facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 [II] 100%

คำค้น : ทราฟชาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.4k

ความคิดเห็น : 160

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2563 11:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 [II] 100%
แบบอักษร

ตอนที่ 14 

แปลกแฮะ...

ผมพึมพำอยู่กับตัวเองก่อนจะตัดสินใจโทรออกหาเสี่ยเขา แต่รอสายไม่นานประตูห้องทำงานผมกลับถูกเปิดเข้ามาทำให้ผมต้องละมือจากโทรศัพท์หันไปคุยเรื่องคนไข้กับพยาบาล ผมพยายามไม่คิดอะไรมากเดี๋ยวตอนเย็นก็คงจะได้คุยกัน บางทีเสี่ยเขาอาจจะยุ่งอยู่ก็ได้

ผมพยายามให้กำลังใจตัวเอง 

.. 

.. 

.. 

 

วันนี้เหนื่อยหน่อยนะคะ 

 

พยาบาลที่ผมสนิทด้วยพูดบอกผมยิ้ม ๆผมก็พยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปที่รถของตัวเอง ตอนนี้ก็เย็นมากแล้วแต่ผมก็ผลัดเวรกับเพื่อนแล้วเลยว่าง 

 

ถึงบ้านค่อยโทรดีกว่า 

 

ผมพูดพึมพำกับตัวเองก่อนจะเปิดประตูรถแล้วขับกลับบ้าน 

Tru…Tru…Tru… 

เสียงโทรศัพท์ผมดังทำให้ผมรีบหยิบขึ้นมาดูแอบดีใจนึกว่าจะเป็นเสี่ยแต่ไม่ใช่เป็นไอ้ฟิกต่างหาก 

(“ 

รีบกลับมาบ้านเร็ว วันนี้ไอ้อชิมันซื้อหมูกระทะมาเว้ย 

!”) 

 

อืมๆ 

 

ผมตอบรับ 

ตี๊ด 

ผมกดตัดสายก็วางโทรศัพท์ไว้เบาะข้างคนขับก่อนจะขับรถกลับบ้านโดนที่คิ้วผมขมวดอยู่ตลอดเวลา จนผมมาถึงบ้านโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้นมาอีกครั้งคราวนี้เป็นเสี่ยผมรีบดับรถก่อนจะเปิดประตูออกไปยืนคุยนอกรถ 

 

ทำไมเสี่ยไม่ตอบข้อความผม 

 

ผมรีบเปิดประเด็นทันที 

(“ 

พอดีมีเรื่องนิดหน่อย 

”) 

น้ำเสียงเสี่ยเหมือนกำลังเบื่อกับอะไรสักอย่างยิ่งทำให้ผมคิดมาก 

 

บอกผมได้มั้ย 

 

(“ 

ไม่มีอะไรมากหรอก อีกอย่างกูกลัวมึงทำงานด้วยเลยไม่ได้ตอบไปนี่กูก็กะเวลามึงเลิกงานเลยโทรมา 

”) 

ผมถอนหายใจใส่สายเพื่อให้เสี่ยรู้ว่าผมจะไม่ลืมเรื่องที่เขาไม่ตอบผมแน่นอน 

 

ครับ ผมถึงบ้านแล้วนี่ก็กำลังจะกินหมูกระทะกับพวกไอ้ฟิก 

 

ผมบอกเสี่ยเสียงเรียบ 

(“ 

ชาม...กูขอโทษ 

”) 

เสี่ยพูดเสียงเบาเหมือนกำลังเจ็บปวดที่ผมโกรธเขาและทำเสียงแบบนั้น 

 

เสี่ยขอโทษเรื่องอะไร ผมไม่ได้โกรธสักหน่อย 

 

ผมพูดบอกพร้อมยิ้มบางๆ ไอ้ฟิกเดินเข้ามาหาผมมันกำลังจะพูดแต่ผมก็ยกมือห้ามมันแต่ส่งกระเป๋าผมให้มันถือเข้าไปในบ้านแทน 

(“ 

เรื่องที่กูไม่ตอบข้อความมึง 

”) 

 

ไม่ใช่ 

 

ผมตอบกลับ 

(“ 

แล้วเรื่องไหน 

”) 

 

เรื่องที่เสี่ยไม่บอกความจริงผม 

 

ผมพูดเสียงจริงจัง เสี่ยเขาเลี่ยงกับผมหลายเรื่องเลยล่ะ 

(“ 

...ก็แค่ไอ้อาร์มันมาป่วนนิดหน่อยเลยไม่ได้ส่งข้อความกลับ แต่ไม่มีอะไรหรอกมันเองก็มีเรียนแล้วก็กลับไป กูเห็นว่ามันสายแล้วเลยไม่ได้ส่งกลับไป เชื่อกูรึเปล่า 

”) 

เสี่ยพูดบอกออกมาตรงๆ คราวนี้ผมกลับยิ่งเครียดกว่าเดิม สิ่งที่ผมคิดก็เป็นจริง ไอ้อาร์มันเข้ามายุ่งกับเสี่ยจริงๆด้วย 

 

แล้วทำไมเสี่ยต้องเลี่ยง 

 

(“ 

มึงจะปฏิเสธมั้ยล่ะว่าคิดมากกว่าเมื่อกี้น่ะ 

”) 

“…. 

. 

 

ผมเงียบเพราะที่เสี่ยพูดเป็นเรื่องจริง ถ้าผมไม่รู้ผมคงไม่คิดมากกว่าเดิมแบบนี้ แต่มันก็ดีกว่าไม่รู้ไม่ใช่หรอ 

(“ 

กูไม่อยากให้มึงคิดมากหรือระแวงจนทำให้เราทะเลาะกัน 

”) 

 

แล้วเสี่ยไม่คิดหรอว่าการที่เสี่ยไม่บอกยิ่งทำให้เราทะเลาะกันน่ะ 

 

ผมพูดเสียงห้วนก่อนจะพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับอารมณ์ตัวเอง 

(“ 

ขอโทษ แต่กูไม่อยากให้มึงระแวงมากเกินไป 

”) 

 

ผมว่าเสี่ยคงเหนื่อยจนลืมไปว่าตัวเองเคยพูดอะไรไว้ พรุ่งนี้ค่อยโทรคุยกันนะครับผมขอเข้าบ้านก่อน 

 

ผมพูดจบก็กดตัดสายทันทีไม่อยากจะคุยไปมากกว่านี้ผมกลัวผมขึ้นเสียงใส่เสี่ยจนเขาโมโหเดี๋ยวมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เสี่ยน้อยโทรกลับมาหาผมแต่ผมไม่รับผมเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าก่อนจะเดินเข้าไปหาพวกไอ้ฟิกและไอ้อชิที่กำลังหยอกล้อกันอยู่ 

 

เป็นอะไรชาม 

 

ไอ้ฟิกที่สังเกตเห็นอาการผมถามขึ้นมาทันที ถ้าเกิดไม่มีใครถามผมจะไม่ร้องไห้เลยแต่พอมีคนพูดถึงมัน ผมก็ห้ามน้ำตาไว้ไม่อยู่ไอ้ฟิกรีบเดินเข้ามากอดผมไว้แน่นสีหน้าพวกมันสองคนดูเป็นห่วงผมมากๆ 

 

เป็นอะไรวะ ไหนเล่าให้กูฟังดิ เมื่อกี้ยังเห็นคุยกับเสี่ยอยู่เลย 

 

ไอ้ฟิกพูดพร้อมลูบหลังให้ผม 

 

ทะเลาะกันหรอวะ 

 

ไอ้อชิถาม 

 

ฮึกก เออ เสี่ยเขาบอกกู อึ่ก ว่ามีอะไรให้บอกไม่อยากให้ปิดบัง แต่เขากลับ ฮึกกก เขา...เขากลับไม่ยอมบอกอะไรกูเลย 

 

ผมสะอื้นจนเจ็บคอไปหมด น้ำตาไหลไม่หยุดจนไอ้ฟิกต้องดันผมออกแล้วเช็ดน้ำตาให้ผมเองก็ได้แต่ยืนนิ่งๆ ผมเจ็บแปลบในอกไปหมดเลยมันอึดอัดมากๆ 

Tru…Tru… 

เสียงโทรศัพท์ไอ้อชิดังพอดีกับที่โทรศัพท์ผมหยุดสั่น ไอ้อชิหันมามองหน้าผมแค่มองหน้ามันผมก็รู้ว่าเป็นเสี่ยที่โทรมา 

 

ออกไปคุยข้างนอกไป 

 

ไอ้ฟิกไล่ผัวมันออกไป ไอ้อชิก็ยอมเดินออกไปคุยโทรศัพท์กับเสี่ยข้างนอก 

 

เสี่ยเขาคงไม่อยากให้มึงคิดมาก 

 

ไอ้ฟิกหันมาพูดกับผม ผมส่ายหน้าตอบมัน 

 

เขา อึก...เขาไม่อยากบอกกูมากกว่า 

 

ผมพูดเสียงสั่นปนสะอื้น จนไอ้ฟิกต้องหาผ้าเช็ดหน้ามาให้ผมเช็ดก่อนจะพาผมไปนั่งที่โต๊ะทานข้าวที่มีหมูกระทะเตรียมไว้แล้ว 

 

เรื่องมันร้ายแรงขนาดไหนล่ะเขาถึงไม่อย 

ากบอกมึง 

 

 

มีคนมาป่วนเขาเป็นไอ้อาร์เด็กที่กูเลยเล่า 

 

ผมพูดบอก ไอ้ฟิกถอนหายใจใส่หน้าผมอย่างเซ็งๆ 

 

มันต้องอยากได้เสี่ยแน่เลยว่ะ แต่เสี่ยเขาคงเห็นไม่ใช่เรื่องใหญ่ล่ะมั้งถึงไม่อยากบอก 

 

ไอ้ฟิกพยายามเข้าข้างเสี่ยเพื่อให้ผมเลิกคิดมาก แต่ผมกลับน้อยใจมากกว่าเดิม 

 

ทำไมมึงต้องเข้าข้างเขาด้วย ที่เขาไม่อยากบอกกูเขาอาจจะไปมีใหม่ก็ได้นี่ 

 

ผมพูดออกไปด้วยความน้อยใจ ถ้าเสี่ยอยู่ตรงหน้าผมคงโดนจับเหวี่ยงอัดผนังไปแล้ว 

 

แรงไปนะมึง ไว้ใจกันหน่อยสิวะ เข้มแข็งน่ะมึงท่องไว้ 

 

ไอ้ฟิกพูดพร้อมตบไหล่ผม ผมเงยหน้ามองมันด้วยน้ำตานองหน้า มันโคตรปลอบคนได้ห่วยแตกเลยจนผมหลุดขำ 

 

อ้าวไอ้นี่ สรุปมึงจะร้องไห้หรือจะหัวเราะ 

 

ไอ้ฟิกโวย 

 

ร้องไห้ด้วยหัวเราะด้วย 

 

ผมตอบกลับเสียงเบา ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ 

 

อย่าคิดมากเหอะว่ะ รอไอ้อชิเข้ามาก่อนแล้วคุยกันอีกทีตอนนี้มึงก็ทบทวนไปก่อนแล้วกัน ห่าเอ้ยกูปลอบใครไม่เป็นด้วย 

 

ไอ้ฟิกพูดบ่นๆออกมา มันเกาหัวไปมองหาไอ้อชิไปด้วยเหมือนจะหมดหนทางปลอบผม ผมนั่งบีบมือตัวเองเล่นในมือผมก็มีผ้าเช็ดหน้าที่เปียกเพราะน้ำตาผม ได้ร้องไห้แบบนี้ผมก็รู้สึกโล่งมากเลยล่ะ 

การที่เสี่ยเขาไม่ยอมบอกผมและเลี่ยงที่จะพูดคงไม่อยากให้เราทะเลาะกันเหมือนตอนนี้ แต่ผมก็น้อยใจที่เขาไม่ยอมบอก อีกอย่างเขาบอกเองว่ามีอะไรเราจะไม่ปิดบังกันเพราะเราห่างกันมากๆแต่เขากลับไม่ยอมบอกผมเอง ผมคิดมาถึงตรงนี้ก็สะอื้นออกมาอีกครั้งก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆเมื่อไอ้อชิเดินหน้าเครียดเข้ามา 

 

มันบอกพรุ่งนี้จะโทรหามึง 

 

ไอ้อชิพูดบอกผมพร้อมนั่งลงข้างไอ้ฟิก 

 

อืม 

 

ผมตอบรับ ไม่ได้โกรธหรืออะไรเพราะผมก็ยังไม่พร้อมจะคุยกับเสี่ยเขา ถ้าเป็นผมเมื่อก่อนคงโวยวายและโทรไปด่าเขาแล้วแต่ตอนนี้ผมเองก็ไม่อยากทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ 

 

แล้วเสี่ยเขาว่าไง 

 

ไอ้ฟิกถามขึ้น 

 

มันก็บอกฝากดูแลเมียมัน และมันก็บอกอีกว่าที่มันไม่บอกมึงก็เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้เนี่ยแหละ 

 

ไอ้อชิตอบผมเองก็นั่งฟังเงียบๆ 

 

แล้วไม่คิดรึไงว่ายิ่งไม่บอกยิ่งทำให้ทะเลาะน่ะ 

!” 

ไอ้ฟิกโวยเสียงดังมันเองก็คงเข้าใจความรู้สึกผม ไอ้อชิรีบกอดไหล่เมียมันไว้แน่น 

 

มันบอกแค่ว่าเด็กนั่นแค่เข้าไปคุยกับมัน ชวนไปนั่นไปนี่เฉยๆไม่ได้มีอะไรเกินเลยกัน เจอกันก็แค่ตอนที่มันเข้าบริษัทและข้างนอกนิดหน่อยแค่นั้น 

 

 

ที่คอนโดด้วยใช่มั้ย 

 

ผมถามกลับ 

 

เออ แต่มันบอกไม่มีอะไรนะเว้ย ไอ้ทราฟมันเป็นยังไงมึงก็รู้นี่ชาม 

 

ไอ้อชิถามผมเสียงจริงจัง ผมตวัดสายตามองหน้ามันด้วยความขุ่นเคือง 

 

รู้เว้ย แต่กูโกรธอ่ะทำไมเขาต้องปิดบังกู ต่อไปนี้กูจะไม่อยากรู้อะไรอีกละจะคุยแค่เรื่องสารทุกข์สุขดิบเนี่ยแหละ 

 

ผมพูดประชดเสียงแข็ง นึกแล้วมันน่าโมโหจริงๆคอยดูเถอะผมจะประชดทุกครั้งที่คุยกับเลยคอยดูสิ 

 

ทำไมมึงมาประชดกูเนี่ยไปประชดผัวมึงนู่น 

 

ไอ้อชิบ่น 

 

ประชดแน่ๆมึงไม่ต้องห่วง 

 

ผมเถียงมันกลับทันที ไอ้ฟิกยกมือชกไหล่ผัวมันแรงๆก่อนจะมองไอ้อชิตาเขียว 

 

ไอ้อชิมึงก็อย่าไปทำให้มันโมโหดิสัส มาๆกินข้าวกันก่อนพรุ่งนี้ค่อยปรับความเข้าใจกัน 

 

ไอ้ฟิกเปลี่ยนเรื่องผมถอนหายใจออกมาอีกครั้ง 

 

กูกินไม่ลงมึงกินเถอะ 

 

ผมบอกเสียงเบา รู้สึกไม่อยากกินอะไรจริงๆ 

 

งั้นกูจะเก็บไว้ให้ มึงหิวก็มาอุ่นเอาแล้วกัน 

 

 

อืม 

 

ผมตอบรับไอ้ฟิกเสียงเบาก่อนจะลุกเดินไปเอากระเป๋าที่ไอ้ฟิกวางไว้ที่เคาน์เตอร์ครัว 

 

กินสักหน่อยไม่ดีหรอวะ 

 

ไอ้อชิถามขึ้นแต่ผมไม่สนใจ 

 

มันไม่มีอารมณ์มึงจะไปบังคับมันทำไม 

 

 

ครับๆ 

 

ไอ้อชิยอมไอ้ฟิกอย่างจำยอม ผมเดินกลับเข้าไปในห้องนอนตัวเองก่อนจะมองไปรอบๆห้องที่มีรูปถ่ายทุกงานและกิจกรรมต่างๆที่เราเคยทำด้วยกันอย่างเหม่อลอย 

คลืด... 

โทรศัพท์ผมสั่นอีกครั้งผมตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาอ่าน เป็นข้อความจากเสี่ยที่บอกจะโทรหาผมแต่เช้าและบอกฝันดีกลับมา ผมนั่งลงที่ปลายเตียงก่อนจะเม้นปากแน่นเพื่อระงับอารมณ์ตัวเองแค่จากงานผมก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้วยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีก เสี่ยเขาก็ไม่ต่างจากผมหรอกแต่ทำไมเขาไม่ทำให้ผมสบายใจเลยล่ะ เอาแต่ปิดบังและเก็บทุกอย่างไว้ที่ตัวเองคนเดียว เขากลัวอย่างเดียว 

...กลัวว่าผมจะห่วงและคิดมากเกี่ยวกับเขา เสี่ยเขาเป็นพวกไม่ระบายอะไรให้ใครฟังมาแต่ไหนแต่ไรแล้วเขามักจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองและแก้ปัญหาด้วยตัวเองทุกครั้ง เขาไม่เคยให้ผมได้ทำอะไรเลย แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆอย่างเช่นพวกขับรถหรือทำอาหารเขาก็ทำเองหมดไม่ยอมให้ผมแตะมัน เพราะเขาคิดว่าเขาคือคนที่ต้องปกป้องผม เขาคือคนที่ต้องดูแลผม แต่เขาไม่คิดเลยว่าผมเองก็อยากจะดูแลและปกป้องเขาบ้าง 

 

เฮ้อ... 

 

ผมถอนหายใจอย่างเซ็งๆก่อนจะเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็นอน ผมคงเหนื่อยมากถึงได้หลับลงไปในเวลาไม่นาน 

.. 

.. 

.. 

ผมสะดุ้งตื่นเมื่อโทรศัพท์ผมสั่นเป็นเสี่ยที่โทรเข้ามาพอผมมองนาฬิกาก็เห็นเป็นเวลาตีห้าผมกดรับสายรอให้เสี่ยพูดก่อน 

(“ 

เปิดกล้องนะ 

”) 

 

อืม 

 

ผมตอบรับเสียงเรียบก่อนจะหยิบโน้ตบุ๊คมาเปิดสไกป์คุยกับเสี่ย พอผมได้เห็นหน้าเขาที่ทำหน้าเครียดอยู่ผมก็น้ำตาคลอทันที 

(“ 

ขอโทษ 

”) 

นั่นเป็นคำแรกที่เขาพูดหลังจากที่เรานั่งจ้องหน้าเครียดๆของอีกฝ่ายอยู่ 

 

ผมนึกว่าเสี่ยจะเลี่ยงซะอีก 

 

ผมพูดประชดเสียงเบา อดไม่ได้จริงๆ ที่จะเอานิสัยเอาแต่ใจเดิมๆของตัวเองมาใช้ เสี่ยเขากลับไม่โกรธ ตอนนี้เขายิ้มอยู่ 

เสียสติไปแล้วมั้ง... 

++++++++++++++ LOADING 50% +++++++++++ 

“ไม่ต้องมายิ้ม” ผมพูดบ่น เสี่ยน้อยก็ยังไม่หุบยิ้มเหมือนจะหัวเราะผมเลยด้วยซ้ำ

 

(“ก็มึงน่ารัก”) อยู่ดีๆแก้มผมก็ร้อนขึ้นมาซะงั้นก่อนจะแสร้งมองไปทางอื่นกลบเกลื่อนอาการดีใจ

 

(“หายโกรธได้แล้วเดี๋ยวกลับไปง้อจัดหนักๆให้”)

 

“ทะลึ่ง!”

 

(“หึหึ สรุปหายโกรธแล้วนะ?”) เสียงทุ้มถามผมกลับมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง ผมยอมพยักหน้าแต่ผมก็ยังเคืองๆอยู่เหมือนเดิม เสี่ยเขาคงรู้ถึงพาผมเปลี่ยนเรื่อง เรานั่งคุยกันจนถึงวเลาที่ผมต้องอาบน้ำไปทำงาน ผมนั่งคิดกำหนดการไปทำใบขับขี่ไว้แล้วแต่ยังไม่มีเพื่อนไปคิดว่าไปคนเดียวก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ผมทักไปหาเสี่ยเขาก็บอกตกลงไม่ได้ห่วงอะไรผมมากเพราะเสี่ยเขายุ่งกับงานสุดๆอีกอย่างนี่ก็ใกล้เวลาจะครบหนึ่งเดือนที่กำหนดแล้วเสี่ยเขาก็จะได้มาอยู่กับผมได้เต็มที่โดยไม่ต้องหวั่นกับงานเหมือนแต่ก่อน พี่ทิชเองก็เป็นห่วงเราเขาก็แอบๆให้คุณหญิงแม่โทรมาถามไถ่เรื่องของผมบ้าง ส่วนเรื่องไอ้อาร์ผมไม่อยากรับรู้อะไรเกี่ยวกับมันทั้งนั้นผมไม่อยากกลายเป็นคนบ้า

 

“มึงโอเคแล้วใช่ป่ะ”

 

“อืม” ผมตอบไอ้ฟิกที่พอเจอหน้าผมก็ถามอาการผมปั๊บ อชิที่เดินตามเข้ามาทีหลังมันกำลังจ้องหน้าผมเหมือนจะอยากพูดอะไร

 

“อะไรของมึง”

 

“กูแค่อยากจะบอกมึงว่าอย่าทำอะไรให้มันคิดมากนักเลย ส่งผลเสียกับความสัมพันธ์เปล่าๆ”

 

“พูดมาก”

 

“มึงนี่มัน” ผมแลบลิ้นใส่มัน ก่อนจะออกไปทำงานโดยที่ไม่สนใจสองผัวเมียนี่ จนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาล ผมก็ทำงานตามปกติ งกๆไม่ได้พักเลยสักนิดแถมวันนี้เจอคนไข้อะเรท อยู่แผนกที่ผมประจำด้วยคือ OPD  บอกเลยว่ากว่าเราจะพ้นวิกฤษนั้นสุดท้ายคนไข้ก็ไม่รอด เราเปลี่ยนผลัดกัน CPR ห้ารอบแต่ก็รักษาชีวิตเขาไว้ไม่ได้มันส่งผลให้วันนี้ทั้งวันผมซึมไปเลย ไม่ใช่ว่าผมจะไม่เคยเจอผมเองก็เคยขึ้นเวรที่ห้อง ER ห้องฉุกเฉินนั่นแหละก็เจอเคสแบบนี้บ่อย หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันมันน่ากลัวจริงๆ

 

“เฮ้อ” พี่สยามถอนหายใจใส่ผมที่กำลังตักอาหารกลางวันเข้าปาก พร้อมกับอ่านแชทของเสี่ยน้อยเขาที่ส่งเข้ามา

 

“อะไรพี่หมอ” ผมอดจะถามไม่ได้

 

“เรานี่ชอบทำให้เป็นห่วงจังนะ เจอเรื่องแบบนี้ยังไม่ชินอีกหรอ”

 

“จิตใจผมไม่ได้แข็งแกร่งแบบพี่นะครับ” ผมประชด พี่หมอยิ้มรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นก็เหมือนจะแอบกวนผมอยู่นะ

 

“อาการผมมันออกขนาดนั้นเลย”

 

“อืม เราก็ซึมมากกว่าปกติ คนหรือส้วมก็ไม่รู้”

 

“พี่หมอแกล้งผม” ผมเบะปากทำท่าจะร้องไห้ พี่หมอหัวเราะสะใจกับอาการผม มันก็พอทำให้ผมยิ้มออกมาบ้าง ผมนั่งพิมพ์เล่าเรื่องที่เจอให้เสี่ยเขาฟัง ช่วงกลางวันแบบนี้ผมทำได้แค่พิมพ์แชทคุยกัน เราสองคนก็ต่างเริ่มมีงานรัดตัวมากขึ้น ช่วงนี้ก็เลยไม่ได้คุยกันมากเท่าไหร่

…ผมก็อดจะนอยด์ไม่ได้ มันห้ามไม่ได้จริงๆความรู้สึกงี่เง่าเนี่ย ผมล่ะเบื่อตัวเอง

จบพาร์ท ชาม 

พาร์ท ทราฟ 

“ผมว่าเลือกสินค้าตัวนี้ดีกว่านะ”

 

“เล็งไว้เหมือนกันเลยค่ะคุณทราฟ”

 

“งั้นก็ตกลงตามนี้” ผมกับอลิสตกลงเรื่องสินค้าที่จะโปรโหมดอาทิตย์นี้ได้ก็ให้อลิสจัดการไปเสนอให้กันต์อีกที แต่ดูท่ายอดหุ้นบริษัทเดือนนี้ไปได้ดีมากหลังจากที่ผมเข้ามาดูงานที่นี่และคอยจัดการบางส่วน ซึ่งกันต์เขาก็ชมผมไม่หยุดปาก ผมก็ดีใจแต่สิ่งที่มันหนักข้อขึ้นทุกวันคือไอ้อาร์ มันตามติดผมเป็นเงา อย่างวันนี้มันก็มานั่งเฝ้าผมที่ห้องทำงาน

 

“ไปกินข้าวกันได้ยัง” อาร์ส่งเสียงอ้อนชัดเจน จนผมขบกรามเพื่อระงับอารมณ์

 

“ไปกินเลย วันนี้กูไม่ว่างนัดเพื่อนไว้” ผมพูดไปตามตรงเพราะวันนี้ผมนัดไอ้ริโซ่ไว้ อาร์เดินเข้ามากอดคอผมไว้จากทางด้านหลัง ตอนนี้ผมได้แค่นั่งนิ่งๆที่เก้าอี้ทำงาน ผมเบื่อจะไล่มัน ไล่ยังไงก็ไม่ยอมไป

 

“งั้นผมไปด้วย นะ”

 

“ไม่ได้” ผมตอบเสียงเด็ดขาด มันไม่น่าขอในสิ่งที่ผมไม่ให้

 

“ง่ะ แค่นี้เองชามเขาไม่รู้หรอก”

 

“…..” ผมเงียบตัดรำคาญ ไอ้อาร์รีบเดินมากอดอกพร้อมมองหน้าผมด้วยสีหน้าโกรธๆ

 

“ไม่รู้จะรักใคร่อะไรกันนักหนา รู้มั้ยคนอย่างผมใช่ว่าจะชอบใครง่ายๆนะ”

 

“แล้ว ?” ผมถามพร้อมมองหน้ามันด้วยสีหน้านิ่งๆ ยิ่งผมร้อนมันยิ่งชอบ แต่พอเจอผมเย็นมันกลับร้อนรนเป็นไฟ อย่างตอนนี้ที่มันทำท่าจะระเบิดอารมณ์ใส่ผม

 

“แล้วทราฟจะเสียใจที่ทำกับผมแบบนี้” มันพูดพร้อมน้ำตาคลอ ผมล่ะเบื่อน้ำตามันฉิบหาย

 

“กูไม่สนใจมึงเข้าใจมั้ย” ผมพูดแบบจริงจังเลยทีนี้ น้ำตามันร่วงลงมาทันทีที่ผมพูดจบ มองผมด้วยสายตาเจ็บปวดและโกรธ

 

“ใจร้ายให้ได้ตลอดแล้วกัน คอยดูเถอะวันไหนที่ไม่มีชาม ทราฟจะนึกถึงแต่ผม”

 

ปึง!

อาร์พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็ออกจากห้องทำงานผมไป ผมยกมือลูบหน้าตัวเองด้วยความเหนื่อยใจ มันชอบขู่ผมเรื่องไอ้ชามตลอดจนผมเริ่มอยากจะเตรียมอะไรไว้สักหน่อยถึงได้นัดริโซ่ไว้ตอนเที่ยงนี้ ผมบอกชามไว้ในข้อความแล้ว พอถึงเวลาผมก็ให้ริโซ่มารับให้มันพาไปดีกว่าขี้เกียจยุ่งยากหลงทาง

 

“มึงดูเพลียๆ”

 

“เออ งานหนัก”

 

“แล้วยอดเป็นไง”

 

“ก็มากกว่าที่หวัง” ผมพูดบอกพร้อมยกยิ้มบาง

 

“มึงนี่จะเก่งไปซะทุกเรื่องไม่ได้นะ” ไอ้ริโซ่แขวะผม ผมหันไปมองมันก่อนจะถามมันบ้าง

 

“งานมึงล่ะ”

 

“ก็ดีแต่คู่แข่งแม่งเป็นมาเฟียรัสเซีย เล่นซะกูหนาว”

 

“หึหึ ระวังเขาไปฆ่าเมียมึง” ผมพูดขู่แต่คำพูดผมทำให้ผมชะงักไปเอง ไอ้ริโซ่ก็จับสังเกตได้

 

“มึงเองก็ระวังความรักมันบังตาถึงขั้นสั่งฆ่าได้เลยนะ”

 

“เว่อร์น่า” ผมพูดบอกปัดๆ แต่ในใจรู้สึกไม่สบายใจจริงๆ กลัวว่ามันจะเกิดเรื่องอะไรกับไอ้ชาม ผมไม่อยากทำให้มันต้องมาเจอกับเรื่องร้ายๆ ยิ่งผมใกล้จะได้กลับบ้านแบบนี้มันยิ่งทำให้ผมคิดมากว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเรา ผมกับริโซ่มาถึงร้านอาหารแบบส่วนตัว มีคนของไอ้ริโซ่ตามมาด้วยสามคนก็บอดี้การ์ดมันนั่นแหละ อย่างว่าเพื่อนผมมันทำงานด้านมืด ต่างจากกันต์ที่ทำงานด้านสว่าง ผมเลยไม่ได้เข้าไปช่วยงานเพื่อนแต่พอมีเรื่องเดือดร้อนไอ้ริโซ่จะเป็นคนแรกในกลุ่มเราที่มันพร้อมช่วยทุกอย่าง

 

“มึงสั่งเลย” ผมจัดการสั่งอาหารเมื่อเราได้โต๊ะนั่งแล้ว แบบส่วนตัว

 

“กูอยากเตรียมอะไรไว้สักหน่อย” ผมพูดเปิดประเด็นหลังจากที่สั่งอาหารเสร็จ ไอ้ริโซ่เลิกคิ้วสงสัย

 

“มึงกลัวอย่างที่กูพูดใช่มั้ย มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้”

 

“กูแค่อยากกันไว้ก่อน” ผมพูดด้วยสีหน้าจริงจัง มองเพื่อนที่เริ่มซีเรียสตามผม

 

“ก็ได้ มึงอยากได้อะไรล่ะ”

 

“กูอยากได้คน แค่คนเดียว” ริโซ่มองผมด้วยความไม่เข้าใจ ผมยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะบอกในสิ่งที่ต้องการเพิ่มอีก นี่แค่เป็นสิ่งที่ผมเตรียมไว้ ภาวนาไม่ให้ผมต้องใช้มัน

 

ผมกลับมาที่บริษัทก็ต้องเบือนหน้าหนีเพราะอาร์กับกันต์มารอผมที่ห้องทำงาน ผมรู้เลยว่ามันไปฟ้องพี่ เขาถึงได้มาหาผมถึงห้องทำงานแบบนี้

“ทราฟนั่งก่อนสิ” ผมเดินไปนั่งที่โซฟาอีกตัว อาร์ที่ทำหน้าบึ้งมองผมด้วยสายตาโกรธๆ ส่วนกันต์เขากำลังทำสีหน้าลำบากใจ

 

“มีธุระอะไรรึเปล่าครับ” ผมถามมองทั้งสองคนด้วยสีหน้านิ่งๆ

 

“คือพี่อยากให้เราพาอาร์เขาไปเดินเล่นหน่อยน่ะ ทราฟเองก็ยังไม่เคยไปห้างที่นี่เลยนี่ถือซะว่าไปเปิดหูเปิดตา” กันต์พูดขึ้นยิ้มๆ มองผมด้วยสีหน้าลำบากใจแต่ก็ขอร้องไปในตัวเพราะขัดใจน้องชายไม่ได้ อีกอย่างเขาทำเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กๆ ผมพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ อาร์ยิ้มเยาะผมทันที ผมไม่สนใจจนกระทั่งเรามานั่งอยู่บนรถด้วยกัน ดีที่มีคนขับรถไม่งั้นผมอึดอัดตาย

 

หมับ

มือเล็กรีบกอดแขนผมทันที พร้อมเอาหน้ายื่นเข้ามาใกล้ทำสายตาเหนือกว่า

 

“ผมบอกแล้วทราฟหนีผมไม่พ้นหรอก”

 

“หึ” ผมแค่นเสียงหัวเราะ ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปนอกกระจกรถ

 

“ไม่รู้จะเล่นตัวทำไม สุดท้ายก็ต้องยอมผมอยู่ดี”

 

“จะไปก็รีบไป” ผมหันไปพูดบอกคนขับรถ ไอ้อาร์ฮึดฮัดแต่ก็ไม่ยอมปล่อยแขนผม มันส่งผลให้ผมหยิบโทรศัพท์มาแชทหาไอ้ชามไม่ได้ตอนนี้มันก็คงจะเลิกงานแล้ว น่าจะขับรถกลับบ้านเองแล้วล่ะ พอคิดมาถึงตรงนี้มันก็ทำให้ผมอดจะยกยิ้มไม่ได้ ไอ้ชามของผมมันเก่งขึ้นมากจริงๆ แต่ก่อนขี้กลัวอย่างกับอะไร แต่ก็พยายามทำตัวซ่าไง

 

“ยิ้มอะไรหรอ” เสียงของไอ้อาร์เรียกสติผมกลับมา

 

“นึกถึงเมีย” ผมตอบเสียงเรียบ อาร์ชักสีหน้าทันที

 

“น่าอิจฉาชามจังเลยนะ ผมก็อยากเป็นของทราฟบ้าง” ผมมองไอ้อาร์ที่พูดด้วยสีหน้าและแววตาจริงจัง ผมสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อสะกดอารมณ์ ผมเลือกที่จะไม่ตอบจนเรามาถึงห้าง มันก็เกาะแกะผมไม่ปล่อยเดินดูนั่นนี่จนผมเริ่มทนไม่ไหว

 

“กูมีงานต้องทำนะ กลับได้แล้ว” ผมพูดบอก ตอนนี้ในมือผมแม่งต้องมาถือของให้มัน

 

“โธ่ นานๆทีพี่กันต์เขาไม่ว่าอะไรหรอก อีกอย่างตอนนี้ผมหิวเราไปหาของหวานกินกัน”

 

“กูไม่ชอบของหวาน” ไอ้อาร์หุบยิ้มทันที

 

“งั้นนั่งเฝ้าผมก็ยังดี”

 

“ตามใจ”

 

“เย้”

ผมมองมันที่ร่าเริงสุดๆ พอผมทำดีด้วยหน่อยมันก็เหลิง พอผมร้ายมันก็ร้ายหนักข้อขึ้นทุกวัน จนตอนนี้ผมเลือกที่จะเฉยชา ทำให้มันจบๆไปซะถ้ามันอยากทำอะไร จนเหมือนผมตามใจมัน

 

“ทราฟได้รับความสนใจเยอะมากเลยนะเนี่ย” ไอ้อาร์พูดพร้อมมองไปรอบๆ เพราะตอนนี้คนก็มองมาที่ผมค่อนข้างเยอะ เป็นผมก็มองผู้ชายบ้าอะไรมานั่งกินไอ้ติมร้านหวานแหววขนาดนี้

 

“แต่ผมก็หวงแฮะ” ไอ้อาร์พูดต่อพร้อมมองผู้หญิงกลุ่มหนึ่งด้วยสายตาไม่พอใจ ผมมองตามก็เห็นพวกเธอรีบหลบตา

 

“ปัญญาอ่อน” ผมด่ามัน ไอ้อาร์กลับทำสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน

 

“เลือกของกินดีกว่า” ไอ้อาร์เลือกของกินเสร็จมันก็นั่งจ้องหน้าผมไม่ทำอะไร จนผมต้องเบือนหน้าหนีมองอย่างอื่นสบายตากว่า

 

“หยิ่งจัง” ผมไม่สนใจ จนไอติมที่มันสั่งเขามาเสิฟ์มมันก็นั่งกินเอากินเอาคงจะชอบมาก ผมหันไปมองหน้ามันก็ต้องโยนทิชชู่ให้ กินแบบไม่ลืมหูลืมตา

 

“เช็ดซะเห็นแล้วรำคาญลูกตา” ผมพูดตรงๆเหมือนจะด่าแต่มันกลับรับทิชชู่ไปพร้อมมองหน้าผมยิ้มๆ

 

“เลอะตอนไหนก็ไม่รู้” มันพูดพร้อมนั่งกินไอติมไปอมยิ้มไป จนมันกินเสร็จผมถึงได้กลับมาทำงานสักทีไม่วายมันยังตามมาที่ห้องทำงานผม

 

“มึงกลับไปได้แล้วกูจะทำงาน”

 

“ผมจะกลับอยู่แล้ว นี่ผมแค่ขึ้นมาส่งทราฟ”

 

“…..” ผมเงียบ มันมีความพยายามสูงเกิน

 

“เดี๋ยวอาหารเย็นผมเอาไปให้ที่คอนโดนะ แล้วเจอกัน” มันไม่อยู่ให้ผมปฏิเสธ พูดเสร็จก็รีบวิ่งออกไปจากห้องทำงานผม ผมจิ๊ปากเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาทำงานต่อด้วยอารมณ์หงุดงหงิด จนตกเย็นผมถึงกลับคอนโดแล้วโทรหาไอ้ชามที่ตอนนี้กำลังนอนดูซีรี่ย์ในไอแพด ผมเองก็ทานข้าวไปด้วยยังไม่ได้อาบน้ำด้วยซ้ำ

 

“จะถึงเวลานอนแล้วนี่” ผมพูดบอก ชามหันมามองหน้าผมพร้อมทำปากยู่ๆ อยากจับมาจูบฉิบหาย

 

(“เร็วจัง”)

 

“อย่าดูเยอะมาก เดี๋ยวปวดตาตอนเช้า” ผมอดจะดุมันไม่ได้ ชอบทำให้ผมเป็นห่วง

 

(“มานวดให้หน่อยย ปวดตาจัง”) ผมยกยิ้มกับความทะเล้นของมัน

 

“สองอาทิตย์ก็ได้กลับแล้ว เวลาก็ผ่านไปไวเหมือนกัน กลับไปจะทำอะไรดีวะ” ผมพูดบอกเวลาอยู่กับมันแล้วผมพูดเยอะขึ้น

 

(“ไปทะเล อยากไปทะเล”)

 

“เอาดิ” ผมตอบรับก่อนจะมองหน้ามันที่ทำหน้าดีใจใหญ่

“อยากไปที่ไหนเลือกเลย”

 

(“มีผัวรวยมันดีแบบนี้นี่เองง”)

 

“พูดมาก” ผมว่ามันยิ้มๆ ก่อนจะมองไปที่ประตูคอนโด วันนี้ไอ้อาร์ไม่ได้มาหาอย่างที่มันบอก ผมก็กลัวมันจะมาตอนช่วงที่ผมกำลังคุยกับไอ้ชาม

 

“เดี๋ยวจะไปอาบน้ำแล้ว จะโทรไปใหม่โอเคมั้ย”

 

(“ครับ ผมจะรอนะ”)

 

“ถ้าง่วงก็นอนอย่าฝืน แต่บอกในข้อความด้วยว่าจะนอน”

 

(“โอเค”)

ผมยิ้มรับก่อนจะกดตัดสายพร้อมเก็บจานไปล้างเอง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงออดหน้าห้องผมดัง ไม่ต้องสืบเลยว่าใครมา แต่ดีที่อย่างน้อยไอ้ชามก็ไม่ต้องมารับรู้เรื่องนี้

--------------

กลับมาอัพแล้วจ้าบบบบบบบบ  

TBC.

ความคิดเห็น