกทางแต่ชุนหงวิ่งมาดักไว้ทัน 

              “รวี...จนป่านนี้แล้วเธออย่าหนีอีกเลยนะ” หลินชุนหงขอร้องเสียงเครียด รุ่งรวียอมจำนนอย่างจนทางเลือก และตามเขาเข้าไปนั่งคุยในร้านกาแฟที่ใกล้ที่สุด

              เครื่องดื่มถูกจัดเสิร์ฟเรียบร้อย เมื่อนั้นบรรยากาศความเงียบระหว่างกันจึงถูกทำลายลง หลินชุนหงดีใจที่ได้เจอรุ่งรวี เขาเพิ่งเข้าใจคำว่าปาฏิหาริย์ก็วันนี้นี่เอง

              “เธอสบายดีไหมรวี”

              “ดูสารรูปฉันสิ”

              “เธอป่วยเป็นอะไร”

              “ช่างเรื่องของฉันเถอะ เธอล่ะเป็นยังไงบ้าง” รุ่งรวีระบายยิ้มมองหน้าเพื่อนชายที่ยังคงเค้าความหล่อเช่นเดิม “คงมีลูกมีเต้าโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้วสินะ”

              ชุนหงหัวเราะเสียงหยันกับการคาดเดาของอีกฝ่าย “เธอหนีจากไทเป ทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ทิ้งความสัมพันธ์ฉันเพื่อนระหว่างเราอย่างไร้เยื่อใย ไม่แปลกหรอกที่เธอจะไม่รู้ว่าฉันไม่เคยแต่งงาน ดั้งนั้นเรื่องลูกเต้าก็ลืมไปได้เลย”

              รุ่งรวีเงียบ หลุบสายตาอย่างระอา ได้แต่มองชาควันกรุ่นในแก้วสีสวยแต่ไม่คิดแตะต้อง

              “เธอหนีไปโดยไม่ร่ำลากันสักคำ เลยยังไม่ทันได้บอกว่าเมียใหม่ผู้ที่เคยมีสถานะเป็นชู้จนทำให้เธอหอบลูกหนีคือใคร”

              “ฉันไม่อยากรู้อยู่แล้ว จะเป็นใครก็ช่างฉันไม่จำเป็นต้องให้ค่า ไม่จำเป็นต้องมีชื่อของผู้หญิงคนนั้นอยู่ในสมอง”

              “แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือปภา เพื่อนสนิทของเธอ เธอก็ไม่สนงั้นสิ”

              ดวงตาหม่นหมองเปล่งประกายและเบิกกว้างอย่างตกใจ พลันได้ยินเสียงหัวใจที่กระหน่ำถี่แรงอย่างผิดปกติ รู้สึกเหมือนสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม แม้รุ่งรวีปลงตกกับเรื่องพวกนี้มานานนับสิบปีแล้ว ทว่าพอทราบว่าถูกหักหลังจากคนที่ไว้ใจที่สุดราวกับแผลที่เย็บไว้มันปริออกจากกันจนเจ็บร้าวไปทั้งอก รุ่งรวีพยายามกล้ำกลืนความเสียใจ เธอจุกแทบกระอัก เจ็บมาก เหมือนตลอดเวลาที่ผ่านมาเธออยู่ในสถานะคนตาบอดที่พ่วงด้วยความโง่เขลา ฉากต่างๆ ที่เคยปรึกษาปัญหาหัวใจกับปภาไหลย้อนกลับคืนในห้วงความคิด ที่เพื่อนรักบอกให้เธอหนี บอกให้หอบลูกและทรัพย์สินไปด้วย นั่นคือแผนการกำจัดเธอให้สิ้นซากอย่างนั้นใช่ไหม?

              รุ่งรวีพูดไม่ออกได้แต่นั่งน้ำตาไหลมองหน้าชุนหง แววตาของเธอราวกับกำลังเอ่ยขอให้เขาย้ำอีกครั้งว่าที่พูดมาทั้งหมดคือเรื่องจริง

              “เธอยอมหลีกทางง่ายดายเกินไป การหันหลังทิ้งทุกอย่างของเธอมันส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่”

              “เป็น...เป็นปภาจริงเหรอ” รุ่งรวีละล่ำละลัก ตลอดเวลาที่ขาดการติดต่อกับเพื่อนสนิทแต่ใช่ว่าเธอจะลืมเลือนความสัมพันธ์ที่เคยเกิดขึ้น ทุกอย่างยังคงอยู่ในความทรงจำที่รุ่งรวีจัดให้เป็นความทรงจำที่ดี ทว่าวันนี้มันกำลังแตกสลายพร้อมกับใจของเธอ 

              “เป็นปภาเสมอมา เมียน้อยเมียชู้คนที่พี่ชายฉันมีอะไรด้วยจนตั้งท้องก็คือปภาไม่ใช่ใครอื่น”

              รุ่งรวีสั่นหน้าไปมาพร้อมสูดลมหายใจลึกสุดปอด หยิบทิชชู่ตรงหน้าซับน้ำตาที่ไหลนองแก้ม ก่อนเอ่ยออกไปอย่างเข้มแข็ง “ฉันเป็นไม้ใกล้ฝั่งอยู่ในวัยที่ไม่มีความลุ่มหลงในเรื่องรักแล้ว อีกไม่นานฉันก็จะตายเพราะมะเร็ง”

              ชุนหงส่ายหัวแค่นเสียงหัวเราะ “ที่พูดออกมานั่นได้คิดถึงลูกแล้วหรือยัง”

              คำว่าลูกเรียกความสนใจจากเธอได้อย่างเต็มที่ “หมายความว่าไง ลูกฉันทำไม”

              “รวีเอ๋ย เธอนี่เป็นผู้หญิงที่ใจแข็งใจหินมากที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย เธอทำได้ไงนะ ทิ้งลูกคนเล็กไว้ไม่เคยถามหา ไม่เคยติดต่อเลย...เอ๊ะ หรือว่าแอบติดต่อกับเหนือภพ...” ชุนหงหยั่งเชิงถาม แต่อีกฝ่ายส่ายหน้าปฏิเสธแช่มช้า “...งั้นฉันจะบอกอะไรให้ การหายตัวไปของเธอทำให้เล่อคุณไม่มีความสุขในชีวิต ปภาไม่ได้รักไม่ได้เอ็นดูเขา แม้จะได้ชื่อว่าเป็นลูกของเพื่อนสนิทก็ตาม”

              รุ่งรวีน้ำตาร่วงไหลเป็นทางอีกครั้ง เรื่องโดนทรยศจากเพื่อนรักทำเธอกระอักจนแทบดิ้นตาย ตอนนี้พอรู้เรื่องลูกยิ่งทำหัวใจแทบหลุดออกจากขั้ว “ฉันไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยตั้งแต่จากมา ฉัน...ฮึก...ฉันคิดว่าเหนือภพอยู่กับพ่อที่มีเงินทองมากล้นจะทำให้เขามีชีวิตที่ดีได้”

              “ซึ่งก็พิสูจน์แล้วว่าเธอคิดผิดมหันต์ เธอใจแข็งชะมัด ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังราวกับว่าเธอไม่เคยมีเล่อคุณ ไม่เคยมีเวยซู ไม่เคยมีฉันอยู่ในชีวิต...” ชุนหงเองก็เสียใจที่ตลอดเวลาที่ผ่านมารุ่งรวีหายลับเข้ากลีบเมฆ โดยไม่มีแม้แต่จดหมายร่ำลา ขาดการติดต่อราวกับตายจากกันไปแล้ว “...แต่ก็นะ การหนีของเธอกลับทำให้ใครบางคนยกระดับตัวเองจนกลายเป็นพญาหงส์”

              “ปภา?”

              “ใช่ ปภามีลูกสาวคนโตหนึ่งคน และลูกชายคนเล็กที่กำลังเรียนต่อมหา’ลัยใน USA ลูกสาวคนโตของเธอไม่ค่อยเอาไหน เธอไม่ทำงานทำการส่วนปภาก็ตามใจ ปภาต้องการให้กิจการต่างๆ ตกเป็นของลูกชายคนเล็ก แต่น่าเสียดายที่เขายังเรียนไม่จบ ทิ้งห่างจากเล่อคุณมากนัก จนกลายเป็นว่าตอนนี้เล่อคุณควบบริหารงานในแทบทุกกิจการ ลูกชายเธอเก่งมากนะ เก่งจนปภาคิดกำจัด”

              รุ่งรวีสนใจต่อเรื่องเล่าของอดีตเพื่อน โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย แต่เธอก็ปล่อยให้ชุนหงเล่าต่อโดยใช้สายตาแทนการเอ่ยถาม

              “ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ปภาไม่เคยดีกับเล่อคุณเลย ด่าว่ากล่าวหาสารพัด ลูกชายเธอเติบโตได้ด้วยตัวเอง เขาหนีไปใช้ชีวิตที่เมืองนอกและเพิ่งกลับมาหลังเรียนจบ ซึ่งการกลับมาของเขาทำให้ปภามีแต่ความไม่พอใจ เพราะอะไรต่อมิอะไรที่เธอเล็งไว้ให้ลูกสาวลูกชาย กลับกลายว่าเล่อคุณได้ครอบครองทุกอย่าง ปภาก็หวั่นใจว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ทรัพย์มรดกคงตกเป็นของเล่อคุณ”

              “ยัยผู้หญิงชั่วนั่นคิดจะทำอะไรลูกฉัน” บัดนี้นัยน์ตาของคนเป็นแม่แข็งกร้าวขึ้น ปภาทำร้ายเธอไม่พอยังจ้องจะทำลายลูกชายของเธอด้วยอีกหรือ

              “ก็คงทำทุกอย่างเพื่อลูกของตัวเอง” ชุนหงจ้องตาอีกฝ่ายเขม็ง “แล้วเธอล่ะไม่คิดจะทำอะไรเพื่อลูกบ้างเหรอ”

              “ฉัน...ฉันอยากทำ แต่ฉันจะทำอะไรได้” หัวใจที่แหลกสลายเมื่อรู้ความจริงว่าเพื่อนรักทรยศ กำลังแปรเปลี่ยนเป็นเคียดแค้นร้อนรน 

              “ก็ทำในสิ่งที่ควรทำ ทำในสิ่งที่แม่คนหนึ่งต้องทำเพื่อลูก ลูกชายของเธอทั้งสองมีสิทธิ์โดยชอบธรรมทุกประการ เธอเองก็เป็นเมียคนแรกของเขา เธอรู้ไหมว่าพี่เวยซูเขาไม่ได้จัดงานแต่งงานกับปภาราวกับต้องการคงสถานะเมียหลวงให้เธอเพียงผู้เดียว ไม่มีใครขึ้นไปเทียบเคียงเธอได้...รวีเธอเป็นฝ่ายที่ถูกปล้นทุกอย่างไปนะ”

              ความจริงข้อนี้จี้ใจรุ่งรวี โดยเฉพาะเรื่องทำเพื่อลูกเป็นครั้งสุดท้าย ที่ผ่านมาเธอไม่เคยปฏิบัติหน้าที่แม่ให้เหนือภพเลย กับครองภูมิเองเธอก็ทำให้ลูกมีชีวิตอย่างขาดๆ เกินๆ  

              “แล้วฉันต้องทำอะไร” เธอถามอย่างลังเล ใจหนึ่งก็อยากแก้แค้นแต่อีกใจก็แอบหวั่นเกรง

              “สิ่งที่ปภาต้องการคือทรัพย์สินของพี่ชายฉัน รวีถ้าเธอไม่ทำอะไรเลย เล่อคุณก็จะไม่ได้อะไรสักอย่างเช่นกัน ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วนี่ว่าเธอประเมินเพื่อนคนนี้ต่ำไปมากแค่ไหน จนเขาทำชีวิตเธอพังทลายขนาดนี้”

              “เธออยากให้ฉันทำให้มรดกเป็นของเหนือภพ?”

              “ใช่ นั่นคือวิธีที่ดีที่สุด”

              “แต่ฉันไม่อยากเจอพี่ชายเธอ” รุ่งรวีไม่รู้ว่าการหวนกลับมาพบเขาอีกครั้งในรอบยี่สิบหกปีมันจะเป็นอย่างไร จริงอยู่ที่เธอพยายามลืมเขามาตลอด คอยพร่ำใส่ใจว่าเขาเลวร้ายแค่ไหน แต่มันไม่เคยทำสำเร็จเลย การเจอหน้าเขาจึงเป็นสิ่งที่รุ่งรวีหวั่นใจมากที่สุด

              “เธอควรเผชิญหน้ากับเขานะ นี่มันผ่านมากี่ปีแล้ว มันนานมากแล้วนะที่เธอจมอยู่กับอดีต” ชุนหงเอื้อมมาแตะหลังมือเธอเบาๆ “เธอควรสู้เป็นครั้งสุดท้ายหลังจากยอมให้ปภามาหลายสิบปี อย่างน้อยก็ถือว่าได้ทำอะไรเพื่อลูก”

              “สู้เป็นครั้งสุดท้าย”

              ถ้อยคำนี้ทั้งบาดใจและสั่นสะเทือนความรู้สึกของรุ่งรวีอย่างบอกไม่ถูก โรคมะเร็งที่เผชิญอยู่ทำรุ่งรวีไม่กล้าคาดหวังว่าจะกลับมาหายเป็นปกติอีกครั้ง เธอเหนื่อยหน่ายและทรมานกับการทำเคมีบำบัด จนเริ่มปลงตกทุกวันว่าคงอยู่บนโลกนี้ได้อีกไม่นาน ซึ่งที่ชุนหงพูดมาก็ถูกเธอควรทำอะไรเพื่อลูกเป็นครั้งสุดท้าย

              “เธอควรโน้มน้าวให้พี่ชายของฉันยกสมบัติให้เหนือภพและลูกชายอีกคนของเธอในสัดส่วนที่มากกว่าลูกๆ ของปภา”

              รุ่งรวีส่ายหน้าระรัวทันที นัยน์ตาเปลี่ยนไปอีกทั้งมุมปากก็ผุดรอยยิ้มร้าย “เพื่อนสารเลวนั่นจะไม่ได้อะไรเลยต่างหาก สิบๆ ปีที่เสวยสุขบนกองเงินกองทอง สิบๆ ปีที่แย่งทุกอย่างไปจากฉันมันก็มากเกินพอแล้วสำหรับผู้หญิงคนนั้น”

              “แปลว่าเธอตกลงจะพบพี่ชายฉันอีกครั้งใช่ไหม” ชุนหงถามอย่างดีใจ

              “ใช่ แต่ฉันไม่มั่นใจนะว่าจะเจรจาสำเร็จ เธออย่าลืมนะว่าที่ฉันหนีมาจากที่นั่นเพราะเขากล่าวหาว่าฉันมีชู้ หาว่าลูกทั้งสองคนไม่ใช่ลูกเขาบ้างล่ะ”

              “เฮ้อ รวีเธอลองคิดดูให้ดีอีกทีสิ เวลาปกติที่เขาไม่เมาเขากล่าวหาว่าร้ายเธอแบบนั้นไหม” ชุนหงส่ายหน้ากับเรื่องฝังใจที่เธอไม่คิดพิจารณาให้ถี่ถ้วน “ไม่ต้องกังวลหรอก ตั้งแต่ที่เธอหายไปฉันก็อธิบายให้เขาฟังหมดแล้ว และเขาก็เสียใจมาก”

              “ถ้างั้นก็รบกวนเธอหน่อยล่ะกัน” แม้จะแอบกังวลแต่แววตาแน่วแน่หมายมาดนั่นทำให้ชุนหงค่อนข้างพอใจ มันควรเป็นเช่นนี้ตั้งแต่ต้น รุ่งรวีควรสู้ไม่ใช่เอาแต่วิ่งหนีไปรักษาใจ


Begin Again ในเรื่องนี้ไม่ได้สื่อถึงแค่ความสัมพันธ์ของพระนาง แต่เชื่อมไปถึงการรีเซ็ตความสัมพันธ์ที่เป็นอดีตมืดมนของแต่ละคน ..
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว