facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บท 13 สิ่งที่ติดอยู่ในใจ

ชื่อตอน : บท 13 สิ่งที่ติดอยู่ในใจ

คำค้น : ปั้นหมึกcontest โรแมนติค รัก เจ้าแผนการ แอบรัก NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 763

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2564 20:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 13 สิ่งที่ติดอยู่ในใจ
แบบอักษร

บท 13 สิ่งที่ติดอยู่ในใจ 

“แล้วเตียงละคะ ใครจะนอน”

“ผมให้คุณนอน คุณก็ไม่นอน เลยคิดว่าอยากจะนอนโซฟาด้วยกันกับผม”

“เปล่าคะ มิ้มไม่ได้อยากนอนโซฟากับคุณ”

มนวดีรีบแก้ต่าง กลัวเขาเข้าใจผิดว่าเธออยากนอนกับเขา

“งั้นมิ้มจะนอนตรงไหนครับ”

“เตียงก็ได้ค่ะ”

 ไม่พูดเปล่าสองขาเรียวรีบจ้ำอ้าวมุดเข้าผ้าห่มเรียบร้อย เธอเลือกนอนหันหลังให้กับเขา หัวใจเต้นตึกตัก รอสักพักถึงสงบ เธอไม่ได้หันไปมองว่าอชิระทำอะไรเพียงแต่ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กๆ

“อะ”

หญิงสาวสะดุ้งกับวัตถุบางอย่างที่โผล่มาตรงหน้า โดยมีมือหนาที่ยื่นสิ่งนั้นมาให้

“อะไรคะ”

“เอาไว้บรรเทาปวด”

อชิระไม่รอให้เธอตอบรับ เขาวางถุงน้ำร้อนไว้บนเตียงเสร็จก็เดินออกไปนั่งทำงานต่อที่โซฟาโดยไม่ได้สนใจคนบนเตียงอีก

หัวใจดวงน้อยปั่นป่วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาแอบใส่ใจแต่ก็ทำเหมือนไม่สนใจ สร้างความสับสนให้หญิงหลายครา

มือบางเลื่อนไปหยิบถุงน้ำร้อนมาไว้บนท้องน้อย นอนคิดอะไรไปเพลินๆซึ่งก็คือเรื่องของชายหนุ่มร่วมห้องแทบทั้งหมด

เธอรวบรวมพลังความกล้าแล้วตัดสินใจว่า ไม่ว่าเขาจะทำไปเพราะอะไรก็ตาม เธอกับเขาก็จบกันไปแล้ว คนแบบเขาไม่มีทางกลับไปคืนคนเก่า มีแต่ตัวเธอเองที่ต้องหักห้ามใจ ไม่ว่าจะอย่างไร ห้ามเผลอใจกลับไปรู้สึกดีกับเขาอีกเด็ดขาด

ด้วยความอ่อนล้าทางร่างกายและการเดินทาง พอได้มาเจอกับเตียงนุ่มอุ่น อากาศภายในห้องที่เย็นสบาย แสงแดดอ่อนๆวิวทะเลสวยงามจากด้านนอก ทำให้หญิงสาวค่อยๆปรือตาแล้วหลับไป

ด้านใครอีกคนที่นั่งพิมพ์งานเพิ่งเงยหน้ามาจากจอคอม ร่างสูงยกมือบิดแขนเพื่อยืดกล้ามเนื้อบ่า ทอดมองใครอีกคนผ่านแว่นสายตา ยามปกติเขาจะใส่มันตอนทำงานหรือวันปกติ บางครั้งก็ใส่คอนแทคเลนส์ ค่าสายตาของเขาสั้นปานกลาง ดังนั้นการใส่แว่นตาก็ช่วยถนอมสายตาไม่ให้สั้นไปไว

           ร่างสูงลุกขึ้นเดินมาหาเป้าหมายที่นอนนิ่งผ่อนลมหายใจสม่ำเสมอ เขาหย่อนสะโพกลงข้างเตียงอย่างเบาเพื่อไม่ให้รบกวนคนที่หลับฝันดี แข็งแกร่งข้างเดียวคร่อมร่างบางไว้ ใบหน้าหล่อคมก้มมองคนนอนนิ่งอย่างไม่ละสายตา

ในหัวสมองของอชิระคิดเรื่องของตรงหน้า เขาไม่ได้มองหน้าเธอชัดๆมานานหลายเดือน ดวงหน้าหวานใสแลดูซูบลงเล็กน้อย เธอเปลี่ยนทรงผมใหม่ มันทำให้เขารู้สึกกลัวขึ้นมาเหมือนว่าเธอกำลังจะเปลี่ยนไป

ตั้งแต่เรื่องคราวนั้นชายหนุ่มผู้ยึดหลักเหตุผล ยังติดใจบางสิ่งมาตลอด เขายอมรับว่าในบรรดาทุกคนที่ผ่านมาเขาพึงพอใจมนวดีที่สุด หญิงสาวอ่อนโยนและโอนอ่อนตาม แม้กระทั่งในคืนนั้นที่เขามีความสัมพันธ์กับเธอ เธอยังเป็นคนแรกที่ทำให้รู้สึกดี ทว่านั่นเป็นเพียงความรู้สึกที่เขาหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ แต่เขาสามารถหาเหตุผลของการไม่ไปต่อกับมนวดีได้ เพียงเพราะบิดาของเธอจะทำให้เกิดปัญหา และ ตัวเธอไม่กล้าพอที่จะต่อสู้

แต่ทำไม ลึกๆในใจของเขาถึง ไม่อยากฟังเหตุผลงี่เง่านั้น เขายังอยากเจอเธออีก

           นิ้วสากเกลี่ยผมที่ปรกหน้าให้พ้นทาง ความคิดวูบหนึ่งสั่งให้เขาค่อยๆโน้มตัวลงมา เพียงอีกนิดเดียวริมฝีปากหนาก็จะจรดลงหน้าผากนูน ทว่าเขาหยุดก่อนที่จะทำแบบนั้นเมื่อร่างบางขยับเตือนสติ ลืมตัวจนลืมเหตุผลของการกระทำ

อชิระยืดตัวลุกขึ้น จัดเสื้อให้ตรงเรียบเหมือนเดิม ชายหนุ่มก้มมองคนที่ยังไม่รู้สึกตัว ในเมื่อเขายังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ จึงตัดสินใจแล้วว่าจะดึงตัวมนวดีกลับมา เพื่อค้นหาข้อสงสัยที่ติดอยู่ในใจเขาให้ได้

 

อืด อืด อืด เสียงโทรศัพท์กระทบกับเบาะนอนจนคนที่หลับ หลุดจากห้วงนิทรา มือบางคว้าสะเปะสะปะเพื่อค้นหาต้นตอด้วยความงัวเงีย

"ฮัลโหล"

คนปลายสายฟังเสียงก็รับรู้ได้ถึงสภาพของคนต้นเสียง

"พี่มิ้ม นอนหรือครับ"

"อื้อ ขอโทษที กี่โมงแล้ว"

คนขอโทษจนติดเป็นนิสัย ถามรุ่นน้องกลับ ดวงตาที่เปิดเต็มที่มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นเเสงแดดสีส้มรำไรแล้วสติจึงเริ่มกลับคืนมา หญิงสาวนัดกับหนุ่มรุ่นน้องไว้ว่าจะไปดูสถานที่ทำงานและเที่ยวเล่นด้วยกันต่อ พอได้ยินปลายสายบอกเวลา เธอก็พบว่าตัวเองหลับเพลินไปชั่วโมงกว่า

"ซัน พี่ขอโทษ พอดีพี่เพลียจนเผลอหลับไป"

ร่างบางผุดลุกขึ้นนั่งทันที ผมชี้ฟูแต่เธอก็ไม่ได้สนใจ

"ไม่เป็นไรครับ ผมก็หลับ ถ้าพี่มิ้มง่วงจะนอนต่อก็ได้นะครับ"

"ไม่แล้วละ ซันรอพี่แปปนึงนะ เดี๋ยวพี่ลงไป"

มนวดีกล่าวขอโทษขอโพยอีกครั้ง โชคดีที่อาทิตย์ไม่ได้ไปไกลจากที่นัดกันแต่เเรก เขาจึงกลับไปรอสาวรุ่นพี่

มนวดีรีบวางสาย วาดขาลงจากเตียงแล้วต้องตกใจกว่าเดิมที่อชิระยังนั่งทำงานอยู่ที่โซฟา เธอลืมสนิทว่าไม่ได้อยู่คนเดียว แล้วตอนนี้เขาก็กำลังมองมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ

"หายปวดท้องยัง"

"ก็ดีขึ้นค่ะ"

สงสัยอชิระจะรำคาญที่เธอคุยโทรศัพท์อย่างไม่เกรงใจ หญิงสาวตัวลีบเล็ก ย่างก้าวเบาๆ ไปยังห้องน้ำ เสร็จออกมาก็คว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กติดมือเตรียมจะออกไปข้างนอก

"คุณอิฐคะ มีกุญแจห้องสำหรับมิ้มไหมคะ"

ใบหน้าหล่อยังคิ้วขมวดเช่นเดิม เขามองไปบนโต๊ะที่เขานั่งทำงานอยู่ ส่งสัญญาณว่าสิ่งที่เธออยากได้อยู่ตรงนั้น

"คุณจะไปไหน"

"ไปดูสถานที่...ต่างๆ"

"กับใคร"

"กับเพื่อนร่วมงานค่ะ"

ไม่รู้ทำไม แต่มันมีพลังงานบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวอชิระ และไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม เธอเห็นอชิระทำหน้าเหมือนไม่พอใจก่อนปรับเป็นสีหน้าเดิม

"เพื่อนคุณเขารู้ที่ทางดีขนาดนั้น?"

"ค่ะ เขาเคยมาเเล้วครั้งหนึ่ง"

คนใสซื่อไม่รู้ว่าถูกประชดตอบไปตามความจริง เธอไม่ทันจะให้อชิระอ้าปากถามอะไรอีก หญิงสาวจึงรีบตัดบท

"คือว่ามิ้มสายแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ"

รีบตรงดิ่งไปที่ประตู ไม่ได้บอกอะไรคนร่วมห้องเพิ่มเติมเพราะเขาก็คงไม่ได้สนใจเธออะไรอยู่แล้ว เมื่อคิดแบบนั้นมนวดีเลยออกจากห้องไป

ด้านคนที่ยังเหลืออยู่ยืนมองบานประตูด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

“…”

ทำไมเหมือนโดนทิ้ง ให้ตายสิ ไม่ชอบเลย

 

อากาศลมทะเลในตอนโพล้เพล้เย็นสบาย ตามชายหาดร้านค้า ที่พัก เริ่มเปิดไฟประดับสวยงาม น้ำทะเลลดตามปรากฏการณ์ธรรมชาติ เรือประมงเริ่มออกจากฝั่งเปิดแสงสีเขียวทั่วลำเรือ

สองหนุ่มกลับมาจากการดูสถานที่ที่เจ้าของโรงแรมต้องการจะรีโนเวท จึงไปเดินเล่นชมชายหาดด้วยกันต่ออีกเพียงนิดเดียว ดวงตะวันก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว

ชายหนุ่มหน้าใสอมยิ้มตลอดทาง เขารู้สึกมีความสุขมากที่ได้อยู่กับคนที่เขาชอบ

“พี่มิ้มหิวหรือยังครับ”

หญิงสาวพยักหน้าตอบ เดินเล่นรับลมจนสบายใจ พลังงานก็เริ่มหมด

อาทิตย์พาหญิงสาวไปร้านอาหารริมหาดร้านหนึ่งค่อนข้างหนาแน่นไปด้วยผู้คนเนื่องจากร้านนี้มีการโชว์ควงกระบองไฟ โต๊ะอาหารของร้านนี้จึงถูกจับจองไปด้วยผู้คน และหนึ่งในนั้นก็มีโต๊ะที่สถาปนิกแอบมาจองไว้แล้วเช่นกัน เพราะอยากทำให้เธอประทับใจเขาจึงอยากเลือกที่ดีที่สุด

“คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย”

มนวดีมองไปรอบๆ ไม่นานที่นั่งก็เริ่มทยอยเต็ม

“พี่มิ้มอยากกินอะไรสั่งได้เลยนะครับ ผมเลี้ยงเอง”

อาทิตย์ฉีกยิ้มกว้างให้ ทว่าคนขี้เกรงใจเปิดดูราคาอาหารที่ค่อนข้างสูง จึงเอ่ยปากออกมา

“หารกันเถอะ ไม่เห็นต้องเลี้ยงเลย”

“ไม่เอา ผมอยากเลี้ยง ผมเลี้ยงพี่ไหว”

คำพูดในตอนสุดท้ายหนักแน่นพร้อมด้วยสายตาที่สื่อความหมายมากกว่านั้น ทว่าคนตรงข้ามก็ดูจะไม่รับรู้

“เรามาทำงาน เป็นเพื่อนร่วมงานกัน ไม่ต้องเลี้ยงพี่หรอก”

หญิงสาวพูดไปเปิดเมนูดูไปด้วย

“แล้วเป็นอะไรจะเลี้ยงพี่ได้”

“…”

เธอหยุดชะงัก ใบหน้าของคนที่เคยเลี้ยงเธอตอนนั้นเขาเคยมีสถานะเป็นคู่หมั้น อาทิตย์เห็นว่าเธอเงียบไปจึงรู้ตัวว่าเผลอรุกเร็ว เขายังไม่อยากให้มนวดีต้องอึดอัดจึงรีบแก้ต่าง

“คิดนานจัง เป็นหัวหน้า เป็นญาติ เป็นผู้อุปการะ อะไรแบบนี้อ่ะครับ”

“อ่อ”

คนที่เข้าใจว่าเล่นมุก ตอบกลับแบบลากเสียงยาว อาทิตย์แค่ยิ้มเจื่อนๆ น้ำตาหลั่งใน ได้ยินเสียงฝูงนกบินว่อน

ระหว่างที่ทานอาหารทั้งสองก็คุยไปเรื่อยเปื่อย ชมการแสดงควงตะบองไฟอย่างเพลิดเพลิน จนเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆ ร่างบางเริ่มถูแขนให้ความอบอุ่นกับร่างกาย เนื่องจากมีลมทะเลพัดตลอดบวกกับอุณหภูมิที่ลดต่ำลงในช่วงกลางคืน

“หนาวหรือครับ”

“อืม นิดหน่อย”

“ผมว่ากลับไปพักกันดีกว่า”

มนวดีเห็นด้วยกับความคิดนี้ เธอทั้งหนาวทั้งเหนียวตัว

“ผมไปส่งพี่มิ้มนะ”

ก่อนหน้านั้นอาทิตย์ได้ถามเรื่องห้องพักของเธอ อยู่คนละโซนกับของเขาทางเดินไปค่อนข้างมืด ชายหนุ่มจึงเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรจ้ะ ใกล้ๆเอง พี่เดินไปได้ เราแยกกันตรงนี้ก็ได้นะ”

อาทิตย์ก้มหน้ารับคำ แค่ได้มาทานข้าวกับเธอ เดินมาส่งแค่นี้เขาก็พอใจแล้ว หญิงสาวยิ้มแล้วโบกมือลาอย่างเป็นมิตร พอแยกกันเธอจึงเดินกลับไปในทางของตนเอง โดยไม่ทันสังเกตว่ามีใครอีกคนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

“สวีทกันจังนะ เพื่อนร่วมงานจริงๆใช่ไหม”


มีคนหน้ามืดมาหาเรื่องค่ะ ท่านผู้ชม เชียร์ซันให้เร่งทำคะแนนได้ไวไว 555 ฝากติดตาม กดไลค์ คอมเม้น เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว