facebook-icon

มาอ่านเถอะนะ ตั้งใจเขียนจริงจริ๊ง >//<

ชื่อตอน : คู่หมาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.6k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2564 09:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คู่หมาย
แบบอักษร

๔๑ 

คู่หมาย 

               สองตำรวจจากทีมสืบสวนใช้เวลาเดินทางราวสามสิบนาทีจึงถึงแคมป์คนงานก่อสร้าง อันเป็นที่อยู่ปัจจุบันของแฟนสาวนายเมษ ครองภูมิและอัณณิการ์ยืนรอนอกแคมป์ภายหลังจากมีคนอาสาไปตามหญิงสาว โดยย้ำว่าอย่าเพิ่งบอกว่าเป็นตำรวจที่มาขอพบ

               แฟนสาวของนายเมษชื่อวีณา โฉมหน้าของเธอไม่ได้สวยโดดเด่นเตะตาหากแต่เป็นคนหุ่นดีชวนเหลียวมองซ้ำ เอวบางคอดกิ่ว สะโพกผาย แต่งตัวรัดรูปอวดทรวดทรง

“พวกคุณเป็นใคร มาหาฉันทำไม”

               “คุณเป็นแฟนของนายเมษใช่ไหมคะ”

               “แฟนเก่า” เธอตอบเสียงห้วน สายตาระแวงไล่มองอัณณิการ์หัวจรดเท้า แล้วเปลี่ยนไปมองชายหนุ่มรูปหล่อที่ยืนข้างกัน “ทำไมถามถึงพี่เมษทำไม”

               “พวกเราเป็นตำรวจครับ มีเรื่องอยากสอบถามคุณวีณาเกี่ยวกับนายเมษ” ครองภูมิว่า และทันทีที่หญิงสาวทราบฐานะของพวกเขา จากสีหน้าไม่สบอารมณ์กึ่งระแวงก็แปรเปลี่ยนเป็นหวั่นเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ด้วยเหตุที่วีณานั้นเพิ่งพ้นคุกมาได้ไม่ถึงปี คำว่าตำรวจถึงเป็นเหมือนของแสลง

               “ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นนะ” วีณาออกตัวทั้งที่ตำรวจยังไม่ทันได้ยิงคำถามใดๆ

               “คุณได้เจอนายเมษบ้างไหมคะ”

               “ไม่ค่ะ ไม่ได้เจอมานานแล้ว”

               “จริงเหรอ?” ครองภูมิหรี่ตาหยั่งเชิงเพื่อให้โอกาสเธอตอบอีกหน วีณามีพิรุธเสียจนเด็กประถมก็ดูออก เธอทั้งหลบเลี่ยงการสบตา และลอบกลืนน้ำลายอย่างหวาดๆ “...ข้างหน้าไซต์ก่อสร้างมีกล้องวงจรปิดอยู่นะ ถ้าสมมตินายเมษเคยมาป้วนเปี้ยนแถวนี้แล้วเห็นว่าคุณเสวนากับเขาอยู่ ผมว่าคุณอาจโดนลากไปเอี่ยวในความผิดใหม่ที่เขาก่อก็ได้”

               “ไม่นะคะ! ฉันไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย ฉันไม่อยากติดคุก” คำขู่ของคุณตำรวจรูปหล่อได้ผล วีณาโบกไม้โบกมือพัลวัน เธอเข็ดขยาดกับคุก แม้อยู่ในนั้นไม่นานแต่ระยะเวลาเท่านั้นก็เพียงพอให้เธอมองเห็นว่านรกบนดินเป็นอย่างไร

               “งั้นคุณก็บอกความจริงเรามาสิคะ”

               “ตั้งแต่ออกจากคุกมาก็เพิ่งเจอพี่เมษเมื่อสามวันก่อน และก็..เอ่อ...ร่วมหลับนอนกัน แต่อย่าบอกแฟนใหม่ของฉันนะ ฉันไม่รู้เรื่องที่พี่เมษก่อตอนนี้” วีณาไหว้วอนเสียงสั่น พลางเหลียวหลังอย่างระแวงเกรงว่าผู้ชายคนใหม่ที่เอ่ยถึงจะโผล่มาได้ยินเข้า

               “คุณสองคนเพิ่งเลิกกันเหรอคะ”

               “เลิกกันไปนานตั้งเกือบปีแล้วค่ะ”

               “ถ้าอย่างนั้นเขาย้อนกลับมาหาคุณทำไม เพียงเพราะเรื่องเซ็กซ์เท่านั้นเหรอคะ?” ผู้หมวดสาวมองคนตรงหน้าอย่างจับผิด วีณาหลบตา มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อสีสดของตัวเองแน่น

               “เปล่าค่ะ คือว่าเขาเอาเงินมาให้ก้อนหนึ่ง”

               “เท่าไหร่” ครองภูมิซักเสียงห้วน

               “สี่หมื่น เขาบอกว่าถือเป็นการชดใช้ที่ทำให้ติดคุก”

               “แล้วคุณรู้อะไรเกี่ยวกับนายเมษบ้าง เล่าให้เราฟังหน่อย” เมื่อครองภูมิใช้สายตาแกมบังคับแถมน้ำเสียงก็ขรึมดุ วีณาจึงไม่อาจปฏิเสธได้

               วีณาเล่าว่านายเมษเป็นอาชญากรรับจ้างทำเรื่องผิดกฎหมาย ตั้งแต่ลักเล็กขโมยน้อย ทวงหนี้ ซ้อมคน คนถึงฆ่าคน ซึ่งมีนายใหญ่ที่ส่งมอบงานให้อีกที แต่เขาไม่เคยเอ่ยชื่อหัวหน้า วีณาให้ที่อยู่ของเขามาซึ่งเธอไม่แน่ใจว่าจะเรียกแหล่งกบดานได้ไหม ตลอดเวลาที่รู้จักกันนายเมษอยู่ไม่เป็นหลักแหล่งก็จริง แต่ ณ บ้านในชุนชมแห่งนี้เขามักย้อนกลับไปบ่อยครั้งที่มีโอกาส เนื่องจากบิดาป่วยไข้ด้วยพิษสุราเรื้อรัง 

               ตำรวจจากทีมสืบสวนได้ข้อมูลที่ต้องการแล้วจึงเดินทางออกจากแคมป์คนงาน แต่ไม่มุ่งหน้ากลับสถานีตำรวจอย่างที่ควรจะเป็น ครองภูมิขับรถตรงไปยังย่านชุมชนแห่งหนึ่งในนนทบุรีตามที่อยู่คร่าวๆ จากปากคำของนางสาววีณา ร้อยตำรวจเอกครองภูมิจอดรถไว้ข้างกำแพงวัดเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต โดยย้ำกันว่าห้ามทำตัวโดดเด่นจนเป็นเป้าสายตาของคนในชุมชน

               อัณณิการ์ถอดเบลเซอร์ตัวเก่งอันเป็นเครื่องแต่งกายเสริมบุคลิกให้ดูภูมิฐาน เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำเข้าคู่กับกางเกงยีนส์สีเข้มและหมวกแก๊ปสำหรับปิดบังความชัดเจนของใบหน้า ทั้งสองพากันเดินเข้าไปในซอยลึกตามที่วีณาอธิบายคร่าวๆ ว่าบ้านของนายสันต์บิดาของนายเมษตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกลจากรอบรั้วของชาวบ้าน ลักษณะเป็นบ้านปูนชั้นเดียวทาสีฟ้าสด ถนนที่ตัดตรงเข้าไปสู่บ้านเป็นทางลูกรัง

               “นี่เราเข้ามาลึกมากเลยนะคะเนี่ย” อัณณิการ์ว่าพลางพัดฝ่ามือให้ความเย็นแก่ใบหน้า แม้เมฆดำเริ่มบดบังแสงอาทิตย์แต่ไอความร้อนยังระอุไม่ลดระดับจนเหงื่อผุดออกทั่วทุกรูขุมขน

               “วีณาบอกว่าอยู่ลึกสักหน่อย แต่หากเราเสี่ยงถามหาบ้านของนายสันต์จากคนแถวนี้ก็เกรงว่านายเมษอาจมีสายข่าว ถามทีก็รู้ไปถึงหูนายนั่น ทีนี้แหละไม่ได้เจอกันง่ายๆ แน่”

               “เอ๊ะ ใช่หลังนั้นไหมคะผู้กอง” อัณณิการ์ที่กวาดตามองรอบบริเวณเห็นบ้านหลังหนึ่งโผล่จากเงาของต้นกล้วยมาเพียงเล็กน้อย แต่เพราะสีฟ้าฉูดฉาดจึงดูโดดเด่นสะดุดตา

               “มีความเป็นไปได้ เข้าไปใกล้ๆ กันเถอะ” ครองภูมิว่าพลางสาวเท้าเดินนำไป เมื่อได้ระยะที่ห่างจากตัวบ้านไม่มาก เขาจึงตกลงกับอัณณิการ์ว่าควรแยกย้ายกันสำรวจชั่วคราวจะดีกว่า ผู้กองหนุ่มเดินดูละแวกบ้านเพื่อให้แน่ใจว่ามีร่องรอยชายวัยกลางคนอาศัยอยู่เพียงลำพัง โดยให้ผู้หมวดซุ่มดูเงียบๆ อยู่หลังใต้ต้นฉำฉา

               ในระหว่างที่อัณณิการ์กำลังรอการกลับมาของครองภูมิ เธอเห็นเด็กหนุ่มหากคาดเดาจากลักษณะน่าจะอยู่ในวัยมัธยมต้น รูปร่างผอมไม่สูงมาก เดินถือถุงพลาสติกซึ่งข้างในมีข้าวอยู่หนึ่งกล่องเข้าไปในบ้านที่เธอกำลังซุ่มดู อัณณิการ์รีบหยิบโทรศัพท์มาบันทึกภาพ ยิ่งพอเด็กหนุ่มตะโกนเรียกลุงสันต์ทุกอย่างยิ่งชัดเจนว่าเป็นบ้านหลังนี้ไม่ผิดแน่ อัณณิการ์เบี่ยงตัวหลบหลังต้นไม้เมื่อชายแก่เดินออกมารับข้าวกล่องและกำลังเบือนหน้ามาทางนี้พอดี หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็กลับออกไป ชายผู้ป่วยเข้าไปในบ้านเรียบร้อยแล้ว ผู้หมวดจึงติดสินใจสะกดรอยตามเด็กคนนั้นกระทั่งเห็นว่าหายเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง เธอถ่ายภาพเอาไว้ก่อนกดรับสายครองภูมิที่โทร.เข้ามาพอดี

               “หมวดอยู่ไหนกลับกันเถอะ ฝนเริ่มตกแล้ว”

               “ค่ะ กำลังไป เจอกันที่รถเลยก็ได้ค่ะ” ความคืบหน้าที่ได้รับวันนี้พลันทำอัณณิการ์หายร้อนหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง และหวังว่าโชคจะเข้าข้างตำรวจบ้าง อย่าเพิ่งส่งสัญญาณให้คนร้ายรู้ตัว ขอสักครั้งให้เรื่องนี้จบโดยเร็วทีเถอะ ทุกคนที่เกี่ยวข้องจะได้ก้าวไปข้างหน้าเสียที

......... 

               จากแสงตะวันที่เคยเจิดจ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงและเริ่มโรยความมืดมาเยือนผืนดิน ร่างแบบบางของนักธุรกิจสาวเดินออกมาจากออฟฟิศ ซึ่งผ่านพ้นเวลาเลิกงานมาครู่ใหญ่แล้วจนพนักงานสลายตัวกลับบ้านกลับช่องกันหมด เหลือเพียงเจ้านายสาวเพียงคนเดียวที่อยู่เคลียร์งานต่ออีกเล็กน้อย ยลญาดากำลังจะกดปลดล็อกรถ แต่เหลือบเห็นร่างอันคุ้นเคยยืนกอดอกพิงรถของตัวเองเสียก่อน

               “ผู้กองทำไมมาไม่บอกกันก่อนล่ะคะ” จากรอยยิ้มแปลกใจค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นดีใจ เธอไม่ได้เห็นหน้าเขาหลายวันแล้ว กระนั้นแม้ไม่ได้เจอตัวเป็นๆ แต่ในทุกค่ำคืนก่อนนอนครองภูมิก็ไม่เคยลืมโทร.มาบอกฝันดีสักวัน 

               “ก็อยากลองมาแบบไม่ได้นัดดูบ้างน่ะครับ คุณหยาว่างไหม มีนัดที่ไหนหรือเปล่า”

               “ไม่มีค่ะ หยากำลังจะกลับคอนโดฯ”

               “งั้นไปนั่งรถเล่นกันไหมครับ”

               “เอาสิคะ” ยลญาดาตอบรับอย่างยินดี ครองภูมิเปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่ง จากนั้นจึงขับออกไปตามเส้นทางที่เขาเองก็ไม่ได้ปักหมุดไว้ในใจ ปล่อยให้ล้อหมุนไปตามเส้นทางเรื่อยเปื่อย

               กระทั่งผ่านไปกว่าสามสิบนาที ร่างสูงที่สงวนคำพูดมาตลอดทางจึงตัดสินใจหยุดยานพาหนะสี่ล้อที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ซึ่งในช่วงเวลานี้ยังคงมีผู้คนมาออกกำลังกายอยู่ประปราย เรียวขางามก้าวเคียงข้างเขาโดยมีมือหนาช่วยประคอง กลัวเธอจะพลาดล้มเพราะรองเท้าส้นสูงที่สวม กระทั่งมาถึงม้านั่งสีดำที่ค่อนข้างห่างไกลจากสายตาผู้คน เสาไฟสลักลวดลายงดงามส่องสว่างอยู่ข้างกัน เบื้องหน้าคือคลุ้งน้ำกว้างอันปกคลุมด้วยกลุ่มใบไม้แห้ง

               ยลญาดาเหลือบมองเสี้ยวหน้าชายหนุ่มที่ปกติว่าขรึมแล้ว แต่ในยามนี้เขาทั้งเข้มทั้งเครียด ครองภูมิไม่ปริปากพูดตั้งแต่ที่มุ่งหน้าออกจากออฟฟิศ ส่วนยลญาดาก็แน่พอที่จะไม่ชวนสนทนาก่อน เธอรู้สึกว่าเขามีอะไรแปลกๆ มีออร่าบางอย่างที่เปลี่ยนไป กระทั่งตอนนี้ที่นั่งแช่อยู่ข้างกันบนม้านั่งมาร่วมสองนาทีแล้วแต่เขาก็ยังเงียบ จึงเป็นยลญาดาเสียเองที่ทนไม่ไหว

               “มีอะไรหรือเปล่าคะ ผู้กองดูเงียบจัง”

               “ช่วงนี้มีแต่เรื่องให้คิดน่ะครับ”

               “เรื่องคดี หรือว่าเรื่องหยา...เรื่องของเรา?” หญิงสาวกลั้นใจถาม ท่าทางของเขาเช่นนั้นชวนให้รู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย

               “เรื่องของเราครับ” ครองภูมิละสายตาจากแผ่นน้ำเบื้องหน้าเปลี่ยนมามองหญิงสาวตรงๆ 

               ยลญาดาได้แต่ลากเสียงอ๋อเบาๆ ในใจรู้สึกโหวงไหวเบาหวิวพิกล สีหน้าแววตาของผู้กองภูมิตอนนี้ชวนให้เธอคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นี่เขาต้องการบอกเลิกเธอใช่ไหม? หรือว่าเขาตัดสินใจเลือกปาลิดา?

               “ผมมีเรื่องอยากบอกคุณ ซึ่งเป็นความจริงที่คุณอาจจะตกใจมาก”

               ดวงหน้าสวยเพียงคลี่ยิ้มบางเบาซึ่งเป็นยิ้มที่ปลอบใจตัวเองเสียมากกว่า เธอเงียบและกำลังตั้งสติ ใช้สายตาส่งคำถามแทนคำพูด แม้ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาสักนิดว่าจะถูกบอกเลิกความสัมพันธ์ แต่ในเมื่อเขาต้องการเช่นนั้นเธอจะทำอย่างไรได้

               “ผม...ผมคือลูกชายอีกคนของหลินเวยซู คือพี่ชายแท้ๆ ของเล่อคุณ”

               “คะ?” เรียวคิ้วได้รูปขมวดมุ่น นั่นไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในการคาดเดาของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว ใบหน้าสลักเสลาฉายความรู้สึกผิดและดูจริงจังจนไม่พบร่องรอยของความล้อเล่น “ผู้กองพูดอะไรออกมาคะ เรื่องนี้มันใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นเหรอ”

               “แล้วผมมีเหตุผลอะไรที่ต้องล้อคุณเล่นด้วยล่ะครับ”

               นัยน์ตากลมโตขยายกว้างกว่าเดิม แม้ริมฝีปากบางเม้มฉับไร้เสียงพูด ทว่าทุกมวลคำถามกำลังแสดงออกมาทางสีหน้าหมดสิ้น

               “ผมคือหลินจินหลงลูกชายคนโตของหลินเวยซู มีพ่อแม่คนเดียวกับเล่อคุณ ผมกับพ่อติดต่อกันอย่างลับๆ มานานหลายปีแล้วครับ แต่ผมเลือกที่จะไม่ให้เปิดเผยตัวตนกับใคร ไม่ต้องการให้แม่ของผมล่วงรู้หรือเจ็บปวดกับอดีตที่ขมขื่นอีก”

               “…”

               “ที่ต้องปกปิดมันมีเหตุผลมากมายเลยล่ะครับ แต่ที่วันนี้ออกมาเปิดเผยเพราะไม่อยากให้หมวดอัณณ์ตะขิดตะขวงใจ ความสงสัยของเธอและการเอาแต่แอบสืบเงียบๆ จะไม่เป็นผลดีนัก ผมเลยตัดสินใจบอกความจริงกับหมวดและเหนือภพ”

               “ทุกคนรู้หมดแล้วเหรอ” ยลญาดาถามเสียงแผ่วพลางเบือนสายตามองตรง

               ภายในใจมีแต่คำถามกอปรรวมกับความรู้สึกโกรธที่ทะลักทลายอยู่ด้วยกัน เธออยากถามต่อไปอีกสักนิดว่าทั้งเล่อคุณและอัณณิการ์รู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว แต่เลือกที่จะเงียบ เหมือนถูกความน้อยใจปนทิฐิปิดปากเอาไว้ แล้วทำไมสองคนนั้นถึงไม่คิดบอกเธอสักคำ ทั้งที่อัณณิการ์เล่าถึงเรื่องที่ไปพักบนเกาะส่วนตัวพร้อมด้วยลูกๆ เล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ตอนนี้ที่เข้าใจกันดีแล้ว แต่กลับเว้นความลับอันน่าตกใจนี้ไว้

               “คุณหยาพูดอะไรหน่อยสิครับ” ครองภูมิรู้สึกใจไม่ดีเอาเสียเลยที่เห็นเธอเงียบ และมีแต่ออร่าเย็นชาโอบล้อมรอบกาย

               ยลญาดายิ้มขำ แต่ช่างเป็นรอยยิ้มที่ดูราวกับสมเพช “จะให้ฉันพูดอะไรล่ะคะ แล้วทำไมคุณถึงบอกความจริงกับฉัน มันควรจะเป็นความลับไม่ใช่เหรอคะ”

               “ก็เพราะผมแคร์คุณไงครับคุณย่าหยา” ครองภูมิหมายจะคว้ามือบาง แต่หญิงสาวรีบเปลี่ยนท่าทางเป็นกอดอกหน้าเชิด “ผมมีความจำเป็นที่ต้องปิดบังสถานะของตัวเอง ผมอยากให้คุณเข้าใจ”

               “ก็อยากจะเข้าใจอยู่หรอก” แต่อารมณ์ตอนนี้มันถูกความโกรธความน้อยใจเข้าครอบงำไปเกือบครึ่ง “โลกกลมเป็นบ้าเลยนะคะ เดิมทีฉันเป็นว่าที่คู่หมั้นของน้องชายคุณด้วยซ้ำ อย่างนี้ก็แปลว่าฉันเป็นว่าที่น้องสะใภ้คุณนะเนี่ย แย่จัง”

               ครองภูมิเห็นใบหน้าที่แสร้งทำเสียดายก็รู้สึกไม่ชอบใจ 

               “แย่บ้าอะไร คนที่เป็นว่าที่คู่หมั้นของคุณ คนที่คุณต้องแต่งงานด้วยคือผมต่างหาก ลองคิดดูให้ดีสิ พ่อผมขอคุณให้กับลูกชายคนโต เล่อคุณไม่ใช่ลูกชายคนโต ผมรู้เรื่องนี้มาตลอดหลายปี ได้ยินชื่อคุณมานานก่อนที่เราจะได้เจอกันตัวเป็นๆ ซะอีก พ่อบอกกับผมเองว่าทาบทามคุณไว้ให้ผม”

               แม้ยังไม่เคยเจอตัวจริง และตอนนั้นไม่คิดจะสนใจเพราะไม่ชอบการคลุมถุงชน อีกอย่างครองภูมิคิดว่าบิดาแค่พูดเล่น ทว่าวันหนึ่งเมื่อพรหมลิขิตทำงาน กลับผลักเขาให้ตกลงไปในหลุมรักอย่างง่ายดาย ซึ่งมันแปลกประหลาดตั้งแต่ครองภูมิได้ยินชื่อย่าหยาจากปากอัณณิการ์ ตอนนั้นเขาแค่รู้สึกว่าชื่อนี้เหมือนกับคนที่บิดาทาบทามไว้เป็นคู่หมาย ครองภูมิพยายามแล้วที่จะไม่สนใจ แต่มันหูผึ่งเสียทุกครั้งที่ได้ยินอัณณิการ์คุยโทรศัพท์กับคนชื่อย่าหยา

               “จะไม่มีวันนั้นเด็ดขาด และความสัมพันธ์เราก็หยุดพัฒนาตั้งแต่ชั่วโมงนี้เป็นต้นไป” ร่างบางลุกขึ้นยืนแล้วเดินหนีทันที กลายเป็นว่ายิ่งรับรู้ความจริงมากเท่าไร ความโมโหยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเท่านั้น เธอรู้สึกเหมือนถูกหลอก เหมือนดูโง่ในสายตาเขา มือแกร่งคว้าแขนเล็กไว้แต่หญิงสาวสะบัดออกอย่างแรง

               “คุณย่าหยา ผมอยากให้คุณเข้าใจผม” แววตาเว้าวอนในยามนี้ไม่ยังผลใดๆ แก่ยลญาดา ใบหน้าเล็กส่ายไปมาและเอ่ยขัดเสียงดัง

               “ฉันรู้ว่าคุณมีเหตุผลมีความจำเป็น แต่ฉันอดโกรธไม่ได้จริงๆ คุณทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตลอดเวลาที่ผ่านมาโดนจ้องมองความเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลัง เหมือนฉันเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ที่อยู่ต่ำกว่าคุณ” ฝีเท้าหล่อนก้าวถอยหลังในขณะพูด ใบหน้าเสียใจและดวงตารื้นหยดน้ำทำครองภูมิรู้สึกแย่ไปหมด “ฉันไม่อยากเจอคุณแล้ว ขอร้องล่ะค่ะ อย่ามาให้เห็นหน้าอีก”

               ร่างเล็กวิ่งฝ่าความสลัวออกไปนู่นแล้ว ครองภูมิสาวเท้าตามไปอย่างไม่ลดละ ทำไมเรียวขาที่สั้นกว่าแถมยังมีรองเท้าสูงแหลมเป็นอุปสรรคถึงได้วิ่งไวนัก และตอนนี้เธอก็เข้าไปนั่งในแท็กซี่สำเร็จก่อนแล่นฉิวผ่านหน้าเขาไป ครองภูมิได้แต่ตะโกนเรียกชื่อเธอเป็นครั้งสุดท้าย

               ทำไมผู้หญิงถึงเข้าใจยากจัง ทำเหมือนจะเข้าใจแต่กลับงอนเสียได้


ผู้กองอย่าว่าน้อง น้องแค่งอน >//< [วันนี้ลง 2 ตอนนะคะ ช่วงบ่ายๆ จะมาต่อ ฝากไลก์ คอมเมนต์ ฝากติดตามด้วยนะคะ ^^]
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว