facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บท 14 : เปิดศึก

คำค้น : ปั้นหมึกcontest โรแมนติค รัก เจ้าแผนการ แอบรัก NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 815

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ต.ค. 2564 21:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 14 : เปิดศึก
แบบอักษร

บท 14 เปิดศึก  

ร่างสูงที่คุ้นเคยโผล่มาตอนไหนไม่รู้ เขาพูดขึ้นมาขณะเดินตามหลังร่างบางมาติดๆ ก่อนเดินขึ้นมาเคียงข้าง หญิงสาวหันหลังกลับไปมองไม่พอใจกับประโยคทักทายของคนตัวโต

“มิ้มเคยบอกไปแล้วนี่คะ”

หญิงสาวพยายามเดินให้เร็วขึ้น ไม่อยากจะเสวนากับเขา

“บางทีผมก็สงสัยว่าพวกคุณมาทำงานหรือว่ามาทำอะไรกัน”

ใบหน้านิ่งเฉย สวนทางกับคำพูดกระทบจิตใจคนฟัง

“มาทำงานค่ะ”

คนไม่อยากต่อปากต่อคำเลือกตอบสั้นๆตามความจริง เขาจะคิดว่าเธอมาทำอะไรกัน มันก็เป็นเรื่องของเขา

คนร่างสูงแทบหงุดหงิดกับคำตอบกำปั้นทุบดิน จริงๆเขาหงุดหงิดมาตั้งแต่เห็นเพื่อนร่วมงานของเธอพาไปกินข้าวด้วยกันแล้ว เป็นผู้ชายด้วยกันทำไมจะมองไม่ออกว่าหมอนั่นคิดอะไร ถ้าเทียบแล้วหน้าตารูปร่างยังไม่ธรรมดาอีก เขายิ่งรู้สึกหงุดหงิดเข้าไปใหญ่

“แน่ใจ? ถามเพื่อนร่วมงานของคุณหรือยัง”

“แล้วเพื่อนร่วมงานของมิ้มเกี่ยวอะไรคะ”

“ผมแค่จะเตือนไว้ คุณเป็นผู้หญิงไปไหนมาไหนง่ายๆกับผู้ชาย เนี่ย รู้ไหมว่าผู้ชายคิดอะไร ถ้าไม่รู้ก็ระวังไว้หน่อย”

“…”

คนฟังรู้สึกโดนตำหนิ คำว่าง่ายๆของเขามันทำให้เธอรู้สึกว่าเขาคงเป็นผู้ชายที่มองเธอแบบนั้นเหมือนกัน หัวใจเจ็บจี๊ดขึ้นมา น้ำตาเอ่อคลอ หญิงสาวก้มหน้าลงกับความมืดไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอ

“เข้าใจแล้วค่ะ”

ยอมรับ เพราะเขาคงมีประสบการณ์จากเธอแล้ว จึงเตือนด้วยความหวังดี

ความน้อยใจพวยพุ่ง มนวดีรีบก้าวเดินออกไป ไม่อยากอยู่ตรงนี้ ถึงแม้รู้ว่าขึ้นห้องไปต้องเจอเขาอยู่ดี

“อะไรวะ”

อชิระเลิกคิ้วเข้มข้างหนึ่งมองตามหลังคนเดินหนีไป ยกมือจับท้ายทอยอย่างคนที่ไม่รู้ว่าทำอะไรผิด แต่เหมือนงานนี้เขาต้องเป็นคนผิด ทั้งๆที่เขาพูดความจริงตามหลักเหตุผล

หรือที่คนอื่นเขาเคยบอกว่าผู้หญิงเป็นประจำเดือนอารมณ์แปรปรวนจะจริง? ขายาวก้าวตามไปแต่ก็ยังไม่ทันประตูลิฟท์ที่ปิดลงต่อหน้าต่อตา โดยที่คนในนั้นไม่คิดจะกดรอ

‘โอเค ชัดแล้ว’ ว่าเขาผิด

พอขึ้นมาบนห้องว่าจะถามไถ่คนงอน หญิงสาวก็คว้าอุปกรณ์อาบน้ำปิดประตูใช้เวลาอยู่ในนั้น อชิระถอนหายใจ ไม่อยากคุยตอนนี้ก็ไม่เป็นไร เขารับรองว่าไม่เกินพรุ่งนี้แน่ที่เธอต้องเอ่ยปากคุยกับเขาก่อน

 

เมื่อคืนอชิระไม่ได้กดดันหรือพูดคุยอะไรกับอดีตคู่หมั้นอีก ทั้งคู่แยกกันนอนโดยที่ชายหนุ่มให้เตียงเป็นของเธอ ส่วนเขามีที่นอนเสริมวางข้างโซฟา ชายหนุ่มตื่นเช้ากว่าอีกคนเขารีบอาบน้ำแต่งตัวลงไปรับประทานอาหารเช้าข้างล่าง แต่ก็ไม่คิดจะปลุกหญิงสาวแต่อย่างใด

คนบนเตียงตื่นขึ้นมาตามเสียงเวลาที่ตั้งปลุกไว้ วันนี้เธอมีนัดคุยงานกับนายจ้าง หญิงสาวทำกิจวัตรประจำตามปกติด้วยความสบายใจเพราะตื่นมาก็ไม่ได้เจอคนที่อยากเจอแล้ว

เสร็จแล้วเธอก็มาทานอาหารเช้า มานั่งเล่นรอเวลานัด ส่วนหนุ่มสถาปนิกรุ่นน้องเป็นคนไม่ทานอาหารเช้าเขาจึงขอไปเจอกันที่สถานที่นัดเลย จนกระทั่งใกล้ถึงเวลานัดมนวดีจึงตัดสินใจล่วงหน้าไปรอห้องประชุมก่อน

ในใจก็แอบสงสัยว่าอชิระหายไปไหน แต่เธอก็ไม่อยากจะไปรู้เรื่องส่วนตัวเขามาก จึงไม่ได้ทักไปถามแต่อย่างใด และเหมือนความคิดข้างในมีเสียง เพราะคนที่คิดว่าหายไปกลับโผล่มาตรงหน้าพอดี

เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ทักอะไร หญิงสาวก็ไม่มีเรื่องจะทักเธอเลยไม่ได้สนใจ ทว่าคนตัวสูงถึงเอาแต่เดินตาม หญิงสาวหันไปมองเขาสองสามรอบ คนหน้าตายเพียงแค่มองกลับ

“มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“เปล่า”

แต่ก็ยังเดินตามเธอเนี่ยนะ มนวดีมั่นใจว่าทางที่เธอเดินไปคงไม่ใช่ทางที่เขาจะเดินไปแน่นอน เธอเลยลองหยุดเดิน ทว่าคนตัวสูงก็หยุด

“คุณอิฐ”

“ครับ”

“ตามมิ้มมาทำไมคะ”

“ผมต้องมาทางนี้อยู่แล้ว”

คนตอบหน้าเดียวเดินผ่านเธอไปจากนั้นก็เลี้ยวเข้าห้องทางซ้ายมือ วินาทีนั้นหญิงสาวต้องรีบรุดตามไป

“สวัสดีค่ะ คุณอิฐ อ้าว คุณมิ้มก็มาพอดี”

ผู้จัดการสาววัยกลางคนมาถึงเป็นคนแรกกล่าวสวัสดีคนที่เพิ่งเข้ามา

"เชิญนั่งก่อนค่ะ เก๋ขอเตรียมตัวอีกสักครู่"

ผู้จัดการที่รู้ว่าใครเป็นใคร ไม่ได้แนะนำอะไรเพิ่มเติม ผิดกับมนวดีที่ใบหน้ามีเครื่องหมายคำถามอย่างชัดเจน

อชิระไม่ได้เอ่ยอะไร ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตคอจีนสีดำกีบกางเกงสีครีมกึ่งทางการ นั่งลงตรงข้ามกับมนวดี เขาเปิดโน้ตบุ๊คตรงหน้าตามที่ผู้จัดการวางไว้แล้วเริ่มจดจ่อกับงาน

ทว่าความจริงเขาเอาหน้าจอคอมบังไว้ ตอนที่แอบยิ้มเมื่อเห็นมนวดีอยากจะถามแต่ก็ไม่กล้าถาม

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณเดือนก่อนธวัฒน์เจ้าของโรงแรมตัวจริงได้บุกไปหาอชิระที่คอนโด เพื่อไหว้วานงานบางอย่าง

'เปิดตารางวันหยุดของมึงซิ ว่ามึงว่างวันไหน กูว่าจะรีโนเวทโซนร้านอาหาร' 

'กูจบบัญชี ไม่ได้รับรีโนเวท' หนุ่มแว่นตอบหน้าตาย

‘แหม กูก็ไม่ได้จะให้มึงไปโบกปูน แบกเสาไหม แค่จะให้ไปตกลงกับทางสถาปนิกให้หน่อยว่าจะเอาแบบไหน จริงๆก็แล้วแต่มึงเลยก็ได้ว่าชอบแบบไหน' 

อชิระหันหน้ามามองเพื่อนสนิท ด้วยแววตาเฉยชา

'มึงเป็นเจ้าของ ส่วนกูถือหุ้นแค่ 30% แต่มึงจะให้กูตัดสินใจเลยว่างั้น'  

'อย่าเพิ่งปฏิเสธเพื่อน กูกำลังนำเสนอทางสว่างให้มึงอยู่' 

หนุ่มเจ้าสำราญพูดมีความนัยเขาหยิบไอแพดขึ้นมาเปิดโครงการให้อชิระดู ซึ่งธวัฒน์ได้ติดต่อบริษัทออกแบบเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เขาต้องการนำเสนอแก่อชิระคือรายชื่อสถาปนิกกับมัณฑนากร

'มึงคิดจะทำอะไร' 

หนุ่มนักบัญชีถามขึ้น เมื่อเห็นรายชื่ออดีตคู่หมั้น

เรื่องจริงคือธวัฒน์ตั้งใจจะบูรณะโซนร้านอาหารและกาแฟ เขาจึงว่าจ้างบริษัทออกแบบที่มนวดีทำงานอยู่เพื่อเป็นการช่วยเหลือเพื่อนสนิทปากหนักของตนให้กลับมาเป็นมนุษย์ปกติเสียที

เพราะตั้งแต่เลิกลากันไปอชิระก็เหมือนมนุษย์เพศชายวัยทอง บ้างาน หักโหม ห่อเหี่ยว ไร้ชีวิตชีวา ซึ่งธวัฒน์คิดว่าสาเหตุก็น่าจะมาจากอดีตคู่หมั้นหน้าหวานนั่นแหละ

'คิดทำงานทำการ ปรับปรุงโรงแรมให้ดีขึ้น เอาน่า กูไม่ว่างมึงไปแทนหน่อยนะ' 

'ขอคิดดูก่อน'  

 

จากวันนั้นก็ยังมีบางจุดที่ยังผิดพลาดเช่นรายชื่อสถาปนิกคนที่ต้องมาเป็นผู้หญิง พอใกล้ๆวันดันเปลี่ยนเป็นหนุ่มหล่อหน้าใสสถาปนิกจบใหม่ ประสบการณ์การทำงานก็น่าจะน้อย ที่สำคัญหมอนี่ยังมีทีท่ามาวุ่นวายกับคนของเขาอีก

ไม่นานก็มีบุคคลเข้ามาใหม่ ใส่เสื้อเชิ้ตคอจีนแบบเดียวกับอชิระทว่าโทนสีสดใส ราวกับแบ่งฝ่ายธรรมมะกับอธรรม

อาทิตย์กล่าวสวัสดีผู้จัดการ และแปลกใจกับบุคคลร่างสูงใหญ่หน้าตาดีที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว แต่จากเซ้นส์ของเขาบุคคลผู้นี้ต้องเป็นผู้ว่าจ้างแน่นอน

“เดี๋ยวเก๋ขอแนะนำอย่างเป็นทางการนะคะ นี่คุณอิฐเป็นหุ้นส่วนของโรงแรมผู้รับผิดชอบโครงการปรับปรุงโซนร้านอาหารและกาแฟค่ะ คุณอิฐคะ นี่คุณซันกับคุณมิ้ม สถาปนิกกับมัณฑนากรจากบริษัท…”

“สวัสดีครับ”

อาทิตย์ยิ้มสดใสให้อชิระเพื่อผูกมิตร แต่คนไม่อินเพียงแค่พยักหน้าให้

มัณฑนากรสาวใจเต้นตุ้มต่อม หญิงสาวไม่เข้าใจว่าอชิระคิดจะทำอะไรกันแน่ มือเล็กกำแน่นดูจากแววตาที่อดีตคู่หมั้นมองมา ชวนให้รู้สึกว่าเขากำลังได้รับชัยชนะบางอย่าง

“มาครบแล้ว งั้นเริ่มพรีเซนท์กันเลยไหมคะ”

ผู้จัดการทลายบรรยากาศแสนอึดอัดโดยการเริ่มต้นการประชุมครั้งนี้ จากนั้นตามด้วยสถาปนิกหนุ่มที่มีบทบาทหลักในการตกลงกับลูกค้า

ระหว่างนายจ้างกับสถาปนิกหนุ่มการตกลงกันช่างแลดูเหมือนอยู่ในสงคราม อาทิตย์รู้สึกแบบนั้นเพราะว่าคนตรงหน้าเขาค่อนข้างเตรียมตัวมาดีและถามเยอะ ราวกับอาทิตย์กำลังกลับไปพรีเซนท์งานกับอาจารย์มหาวิทยาลัย

จนแล้วจนรอดกว่าจะตกลงกันได้ทางผู้จัดการเลยพักเบรก พาไปชมสถานที่จริงอีกครั้ง ระบบโครงสร้างอาคารเสร็จแล้วต่อไปก็เป็นการออกแบบตกแต่งภายใน

มนวดีพยายามคิดว่าอดีตคู่หมั้นคือลูกค้าคนหนึ่ง แต่ตลอดทางที่พูดคุยสายตาของเขามันทำให้เธอกดดัน จนกระทั่งเสร็จทุกอย่างมนวดีถึงหายใจได้สะดวก ขอบคุณอชิระที่มีความเป็นมืออาชีพไม่หลุดเรื่องส่วนตัวใดๆออกมา

“เดี๋ยวรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกันก่อนนะคะ ตอนบ่ายจะได้ไปขึ้นเรือกลับฝั่งกัน”

ผู้จัดการเอ่ยขึ้น แม้มนวดีจะรู้สึกอึดอัดแต่ต้องท่องไว้ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของงาน บนโต๊ะอาหารบรรยากาศช่างอึมครึมคนที่พูดมากที่สุดคงเป็นผู้จัดการรองลงมาเป็นอาทิตย์ พูดน้อยคืออชิระ และไม่พูดเลยคือมนวดี

“พี่มิ้มลองทานอันนี้ผมตักให้”

ชายหนุ่มรุ่นน้องที่เห็นหญิงสาวไม่ค่อยเจริญอาหารจึงอาสาตักหมึกผัดไข่เค็มมาไว้ที่จาน เธอกล่าวขอบคุณโดยที่ไม่ลืมลอบมองอดีตคู่หมั้นหนุ่ม ที่มีสีหน้าเรียบเฉย เขาตักกุ้งจากยำถั่วพูมาพักไว้ที่จานตัวเอง ก่อนเปลี่ยนใจยกมาไว้ที่จานอดีตคู่หมั้นสาว

“มิ้มชอบทานกุ้ง ผมจำได้”

พูดจบก็ยิ้มแบบเลิกคิ้วเข้มข้างหนึ่งอย่างท้าทายให้ฝ่ายตรงข้าม

นาทีนี้ เหวอกันยกโต๊ะ โดยเฉพาะอาทิตย์ที่นิ่งและมองด้วยความสงสัย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเรียกได้ว่าเลวร้ายลงทุกขณะ หญิงสาวที่ได้รับทั้งหมึกและกุ้ง วิญญาณเธอหลุดออกจากร่างไปแล้ว

ผู้จัดการไม่รอช้ารีบแก้ไขสถานการณ์สรรหาเรื่องมาพูดทำราวกับว่าเรื่องเมื่อสักครู่ไม่เคยเกิดขึ้น

จนกระทั่งฝืนทานข้าวกันต่อจนเสร็จ ถึงแยกย้ายไปข้าวของส่วนตัวเตรียมขึ้นเรือกลับ อาทิตย์ดูเงียบไปตั้งแต่เหตุการณ์บนโต๊ะอาหารสีหน้าเขามีแววครุ่นคิดตลอดเวลา

“พี่มิ้ม รู้จักกับคุณอิฐหรือครับ”

ทั้งคำพูดและแววตาของอชิระที่มองรุ่นพี่ของเขามันฟ้องว่าทั้งสองคนเคยมีความสัมพันธ์กันบางอย่าง

เธอเพียงพยักหน้าเบาๆ ไม่อยากอธิบายเรื่องส่วนตัวเพิ่มเติม หญิงสาวเดินไปขึ้นเรือของทางโรงแรม อาทิตย์ถอนหายใจเขาเคารพการตัดสินใจของหญิงสาว ถ้ามนวดีไม่อยากเล่าอะไรเขาก็จะไม่เซ้าซี้

สถานการณ์เก่ายังไม่ทันคลี่คลาย สถานการณ์ใหม่ก็มาเข้าแทรกเป็นครั้งที่สอง เมื่อผู้ว่าจ้างลงเรือมากับสองหนุ่มสาวด้วย เขาสวมแว่นตากันแดด ใบหน้านิ่งเฉยทำให้ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ อชิระเลือกนั่งตรงกันข้ามกับหญิงสาว

อาทิตย์ที่แอบสังเกตคนทั้งสอง อชิระมองตรงมาแต่เขาไม่รู้ว่านายจ้างมองทะเลหรือมองมนวดี ส่วนมนวดีก็นั่งมองพื้นอย่างอึดอัด

“พี่มิ้มตรงนี้มันแดด เขยิบไปหน่อยครับ”

“อ่อ จ้ะ”

หนุ่มสถาปนิกเลยขยับมานั่งแทนตำแหน่งมนวดี ประจันหน้ากันไปเลย

อชิระใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม ‘ไอ้เด็กนี่กวนประสาท’

สองหนุ่มต่างวัยส่งกระแสจิตโจมตีกันตลอดทาง โดยที่ร่างบางได้หลุดหายเข้าไปในภวังค์ตัวเองเรียบร้อยแล้ว ในหัวเต็มไปด้วยความสงสัยว่าอชิระทำแบบนี้ทำไม กลับมาสร้างความยุ่งยากอีกทำไม ในเมื่อจบงานนี้ต่างคนก็ต่างไปอยู่ดี

“ถึงแล้วครับ” อาทิตย์สะกิดหญิงสาวให้หลุดจากห้วงความคิด

เธอมองอชิระแวบนึงก่อนเดินตามหลังอาทิตย์ หนุ่มรุ่นน้องยื่นมือมาให้หลังจากที่ขึ้นบกได้แล้ว เพราะคลื่นซัดทำให้เรือโคลงเคลง เป็นจังหวะเดียวกับที่มนวดีกำลังจะก้าวออกจากเรือด้วยรองเท้าที่ไร้ยางเกาะบวกกับคลื่นที่ซัดมาพอดีทำให้หญิงสาวเสียการทรงตัว

อาทิตย์รีบคว้ามือหญิงสาวไว้ แต่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวตกใจมากกว่านั้นเพราะว่าเอวของเธอถูกโอบโดยใครบางคนพร้อมกัน ไม่ต้องหันหน้าไปมองก็รู้ว่าใคร

สถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีนักเพราะสองหนุ่มต่างไม่ใครยอมใคร พออาทิตย์ออกแรงดึงตัวมนวดี อชิระก็รัดเธอไว้อ้อมอกให้แน่น ส่งสายตาฟาดฟันกันโดยมองข้ามคนตรงกลางไปเลย

ตอนนี้หญิงสาวแทบอยากกระโดดลงทะเลว่ายน้ำเข้าฝั่งไปให้รู้แล้วรู้รอด เมื่อทรงตัวได้แล้วเธอจึงเอ่ยออกมา

“เอ่อ ปล่อยมิ้ม เถอะค่ะ”

อชิระเป็นฝ่ายยอมปล่อยหญิงสาวก่อน เธอหันมาขอบคุณตามมารยาทและเดินจากไปเคียงคู่กับหนุ่มรุ่นน้อง

คนที่ยืนมองตามหลังเห็นภาพตรงหน้า ในใจรู้สึกไม่พอใจบางอย่าง บางอย่างไม่ถูกต้อง นั่นทำให้เขาตัดสินใจได้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาปล่อยมือมนวดีไป 


คุณอิฐคือประกาศตัว เปิดศึกชัดเจน ในขณะที่สองหนุ่มตีกัน นางเอกเราได้จิตหลุดไปแล้ว คราวนี้พี่อิฐเขาเอาจริงแล้วนะ หนูมิ้มเสร็จแน่ 555 ฝากคอมเม้น ติดตาม กดไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยนะงับ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว