ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 26 เสือปากเเข็งกับยัยเด็กจอมทึ่ม

ชื่อตอน : บทที่ 26 เสือปากเเข็งกับยัยเด็กจอมทึ่ม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 737

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2564 23:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 26 เสือปากเเข็งกับยัยเด็กจอมทึ่ม
แบบอักษร

“พรุ่งนี้จะเข้าไปส่งของในเมืองจะไปมั้ย”

คนนั่งเล่นอยู่บนเตียงทำตาโตกระเด้งตัวขึ้นท่าทางราวกับเด็กกำลังจะได้ไปเที่ยว

“แก้มไปได้หรอคะ”

“อืมแต่เย็นๆ นะ” เขาว่าพลางเดินมาล้มตัวลงนอนบนเตียงคนเพิ่งดีใจเมื่อกี้ทำหน้าเมื่อย

“ปวดทุกวันเลยหรอคะ” พอถามไปแบบนั้นก็ถูกตาคมตวัดมองมาจนต้องยู่หน้าใส่ เขาว่าเธอขี้งกเขาเองก็เป็นนายจ้างหน้าเลือดเหมือนกันนั่นแหละใช้งานเธอคุ้มทุกบาททุกสตางค์จริงๆ มือเล็กลงมือบีบนวดไหล่กว้างบึกบึนเธอต้องออกแรงเยอะเป็นพิเศษเพราะหลายครั้งเขามักจะบอกว่าเธอนวดเบาเกินไปก็ดูตัวเขาสิมีแต่มัดกล้ามแน่นไปหมดจนบางครั้งเวลานวดเสร็จเธอถึงกับปวดมือไปหมด

“คนที่บ้านติดต่อมาบ้างมั้ย” เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มถามถึงเรื่องครอบครัวคนถูกถามเลยชะงักไปเล็กน้อย

“ไม่ค่ะ” คณกรผงกหัวขึ้นมามอง พอเห็นใบหน้าหวานเศร้าลงไปเล็กน้อยก็พลิกตัวนอนหงาย

“ดีแล้วเป็นฉันจะจุดพลุฉลองสามวันสามคืน” เธอหันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

“คนพวกนั้นดีกับเธอนักหรือไงหลุดพ้นมาได้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ ไม่ติดต่อมาก็ดีจะได้ไม่ต้องมาเบียดเบียนเธออีก”

“เเต่แก้มไม่มีใครนี่คะถึงพวกเขาจะไม่ได้ดีกับแก้มแต่ก็คือครอบครัวที่เหลืออยู่ของแก้มนี่นา”

“ทำกับเธอขนาดนี้ไม่เรียกว่าครอบครัวเเล้วมีครอบครัวเเบบนี้สู้ไม่มีดีกว่าไม่ต้องไปเสียใจเลยนะ” คนโดนห้ามทำหน้าไม่ถูกไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรกับคำพูดที่ดูเหมือนจะปลอบใจเเต่ก็ไม่ใช่ของเขาดี

“แล้วถ้าใช้หนี้หมดเธอจะกลับไปอยู่กับคนพวกนั้นอีกหรือเปล่า

“อาจจะไม่ค่ะแก้มกลัวถูกขายให้คนอื่นอีกลุงกับป้าชอบเล่นการพนันของแบบนี้คงไม่ได้เลิกกันง่ายๆ ถ้าถูกขายอีกอาจจะไม่โชคดีอย่างครั้งนี้”

“แล้วเธอจะไปอยู่ไหน”

“ก็อาจจะเก็บเงินเช่าบ้านหลังเล็กๆ อยู่ กลับไปทำงานที่โรงเรียนเหมือนเดิมทำนองนี้มั้งคะ”

“ถ้าไม่มีที่ไปอยู่ที่นี่ต่อก็ได้หนิงานที่นี่ก็มีเยอะแยะ”

“แก้มจบครูมาคุณเสือจะจ้างแก้มทำตำแหน่งอะไรหล่ะคะสอนหนังสือต้นชาหรอ” คนโดนประชดมองยัยเด็กโง่ตาขุ่น

“นวดต่อได้แล้ว” เห็นเขามองตาขุ่นนิรณาก็ทำหน้างงพูดแค่นี้ทำไมต้องทำตาดุใส่ด้วยลมเพลมพัดเสียจริงผู้ชายอะไร แต่แล้วความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาเลยหยั่งเชิงถามเขาขึ้น

“คุณเสือกับคุณเข้มเป็นเพื่อนกันมานานแล้วหรอคะ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหาแต่ก็ร้องอืมออกไปเป็นคำตอบ

“คุณเข้มมีแฟนหรือว่าภรรยาหรือยังคะ” คราวนี้คนตัวโตพลิกตัวหันมาจ้องหน้าอย่างรวดเร็วจนเธอตกใจ

“ถามทำไม” น้ำเสียงก็ห้วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ก็คุณเข้มทั้งหล่อทั้งรวยนี่คะแก้มก็เลยสงสัยว่าเธอมีแฟนหรือว่าภรรยาแล้วหรือยัง” คนพูดสังเกตอาการคนตัวโตแกล้งถามต่ออีกครั้งเพื่อความแน่ใจเมื่อเขายังไม่ยอมตอบ

“ว่าไงคะ”

“ไม่รู้ ทำไม......สนใจมันหรือไงบอกไว้ก่อนมันไม่ได้ชอบผู้หญิงแบบเธอหรอกเอาเวลาไปมองคนอื่นเถอะ”

ชัดเจน.............. เขาหวงและยังยอมรับอีกว่าเหมกรไม่ได้ชอบผู้หญิง

“หว้า......เสียดายจังนะคะ อุ๊ย......” คนแกล้งพูดสะดุ้งตกใจเพราะอยู่ๆ ร่างสูงก็ลุกพรวดขึ้นมา ตวัดขาลงจากเตียงไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“อ้าว.....แก้มยังนวดไม่ครบชั่วโมงเลยนะคะ”

“ง่วง!” เสียงห้วนขึ้นกว่าเดิมจนแทบจะกลายเป็นตะคอกทำให้หญิงสาวไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ

หวงขนาดนั้นเลยหรือไง

ส่วนคนที่เดินปึ้งปังไปกระแทกตัวลงนอนอย่างไม่สบอารมณ์ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเหมือนกันแค่รู้ว่าไม่พอใจไม่พอใจเอามากๆ ลมหายใจถูกปล่อยออกมาแรงๆ ตามอารมณ์ หงุดหงิดกับความรู้สึกของตัวเองที่หาคำตอบไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่หรืออาจจะรู้แต่แค่ไม่อยากยอมรับ ปรายตามองตัวต้นเหตุที่ยังนั่งทำตาแป๋วอยู่บนเตียงด้วยความไม่ชอบใจ

“นอนได้แล้ว ปิดไฟด้วยแสบตา!”

“พาลหนินา” บ่นอุบอิบก่อนจะลุกขึ้นเดินไปปิดไฟ ตัวเองอยู่ใกล้กว่าแท้ๆ เเต่ก็ไม่ยอมลุกไปปิด

เสียงโครมครามที่ดังขึ้นทำให้คนที่กำลังเอาหญ้าใส่รางให้ม้าหันหลังไปมองก่อนจะเห็นคนเป็นนายเดินหน้ายับเข้ามาผิดกับเมื่อวานราวฟ้ากับเหวแถมยังเดินเตะนั่นเตะนี่เหมือนกับต้องการระบายอารมณ์

“เป็นอะไรหน่ะนายไปเตะกระแป๋งน้ำทำไมมันเกะกะหรือว่าอะไร”

“เออ! ไอ้ห่าตัวไหนเอาไปวางตรงนั้นขวางตีนฉิบหาย”

“วางมาสองวันแล้วเพิ่งจะมาขวางวันนี้ แปลกแหะ”

“บ่นอะไรไอ้เหนอ ทำงานไป” เสนอมองคนเป็นนายอย่างงงๆ สามวันดีสี่วันไข้ดีเเท้

“วันนี้ตอนเย็นนายจะเข้าไปส่งของในเมืองหรอนาย ให้เหนอไปด้วยมั้ย”

“ไม่ต้องอ่ะกูจะพานายหญิงมึงไปด้วย”

“อ่อ..........ที่แท้ก็จะไปกันสองต่อสอง” เสนอยิ้มล้อแต่คนเป็นนายกลับถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์

“ยัยทึ่มนั่นหน่ะนะใครจะอยากไปอยู่กับยัยนั่นสองต่อสองกัน ผู้หญิงอะไรเข้าใจอะไรยากชิบเป๋ง”

“นายว่าอะไรนะ” เสนอที่พยายามเอียงหูฟังถามขึ้นเพราะได้ยินไม่ค่อยชัดนัก

“กูพูดคนเดียว”

ชายหนุ่มที่วันนี้ดูไม่สบอารมณ์กับทุกสิ่งทุกอย่างลุกขึ้นก่อนจะเดินไปตรวจออเดอร์ที่จะต้องเตรียมนำไปส่งเย็นนี้

“ครบมั้ยครับลุงเทิด มีชำรุดเสียหายบ้างหรือเปล่าครับ”

“ไม่มีครับนายทุกอย่างเรียบร้อยหมดครับเหลือแค่ขนขึ้นรถเท่านั้นเองครับ”

“ดีครับ เดี๋ยวสักบ่ายสามค่อยให้คนงานขนขึ้นรถนะครับ”

“ครับนาย”

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์ที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงดังขึ้นเขาเลยบอกให้ลุงเทิดจัดการที่เหลือต่อก่อนจะควักโทรศัพท์ขึ้นมาเบอร์ที่โชว์ทำให้ริมฝีปากหยักยิ้มขึ้นเดินเลี่ยงไปก่อนจะกดรับ

“ครับน้าฤดีวันนี้โทรมาหาเสือมีอะไรให้เสือรับใช้ครับหรือว่าพ่อทำอะไรน้าฤดี”

‘ไม่ใช่ทั้งสองอย่างนั้นแหละ น้าคิดถึงก็เลยโทรมาหาตั้งแต่เสือลงมาพิจิตรครั้งล่าสุดเราก็ยังไม่ได้คุยกันเลย’

“ที่ไร่ยุ่งๆ หน่ะครับอีกอย่างไม่อยากโทรไปด้วยขี้เกียจฟังพ่อบ่นน้าฤดีก็รู้ว่าเสือไปก่อเรื่องอะไรไว้”

‘นี่แหละน้าถึงได้โทรมาหา เสือคิดยังไงกันถึงได้ทำอะไรแบบนั้น’ เสียงตำหนิดังมาตามสายจนเขาถึงกับยิ้ม

“เด็กนั่นอายุน้อยกว่าเสืออีกนะครับเสือไม่อยากมีแม่เลี้ยงเป็นเด็กอายุเพิ่งจะยี่สิบสามหรอกนะครับน้าฤดี”

‘แต่เสือก็รู้ว่าทำแบบนี้หน่ะมันขัดใจพ่อแล้วเด็กคนนั้นเป็นยังไงบ้างเสือทำอะไรเขาหรือเปล่า’

“เสือจะไปทำอะไรเขาหล่ะครับ ยัยนั่นอยู่ดีกินดีออกครับเสือให้ช่วยทำงานแค่นิดๆ หน่อยๆ เอง”

‘ยัยนั่น? แสดงว่าสนิทกันแล้วสิถึงได้ไปเรียกเขาแบบนั้น’ น้ำเสียงกึ่งล้อกึ่งแปลกใจของแม่เลี้ยงทำให้เขาไปต่อไม่ถูก

‘แล้วเด็กคนนั้นอยู่ยังไง เสือให้เขาอยู่ที่ไหน’ คำถามต่อมาก็เล่นเอาเขาตอบไม่ถูกเข้าไปอีก

“ก็.......ก็อยู่ที่บ้านเสือแหละครับ บ้านเสือมีตั้งหลายห้อง” แต่ว่าให้นอนห้องเสือ คณกรต่อประโยคหลังในใจขืนบอกไปว่าให้นอนห้องเดียวกับเขาคงโดนน้าฤดีบ่นจนหูชาแน่ๆ

‘ถ้าอย่างนั้นน้าก็หมดห่วงถึงเขาจะเป็นลูกหนี้แต่เขาก็เป็นผู้หญิงนะเสือน้าเป็นห่วงอายุแค่นั้นก็ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้แถมยังต้องไปอยู่กับคนที่ไม่รู้จักอีกเสือดูแลเขาดีๆ นะลูก’

“ครับ น้าฤดีก็รู้เสือเป็นคนดีจะตาย”

‘น้าก็หวังแบบนั้นจ้ะ เขาเป็นผู้หญิงเสือจะไปทำตัวห่ามๆ กับเขาเหมือนกับคนงานผู้ชายในไร่ไม่ได้นะเสือ เราหน่ะมันประเภทนั้นส่ะด้วย’ ฤดีว่าอย่างรู้ทันเธอเคยเห็นเวลาเจ้าตัวอยู่กับพวกคนงานแล้วยังนึกอ่อนใจ นึกไปถึงเด็กสาวที่ต้องมาอยู่ร่วมบ้านด้วยเลยอดพูดไม่ได้

“ครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ”

‘งั้นก็ดูแลตัวเองนะ อย่าทำงานหนักมากพักผ่อนเยอะๆ ว่างๆ ก็ลงมาหาน้ากับพ่อเราบ้าง’

“ครับน้าฤดียังไงฝากความคิดถึงถึงพ่อด้วยนะครับ” น้ำเสียงทะเล้นจนปลายสายนึกหมั่นไส้

‘น้าจะบอกให้ก็แล้วกันนะพ่อเราก็คงคิดถึงเราอยู่เหมือนกัน’ คณกรหัวเราะรู้ดีว่าพ่อเขากำลังคิดถึงเขาเรื่องอะไรแถมไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหลังจากที่น้าฤดีบอกว่าเขาฝากความคิดถึงไปให้พ่อเขาจะทำหน้าอย่างไรแล้วให้ศีลให้พรอะไรเขาบ้าง

ตกเย็นของที่จะต้องนำไปส่งทั้งหมดก็ถูกขนขึ้นรถจนเรียบร้อย คนที่ดูตื่นเต้นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเจ้าของร่างเล็กที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ข้างๆ เขาตอนนี้ เพราะแม่เจ้าประคุณดูจะมีความสุขเหลือเกินที่ได้ออกมาเที่ยวข้างนอกไม่ได้น่าเป็นห่วงอย่างที่แม่เลี้ยงเขากลัวเลยสักนิดเจ้าหล่อนดูร่าเริงดีแม้บางครั้งแววตาจะดูหม่นเศร้าไปบ้างแต่ก็แค่ในยามที่พูดถึงครอบครัวเท่านั้นถือว่าหล่อนเป็นคนเก่งมากเลยทีเดียว ปรับตัวเก่งเอาตัวรอดได้ดี บางคนถ้าต้องมาเจอเรื่องแบบนี้คงร้องไห้ฟูมฟายแต่ตั้งแต่เจอเธอเขาเห็นเธอร้องไห้แค่วันแรกวันเดียวเท่านั้นจากนั้นสิ่งที่เขารับรู้ได้คือการยอมรับทุกอย่างอย่างง่ายๆ ไม่ตัดพ้อไม่โทษใคร

“ถ้าคุณเสือออกมาส่งของอีกพาแก้มมาด้วยอีกได้มั้ยคะ” คนที่มองบรรยากาศข้างทางหันมาพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงน่ารักแถมส่งยิ้มหวานมาให้จนเขาเกือบจะยิ้มตาม

“ถ้าครั้งนี้ไม่ทำตัววุ่นวายครั้งหน้าจะพามาอีกแล้วกัน”

“ค่ะแก้มจะไม่วุ่นวายแต่ขากลับเราแวะเดินเล่นตลาดเหมือนครั้งนั้นได้มั้ยคะแก้มอยากกินลูกชิ้นปิ้ง” คณกรเหล่ตามองคนได้คืบจะเอาศอกแล้วส่ายหน้าระอาแต่ก็ยิ้มกับความช่างต่อรองของเจ้าหล่อน

“อ้อนก่อนสิ”

“คะ?” เมื่อได้ยินไม่ชัดร่างเล็กเลยหันมาร้องถามจนคนลืมตัวกระแอมเบาๆ งงตัวเองเหมือนกันว่าพูดอะไรงี่เง่าปัญญาอ่อนแบบนั้นไปได้ยังไง

“อื้ม........ฉันบอกว่าถ้ากลับมาทันก่อนตลาดวายก็จะแวะให้”

“ตอนแรกไม่ได้พูดยาวแบบนี้หนิคะ”

“หรอ.....จำไม่ได้” คนตัวเล็กทำหน้างง อะไรของเขาพูดอยู่เมื่อกี้บอกจำไม่ได้

แต่พอส่งของเสร็จขณะที่กำลังจะขับรถกลับเรื่องไม่คาดฝันก็เกินขึ้น รถยนต์สี่ประตูคันใหญ่ส่ายไปมาจนคนขับไม่อาจขับต่อไปได้

“รถเป็นอะไรคะคุณเสือ”

“น่าจะไปเหยียบอะไรเข้ารออยู่ในรถนะฉันจะลงไปดู” คณกรตั้งท่าจะเปิดประตูลงไปแต่มือเล็กๆ ของคนที่ทำหน้าตาตื่นกลับรั้งแขนเขาเอาไว้ก่อน

“ตรงนี้มันมืดมากเลยนะคะมีแต่ป่า แก้มลงไปด้วยดีกว่าค่ะ”

“ไม่ต้อง รออยู่บนรถนี่แหละฉันลงไปดูแป๊บเดียว” ว่าเสร็จร่างสูงก็เปิดประตูลงจากรถก้มดูล้อรถที่แบนด้วยตะปูเรือใบที่ดูเหมือนว่าจะมีคนจงใจทำมากกว่าบังเอิญเส้นทางนี้เป็นทางลัดที่เขามักจะใช้อยู่บ่อยๆ เวลาเข้ามาส่งของในเมืองถนนเส้นนี้ไม่มีรถวิ่งผ่านมากนักเพราะไม่มีไฟทางถ้าไม่ใช่คนในพื้นที่ก็แทบจะไม่มีใครรู้ว่ามีถนนเส้นนี้อยู่

ไม่ปกติ.................

“รถเป็นอะไรคะคุณเสือ” ชายหนุ่มหันไปหาคนที่เดินลงมาเกาะแขนด้วยสายตาดุๆ

“บอกว่าไม่ให้ลงมาไงแก้ม ลงมาทำไมกลับขึ้............” เขาพูดยังไม่ทันจบประโยค อยู่ๆ ก็มีรถหลายคันขับเข้ามาคันแรกเข้ามาจอดเทียบอีกคันขับมาขว้างข้างหน้า

“มีคนมาช่วยแล้วค่ะ.....ว้ายยยยยย!” นิรณากรีดร้องอย่างตกใจเพราะอยู่ๆ คณกรก็คว้าแขนเธอแล้วกระชากจนปลิวติดมือเขาไป

“วิ่ง!” สิ้นคำของคณกรชายฉกรรจ์หลายสิบคนต่างกรูกันลงมาจากรถสัญชาตญาณบอกเขาเพียงว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติพวกมันมากันเยอะถ้าคิดจะสู้ยังไงยังไงก็ไม่มีทางสู้ได้แล้วถ้าเกิดเขาพลาดนั่นไม่ได้หมายถึงแค่เขาเท่านั้นแต่มันหมายถึงชีวิตของคนตัวเล็กที่กำลังวิ่งตามเข้าอยู่ด้วย

“ตามไป! จับมันสองคนมาให้ได้” เสียงเข้มของผู้ชายคนนึงในกลุ่มชายชกรรจ์หลายสิบคนร้องสั่งชายตัวโตนับสิบคนที่ยืนอยู่พยักหน้าก่อนจะวิ่งตามมาตามคำสั่ง

ปัง ปัง ปัง

“วิ่ง! แก้มวิ่งให้เร็วที่สุดอย่าร้องไห้ไม่ต้องกลัว วิ่ง!” คณกรสั่งเสียงเข้มกระชับมือบางให้วิ่งไปด้วยกันแน่น นึกสงสัยว่าคนพวกนั้นเป็นใครพวกมันเอาแต่วิ่งตามมันไม่ได้มาปล้นแน่ๆ เพราะถ้ามาปล้นคงไม่วิ่งตามเขามาแบบนี้เพราะไม่คิดว่าจะมาเจอสถานการณ์เเบบนี้เขาเลยไม่ทันได้หยิบปืนที่อยู่บนรถติดตัวลงมาด้วยเลยกลายเป็นเป้าให้พวกมันไล่ยิงอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้

“มึงจะยิงเรียกพ่อมึงให้เเห่กันตามมาหรอไอ้เวร” เสียงชายคนนั้นดังขึ้นปรามลูกน้องที่กำลังทำเกินกว่าที่สั่ง

“คุณเสือแก้มกลัว” นิรณาร้องบอกยังวิ่งตามที่เขาบอกไม่หยุดเธอเหนื่อยจนแทบขาดใจแต่เพราะความกลัวสองขาเล็กถึงยังคงวิ่งไม่หยุดรู้สึกแต่เพียงเขาพาเธอวิ่งเข้ามาในป่าลึกมากขึ้นทุกทีแต่เสียงจากข้างหลังก็ยังคงดังให้ได้ยิน

“หยุดนะกูบอกให้หยุด”

คณกรยังวิ่งต่อเรื่อยๆ พลางหันไปมองพวกมันเป็นระยะแล้วสบถออกมาอย่างโมโหจนกระทั่งวิ่งมาจนถึงทางตันที่เบื้องหน้าเป็นเหวน้ำตก เธอหันหน้าไปมองเข้าอย่างไม่รู้จะเอาอย่างไรต่อ เนื้อตัวสั่นด้วยความกลัวเเต่ร่างสูงที่จับมือเธอเอาไว้เเน่นกลับนิ่งมากราวกับกำลังใช้ความคิดอยู่

เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นตามหลังมาทำให้เธอต้องหันไปมองเพราะชายนับสิบที่วิ่งตามมาหัวเราะลั่นอย่างพึงพอใจที่เห็นว่าพวกเธอไม่สามารถหนีไปไหนได้

“ให้จับดีๆ ตั้งเเต่เเรกก็ไม่ต้องเหนื่อยเเบบนี้หรอก ส่งตัวผู้หญิงมาเเล้วมึงก็ยอมให้พวกกูจับส่ะดีๆ”

“ฮื้อ......คุณเสือ” ชายหนุ่มยังคงนิ่งเงียบเหมือนเดิม รั้งให้เธอไปอยู่ด้านหลังก่อนเขาจะเอาตัวเองบังเธอเอาไว้เมื่อเห็นว่าพวกมันมองเธอด้วยสายตาหมายมาด

“พวกมึงเป็นใครเเล้วจะเอาตัวผู้หญิงไปทำไม” คณกรถามขึ้นเป็นประโยคเเรกหลังจากที่นิ่งเงียบมานานเเววตาดุดันจนยากจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“เเล้วมึงคิดว่าผู้หญิงสวยๆ เเบบนี้พวกกูจะจับไปทำอะไรหล่ะ ส่งตัวผู้หญิงมาถ้ายังไม่อยากตาย” คณกรขบกรามเเน่นดึงร่างเล็กให้ออกมายืนด้านหน้าหญิงสาวมองเข้าอย่างไม่เเน่ใจนักว่าเขากำลังจะทำอะไรนึกกลัวอยู่ไม่น้อยว่าเขาจะส่งตัวเธอให้พวกมันง่ายๆ

“คุณเสือ…………” เรียกชื่อเขาเสียงเบาหวิวเธอเห็นเขาเหลือบตามามองนิดนึงก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้เเนบอก

“กอดฉันเอาไว้เเน่นๆ” เขากระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันเเค่สองคนก่อนจะกดจมูกลงมาบนพวงเเก้มจนคนตัวสั่นสะดุ้งตกใจ

“กรี๊ด!” เเล้วเธอก็ตกใจจนแทบจะสิ้นสติเมื่อเขารั้งตัวเธอให้หงายร่วงลงไปด้วยกัน

“เห้ย!!!!!!!!” ชายนับสิบร้องออกมาอย่างตกใจเช่นเดียวกันเพราะไม่คิดว่าทั้งสองจะกล้ากระโดดลงไป พวกมันวิ่งมาดูเเต่ก็ไม่ทันเสียเเล้วเมื่อร่างของชายหญิงทั้งสองคนจมหายลงไปในน้ำที่ไม่รู้ว่าจะรอดหรือตาย

“เเม้งเอ้ยมันกล้าโดดลงไปได้ยังไงหว่ะ”

“ไม่น่าจะรอดนะพี่ ผาสูงขนาดนี้เอาไงต่อดีพี่”

“กลับ! ค่อยไปถามนายว่าจะเอายังไงต่อ”


เม้นกันด้วยน้าาาาา ชอบกันหรือไม่ไรท์อยากรู้
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว